วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 121 งานวันเกิดกุ้ยเฟย


             มู่หรงฉือนั่งอยู่ที่เก้าอี้แกะสลักด้านซ้าย ใบหน้าเย็นชา

            เสิ่นจือเหยียนนั่งลงหลังโต๊ะผู้พิพากษา เขาสวมชุดขุนนางใบหน้าเย็นชา คิ้วขมวดน้อยๆ เผยความน่าเกรงขามที่ต่างจากยามปกติ

            ทันใดนั้นเขาก็ตบโต๊ะไม้หนึ่งที ตวาดถามเสียงเข้ม “ผู้ต้องสงสัยหม่าตงคือผู้ใด?”

            ร่างกายของหม่าตงสั่นเทาอย่างรุนแรง ก้มหน้าลอบมองใบหน้าของใต้เท้า “รายงานใต้เท้า ข้าน้อยคือหม่าตงขอรับ”

            “เมื่อคืนเจ้าดื่มสุราหนัก ครั้นเห็นผู้ตายเซี่ยเสี่ยวลู่นายบ่าวที่วัดเล็ก เจ้าเห็นผู้ตายหน้าตางดงามจึงเกิดความคิดสกปรกขึ้น ดังนั้นจึงสังหารชุนเถาผู้เป็นบ่าวก่อน จากนั้นจึงข่มขืนเซี่ยเสี่ยวลู่แล้วสังหารทิ้งใช่หรือไม่? เจ้ายอมรับผิดหรือไม่?” เสิ่นจือเหยียนถามอย่างโกรธเกรี้ยว

            “ใต้เท้า นี่เป็นการใส่ความ ข้าน้อยไม่ได้ฆ่าผู้ใด ข้าน้อยไม่เคยแตะต้องแม่นางผู้นั้น...” หม่าตงปฏิเสธอย่างร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ “ข้าน้อยไม่เคยเห็นสตรีผู้นั้นมาก่อน จะไปฆ่าข่มขืนนางได้อย่างไร...ใต้เท้าโปรดตรวจสอบให้ชัดเจน...”

            “ในมือของชุนเถาผู้ตายได้กำเศษผ้าชิ้นหนึ่งเอาไว้ นั่นก็คือเศษผ้าจากชุดของเจ้า ที่เล็บนิ้วขวาของเซี่ยเสี่ยวลู่ผู้ตายมีรอยเลือด ส่วนแขนซ้ายของเจ้าก็มีแผลถูกข่วนพอดี วันนี้ตอนเช้ามีคนเห็นกับตาว่าเจ้านอนอยู่ข้างกายเซี่ยเสี่ยวลู่ มีหลักฐานยืนยันมัดตัวแน่นหนา เจ้ายังกล้าปฏิเสธ?” ดวงตาทั้งสองของเสิ่นจือเหยียนหรี่ลง น้ำเสียงน่าเกรงขามราวภูเขาที่กดทับลงมาจนหายใจไม่ออก

            “ข้าน้อยถูกใส่ร้าย ข้าน้อยไม่ได้ฆ่าแม่นางสองจริงๆ... ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดแขนซ้ายถึงมีแผล เมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าน้อยนึกไม่ออกจริงๆ...” หม่าตงถูกทำให้ตกใจจนร้องไห้ น้ำตาไหลนอง

            “มีหลักฐานมัดตัวชัดเจนเช่นนี้ เจ้ายังคิดจะเล่นลิ้นกลับกลอก!” น้ำเสียงของเสิ่นจือเหยียนโกรธจัด “เจ้าดื่มสุราหนักจนสังหารคนจึงจำสิ่งใดไม่ได้อย่างไรเล่า”

            หม่าตงเหม่อลอย น้ำตาไหลลงมาเป็นทาง จบสิ้นแล้ว เขาคงถูกประหารเพื่อชดใช้ความผิด? เขาจะถูกตัดหัวหรือไม่?

            เสิ่นจือเหยียนถามอีกครั้ง “เจ้ายังมีสิ่งใดจะพูดอีกหรือไม่?”

            เขาร้องไห้โฮ “ใต้เท้า ข้าน้อยไม่ได้ทำจริงๆ ข้าน้อยถูกใส่ร้าย...ถึงแม้ข้าน้อยจะดื่มสุราจนเมามาย อะไรก็จำไม่ได้ แต่ข้าน้อยไม่มีทางฆ่าแม่นางผู้นั้น...”

