“เถ้าแก่หลี่ วันนี้ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้” พ่อบ้านกู้รีบออกมาต้อนรับ “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีหรือไม่”
“ไม่ดี” เถ้าแก่หลี่เบี่ยงตัวหลบพ่อบ้านกู้ “มีอะไรก็คุยกันตรงนี้ ข้าจะได้ให้ชาวบ้านช่วยเป็พยานด้วยว่าวันนี้ข้ามาทวงเงินค่าอาหารจากจวนโหว จนกว่าจวนโหวจะยอมจ่ายเงิน ข้าถึงจะไป”
พ่อบ้านกู้ทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะแสร้งตบศีรษะตัวเอง “ข้าแก่แล้วจึงหลงๆ ลืมๆ ท่านเอาใบเรียกเก็บเงินมาด้วยหรือไม่ ข้าขอดูยอดค้างสักหน่อย ประเดี๋ยวจะได้เข้าไปเอาเงินมาชำระคืนท่าน”
เถ้าแก่หลี่ไม่ได้ส่งใบเรียกเก็บเงินให้พ่อบ้านกู้ แต่เขากลับกางมันออกให้ทุกคนได้ดู “พ่อแม่พี่น้องช่วยข้าดูด้วย นี่คือค่าอาหารที่จวนโหวค้างชำระไว้กับข้า เป็เงินทั้งหมดห้าร้อยตำลึง”
“ห้าร้อยตำลึง! เ้าจะปล้นกันหรืออย่างไร ข้าจำได้ว่าเราค้างชำระไว้กับเ้าแค่สามร้อยตำลึงเท่านั้น” พ่อบ้านกู้ะโเสียงดัง
“หากเ้าชำระตรงเวลา เงินมันก็ไม่เพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้”
“ในเมื่อจวนโหวค้างชำระค่าอาหารแค่สามร้อยตำลึง แล้วอีกสองร้อยตำลึงเป็ค่าอะไรหรือเ้าคะ” กู้หนิงถาม
“ก็เป็ดอกเบี้ยน่ะสิ” เถ้าแก่หลี่ตอบ
“อ๋อ...ดอกเบี้ย” กู้หนิงยิ้มแล้วหันไปพูดกับพ่อบ้านกู้ “ท่านพ่อบ้าน ตอนที่ท่านไปเอาสินค้า ท่านได้ทำหนังสือสัญญาว่าหากมีการผิดนัดชำระจะต้องมีการชำระดอกเบี้ยไว้ด้วยหรือไม่เ้าคะ”
พ่อบ้านกู้ส่ายหน้า “ไม่มี เพียงแค่ลงชื่อรับสินค้ามาเท่านั้น”
“ในเมื่อไม่มี...” กู้หนิงหันไปพูดกับเถ้าแก่หลี่ “ถึงแม้ไม่มีการทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการผิดนัดชำระ แต่ตามกฎหมายของแคว้นเกี่ยวกับเงินกู้ก็ไม่อนุญาตให้คิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละสิบ แต่ที่ท่านเรียกเก็บดอกเบี้ยกับจวนโหวสูงเกือบเป็เท่าหนึ่งของราคาสินค้าก็แสดงว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายของแคว้นอยู่ใช่หรือไม่”
เถ้าแก่หลี่ไม่คิดว่าจะถูกกู้หนิงถามกลับแล้วยังยกเอาเื่กฎหมายขึ้นมาอ้าง แต่สิ่งที่กู้หนิงพูดออกมาล้วนเป็ความจริง “เช่น...เช่นนั้นข้าไม่เรียกเก็บเงินจำนวนนี้ก็ได้ ขอแค่วันนี้จวนโหวจ่ายเงินค่าสินค้ามาให้ข้าครบสามร้อยตำลึง เท่านี้ก็ถือว่าพวกเราไม่มีอะไรติดค้างกัน”
กู้หนิงพยักหน้าพอใจ ก่อนที่นางจะหันไปมองพ่อบ้านกู้ แต่กลับเห็นพ่อบ้านกู้ยังยืนนิ่ง “ท่านไม่ไปเอาเงินมาจ่ายเขารึ?”
