ความจริงถูกเปิดเผย
ภายในห้องที่มืดสนิด มีเพียงแสงไฟสีแดงริมหรีดวงเล็กๆที่คอยให้แสงสว่างทำให้นนท์สามารถเดินไปไหนมาไหนภายในห้องได้โดยไม่ต้องชนกับของต่างๆที่วางอยู่อย่างเป็ระเบียบ แสงไปสีแดงนี้เป็แสงอ่อนๆที่ใช้เปิดเพื่อให้แสงสว่างถายในห้องล้างภาพโดยที่ไม่ทำให้สีของภาพถ่ายที่ล้างออกมาผิดเพี้ยนไปจากสีที่้า
นนท์เดินเข้ามาภายในห้องสิ่งแรกที่คิดได้หลังจากอาการหัวเสียเนื่องจากการใช้เวลาเกือย 3 ชั่วโมงในการหาข้อมูลของ รีสอร์ทเวียร์นารินทร์และเหตุการณ์ที่เกียวข้องต่างๆ แต่ทว่าก็ไม่สามารถหาข้อมูลได้มากมายนักมีข้อมูลที่พอจะเชื่อถือได้แค่ รีสอร์ทนี้สร้างขึ้นเื่อนานมาแล้วแค่นั้นในปัจจุบันไม่มีโพสหรือข้อความอะไรเกี่ยวกับรีสอร์ทนี้อีกเลย ขณะที่นนท์กำลังหัวเสียอยู่นั้นก็ได้เดินมาถึงข้างในห้องล้างภาพแล้ว
เบื้องหน้าของนนท์เป็อ่างน้ำยาที่ใช้สำหรับล้างภาพเพื่อให้สีออกมาสมจริงที่สุด ณ ตอนนี้ได้มีภาพที่ถูกถ่ายตอนงาน pre-widding ของนายและเวียร์อยู่ในอ่างนั้นแล้วแต่ทว่าก็ยังไม่สามารถดูภาพที่ถ่ายได้จำเป็ต้องนำถาพที่ล้างแล้วมาตากอากาสทำให้แห้งก่อน และแน่นอนทาางเดียวที่ทำได้ก็ต้องรอ แต่ระยะเวลาในการรอครั้งนี้ใช้เวลาเพีลงไม่นานแค่ 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นหลังจากนนท์นำภาพทั้งหมดมาคีบแขวนตากลมไว้ก็เดินออกจากห้องล้างภาพ เพื่อออกมาค้นหาข้อมูล รีสอร์ทเวียร์นารินทร์ต่อ
เนื่องจากความอ่อนล้าในการทำโน้นนี้นั้นมากมายทำให้นนท์เผลอหลังไปดื้อๆขณะที่ยังคงค้นหาข้อมูลรีสอร์ทเวียร์นารินทร์อยู่ โดยไม่รู้เลยว่าถ้าตัวเองตื่นขึ้นมาจะเจอกับข้อมูลที่ตัวเอง้าปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว…………
เคยมีคนบอกว่า เมื่อคนเรามีภาระหรือในใจคิดอะไรวกวนอยู่ก่อนนอนหลับเื่เ่าั้จะหวนกลับมาในความฝันอีกครั้งทำให้นอนหลับไม่สบายคอนเป็กังวนต่างๆ เช่นคนที่มีงานติดหลังอยู่ทำงานไม่เสร็จ ก็จะเห็นภาพเ้านานบ่นดุด่าตัวเองว่านั้ว่านี้อยู่ นี้เป็สิ่งที่มนุษย์ทุกคนจินตณาการขึ้นเองเนื่องจากจิตใจหมกมุ่นกับสิ่งๆนั้นมากเกินไป และแน่นอนในตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งที่ตอนนี้ได้เผลอหลังอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในขณะที่กำลังหาข้อมูลอยู่
“นาย..ไม่...ไม่นะ...นาย...อย่า….อย่าไม่ไม่ไม่ไม่…..”