            เสิ่นจือเหยียนโกรธจัดจนทนไม่ไหว มองไปทางเตี้ยนเซี่ยที่นั่งอยู่ทางด้านซ้าย

            มู่หรงฉือคิดถึงปัญหาหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เชือกถักสีแดงลายสมปรารถนาตรงมุมหนึ่งของวัด เป็นเซี่ยเสี่ยวลู่นายบ่าวทิ้งเอาไว้หรือ?

            หากเชือกถักสีแดงนี้ไม่ใช่ของเซี่ยเสี่ยวลู่นายบ่าวเล่า? เช่นนั้นก็อาจจะเป็นของบุคคลที่สี่ที่เคยอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ

            เชือกถักสีแดงนี้ยังดูใหม่ ไม่มีฝุ่น คงเพิ่งจะหล่นที่วัดได้วันสองวัน เช่นนั้นก็อาจจะร่วงเมื่อวาน แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแม่นางอายุน้อยสักคนทำตกไว้ตอนไหว้พระ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้

            นางไม่รู้ว่าเชือกถักสีแดงจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่

            เสิ่นจือเหยียนเห็นคิ้วของนางผูกเข้าหากันเหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง จึงกระแอมไอออกมาสองที

            มู่หรงฉือได้สติกลับมาก่อนพูดเสียงเบา “ชีวิตคนเราสวรรค์กำหนด อีกสองวันมีเบาะแสใหม่ค่อยสืบสวนอีกครั้งก็ยังไม่สาย”

            เขาเห็นด้วยกับความคิดของนาง แล้วสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไป

            หลังจากกลับมาที่เรือนหลัง นางก็หยิบเชือกถักสีแดงขึ้นมาแล้วพูดความคิดของตัวเองออกมา เสิ่นจือเหยียนเห็นด้วยกับข้อสรุปของนางกล่าวว่า “เชือกแดงเส้นนี้คงจะเป็นของสตรี จะเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่นั้นยังยากที่จะตัดสิน”

            ...

            มู่หรงเฉิงอาการดีขึ้นเรื่อยๆ เซียวกุ้ยเฟยรู้สึกว่าในวังควรจะมีความครึกครื้นสักหน่อย ประจวบเหมาะกับใกล้จะถึงวันเกิดของนางพอดีจึงเสนอให้จัดงานเลี้ยงวันเกิด

            แน่นอนว่าเขาย่อมอนุญาต หมกตัวอยู่แต่ในตำหนักชิงหยวนมาตลอดจนราแทบจะขึ้นอยู่แล้ว เขาอยากพบปะผู้คน ได้สนุกสนานรื่นเริงสักหน่อย

            นางจึงเป็นโต้โผใหญ่ในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดของตน วางแผนมาได้หลายวันแล้ว จึงตัดสินใจจัดงานที่ตบแต่งอย่างงดงามด้วยบุปผานานาพรรณ ทั้งยังต้องทรงเกียรติสง่างามหรูหรา

            นอกโถงหน้าตำหนักชิงหลวนกว้างขวางเหมาะจะจัดงานเลี้ยง ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน อากาศคลายร้อน ลมพัดเย็นสบายเป็นช่วงเวลากำลังดี นางจึงสั่งให้นางกำนัลไปจัดดอกไม้นานาพรรณจนเต็มด้านหน้าตำหนัก 

            วันนี้ บรรดาบุตรหลานของพระญาติกับตระกูลขุนนางขั้นสี่ขึ้นไปจะเข้าร่วมงานวันเกิดของนางประมาณตอนเที่ยง นางกำนัลนำพวกเขาไปพักผ่อนทานบะหมี่อายุยืน ทานแตงโม จากนั้นพวกเขาสามารถเดินเล่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงตำหนักชิงหลวนได้อย่างอิสระ มีภรรยาขุนนางบางคนอยากจะพึ่งพาบารมี จึงไปขอเข้าเฝ้าเซียวกุ้ยเฟย เหล่าคุณหนูแต่งตัวงดงามราวบุปผาพากันออกมาเดินเล่นท่ามกลางแสงอาทิตย์อันร้อนระอุ หวังว่าจะได้เจอรักแรกพบกับบุตรชายของพระญาติหรือชนชั้นสูง

            ในศาลาทางทิศตะวันออกของตำนักชิงหลวน มีบุตรสาวของชนชั้นสูงหลายคนรวมตัวกันพูดคุย

            “พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ว่างานแต่งงานขององค์หญิงจาวฮวากับคุณชายกงจะถูกยกเลิก?”