“เอ่อ...คือ...” พ่อบ้านกู้ไม่กล้าพูด ตอนนี้ทั้งจวนเหลือเงินอยู่เท่าไหร่กันเชียว แม้แต่เครื่องประดับของฮูหยินก็ขายออกไปจนหมดแล้ว
“ทองแท่งนี้เพียงพอหรือไม่” กู้อันหยิบทองแท่งเล็กออกมาหนึ่งแท่ง
เถ้าแก่หลี่รีบคว้าทองแท่งไปทดสอบด้วยการกัด ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา “พอขอรับ ขอบคุณคุณชาย ในเมื่อหมดธุระแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”
“คุณหนู คุณชาย ไม่ทราบว่าพวกท่านคือผู้ใดหรือขอรับ” พ่อบ้านกู้ถาม อีกทั้งเขาพยายามมองใบหน้าของเด็กฝาแฝดคู่นี้ก็รู้สึกว่าคุ้นตามาก “ท่านอย่าหาว่าข้าถามมากไปเลยนะขอรับ เพียงแต่พวกท่านหน้าเหมือนใครคนหนึ่ง แต่ข้าพยายามนึกแล้วกลับนึกไม่ออก”
“รบกวนท่านไปบอกฮูหยินให้ข้าทีนะเ้าคะ บอกว่าหลินหลี่ซือส่งพวกเรามา” กู้หนิงพูดยิ้ม
“ทะ...ท่าน...ท่านคือคุณหนูกับคุณชายใช่หรือไม่ขอรับ”
“คุณหนูกับคุณชายอะไร?” กู้เยวี่ยนเดินออกทันได้ยินคำพูดของพ่อบ้านกู้พอดี และเมื่อเขาเห็นกู้หนิงกับกู้อัน “พวกเ้า! พวกเ้าหน้าตาคล้ายกับภาพวาดของแม่รองหลินมากเลย”
กู้หนิงมองกู้เยวี่ยนก่อนที่จะคารวะ “พวกเราคือบุตรสาวและบุตรชายของนางเ้าค่ะ ข้ามีนามว่ากู้หนิงเ้าค่ะ”
“ส่วนข้ามีนามว่ากู้อันขอรับ” กู้อันแนะนำตัวเช่นกัน
กู้เยวี่ยนเดินขากะเผลกมาหาน้องสาวน้องชายด้วยความดีใจ แต่ในใจกลับนึกไปถึงไอ้เ้าบ้าโจวสือหยวนผู้นั้น หากโจวสือหยวนไม่มายั่วโมโหจนมีเื่ให้ชกต่อยกัน น้องสาวกับน้องชายจะมาเห็นสภาพไม่น่าดูของเขาได้อย่างไร
“ท่านคือพี่ใหญ่ของข้าหรือขอรับ” กู้อันถาม
“ใช่ ข้าคือพี่ใหญ่ของพวกเ้า” กู้เยวี่ยนรีบตอบ “ถึงแม้เราจะไม่ได้เกิดจากมารดาเดียวกัน แต่ข้าก็คือพี่ใหญ่ของเ้า”
“เช่นนั้น...” กู้อันทำหน้าลังเล
“เช่นนั้นอะไร?”