อยู่ๆนนท์ที่เผลอนอนหลับไปนั้นเองก็ใตื่นขึ้นมาโดยสีหน้าตื่นใ บนใบหน้านิ้วมือ แม้แต่ทั่วร่างกายเหมือนอุณหถูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ทั่วร่างโดยเฉพาะที่ใบหน้ามีเหงื่อเม็ดโตเกาะอยู่ทั่วใบหน้า สีหน้าที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความใดดยไม่รู้ตัว นนท์ ณ ตอนนี้นี้ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง
“อะไร เมื่อกี้ความฝันนั้นมันคืออะไร”
เพียงชั่วขณะที่นนท์เผลอหลับไปและฝันประหลาดนี้กินเวลาไปเพียงไม่กี่นาที่เท่านั้นแต่ทว่าภาพเหตุการณืที่นนท์เจอมานั้นมันกินเวลาไปเป็วัน ภาพต่างๆ ข้อมูลต่างๆที่มาจากไหนก็ไม่ทราบกลับผุดขึ้นมาในหัวดดยไม่ขาดสายเหมือนกับคลื่นสึนาสิที่พัดเอาขอมูลขนาดใหญ่เข้าในหัวของนนท์ทำให้สมองและร่างกายทนรับมันแทบไม่ไหวจนสภาพร่างกายมีเหงื่อผุดออกมาลมหายใจหอบอย่างหนัก ในความฝันเมื่อกี้ปรากฏภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง เป็ใครก็ไม่รู้เป็คนที่นนท์ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทว่าสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นแสดงให้นนท์เห็นนั้นคือสิ่งที่ไม่อาจกทำให้นนท์ลืมเลือนความทรงจำนนี้ไปอย่างแ่นอน “สึนามิ” นนท์พูดขึ้นเบาๆแต่ทว่าน้ำเสียงที่พูดออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเทา
นนท์พยายามควบคุมสติของตัวเองอย่างหนักเนื่องจากภาพในความฝันนั้นมันชัดเจนมาก ภาพของสึนามิได้พัดเข้ากระแทกกับรีสอร์ทเวียร์นารินทร์ จนรีสอร์ทจมไปในคลื่นสึนามินั้นสำหรับผู้คนที่พักอยู่ภายในโรงแรมแน่นอนว่าต้องตายกันหมด สภาพของแต่ละคนที่ถูกคลื่นสึกนามิพัดพาร่างนั้นลอยผ่านเบื่องหน้าของนนท์ไปคนแล้วคนเล่า บางคนก็ถูกผัดจนร่างไปกระทบกับเสาหิน ต้นไม่หรือสิ่งต่างๆที่แข็งทำให้ตัวแตกบ้าง แขนหักขาหักบ้าง สถาพแต่ละคนดูแล้วน่าอนาต ยิ่งสภาพของคนที่ถูดไม้เสียบทะลุร่างแล้วยิ่งทนดูแทบไม่ไหวด้วยซ้ำ
นนท์เมื่อรวบรวมสติของตัวเองกลับมาได้กูไม่รอช้ารีบเปิดคิมพิวเตอร์ขึ้นมาอีกครั้งและครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่จะหาข้อมูล เบื่องหน้าของนนท์บริเวณจอคอมพิวเตอร์ เนื่อหาที่นนท์เคยค้นหาไว้เมื่อก่อนที่ตัวเองจะเผลอหลับ
“สึนามิพัดถล่มประเทศไทยกินพื้นที่ต่างๆดังนี้”
นนท์ที่มองดูอยู่ก็ถึงกับแปลกใจว่าตัวเองไปพิมค้นหาข้อมูลจนมาถึงขนาดนี้ได้ยังไง อีกทั้งยังจะไม่ได้เลยว่ากดพิมพ์ประโยคนี้เพื่อคนหา ทว่านนท์ก็ไม่ได้สนใจกับเื่นั้นอีกต่อไปเพราะว่าข้อความเบื่องหน้ารวมถึง VDO รายการข่าวที่เคยถ่ายทอดสดครั้งนั้นได้มาปรากกอยู่ตรงหน้าแล้ว
ในเนื้อหา VDO รายงานข่าวนั้นแสดงถึงพื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิในครั้งนั้น และสถานที่หนึ่งที่ภาพของการรายงานได้แสดงขนาดความกว้างของสึนามิที่พัดกลืนสถานที่ต่างๆ หนึ่งในนั้นรวามถึงรีสอร์ทเสียร์นารินทร์ โดยรายละเอียดของ VDO แสดงถึงจังหวัดที่ถูกสึนามิถล่ม สถานที่สำคัญต่างๆ รีสอร์เวียร์นารินท์ก็เป็หนึ่งในนั้น…..