            “หา? เหตุใดถึงยกเลิกเล่า?”

            “หากไม่ใช่เพราะสกุลกงไปมีเรื่องกับราชวงศ์ก็อาจจะไปทำผิดอะไรมา?”

            “รายละเอียดของเรื่องข้าเองก็ไม่รู้ แต่ข้าได้ยินท่านพ่อของข้าพูดว่า คุณชายกงได้รับบาดเจ็บ เจ็บที่...ตรงนั้น”

            “ตรงไหนหรือ?”

            “ก็ตรงนั้นน่ะ ต่อไปไม่อาจมีทายาทได้แล้ว”

            “สวรรค์! เช่นนั้นชีวิตนี้ของคุณชายกงก็จบสิ้นแล้วน่ะสิ?”

            “หรือเพราะเรื่องนี้ การแต่งงานขององค์หญิงจาวฮวากับคุณชายกงถึงได้ถูกยกเลิก?”

            “ข้ายังได้ยินมาว่า เป็นเพราะองค์หญิงจาวฮวาทำร้ายคุณชายกง”

            “หา?” ทุกคนต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วพากันถามต่อ “องค์หญิงจาวฮวาเหตุใดถึงได้ทำร้ายคุณชายกงอย่างไม่มีเหตุผลด้วย?”

            “พวกเจ้าลองคิดดูก็รู้แล้ว” คุณหนูคนนั้นพูดออกมาด้วยท่าทางอวดรู้

            ต่อมาเหล่าคุณหนูพวกนั้นก็ยื่นหูเข้าไปซุบซิบพูดคุยกันไม่ขาดปาก

            มีเพียงคนๆ หนึ่งไม่ได้พูดคุยกับคนอื่นๆ คุณหนูผู้นั้นนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง ประหนึ่งดอกเก๊กฮวยที่บ้านอยู่ริมลำธาร งดงามนิ่งสงบ ทั้งยังเหมือนก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนฟากฟ้า สง่างามราวนางในกวี

            ตอนนี้เอง มีสตรีอายุน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาในศาลา ใบหน้างดงามคลี่ยิ้มน่ารัก “พวกเจ้ากำลังคุยอะไรกันอยู่หรือ?”

            บรรดาคุณหนูที่กำลังพูดคุยกันพลันแตกตื่น รีบสบตากันอย่างประหม่า : องค์หญิงตวนโหรวไม่ได้ยินที่พวกนางซุบซิบกันใช่หรือไม่

            คนที่มาก็คือมู่หรงสือ นางสวมเสื้อแขนยาวกระโปรงยาวสีแดงลูกท้อ ปักด้วยด้ายสีเงินเป็นรูปดอกท้อ งามราวกับดอกท้อที่อยู่บนกิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

            บรรดาคุณหนูทุกคนลุกขึ้นยืนทำความเคารพ “ถวายบังคมองค์หญิงเพคะ”

            มู่หรงสือให้พวกนางลุกขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกวาดมองไปที่มุมหนึ่ง จากนั้นก็วิ่งกระโดดเข้าไปหา “เจ้าก็คือเสิ่นจือลี่น้องสาวฝาแฝดของใต้เท้าเสิ่นสินะ”

            คุณหนูที่งดงามเรียบร้อยคนนั้นก็คือเสิ่นจือลี่

            คุณหนูทุกคนพลันมองไปทางนาง ที่แท้นางก็คือคุณหนูของราชครูสกุลเสิ่น ก่อนหน้านี้พวกนางยังคิดว่าเป็นคุณหนูจากขุนนางระดับสี่ตระกูลใดกัน

            ดูจากรูปลักษณ์แล้ว แม้ใบหน้าไม่ได้งดงามมาก แต่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา ดวงตาสุกใส ริมฝีปากแดงระเรื่อ ทั้งร่างเต็มไปด้วยความสง่างาม