“ทำไมท่านถึงขาพิการเล่า พิการแต่กำเนิดหรือเกิดอุบัติเหตุ”
กู้เยวี่ยนโมโหโจวสือหยวนมากกว่าเดิม แต่เขาก็ต้องยิ้มและตอบคำถามน้องชายอย่างใจเย็น “ข้าไม่ได้พิการ”
“แล้วทำไมท่านถึงเดินกะเผลกอย่างนั้นเล่า”
“ลูกผู้ชายก็ต้องมีเื่ชกต่อยบ้างเป็ธรรมดา”
“แล้วผลเป็อย่างไร ท่านชนะหรือไม่” กู้อันถามอย่างสนใจ
“แน่นอนสิ ข้าต้องชนะอยู่แล้ว แต่พอดีว่าข้าไม่ทันระวังก็เลยถูกโจวสือหยวนเอาคืนมานิดหน่อย”
“แล้วโจวสือหยวนผู้นั้นเล่าขอรับ เขามีสภาพเป็อย่างไร” กู้อันยังถามต่อ
กู้เยวี่ยนเห็นน้องชายสนใจตนเอง เขาจึงยืดอกตอบคำถามอย่างภาคภูมิใจ “ป่านนี้คงลงจากเตียงยังไม่ได้เลยมั้ง”
กู้อันตบมืออย่างยินดี ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้พี่ชาย “พี่ใหญ่ ท่านนี่สุดยอด วันหลังหากท่านไปมีเื่กับใคร ท่านอย่าลืมชวนข้าไปด้วยนะขอรับ”
“ได้สิ” กู้เยวี่ยนตอบรับก่อนจะนึกขึ้นมาได้ “ไม่ได้ ไม่ได้! เ้ายังเด็กอยู่ เื่ชกต่อยไม่เหมาะกับเด็กอย่างเ้า”
กู้อันแอบกลอกตา ทำไมไม่ถามเขาก่อนว่าตอนที่อยู่ในหมู่บ้านป่าหมอก มีวันไหนที่เขาไม่มีเื่ชกต่อยบ้าง เพียงแต่ที่เขาอยากไปร่วมสนุกกับพี่ชายก็เพราะเขาคิดว่าบรรดาคู่ปรับของพี่ชายต้องเป็คนฝึกวรยุทธ์ เขาอยากใช้คนพวกนั้นทดสอบวรยุทธ์ของเขาต่างหาก
กู้หนิงรู้ทันความคิดของน้องชาย แต่นางไม่อยากเปิดโปง นางได้ส่ายหน้าให้เขาก่อนจะหันไปพูดกับกู้เยวี่ยน “พี่ใหญ่ ข้าว่าเราเข้าไปในจวนก่อนดีหรือไม่เ้าคะ”
“โอ๊ะ...ข้าลืมไปเลย ไปไป...เราเข้าไปในจวนกันก่อน หากท่านแม่ได้เห็นพวกเ้า นางต้องดีใจมากแน่ๆ” กู้เยวี่ยนมองเข้าไปในรถม้า “แล้วแม่รองหลินเล่า ทำไมนางยังไม่ลงมา”
เสี่ยวหู่ที่ยืนกอดโถกระเบื้องสีขาวอยู่ก็เดินเข้ามา “ท่านน้าหลินอยู่ที่นี่แล้วขอรับ”
“มันคือเื่จริงหรือ” กู้เยวี่ยนหันไปถามน้องสาวกับน้องชาย เมื่อเห็นทั้งสองคนพยักหน้ารับ “ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องเสียใจมากแน่ๆ พวกเ้าไม่รู้หรอกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเราส่งคนออกตามหาแม่รองหลินอย่างมีความหวัง แต่ไม่คิดว่าแม่รองหลินจะกลับมาในสภาพนี้ เฮ้อ...ข้าก็เสียใจที่ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้าแม่รองหลินเลยสักครั้ง”
กู้เยวี่ยนพากู้หนิงกับกู้อันเข้าไปในจวน ส่วนพ่อบ้านกู้ก็ช่วยเสี่ยวหู่ขนข้าวของของกู้หนิงกับกู้อันไปที่เรือนพัก แม้คนทั้งจวนจะไม่รู้ว่าฮูหยินรองหลินหลี่ซือจะมีทายาทหรือไม่ แต่ท่านโหวกับฮูหยินใหญ่ก็ได้สร้างเรือนพักไว้ให้บุตรของนางถึงสองหลัง ยังดีที่ฮูหยินรองคลอดแฝดสอง หากเป็แฝดสาม ท่านโหวกับฮูหยินใหญ่คงรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แน่
