พอเสร็จจากทานอาหารเช้า ณัฐวลัญช์ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะอัศม์เดชไม่ได้สั่งงานไว้กับฮันย่าเลย และเธอก็ยังไม่พบเจอตัวเขาด้วย แต่พอจะไปทำงานช่วยฮันย่า เธอก็ถูกไล่ให้ไปนอนพักผ่อนซะงั้น โดยฮันย่าบอกว่าเธอยังไม่หายดี จะต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ
‘อ้าว!! แล้วอย่างนี้เธอจะไปนอนที่ไหนดีล่ะ แล้วหากเธอกลับไปนอนพักผ่อนอยู่ที่ห้องนอนของเธอ เธอจะถูกกระทำเหมือนเมื่อคืนนี้อีกไหมนะ? หรือว่าเธอควรจะกลับไปนอนที่ห้องนอนของอัศม์เดชตามเดิมดีล่ะ?’
ณัฐวลัญช์เดินมาหยุดยืนคิดวนไปเวียนมาอยู่ที่หน้าบันไดทางชั้นไปยังชั้นบน เพราะไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี
ซึ่งในตอนนี้ยาที่ทานเข้าไปก็เริ่มออกฤทธิ์ และทำให้ร่างกายเริ่มง่วงซึมขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว
“เอาว่ะ!! ก็เขายังไม่ได้บอกให้เธอกลับไปนอนที่ห้องนี่นะ เธอก็ต้องกลับไปนอนที่ห้องนอนของคนใจร้ายป่าเถื่อนสินะ”
ณัฐวลัญช์พร่ำบ่นพึมพำ อย่างตัดสินใจกับตัวเอง
หญิงสาวจึงก้าวเดินขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนของอัศม์เดช ตามที่ได้ตัดสินใจอย่างนั้น เพราะหากว่าไปนอนพักผ่อนที่ห้องนอนของตัวเอง กลัวว่าเขาบุกมาถึงห้องและจะรังแกเธออีก
ณัฐวลัญช์เปิดประตูห้องนอนของอัศม์เดชเข้าไป ก็เห็นว่าเตียงนอนอันกว้างขวางหนานุ่ม ที่เธอใช้นอนก่อนหน้านี้ มีคนมาทำความสะอาด จัดเก็บให้เข้าที่เข้า และเป็ระเบียบเรียบร้อยสวยงาม จนทำให้เธอแทบไม่กล้าที่จะกลับลงไปนอนเลย เพราะไม่อยากให้คนงานที่มาทำความสะอาดต้องมาเหนื่อยทำอีกรอบ
“เอาไงดีล่ะเรา!!??”
ณัฐวลัญช์พูดกับตัวเองอย่างสองจิตสองใจ ความง่วงงุนในตัวก็มีเพิ่มมากขึ้น จนสาวเ้าต้องยกมือขึ้นปิดปาก ที่ง่วงเหงาหาวนอนนั้นไว้ ทั้งตากลมตาราวกับตากวาง ก็เริ่มปรือลงเรื่อยๆ
“ไปนอนห้องเราดีกว่า”
ด้วยความเกรงใจ ในการที่อาจจะทำเป็ภาระของคนอื่น ที่จะ้าจัดเก็บทำความสะอาดห้องนี้อีกรอบ ณัฐวลัญช์จึงตัดสินใจใหม่
“อุ๊ย!!.... คุณ!!!.... เอ่อ นายท่าน”
ณัฐวลัญช์หันหลังกลับ เพื่อจะเดินออกจากห้องนอนของอัศม์เดช แต่ก็ต้องใ เมื่อหันหลังกลับไปเจอเข้ากับร่างแกร่ง ที่มายืนประชิดหลังของเธออยู่ั้แ่ตอนไหนไม่รู้ ซึ่งคนตัวโตก็ถือวิสาสะ ยื่นมือใหญ่รวบเอวบางเข้ามาหาตัวซะเลย
“จะเรียกฉันว่าอะไรก็ให้เรียกมาสักชื่อสิ ทั้งคุณทั้งนายท่านอยู่นั่นแหละ รำคาญ!!”
