ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!
เสียงเคาะโต๊ะไม้ดังเป็จังหวะต่อเนื่องออกมาจากกระโจมใหญ่ อี้หนิงหลงยืนอยู่หน้าโต๊ะตำราไม้ในมือถือรายงานที่ถูกขีดเขียนด้วยลายมืองดงาม ดูเป็ระเบียบ ใบหน้าของชายหนุ่มพยักขึ้นลงอย่าพอใจเมื่อได้อ่านมัน เยี่ยนฝางที่กลับจากเรือนรับรองในตัวอำเภอก็ตรงดิ่งกลับมาทำงานที่ค้างคาให้เสร็จตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ แต่เมื่อเดินมาถึงหน้ากระโจมกลับได้ยินเสียงเคาะดังออกมา ใบหน้าของนางรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย กระโจมแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้า หรือด้านในจะเป็คนไม่ดีกันนะ มือเรียวค่อยๆเอื้อมไปเปิดผ้าบังกระโจม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปเพื่อดูคนที่อยู่ด้านใน
"ดูจากอาภรณ์แล้ว คนผู้นี้มิน่าจะเป็โจรหรือคนมิดีได้นะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยกับตนเองเบาๆก่อนที่จะเดินเข้าไป เพราะป้ายที่ห้อยข้างเอวเหมือนจะเป็สัญลักษณ์ของขุนนาง เพียงแค่ว่านางไม่เคยเห็นรูปแบบเช่นนี้มาก่อน เสียงของผู้มาใหม่ทำให้อี้หนิงหลงรู้สึกตัว กลิ่นหอมอ่อนๆที่เขาได้กลิ่นเมื่อไม่นานมานี้ ลอยตามสายลมที่พัดมาเมื่อนางเปิดกระโจม รอยยิ้มเ้าเลห์ปรากฏที่มุมปากหนา แต่ไม่ได้หันมาสนใจหญิงสาว เส้นผมดกดำยาวสลวยของร่างใหญ่พัดตามแรงลม เยี่ยนฝางมองภาพชายหนุ่มตรงหน้า และเกิดคำถามในใจ
"คุณชาย เอ่อหรือว่าแม่นาง....ไม่สิ! มิทราบว่าท่านคือผู้ใดหรือเ้าคะ ท่านมาพบท่านแม่ทัพใช่หรือไม่"
เยี่ยนฝางไม่รู้จะเอ่ยกับเขาเช่นไร นางเห็นเขาจากด้านหลัง ร่างกายคนผู้นี้ดูบางมิเหมือนบุรุษ แต่ก็สูงเกินกว่าที่จะเป็สตรีได้ อี้หนิงหลงค่อยๆปิดรายงานในมือ ก่อนที่จะหันหน้ามาหาหญิงสาว เยี่ยนฟางที่ได้เห็นใบหน้าของเขาถึงกลับอ้าปากค้างอยู่กับที่ มือเรียวยกขึ้นปิดปากยากที่จะควบคุม จ้องมาทางชายหนุ่มที่ค่อยๆเดินเข้ามาหาตน
"จ้องข้าขนาดนี้ เก็บเงินค่ามองดีหรือไม่"
"เอ่อ....ขออภัยเ้าค่ะ เสียมารยาทแล้ว"
เยี่ยนฝางที่พึ่งรู้สึกตัวรีบเอ่ยขอโทษทันที อี้หนิงหลงเดินเข้ามาหาหญิงสาว ใบหน้าของเขามองนางอย่างสำรวจ น้ำเสียงเอ่ย กลิ่นหอมที่ออกาจากตัวนางไม่ผิดแน่ นางคือคนที่เอ่ยวาจาต่อกรกับเสด็จพี่ในเรือนรับรอง ถึงเขาจะไม่ได้ปรากฏตัวที่นั้น แต่ก็ได้แอบยืนฟังที่มุมมืด นับว่านางเป็สตรีที่ใจกล้ามิเบา ช่างถูกใจเขายิ่งนัก
"เ้ามีนามว่าอันใด"
"....."
เยี่ยนฝางยังคงนิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าคนผู้นี้จะอยากรู้จักนางไปทำไม อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเขามาดีหรือไม่
"เอ่อ....ท่านคือ...."