“ท่านแม่ ท่านออกมาข้างนอกทีขอรับ ท่านรีบมาดูว่าข้าพาใครมา” กู้เยวี่ยนเริ่มะโั้แ่ตัวเขายังเดินเข้ามาไม่ถึงเรือนพักของกู้ฮูหยินด้วยซ้ำ
“เ้าจะะโไปทำไม แล้วนี่จัดการเื่ของเถ้าแก่หลี่เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือ” กู้ฮูหยินเดินออกมา
กู้หนิงกับกู้อันได้พบกู้ฮูหยินครั้งแรกถึงได้รู้ว่ากู้ฮูหยินเป็สตรีที่สง่างามและมีใบหน้าที่งดงามเป็อย่างยิ่ง ไม่ผิดจากที่ท่านแม่ของพวกเขาเคยพูดไว้แม้แต่นิดเดียว ถึงแม้กู้หนิงกับกู้อันจะบอกว่าท่านแม่ของพวกเขาเป็สตรีที่งดงามจนไม่มีใครเทียบได้ แต่หากต้องเปรียบเทียบ ท่านแม่เป็รองให้กับกู้ฮูหยินอยู่จริงๆ สองพี่น้องหันไปกระซิบแค่พอได้ยินกันสองคน ‘แม่ใหญ่งดงามมากจริงๆ’
“กู้หนิงคารวะแม่ใหญ่เ้าค่ะ”
“กู้อันคารวะแม่ใหญ่ขอรับ”
กู้ฮูหยินหันไปมองก็เห็นเด็กสาวและเด็กหนุ่มด้วยใบหน้าของบุคคลที่นางคุ้นเคย นางถึงกับน้ำตาคลอ “พวกเ้า...พวกเ้าคือบุตรสาวและบุตรชายของซือซือใช่หรือไม่ มา...มาให้ข้าดูพวกเ้าใกล้ๆ ที”
กู้หนิงกับกู้อันเดินไปหากู้ฮูหยินโดยไม่ปฏิเสธ กู้ฮูหยินคว้ามือของสองฝาแฝดมากุมไว้ “พวกเ้าช่างเหมือนกับซือซือเสียจริง แล้วเวลานี้ซือซืออยู่ที่ใด นางยังไม่ยอมกลับมาอยู่ที่จวนอีกหรือ”
“แม่ใหญ่เ้าคะ ท่านแม่...” กู้หนิงเล่าเื่ราวของมารดาให้กู้ฮูหยินฟัง ส่วนกู้อันก็อุ้มโถกระเบื้องสีขาวเดินเข้ามา “ความปรารถนาสุดท้ายของท่านแม่คือนางอยากให้ท่านพ่อกับแม่ใหญ่อภัยให้นาง และนางอยากให้เอาอัฐิของนางไปฝังไว้ในสุสานของตระกูลกู้ โดยขอให้เราฝังอัฐิของนางให้อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของสุสาน เพราะนางอยากพักอยู่ในสถานที่อันเงียบสงบเ้าค่ะ”
กู้ฮูหยินจะไม่รู้ความคิดของหลินหลี่ซือได้อย่างไร นางอยากให้อัฐิของนางฝังอยู่ในสุสานตระกูลกู้นั้นคือเื่จริง แต่เื่ที่ต้องเอาอัฐิของนางไปฝังไว้ในส่วนลึกที่สุดของสุสานก็เพราะนางไม่อยากให้คนมาเห็นป้ายหลุมศพของนางต่างหาก นางคงไม่อยากให้คนพูดถึงอดีตอันน่าอับอายที่นางเคยทำ
“ได้สิ ข้าจะให้ท่านพี่หาสถานที่ที่เงียบสงบที่สุดให้กับนาง” กู้ฮูหยินยังไม่อยากปล่อยมือจากเด็กทั้งสอง เพียงแต่นางคิดว่าพวกเขาเดินทางมาไกล และอีกหลายชั่วยามกว่าจะได้เวลาอาหารเย็น นางจำเป็ต้องปล่อยให้พวกเขากลับไปพักเสียก่อน “พวกเ้าคงเหนื่อยกับการเดินทางมากเลยใช่หรือไม่ กลับไปพักที่เรือนของพวกเ้าก่อนก็แล้วกัน แล้วเดี๋ยวมื้อเย็นค่อยไปเจอกันที่ห้องอาหาร”
“แม่ใหญ่เ้าคะ” กู้หนิงกำลังจะถามถึงบิดา แต่กู้ฮูหยินกลับพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“แม่ใหญ่อะไรกัน เ้าต้องเรียกข้าว่าท่านแม่”