นนท์…………………………………...
นิ่งค้างไปครู่หนึ่งเนื่องจากข้อมูลที่ได้มานี้ส่งผลกระทบกับตัวเองเป็อย่างมากจนไม่สามารถควบคุมสติไหว และไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรอีกต่อไป ทว่าขณะที่ร่ายกายและสมองนั้นไม่อาจตอบสนอง สายตาของนนท์ก็มองไปยังของสิ่งหนึ่ง มันคือแหวนแต่งงานที่นนท์เคยสั่งให้ร้านแหวนจัดทำขึ้นมา 2 วง วงหนึ่งเล็กอีกวงใหญ่กว่าเล็กน้อย เมื่อมองดูดีๆแน่นอนว่าแหวนนนี้เป็แหวนเงินสวยงามส่งแสงสะท้อนเมื่อมีอสงไฟตกกระทบ ใครจะรู้แหวนสองวงนี้ที่อยู่ต่อหน้านนท์คือแหวนของใครนอกจากตัวของนนท์เองเท่านั้น
แหวนเงินสองวงที่ครั้งก่อนนนท์เคยสั่งร้านแหวนทำขึ้นโดยเฉพาะให้กับตัวเองและผู้หญิงอีกคนที่นนท์รักที่สุดหรือพูดง่ายๆก็คือแฟนของเขานั้นเองแต่ทว่า นนท์ก็ไม่เคยได้มีโอกาสของผู้หญิงคนนั้นแต่งงานหรือแม้กระทั่งบอกความในใจที่มีต่อเธอเลยสักครั้งถึงแม่ว่าจะมีโอกาสมากมายหลายครั้งก็ตามที
“นาย….”
เพียงคำเดียวที่นนท์พูดอกมาก็แสดงให้เห็นทุกอย่าง ในคำพูดนั้นของนนท์ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเศร้า เป็ห่วงและแม้แต่กระทั่งใ
นนท์ตอนนี้เมื่อมองดูแหวนคู่นั้นก็นึกขึ้นได้ทันที่ว่ามีเื่ที่ตัวเองต้องทำและแน่นอนเป็เรืองที่รีบด่วนไม่อาจรอได้แม้แต่วินาทีเดียว ดังนั้นเพื่อความแน่ใจนนท์จึงไม่อาจรอช้ารีบเดินเข้าไปในห้องล้างภาพเพื่อดูภาพที่ล้างทิ้งไวเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
ภาพใบที่หนึ่ง ใบที่สอง ใบที่สาม ใบที่สี่ และใบที่ห้า ภาพทั้งหมดที่นนท์ได้ล้างออกมามีมากถึงสองร้อยกว่าภาพทว่า นนท์ก็ไม่ได้สนใจมากนักแค่หยิมออกมาสุ่มๆ เพียงห้าภาพเท่านั้นและเดินออกจากห้องล้างภาพเพื่อออกมาดูภาพข้างนอกเพราะถ้าดูภายในห้องนั้นแสงสีแดงจากหลอดไฟดวงเล็กจะทำให้สีของภาพที่ออกมาดูแปลกๆไปจากที่ควรจะเป็ นนท์นำภาพออกมาดูภาพในห่องอีกห้องหลังจากออกจากห้องล้างภาพเพียงไม่กี้ก้าวเท่านั้น
“แย่ละนาย..ต้องรีบแล้ว”
นนท์เมื่อเห็นถาพที่ตัวเองนำออกมาจากห้องล้างภาพก็ใตาโตพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยความตื่นใจนถึงขีดสุดแต่ก็ไม่ได้ทำให้นนท์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมแต่อย่างใด กลับกันยิ่งทำให้นนท์รีบเร่งมากขึ้นกว่าเดิม นนท์นำภาพทั้งห้าใบติดมือไปด้วยและรีบเดินทางไปหานายในงานแต่งงานทันที แม้ตอนนั้นจะเป็ตอนกลางคืนแล้วก็ตามอย่างน้องถ้าเดินทางตอนนี้ไม่รอพรุ่งนี้ละก็ต้องไปถึง พรุ่งนี้เช้าก่อนงานแต่งแน่นอน