"อ่อ ข้าลืมแนะนำตัวเองไป ข้ามีนามว่าอี้หนิงหลง เป็สหายกับแม่ทัพจ้าว"
ชายหนุ่มดูปฏิกิริยาของหญิงสาวเมื่อได้ยินชื่อของตน แต่ปรากฎว่านางไม่มีท่าทีแปลกไปกว่าเดิม เห็นทีว่าคนผู้นี้จะมิไช่คนของวังหลวง แต่จะไม่รู้จักเขาที่เป็ถึงองค์ชายสี่ก็ดูจะเกินไปหรือไม่
"ที่แท้คือสหายของท่านแม่ทัพ เสียมารยาทแล้ว ข้ามีนามว่าเยี่ยนฝางเ้าค่ะ"
"เป็คนรักของเขาเช่นนั้นหรือ"
อี้หนิงหลงเอ่ยถามออกไปตามตรง เขาเป็คนเช่นนี้หากอยากรู้อันใดก็ไม่ต้องอ้อมค้อม
"มิใช่เ้าค่ะ ข้าเป็เพียงเด็กในจวนจ้าวเท่านั้น"
"เด็กในจวน....."
"เื่มันยาวเ้าค่ะ"
"ข้ายินดีและมีเวลามากพอที่จะฟัง"
"......"
หญิงสาวมีสีหน้าเหม่อลอยเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม เหตุใดเขาทำท่าทีเหมือนว่าตนรู้จักกันมานานเสียอย่างนั้น บอกว่าอยากรู้ต้องรู้ให้ได้เช่นนั้นหรือ มิใช่ว่าเื่ของนางพูดไม่ได้ ผู้คนต่างรู้ว่านางมอยู่ที่จวนจ้าวได้เช่นไร แต่ไม่คิดว่าคนที่พึ่งเจอกันคราแรก ก็อยากให้เล่าเื่ของตนให้ฟังเช่นนี้
"ฮ่าๆ ข้าหยอกเ้าเล่นหน่ะ"
"ท่านมาพบท่านแม่ทัพใช่หรือไม่เ้าคะ ท่านแม่ทัพไปหมู่บ้านเซิงหยูเ้าค่ะ เกรงว่าท่านจะมาเสียเที่ยวแล้ว"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่าเดินไปที่โต๊ะเขียนตำราของตน ส่วนอี้หนิงหลงเองก็เดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา พร้อมรินชาขึ้นดื่มด้วยท่าทีสบายใจ ท่าทางของบุรุษผู้นี้ ดูเหมือนว่าจะสนิทสนมกับท่านแม่ทัพไม่น้อย เพราะนางไม่ค่อยเห็นสหายของท่านแม่ทัพมากเท่าใด ที่แวะเวียนมาที่จวนก็มีแค่นับนิ้วได้
"ข้ารู้แล้วล่ะ เ้าทำงานของเ้าไปเถิด ข้าจะรอเขาที่นี่เงียบๆ"
"เช่นนั้นเชิญท่านตามสบาย"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็ก้มหน้าทำงานที่เหลือให้เสร็จ เนื่องจากตอนนี้เขื่อนกั้นน้ำซ่อมแซ่มจนเสร็จแล้ว เหตุการณ์น้ำท่วงก็คลี่คลายแล้ว แต่เช่นนั้นก็ต้องอยู่ที่นี่อีกกว่าครึ่งเดือน เพราะสร้างแนวป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วงอีกในปีต่อๆไป
"เ้ามีคนรักแล้วหรือไม่"
เยี่ยนฝางที่นั่งทำงานเงียบๆไปกว่า 1 ชั่วยาม จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น คราแรกนางเกือบลืมไปแล้วว่าในกระโจมแห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ด้วย
"....."
"หากตอบยากก็มิเป็ไร"
"คนรักหรือเ้าคะ.....ข้ามิมีเ้าค่ะ แต่ในใจข้ามีคนผู้หนึ่งอยู่ก่อนแล้ว"
"มิมีคนรักแต่มีคนผู้หนึ่งอยู่ในใจเช่นนั้นหรือ........"