อัศม์เดชจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ที่ตอนนี้เริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้างแล้ว เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันเ็า ตามแบบฉบับของเขา ซึ่งนั้นณัฐวลัญช์ก็ให้รู้สึกว่าคำพูดและน้ำเสียงของเขา ดูจะนุ่มนวลลงกว่าเดิมหน่อยหนึ่ง แต่หรือว่าเธออาจจะคิดไปเองก็ไม่รู้สินะ หรือไม่ที่เธอคิดอย่างนี้ก็อาจจะเป็เพราะว่า เธอยังไม่หายจากเป็ไม่สบายดีก็เป็ได้
“แล้วนี่จะไปไหน?”
อัศม์เดชถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กหันหลังและกำลังจะเดินออกจากห้อง
“เอ่อ!! คือฉันเห็นว่ามีคนมาทำความสะอาด จัดเก็บเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาลำบากทำซ้ำอีก จึงจะไปนอนที่ห้องนอนของฉันน่ะค่ะ”
ณัฐวลัญช์ใช้มือเรียวเล็กทั้งสองข้าง วางทาบที่หน้าอกแกร่งของเข้าอย่างเผลอไผล เงยหน้าตอบเขาด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆ และพอได้เห็นหน้าและได้แนบชิดกับเขาอย่างนี้ยิ่งทำให้เธอหวนคิดไปถึงเื่เมื่อคืน แล้วใบหน้าสวยหน้าแดงระเรื่อและทำให้รู้สึกวาบหวามยังไงชอบกล
ไม่ใช่แต่เฉพาะคนตัวเล็กหรอกที่เป็อย่างนั้น คนตัวโตก็ไม่แพ้กันเลย ซึ่งพอเขาเข้าใกล้แนบชิดกับคนตัวเล็กอย่างนี้ ได้รับรู้กลิ่นหอมๆ รัญจวนอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้ลูบไล้เรือนร่างอันนุ่มนิ่มละเอียดลออ ถึงแม้จะมีเสื้อผ้ากางกั้นก็เถอะ เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความนุ่มเนียนมือของผิวเนื้อแท้ นั้นยิ่งแทบจะทำให้เขาคลั่ง อยากจะจับร่างบางกดลงบนเตียงนอนเหมือนเมื่อคืนนี้เป็ยิ่งนัก
“ไม่ต้องไป!! นอนที่นี่แหละ”
อัศม์เดชกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มดุขึ้นมาทันที อย่างขัดเคืองใจ ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าขัดเคืองใจเื่อะไร
“ไปนอนที่เตียงซะ”
อัศม์เดชพูดสั่งเสียงเข้มขึ้นมาอีก แต่กระนั้นก็ไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนแกร่ง
“เอ่อ!! ค่ะ ไปนอนค่ะ นายท่านปล่อยฉันค่ะ ฉันจะไปนอน”
ณัฐวลัญช์ กล่าวพร้อมกับผลักดันหน้าอกแกร่งให้ออกห่าง อัศม์เดชจึงยอมคลายอ้อมแขนแกร่งนั้นออกไปแต่โดยดี แต่ภายในใจนั้นไม่อยากปล่อยเลย และแถมยังไม่รู้สึกขุ่นมัวใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้ยินคนตัวเล็กเรียกขานตัวเองว่า ‘นายท่าน’ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ณัฐวลัญช์หันหลังเดินไปขึ้นเตียงนอน กว้างขวางหนานุ่มนั้นแต่โดยดี และภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำหญิงสาวก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา ซึ่งตอนแรกเริ่มที่อัศม์เดชเข้ามาในห้อง ก็หมายที่จะพูดคุยกับคนตัวเล็กเื่ที่เขาพึ่งได้ยินมา แต่พอเห็นท่าทางง่วงซึมของเ้าหล่อน จึงไม่ว่าเอาไว้ก่อน รอให้ตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยพูดกันก็ยังไม่สาย
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