            “หม่อมฉันเสิ่นจือลี่ ถวายบังคมองค์หญิงเพคะ” นางย่อตัวทำความเคารพ น้ำเสียงราวแสงทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิที่ละลายหิมะกองโตจนไหลเป็นธารใสแจ๋วลงมาจากภูเขา

            “เจ้าเพิ่งเข้าวังครั้งแรกสินะ ข้าจะพาเจ้าไปเดินดูรอบๆ” มู่หรงสือควงแขนของนางแล้วพานางออกจากศาลาไปอย่างเป็นมิตร

            เสิ่นจือลี่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่ผู้อื่นทำตัวเป็นมิตรด้วยเช่นนี้ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า

            แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นถึงหลานสาวของอวี้หวางก็ได้แต่ปล่อยให้นางลากไป

            เหล่าคุณหนูเห็นพวกนางเดินออกไปไกลแล้ว ก็สบตากันอย่างสงสัย เหตุใดองค์หญิงตวนโหรวถึงได้ดีกับเสิ่นจือลี่ที่เพิ่งจะกลับเมืองหลวงถึงเพียงนี้?

            มู่หรงสือคิดเผื่อตนเองอยู่จริงๆ เพราะเสิ่นจือลี่เป็นฝาแฝดกับเสิ่นจือเหยียน ส่วนเสิ่นจือเหยียนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับองค์รัชทายาท ขอแค่นางดีกับเสิ่นจือลี่ ต่อไปนางก็จะมีโอกาสได้เข้าใกล้เตี้ยนเซี่ยมากขึ้น

            “พี่เสิ่น ได้ยินมาว่าสองปีนี้ท่านไปพักรักษาตัวที่บ้านเกิดมาหรือ ตอนนี้หายดีหรือยัง?” มู่หรงสือถามเสียงน่ารัก

            “ขอบคุณที่องค์หญิงเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันรักษาตัวมาสองปี ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว” เสิ่นจือลี่ยิ้มบาง ในใจกลับมีความสงสัยเล็กน้อย ตนกับองค์หญิงไม่ได้รู้จักกัน เหตุใดนางถึงทำตัวเป็นมิตรกับตนขนาดนี้?

            “เช่นนั้นก็ดียิ่ง ต่อไปข้าจะไปเล่นกับท่านที่จวนราชครูได้หรือไม่?” มู่หรงสือยิ้มดีใจ

            “แน่นอนว่าย่อมได้เพคะ ยินดีต้อนรับองค์หญิงทุกเมื่อ”

            “หากท่านมีเวลาว่าง ก็มาหาข้าที่จวนอวี้หวางได้”

            “ได้สิเพคะ” เสิ่นจือลี่ลอบยินดี แต่ใบหน้าไม่ได้เปิดเผยสีหน้าใด

            “ช่วงนี้องค์หญิงจาวฮวาไม่ร่าเริงนัก พวกเราไปหาองค์หญิงจาวฮวากันเถิด”

            “ได้เพคะ องค์หญิงจาวฮวาจะมาร่วมงานวันเกิดของเซียวกุ้ยเฟยหรือไม่เพคะ?”

            “อาจจะไม่ ข้าได้ยินมาว่า จิตใจขององค์หญิงจาวฮวายังไม่ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ”

            “เช่นนั้นอาสามของท่าน...อวี้หวางจะมาหรือไม่?” เสิ่นจือลี่เอ่ยปากถามด้วยความสงสัย แก้มเนียนนุ่มร้อนผ่าวขึ้นมาน้อยๆ

            “อาสามยุ่งมาก ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือไม่” มู่หรงสือไม่ได้ฉุกคิดว่าเหตุใดคำถามนี้ถูกถามขึ้นอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ

            “อวี้หวางมาสะสางงานในวังทุกวันหรือไม่?” เสิ่นจือลี่ถามอีก

            “แน่นอน ท่านอาสามปกติแล้วก็จะอยู่ในวังตอนกลางวัน” มู่หรงสือยิ้มตอบ

            ตอนที่เสิ่นจือลี่ถามประโยคนี้ นางกำนัลคนหนึ่งเดินผ่านพวกนางไปจงใจชะลอฝีเท้าให้ช้าลงเป็นอย่างมาก

            ในที่สุดนางกำนัลหญิงคนนั้นก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองพวกนาง ดวงตาเย็นวาบขึ้นเล็กน้อย 