"แล้วท่านล่ะเ้าคะ คุณชายอี้มีคนรักแล้วหรือไม่"
เยี่ยนฝางเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ได้ล่ะสายตาจากรายงาน มิรู้ว่าเหตุใดที่จู่ๆหญิงสาวก็ถามออกไป ก็ในเมื่อเชายหนุ่มถามตนได้เหตุใดนางถึงจะถามเขากลับไม่ได้ อี้หนิงหลงยกยิ้มด้วยความพอใจ นางมิเหมือนผู้ใดจริงๆ หากเป็หญิงอื่นแล้วเมื่อพบเขาก็คงมิมีปฏิกริยาเช่นนี้ นางนอกจากไม่เข้าหาเขาแล้วยังไม่สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ
"ข้ามีมีคนรัก แต่ยามนี้รู้สึกว่ามีคนผู้หนึ่งที่น่าสนใจ"
"เช่นนั้นข้าขออวยพรให่ท่านสมหวัง"
เยี่ยนฝางเอ่ยอวยพรอย่างเป็กันเอง อย่างที่ชอบทำเมื่อครั้งที่คุยกับสหาย
"เช่นนั้น เ้าจะช่วยให้ข้าสมหวังหรือไม่"
"ข้าช่วยท่านได้หรือ"
"ช่วยข้าได้มากเลยล่ะ"
"มิมีปัญหาเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยตอบรับอย่างมิต้องคิดอะไร ชายผู้นี้มิได้เป็คนไม่ดี อีกทั้งยังเป็หสายของท่านแม่ทัพด้วย
"เช่นนั้น เ้ากับข้าถือว่าเป็สหายกันได้หรือไม่"
"มิเหมาะสมเ้าค่ะ ท่านเป็ถึงสหายท่านแม่ทัพ"
"สนทนาอันใดกันอยู่หรือ"
เสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้นแทรกทั้งคู่ที่กำลังสนทนา ตามด้วยร่างใหญ่ที่คุ้นเคย จ้าวเทียนหยางเดินเข้ามาในกระโจม และเดินไปนั่งที่โต๊ะตำราของตน คราแรกเขาต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านเซิงหยู แต่เพียงเดินทางไปได้ไม่กี่ลี่ ฝนก็ตกหนักทำให้หากไปถึงก็ไม่สามารถทำอันใดได้อยู่ดี อีกอย่างไม่มีปัญหาน้ำท่วงแล้วหากไปวันหลังก็มิเป็อันใดจึงได้หันกลับ อีกอย่างก่อนออกไปเขาเองลืมว่าองต์ชายสี่อยู่ที่กระโจมนี้เช่นกัน เกรงว่าจะเกิดเื่ขึ้นจึงได้รีบกลับมา
"มิมีอันใด เพียงแค่.....ข้าอยากเป็สหายกับแม่นางเยี่ยนฝางก็เท่านั้น"
อี้หนิงหลงเอ่ยตอบแทนหญิงสาวไปตามตรง ขณะที่สายตามองไปทางหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม จ้าวเทียนหยางมองหญิงสาวที่ไม่ได้เอ่ยอันใดก็มีความรู้สึกหนึ่งในใจเกิดขึ้น
"องค์ชายสี่เอ่ยกับเ้าอยู่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยกับหญิงสาวที่ยืนก้มหน้า แต่เมื่อได้ยินคำว่าองค์ชายสี่ ดวงตางามก็เบิกกว้างด้วยความใ
"องค์ชายสี่"
เยี่ยนฝางอุทานออกมาเสียงดัง อี้หนิงหลงพยักหน้าเป็การยืนยันคำตอบของจ้าวเทียนหยาง
"ขะ....ขอ ขออภัยองค์ชายสี่"
"หื่อ.....นางทำอันใดให้ท่านไม่พอใจหรือ"
จ้าวเทียนหยางที่ได้ฟังเช่นนั้นก็หันมาถามอี้หนิงหลงด้วยความสงสัย
