เมื่อออกมาจากตระกูลลู่ รถม้ามุ่งวิ่งกลับวังในทันที ทั้งสี่คนบนรถม้ายังคงพูดคุยอย่างสนุกสนานผิดกับลั่วอู่หลินที่สงบเงียบและเตรียมการระมัดระวังเอาไว้อย่างถึงที่สุดเพราะอีกไม่ไกลก็จะถึงบริเวณที่ไฉ่เยว่เอ๋อบอกว่าพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแล้ว
"จะว่าไปไม่คิดมาก่อนเลยนะเ้าคะ ว่าองค์ชายเจ็ดจะเก่งการต่อสู้ขนาดนี้"ลู่หงยี่กล่าวอย่างสดใส ลั่วอู่หลินที่ได้ยินว่าที่พี่สะใภ้กำลังชมตนก็หัวเราะออกมาเบาๆ
"ฮ่าๆๆ ก็แค่ฝึกให้รอดตายจากพี่ใหญ่ไปวันๆน่ะ"
"หืม เมื่อก่อนท่านเป็คนชอบรังแกคนด้วยหรือเ้าคะ"ลู่หงยี่หันไปหาลั่วหยุนหยางแล้วกล่าวถามในทันที ทำให้ตัวของชยหนุ่มต้องถลึงตาใส่น้องชายราวกับจะคาดโทษ
"ข้าแค่ฝึกฝนให้เขาเฉยๆมิได้รังแกเขาเสียหน่อย อู่หลินเองต่างหากที่ฝึนฝนหนักกว่าคนอื่นน่ะ"เขารีบกล่าวแก้ตัวในทันที แน่นอนว่าท่าทีร้อนรนของลั่วหยุนหยางทำให้หญิงสาวทั้งสามอดยิ้มออกมาไม่ได้
"องค์ชาย ขอโทษที่สร้างปัญหาให้นะเ้าคะ"ลู่ฟางหนิงกล่าวจากใจจริง ลั่วอู่หลินก็หันไปยิ้มให้นางเหมือนปกติ แต่ทว่าในตอนนั้นเองเสียงร้องเตือนของไฉ่เยว่เอ่อพลันดังขึ้น
"น้องชายรีบช่วยนาง ลูกศรเคลือบปราณความมืดกำลังตรงมาที่นาง"ลั่วอู่หลินพลันกระโจนเข้าใส่ลู่ฟางหนิงทันที ลูกศรสีดำทะลุรถม้าพุ่งเฉียดศรีษะของเขาและทะลุผ่านออกไป โชคยังดีที่มันไม่โดนใครแม้แต่คนเดียว
"ฟิ้ว!"
"อะไร!!"ลู่หยุนหยางอุทานและรีบดึงตัวลู่หงยี่หมอบลงในทันที เช่นเดียวกับลั่วอู่หลินที่ตอนนี้เขาก็ดึงตัวลู่ฟางเยว่หลบลงไปเช่นเดียวกัน องครักษ์ด้านนอกพากันมาคุ้มครองรถม้าเอาไว้ในทันที
'พี่สาวจับความเคลื่อนไหวและตำแหน่งของศัตรูได้หรือไม่'ลั่วอู่หลินกล่าวถามในใจ เนื่องจากเขาไม่สามารถจับััของอีกฝ่ายได้เลย
"ได้ แต่ตอนนี้เ้าต้องเตรียมการป้องกันก่อน ห่าฝนลูกธนูแห่งความมืดกำลังจะมา"ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็สีหน้าจริงจังขึ้นมาในทันที นับจากนั้นเพียงสามลมหายใจ ลูกศรปราณแห่งความมืดนับร้อยก็พุ่งเข้ามาจริงๆ