            จากนั้นนางก็สาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว

            มู่หรงสือกับเสิ่นจือลี่มุ่งหน้าไปที่ตำหนักจิ่งหง ตลอดทางจากตะวันออกไปยังตะวันตก เสิ่นจือลี่ได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์มาบ้าง

            เมื่อมาถึงตำหนักจิ่งหง นางกำนัลก็เข้าไปรายงาน ก่อนจะกลับมาแจ้งว่าองค์หญิงกำลังพักผ่อนไม่ต้องการพบผู้ใด

            พวกนางจึงทำได้เพียงกลับไปยังทางเดิม ระหว่างทางต่างเดินกันอย่างเอ้อระเหยไร้วาจาใด

            จู่ๆ มู่หรงสือก็ยิ้มกว้าง พูดออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “พี่เสิ่น ตอนนี้เวลายังไม่เย็นนัก พวกเราไปหาองค์รัชทายาทที่ตำหนักบูรพากันดีหรือไม่ ใต้เท้าเสิ่นพี่ชายของท่านเป็นสหายร่วมเรียนหนังสือกับองค์รัชทายาท ท่านที่เป็นน้องสาวกลับเมืองหลวงมาแล้วย่อมจะต้องไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทใช่หรือไม่?”

            เสิ่นจือลี่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะพูดอย่างสงสัยเล็กน้อย “องค์รัชทายาทไม่ได้เรียกให้เข้าเฝ้า พวกเราโผล่ไปเช่นนี้ไม่ค่อยดีกระมัง”

            “ไม่หรอก องค์รัชทายาทไม่มีทางตำหนิพวกเรา ไปเถิดๆ ท่านก็ถือว่าไปเป็นเพื่อนข้าก็พอ”

            “ได้สิ”

            เสิ่นจือลี่ฝืนรับปากเพื่อที่ต่อไปจะได้ใกล้ชิดกับอวี้หวางมากขึ้น นางจะต้องสนิทสนมกับองค์หญิงตวนโหรวเอาไว้

            เพียงแต่ในตอนที่พวกนางเดินผ่านตำหนักชิงหลวน ก็มีนางกำนัลคนหนึ่งสาวเท้าไวๆ ออกมา “ทั้งสองท่านคือองค์หญิงตวนโหรวและคุณหนูเสิ่นใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            มู่หรงสือถามด้วยความแปลกใจ “ข้าเอง มีอะไรหรือ?”

            “กุ้ยเฟยเรียกคุณหนูเสิ่นเข้าเฝ้า เชิญคุณหนูเสิ่นตามหนูฉายมาเถิดเจ้าค่ะ” นางกำนัลกล่าว

            “ได้” เสิ่นจือลี่เอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด “องค์หญิง หม่อมฉันไม่อาจไปกับท่านได้แล้วเพคะ”

            มู่หรงสือเม้มปาก ขมวดคิ้วอย่างทำอะไรไม่ได้ 

            เสิ่นจือลี่ตามนางกำนัลเข้าไปในตำหนักใหญ่ นางสาวเท้าเบาๆ ก้มหน้าลงมองรองเท้าสีโอรสของตนที่ปักลายดอกไม้ประดับไข่มุก รวมถึงปลายชุดสีแดงปักลายเมฆ เมื่อถึงแล้วนางจึงยิ้มพูดเสียงอ่อนหวาน “หม่อมฉันเสิ่นจือลี่เข้าเฝ้ากุ้ยเฟย”

            กุ้ยเฟยนั่งเอนตัวอยู่ท่าทางเรื่อยเฉื่อย พูดด้วยเสียงเนิบช้า “เงยหน้าขึ้น”

            เสิ่นจือลี่คาดเดาเจตนาของเซียวกุ้ยเฟยไม่ออก จึงเงยหน้าตามคำสั่งของนาง

            ครั้นสบตากับสตรีผู้สูงส่งในวังหลัง นางก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว แม้ในใจจะรู้สึกไม่สงบเล็กน้อย 

            เซียวกุ้ยเฟยมองนางอย่างไม่ยี่หระ ขนตาเป็นแพหนายาวขยับไหว “เป็นอย่างที่คิด เป็นคนงามผู้หนึ่งจริงๆ”

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808