"เรียนท่านแม่ทัพ ข้ามิรู้ว่าคุณชาย เอ่อ...องค์ชาย คือ องค์ชายสี่เ้าค่ะ ก่อนหน้าเลยเอ่ยวาจาที่ไม่ระวังออกไป"
เยี่ยนฝางรีบเอ่ยอธิบายทันที นี่คือเชื่อพระวงศ์เชี่ยวนะ มิน่านางรู้สึกว่านามเขาคุ้นนัก เมื่อสักครู่นางเอ่ยกับเขาเหมือนกับว่าเป็สหาย คราแรกที่เขาเป็สหายของท่านแม่ทัพก็มิควรเอ่ยวาจาสนิทสนมแล้ว แต่นี้เขาเป็ถึงองค์ชาย ฐานะตนกับเขาต่างกันเกินไป แท้จริงแล้วนางค่อนข้างให้ความสำคัญกับเื่พวกนี้ คนมีอำนาจอยู่เหนือทุกอย่าง หญิงสาวไม่อยากสร้างเื่หรือก่อปัญหาให้เดือดร้อนมาถึงท่านแม่ทัพ
"ข้ายังมิได้ถือสาเลย เหตุใดเ้าต้องกังกลเช่นนี้ คนเช่นข้ามิได้คบค้าสหายเพียงเพราะยศฐาบันดาศักดิ์ หรือผลประโยชน์ใด หากว่าใจคิดว่าผู้นั้นใช่ก็คือใช่ มองเพียงชั่วครู่ก็รู้ได้ทันที"
"ขอบพระทัยองค์ชายสี่ที่ทรงเมตตาเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยอย่างนอบน้อม
"ข้ามิรู้บุรุษในใจเ้านั้นตราตึงมากเพียงใด เลยอยากเตือนให้เ้ารู้เอาไว้ บุรุษเช่นข้าก็มีเพียงหนึ่งมิมีสอง"
อี้หนิงหลงเอ่ยจบก็ขยิบตาให้หญิงสาวหนึ่งที พลางเดินไปตบที่บ่าของจ้าวเทียนหยางเป็การส่งสัญญาณ และเดินออกจากกระโจมไป ทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่เพียงลำพัง เยี่ยนฝางมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ประโยคก่อนที่เขาจะไปมันหมายความว่าเช่นไรกัน ดวงตางามหันไปมองจ้าวเทียนหยางที่นั่งอยู่กับที่ไม่เอ่ยอันใด ก็เดินไปรินชาและยกมาให้ชายหนุ่มอย่างใส่ใจ
จ้าวเทียนหยางเข้าใจความหมายของอี้หนิงหลงดี เขาสนใจนางอย่างมิต้องสงสัย แต่เหตุใดถึงเป็นางได้ เคยพบกันหรือเพียงชอบใจนางั้แ่คราแรกที่พบกัน แล้วที่บอกว่าบุรุษที่ตราตึงในใจนั้นคืออันใด
"เ้ามีคนรักแล้วอย่างนั้นเหรอ"
จู่ๆประโยคที่นางไม่คิดว่าจะได้ยินมาจากคนผู้นี้ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มือเรียวที่กำลังยืนชาให้เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆวางมันที่โต๊ะตำราของชายหนุ่ม เพราะไม่คิดว่าท่านแม่ทัพจะสนใจเื่ส่วนตัวของนางด้วย
"ยะ..ยังไม่มีเ้าคะ ข้ามิมีคนรัก"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบแบบไม่มั่นใจ หญิงสาวไม่มีคนรักก็จริงแต่นางดั้นมีคนถามอยู่เต็มหัวใจ
"เ้าก็อายุมากแล้ว หากมีคนรักก็มิแปลกอันใด เมื่อถึงวันนั้นเ้ามิต้องห่วงจวนจ้าวของเราจะจัดการเื่พวกนี้ให้เ้าอย่างสมเกียรติเอง"
"......."