………………………………………………………………………………………………………………………………....
ณ รีสอร์ทเวียร์ารินทร์เวลา 9.30 น.
สองสาวหน้าตาสดใสแต่งตัวและใบหน้าสวยสดงดงาม ตอนนี้กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานรายร้อมไปด้วยผู้คนมากมายและบรรยากาศอันแสนโรแมนติก ท่ามกลางลานดอกไม้สีขาวชมพู กลิ่นของดอกไม้ให้ความรู้สึกหอมหวานสุดจะบรรยายออกมาเป็คำพูด
“มิกกี๊มึงว่าไอ้นนท์มันจะมางานแต่งของนายป่าววะ”
เจนหญิงสาวแต่งชุดสีขาวล้วนผิวพรรณดูบริสุทธิผุดผ่องใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้องแต่ยังคงให้ความสดใสเมื่อมองเธอจะให้ความรู้สึกเหมือนกับ เ้าหญิงที่ไร้เดียงสาสดใส เอาแต่วิ่งเล่นไปวันๆ
“เฮ้อมึงคิดว่ามันจะมาอีกเหรอแค่ได้ยินว่านายแต่งงานมันก็ใจสลายไม่มีแรงยืนด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจเลยตัวเองรักมากขนาดนั้นแต่กลับไม่เคยบอกความในใจเลย..เฮ้อ..”
มิกกี๊พูดกับเจนอย่างเศร้าพร้อมทั้งถอนหายใจยาวออกมาถึงกิริยาของมิกี๊จะดูน่าเศร้าก็ตามแต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสวยของเธอลงแม้แต่น้องเดียว ทั้งการแต่งตัวที่สวยงาม ใบหน้าที่น่ารักสวยกว่าใคร ถึงขนาดที่ว่ามีบางคนยังคิดไปเลยว่ามิกกี๊คือเ้าสาวในงานแต่งครั้งนี้เสียด้วยซ้ำ
“กูว่าถ้านนท์มันบอกความในใจที่มีต่อนายไปกูว่าอันที่จริงนายก็ต้องตอบรับแน่ “
เจนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าสรอยเหมือนกับมิกกี๊ พร้อมหันไปหาเพื่อนท่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อรอฟังคำพูดจากเพื่อนสาวของเธอ
“กูก็ว่างั้นแหละ อันที่จริงกูก็รู้ว่านายมันก็พอมีใจให้ไอ้นนท์อยู่อย่างว่า นายมันไม่ใช่คนรุกถามอะไรแบบนั้น จะว่าไปก็น่าเสียดายแทนคู่นี้เหมือนกัน เห้อ”
มิกี๊ถอนหายใจอีกครั้งกับอารมณ์ที่ดูสับสนกับเพื่อนของตัวเองทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็นายหรือนนท์พลางคิดในใจว่าถ้าจบงานแต่งนี้กูก็ไม่ได้เมาสินายังไงก็ต้องลากยายเจนกลับไปดูไอ้นนท์ว่ามันเป็ยังไงบ้างอีก …………..