"คุ้มกันองค์ชาย!!"เหล่าองครักษ์พากันทำหน้าที่ของตนเองทะยานร่างปัดป้องลูกธนูพวกนั้นอย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยจำนวนห่าฝนลูกธนูสีดำนั้นมีมากจนเกินไป จนมิอาจที่จะปัดป้องได้หมดและมีส่วนหนึ่งที่หลุดรอดไปได้
"องค์ชาย!!"เหล่าองครักษ์อุทานและวิ่งเข้าไป แต่ทว่าในขณะที่ลูกธนูจำนวนมากกำลังพุ่งใส่รถม้าอยู่นั้น กำแพงน้ำแข็งที่ไม่รู้ว่าปรากฏมาจากไหนก็ป้องกันห่าฝนธนูนั้นไว้จนหมดสิ้น
"นั่นมันคืออะไรกัน!"เหล่าองครักษ์หรือแม้แต่ศัตรูพากันมองดวงตาเบิกกว้าง ด้านในรถม้านั้นเนื่องจากทุกคนก้มลงหมอบต่ำจึงไม่มีใครเห็นการกระทำของลั่วอู่หลินเมื่อครู่
จะมีก็เพียงลู่ฟางหนิงที่โดนชายหนุ่มนอนทับอยู่เท่านั้นที่ััปราณไอเย็นจากตัวลั่วอู่หลินได้แว็บหนึ่งก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้นางได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจเท่านั้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกคนก่อนเป็อันดับแรก
'ศัตรูมีสามสิบคนระดับจอมพลสิบหน้าระดับแม่ทัพสิบห้า แต่ดูแล้วพวกมันไม่ใช่มนุษย์ไม่เช่นนั้นองครักษ์ของเ้าคงจะััถึงมันได้นานแล้ว'
'หากมันไม่ใช่มนุษย์แล้วมันเป็ตัวอะไรละพี่สาว??'
'จากความสามารถในการกลมกลืนกับธรรมชาติและปราณความมืดที่มันใช้น่าจะเป็เผ่าอสูรกิ่งก่าทมิฬ และตอนนี้เราก็โดนพวกมันล้อมเอาไว้หมดแล้ว'
สถานการณ์นับว่าตึงเครียดอย่างแท้จริง เพียงแค่องครักษ์ระดับจอมพลสิบคนไม่อาจที่จะรับมืออีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน นั่นเพราะกำลังคนที่มีมากกว่า
"ออกจากรถม้ากันก่อน อยู่ในนี้พวกเราทำอะไรกันได้ไม่สะดวกนัก"ลั่วหยุนหยางเสนอความคิดก่อนที่จะพาทุกคนออกไป เมื่อพวกเขาออกมาจากรถม้าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือกำแพงน้ำแข็งที่ป้องกันห่าฝนลูกธนูเอาไว้
"ลมปราณน้ำแข็งที่หนาแน่นเช่นนี้เป็ผู้ใดกันที่มาช่วยพวกเรา!!"ลั่วหยุนหยางกล่าวด้วยความใและประหลาดใจ เขาจำได้ว่าองครักษ์ทุกคนไม่มีใครฝึกฝนลมปราณน้ำแข็งและยิ่งเป็พลังที่หนาแน่นเช่นนี้ อย่างน้อยต้องระดับจอมพลขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถสำแดงพลังขนาดนี้ออกมาได้
"ฟุ๊บๆๆ!!"