เยี่ยนฝางไม่เอ่ยอันใด คำพูดของเขาเล่นกับหัวใจของนางจนไม่รู้ว่าจะเอ่ยตอบชายหนุ่มอย่างไร นี่เขาอยากให้นางแต่งออกไปโดยเร็วอย่างนั้นหรือ ท่านจ้าวิเต๋อบิดาของเขาก็เคยถามเื่นี้กับนางเช่นกัน ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของนาง จึงละสายตาจากรายงานตรงหน้า เหงยมองคนตัวเล็กที่ยืนกับที่
"มีอันใดหรือ"
"เปล่าเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยตอบเสียงเบา ก่อนจะเดินไปที่นั่งของตนด้วยใบหน้าเศร้า จ้าวเทียนหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอื้อมมือไปยกถ้วยชาที่หญิงสาวรินให้ก่อนหน้าจรดที่ริมฝีปาก ดวงตางามมองท่าทีของเขาพร้อมหยิกที่นิ้วตัวเองเล็กน้อยอย่างใจกล้า
"ข้าขอถามท่านแม่ทัพเื่หนึ่งได้หรือไม่เ้าคะ"
"ว่ามาเถิด"
"จวนจ้าวมิ้าข้าแล้วหรือเ้าคะ"
คำถามของหญิงสาวทำเอาคนตัวโตชะงักไป
"เหตุใดถึงได้ถามเช่นนี้"
สายตาคมจ้องมองมายังหญิงสาว นางตอนนี้มีท่าทางเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ท่านเอ่ยถามเื่ออกเรือน หากข้ามิมีคนรัก จวนจ้าวจะทำเช่นไรกับข้าเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยออกไปตามตรง จ้าวเทียนหยางลุกขึ้น ก่อนจะเดินเอามือพาดหลังไปทางหญิงสาวช้าๆ มือหนาเอื้อมไปวางบนศรีษะเล็กเบาๆอย่างปลอบใจ
"สตรีที่เพียบพร้อมเช่นเ้า จะมีจวนใดมี้ากัน"
ดวงตางามเหงยขึ้นสบตากับชายหนุ่มอย่างมีเกรงกลัว คำตอบของเขาทำให้นางอยากถามเหลือเกิน
'แล้วจวนจ้าวเหล่า หากเป็ท่านแล้ว....หากท่านเป็บุรุษผู้นั้น ท่านจะ้าข้าหรือไม่' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจก่อนจะพยักหน้ารับ
"เช่นนั้นหากข้ามิ้ามีคนรัก ข้าจะอยู่จวนจ้าวไปตอดชีวิตได้หรือไม่เ้าคะ"
จ้าวเทียนหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าพร้อมยิ้มตอบกลับหญิงสาวด้วยใบหน้าอบอุ่น
"ข้าขอถามท่านอีกเื่ได้หรือไม่เ้าคะ"
"......"
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยตอบเพียงเดินมารินชาที่โต๊ะด้วยท่าทีสุภาพอย่างที่เคยทำเป็ประจำ แต่นั้นก็เป็คำตอบแล้วว่าหญิงสาวสามารถถามเขาได้
"ท่านแม่ทัพมีหญิงงามในใจ หรือว่าเอ่อ...คือ ท่านแม่ทัพมีคนรักหรือยังเ้าคะ"
หญิงสาวตัดสินใจถามคำถามที่คิดว่าตนเองจะไม่กล้าเอ่ยออกไป พร้อมหลับตาลุ้นอย่างรอฟังคำตอบ
ป๊อก!
เสียงถ้วยชาที่คว่ำอยู่ถูกมือใหญ่หงายขึ้นและเทชาลงไปอย่างใจเย็น หลังได้ยินคำพูดของหญิงสาว มุมปากหนาของชายหนุ่มก็ยกขึ้นอย่างพอใจ ใบหน้าของเขาฉายแววเ้าเลห์อย่างยากที่จะเข้าใจ ขณะที่ยืนหันหลังรินชาอยู่
"กวางน้อยติดกับดักแล้วสินะ"
เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา
"ท่านแม่ทัพว่าอันใดนะเ้าคะ ท่านอยากกินเนื้อกวางหรือ"
เยี่ยนฝางเดินมาอยู่ต่อหน้าเขา พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"ใช่! ข้าอยากกินกวางน้อยเสียแล้ว"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพร้อมสบตากับหญิงสาวตรงๆอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
"เช่นนั้นข้าจะไปถามท่านซีซวน ว่าวันนี้พอจะไปล่ากวางน้อยมาทำอาหารให้ท่านได้หรือไม่นะเ้าคะ"
พอเอ่ยจบนางก็เดินออกมาจากกระโจมทันที ด้วยท่าทีมิเข้าใจ
"ข้าถามเขาว่ามีคนรักหรือยัง มิได้ถามว่าหิวหรือยังเสียหน่อย เหตุใดถึงได้อยากกินเนื้อกวางขึ้นมากัน"
นางบ่นกับตนเองเบาๆก่อนจะสลัดความคิด และเดินไปหาผู้ช่วยของชายหนุ่ม จ้าวเทียนหยางมองตามหลังนางออกไปแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสา
"บุรุษจวนนั้นย่อมมิรังเกียจเ้าอยู่แล้ว เพราะเขาเลี้ยงดูเ้ามาอย่างดีั้แ่ต้น"
……
อีหนูหนีไปปปป ยัยน้องอีพี่มันร้ายอ่าา มันชอบเขาแต่มันทำตัวให้เขาจีบมันเอง อิอิ ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————