“เ้าค่ะท่านแม่” กู้หนิงพูดตามอย่างว่าง่าย
กู้ฮูหยินยิ้มจนแก้มปริ “ช่างเป็เด็กสาวที่กิริยาอ่อนหวานอะไรเช่นนี้ เมื่อก่อนซือซือก็เป็เหมือนกับเ้านี่ล่ะ”
กู้อันที่ยืนดูอยู่อยากจะพูดออกไปเหลือเกิน พวกท่านอย่าให้พี่หญิงหลอกเอาได้ พี่หญิงน่ะแสบยิ่งกว่าข้าเสียอีก
ส่วนท่านโหวกู้ที่ฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายทหาร เวลานี้เขากำลังปวดหัวที่ค่ายทหารของเขากำลังจะถูกปรับลดเงินอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเอาทรัพย์สินในจวนเกือบทั้งหมดออกไปขายเพื่อซื้อเสบียงกลับมาให้ทหารในค่าย หวังว่าสักวันฝ่าาจะถอนรับสั่งแล้วมอบเงินให้แก่ค่ายของเขาในจำนวนเดิม แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากฝ่าาจะไม่ถอนรับสั่ง แต่วันนี้กลับมีราชโองการบอกว่านับจากวันนี้ ค่ายทหารม้าของตระกูลกู้จะได้รับเงินค่าบำรุงเพียงแค่ปีละหนึ่งหมื่นตำลึงเท่านั้น
ท่านโหวกู้แทบอยากจะขว้างราชโองการฉบับนั้นทิ้ง หนึ่งหมื่นตำลึงจะไปพออะไร แค่ค่าเสบียงของทหารก็ต้องจ่ายออกไปเดือนละหลายพันตำลึงแล้ว แล้วม้าที่มีอยู่อีกเล่า พวกมันไม่ต้องกินหญ้าไม่ต้องกินน้ำเลยหรือไร
“ท่านโหวขอรับ”
“มีอะไร!” ท่านโหวกู้ถามเสียงเข้ม “ทางที่ดีเ้าพูดในเื่ที่ข้าอยากฟังจะดีที่สุด เ้าก็รู้ว่าตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี หากเ้ายังเอาปัญหาต่างๆ มาให้ข้าอีก ข้าจะพาเ้าขึ้นสังเวียนไปเป็คู่ซ้อมตอนนี้เลย”
“ฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าให้ท่านรีบกลับจวนด่วนขอรับ”
“กลับจวน? ปกติแล้วฮูหยินไม่เคยส่งใครมาตามข้าเลยนี่”
“ฮูหยินบอกว่าคุณหนูกู้หนิงกับคุณชายกู้อันเดินทางมาจากเมืองชิ่งขอรับ”
“กู้หนิง? กู้อัน? พวกเขาคือผู้ใดกัน” ท่านโหวกู้ยังทำหน้าสงสัย “หรือจะเป็ญาติของข้าที่เดินทางมาจากแดนไกล”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ แต่พ่อบ้านกู้บอกว่าพวกเขาเป็บุตรของฮูหยินรอง ว่าแต่ท่านไปมีฮูหยินรองั้แ่เมื่อไหร่หรือขอรับ”
ท่านโหวกู้ได้ยินคำว่าฮูหยินรอง เขาก็รีบวิ่งไปขี่ม้าประจำตัวแล้วควบกลับจวนอย่างเร็ว ทิ้งให้ทหารในค่ายมองท่านแม่ทัพของพวกเขาอย่างสงสัย ทุกคนต่างก็คาดเดากันไปต่างๆ นานา แต่สิ่งที่พวกเขาเดาอยู่นั้นส่วนมากจะเป็ท่านโหวกู้แอบไปมีบ้านเล็กแล้วบังเอิญว่าถูกกู้ฮูหยินจับได้
นายทหารบางคนรีบเดินไปจัดที่นอนในกระโจมแม่ทัพเพื่อรอการกลับมาของท่านแม่ทัพ อีกทั้งยังให้หมอในค่ายมาทำงานอยู่ใกล้กระโจมของท่านแม่ทัพให้มากที่สุด จากนั้นพวกเขาก็เฝ้ารอว่าท่านแม่ทัพของพวกเขาจะกลับมาที่ค่ายในสภาพใด