เหล่าชายชุดดำไม่ดักซุ่มอีกต่อไปพวกมันพากันกระชับวงล้อมเข้าาเรื่อยๆทำให้เหล่าองครักษ์พากันตรึงเครียดในทันที เห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายก็แข็งแกร่งไม่ต่างจากพวกเขาและที่สำคัญยังมีจำนวนมากกว่าถึงสองเท่า
"พวกเ้าเป็ใคร!!"หัวหน้าองครักษ์ะโถาม แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากพวกมันแต่อย่างใด ในมือของพวกมันปรากฏมีดที่ปกคลุมไปด้วยปราณแห่งความมืด ไอสังหารฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ
"ตาย!"เมื่อเสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้น เหล่าชายชุดดำพากันจู่โจมในทันที เหล่าองครักษ์สามารถรับมือได้แค่ระดับจอมพลสิบห้าคนเท่านั้นส่วนระดับแม่ทัพอีกสิบห้าคนพุ่งทะยานมาหาพวกลั่วอู่หลินซึ่งตอนนี้อยู่ในกำแพงน้ำแข็งหมายที่จะเจาะเข้ากำแพงป้องกันนั้นให้ได้
"เป็แบบนี้พวกเราเองก็ต้องสู้เท่านั้น"ลั่วหยุนหยางดึงดาบใหญ่สีแดงออกมาจากแหวนมิติ ในขณะเดียวกันเหล่าหญิงงามที่ยืนอยู่ข้างๆก็ดึงอาวุธของตนเองออกมา ลู่หงยี่ดึงกระบี่คู่ ผิดลู่ฟางเย่วที่มีกระบี่เพียงหนึ่งเดียว ส่วนอาวุธของลู่ฟางหนิงเป็พัดที่มีลวดลายดอกไม้วิจิตรงดงาม
"ฟางเยว่ ป้องกันองค์ชายเอาไว้"
"เพล้ง!!"สิ้นเสียงของลู่ฟางหนิง กำแพงน้ำแข็งพลันถูกเจาะจนแตกละเอียด ลั่วหยุนหยาง ลู่หงยี่ ลู่ฟางหนิง พลันะเิพลังระดับเเม่ทัพขั้นต้นออกมาและประจันหน้ากับพวกมันในทันที ส่วนลู่ฟางเยว่นั้นนางรับหน้าที่คุ้มกันลั่วอู่หลินอย่างทางด้านหลัง
หากถามว่าทำไมตบะพวกเขาถึงเลื่อนขั้นรวดเร็วนัก นั่นเป็เพราะของขวัญที่ได้จากขุมกำลังต่างๆบวกกับทรัพยากรณ์ที่พวกเขาได้ในงานเลี้ยงนั้นมากเพียงพอที่จะยกระดับครั้งใหญ่จนพวกเขามาถึงระดับปัจจุบัน
"ฮ่าๆๆพวกราชวงศ์ที่หน้ารังเกียจสมควรตาย!!"ชายชุดดำหลายต่อหลายคนเข้าประชิดกายของทั้งสามในทันที แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายนัก มีดสั้นของพวกมันยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวพวกลั่วหยุนหยางเลยด้วยซ้ำจู่ๆพวกมันก็หยุดชะงักค้างและโดนจัดการอย่างง่ายดายจนแม้แต่ลั่วหยุนหยางเองก็ยังงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมจู่ๆระดับแม่ทัพสิบห้าคนถึงหยุดชะงักให้พวกเขาฆ่าง่ายๆเช่นนี้ แต่ในเมื่อมันเป็เื่ดีพวกเขาก็ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
ด้านหลังสุดลั่วอู่หลินในตอนนี้เผยดวงตาสีม่วงทอประกายออกมา ใช่! สาเหตุที่พวกนักฆ่าเ่าั้ชะงักค้างไปดื้อๆเพราะพวกมันหันสายตาไปสนใจแสงสีม่วงจากดวงตาของลั่วอู่หลินจนทำให้ตกอยู่ในภวังค์แห่งภาพลวงตานั่นเอง
"แย่แล้ว! พวกมันหลุดไปได้"องครักษ์คนหนึ่งอุทานด้วยความใ ชายชุดดำระดับจอมพลหลุดจากพวกเขาไปได้ถึงสามคนด้วยกันและเป้าหมายคือลั่วอู่หลิน