“แคว๊คๆ โหลๆ เทสๆ โหลเทส”
เสียงไมค์จากลานพิธีดังขึ้นเพื่อสดสอบเสียงดังขึ้นแสดงถึงเวลาในการเริ่มพิธีแต่งงานใกล้เข้ามาแล้ว
“เรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ขณะนี้ใกล้เวลาเริ่มพิธีแล้วขอเรียนเชิญทุกท่านมารวมตัวกันยังลานพิธีเพื่อเป็สักขีพยานในงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวในครั้งนี้ด้วย อีกไม่กี้นาทีข้างหน้าพิธีแต่งงานจะได้เริ่มขึ้นแล้ว”
เสียงของพิธีกร ประกาศให้แขกผู้มีเกียรติทุกคนได้มารวมตัวกะันในลานจัดพิธีเพื่อเตรียมพร้อมรอต้อนรับคู่บ่าวสาวของงานแต่งครั้งนี้
………………………………………………………………………………………………………………………………....
นนท์ที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครมาั้แ่ตอนกลางคืนตอนนี้ก็เข้ามาในเขตจังหวัดสมุยแล้ว ในระหว่างการเดินทางมานั้นนนท์ได้คิดหาวิธีต่างๆมากมายเพื่อที่จะพาตัวนายออกมาจากงานพิธีแต่งงาน หรือแม้แต่เพื่อนสาวทั้งสองของตัวเองที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในงานพิธี ในระหว่างเดินทางนนท์ได้แชทกับมิกกี้และเจนไปพรางๆบ้างแต่ไม่ได้บอกถึงเื่ราวที่ตัวเองรู้เพราะไม่อยากให้สองสาวต้องใและทำอะไรไปก่อนที่ตัวเองจะไปถึง สำหรับทางมิกกี้และเจนก็ไม่ได้ถามอะไรว่าทำไมนนท์ต้องถามว่าพิธีไปถึงไหนหรือเป็ยังไงบ้างตอนนี้
เมือเข้าสู้ตัวเมืองเกาะสมุยนนท์ได้ขับรถผ่านวัดที่ครั้งก่อนนนท์ได้พานายมาทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทานรวม
ถึงรถน้ำมนต์ เพื่อให้นายรู้สึกดีขึ้นเมื่อครั้งก่อนตอนที่นายถูกผีอำ ในขณะนั้นเองก็มีประโยคประโยคหนึ่งดังขึ้นในความคิดของนนท์โดยไ่รู้ตัว “โยม อาตมาของเตือนทั้งคู่นะว่า บางสิ่งที่โยมกำลังทำอยู่นั้นมันอาจไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ ตอนนี้โยมกำลังยุ่งเกี่ยวกับบางสิ่ง บางสิ่งที่โยมไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย อาตมาขอให้โยมออกมาจากสิ่งนั้นเสีย อย่างถลังลึกไปกว่านี้ จนไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก”
นนท์ทบทวนประโยคนี้ไปขณะขับรถสุดท้ายก็เข้าใจว่าหลวงพ่อพูดนั้นหมายถึงอะไร จังหวะนั้นเองนนท์ก็เอามือเอื้อมไปด้านหน้าเปิดดูพระที่ได้เก็บไว้ที่ที่เก็บของหน้ารถและก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“หวังว่าจะไปทันก่อนงานพิธีจะเริ่มนะ ได้โปรดเถอะ” นนท์บ่นพึมพำกับตัวเองขณะขับรถไปยังรีสอร์ทที่อยู่ห่างไปอีกไม่ไกลข้างหน้า