"อย่าคิดว่าจะไปได้ง่ายๆ"ลู่ฟางหนิงกล่าว การระบำพัดของเทพธิดาบุปผาได้เริ่มขึ้น ท่วงท่าของนางทั้งงดงามและน่าหลงไหล กลีบดอกไม้ที่งดงามโปรยปรายประดุจเทพบุปผาประทานพร ก่อนที่หมู่มวลบุปผาค่อยๆรวมตัวกันและซัดโหมกระหน่ำประดุจพายุพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำสามคนอย่างรวดเร็ว
"วายุกลีบบุปผา"
"ของเด็กเล่น!"พวกมันกล่าวเย้ยหยัน ชุดสีดำถูกกลีบดอกไม้ที่คมกริบตัดขาดจนเห็นร่างที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำและหัวที่เป็กิ้งก่า พวกมันฝ่าพายุกลีบบุปผาเข้ามาได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเล่น
"ไม่ได้ผลเลย ระดับจอมพลเกินกว่าจะรับมือได้ในตอนนี้จริงๆ"ลู่ฟางหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเคร่งขรึม อย่าว่าแต่การโจมตีของนางแม้แต่การโจมตีที่ดุดันประดุจพายุที่บ้าคลั่งของลั่วหยุนหยางยังมิอาจเจาะเกาะของพวกอสูรเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
พวกเขาจึงจำใจรีบล่าถอยไปรวมตัวกันที่ใกล้ลั่วอู่หลินในทันที ในค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้บวกกับสายฝนที่อยู่ดีๆก็ตกลงมาทำให้ััการรับรู้เบาบางลงไปอีก
"หากเป็แบบนี้แย่แน่จะเอาอย่างไรกันดี"ลู่หงยี่เอ๋ยปากคนแรกเพื่อถามความเห็น
"คงได้แต่ถ่วงเวลาเพื่อรอให้องครักษ์มาช่วย"ลู่ฟางเยว่กล่าวด้วยท่าทีตึงเครียด เนื่องจากพวกเขายังมีตบะเพียงระดับแม่ทัพขั้นที่หนึ่งกันหมดทุกคน การจะต้านระดับจอมพลสามคนนั้นไม่ง่ายนัก
ในขณะเดียวกันลั่วอู่หลินได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในตอนแรกเขาคิดบังคับปราณตัวเองอย่างลับๆเพื่อสร้างหอกสิบห้าเล่มบนท้องฟ้า แต่ทว่าดูเหมือนโชคจะเข้าข้างฝนดันตกลงมาในเวลานี้เขาจึงชักนำและควบแน่นสายฝนจนกลายเป็หอกน้ำแข็งแทนซึ่งกระบวณการนี้ไม่ได้กินพลังของเขามากนัก หากสังเกตุดีๆจะพบว่าบริเวณพื้นรอบตัวเขาตอนนี้เย็นขึ้นเรื่อยๆแต่ทว่าในเวลาคับขันเช่นนี้ใครมันจะไปสังเกตุกัน
"รับความตายซะ!!"เหล่าอสูรกิ้งก่าทมิฬพุ่งเข้าใส่พวกเขาทันที พวกลู่หยุนหยางเองก็ตั้งท่าพร้อมรับมือด้วยเช่นกัน
"สวบ!!!"
"อะไรกัน อัก!!"
แต่ทว่าทันใดนั้นหอกน้ำแข็งสามเล่มพลันล่วงหล่นลงมาเสียบทะลุร่างของอสูรกิ้งก่าทมิฬอย่างง่ายดายโดยที่เกล็ดของพวกมันไม่อาจที่จะป้องกันได้ ทั้งลำตัวก็ค่อยๆถูกแช่แข็งช้าๆ
ในเวลาเดียวกันนั้นหอกน้ำแข็งอีกสิบสองเล่มก็พลันพุ่งไปยังอสูรกิ้งก่าที่เหลือซึ้งแม้พวกมันจะปัดป้องได้แต่ทว่าก้ได้แผลจากคมหอกนั้นจนต้องถอยหล่นออกไปเนื่องจากทั้งเืและของเหลวในร่างกายคล้ายจะค่อยๆแข็งตัวจากพิษหยินจนทำให้มันเ็ปทรมานเป็อย่างมาก
ดวงตาของพวกมันพากันมองไปทั้วทั้งบริเวณเพื่อที่จะหาว่าใครกันที่เป็คนมาช่วยเหลือเหล่าองค์ชาย จนกระทั้งสายตาของพวกมันหันไปพบเข้ากับลั่วอู่หลินที่ยกยิ้มให้พวกมัน ดวงตาสีม่วงนั้นฉุดพวกมันลงสู่ห้วงแห่งภาพลวงตาที่เหมือนกับพวกมันทั้งหมดถูกพันธนาการเอาไว้และทำให้ร่างจริงพลันแข็งค้างเช่นเดียวกันเหล่าองครักษ์จึงใช้โอกาสนี้ในการสังหารพวกมันอย่างง่ายดาย