(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย

    ตอนที่ 53 ยามข้าแก่ตัวก็กตัญญูต่อข้าให้มาก

    ตอนที่ 53 ยามข้าแก่ตัวก็กตัญญูต่อข้าให้มาก


            เมื่อแยกจากเฉินหรูฮวา ไป๋เพ่ยเพ่ยก็หันมาถามเซี่ยเหมียวเหมียว


            เด็กสาวส่ายหน้าก่อนตอบ “ข้าไม่รู้ ไม่เคยได้ยินเสี่ยวหย่าพูดถึงฮูหยินโจวมาก่อน หากเสี่ยวฮวาไม่บอก ข้าเองยังคิดว่าเสี่ยวหย่าไม่รู้จักฮูหยินโจวเสียด้วยซ้ำ”


            นางมองหน้าไป๋เพ่ยเพ่ยพลางเอ่ย “ท่านแม่ ท่านไม่พอใจที่เสี่ยวหย่าไปหาฮูหยินโจวหรือ แม้แม่ม่ายผู้นั้นจะฉาวโฉ่ เสี่ยวหย่าก็ไม่โง่ นางรู้วิธีหลบเลี่ยงผู้คนอยู่ไม่น้อย”


            “อีกทั้งเสี่ยวฮวาก็บอกว่านางก็ไม่ได้เสียหายไม่ใช่หรือ เสี่ยวหย่าได้อาหารจากฮูหยินโจว ข้าคิดว่านางไปบ้านฮูหยินโจวก็น่าจะเพราะไปเอาอาหาร”


            …


            ฮูหยินโจวเพิ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่กี่ปี ว่ากันว่านางเป็นเศรษฐีมาจากข้างนอก แต่เนื่องจากสามีล่วงลับและไม่มีลูก จึงย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านพวกเขา


            เหตุใดจึงเป็นหมู่บ้านพวกเขา หาใช่หมู่บ้านอื่นน่ะหรือ


            เพราะคิดว่าหมู่บ้านนี้เหมาะสมและผู้คนเป็นมิตร นางจึงย้ายเข้ามา


            เดิมทีพวกเขาเคยกีดกันและไม่ชอบให้คนนอกเข้ามา หากไม่ใช่เพราะฮูหยินโจวร่ำรวยและจ่าย ‘ค่ารบกวน’ ทั้งยังมีของกำนัลให้แต่ละครอบครัวอีก


            นอกจากนี้นางยังสานสัมพันธ์กับครอบครัวเจ้าหน้าที่ทางการ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถเลือกที่ดินและสร้างบ้านเพื่อตั้งรกรากได้อย่างราบรื่น


            ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางใช้ชีวิตเก็บตัวและไม่ค่อยได้สุงสิงกับชาวบ้านนัก


            แม้แต่เซี่ยเหมียวเหมียวยังเคยได้ยินเพียงชื่อ แต่ไม่เคยพบหน้าสักครั้ง


            เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเซี่ยเหมียวเหมียว ไป๋เพ่ยเพ่ยก็นึกประทับใจ ดูเหมือนลูกสาวคนเล็กจองเจ้าของร่างเดิมจะฉลาดมากทีเดียว 


            แทรกตัวเข้าไปในบ้านของคนที่ไม่เข้าสังคมได้อย่างไรกัน


            ถือว่ามีทักษะไม่น้อย


            นางตัดสินใจเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้ลูกสาว และไม่ถามซักไซ้ต่อ


            นางกลับตั้งใจจะเตรียมขนมให้เซี่ยเสี่ยวหย่าเอาออกไปข้างนอกนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


            “ท่านแม่ ท่านใจดีนัก!”


            เซี่ยเสี่ยวหย่ากอดแขนมารดาพลางออดอ้อน


            ไป๋เพ่ยเพ่ยยิ้มบอกและบีบจมูกนาง “เจ้ารู้ว่าข้าใจดี ต่อไปยามแม่แก่ตัวก็กตัญญูต่อข้าให้มาก”


            เพื่อเป็นการแสดงความรัก ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงนำขนมส่วนของหลานสาวทั้งสองออกมาหลังเซี่ยเสี่ยวหย่าออกไป ยื่นให้เซี่ยต้ายากับเซี่ยเหมียวเหมียวเอาไปแบ่งกันเอง


            แม้จะไม่ได้มากเท่าของเซี่ยเสี่ยวหย่า แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับสองพี่น้องมากแล้ว


            เซี่ยต้ายากระซิบบอกน้องสาว “ต่อไปเจ้าต้องกตัญญูกับท่านแม่ให้มาก รู้ไหม”


            “อื้ม ข้ารู้”


            …


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์เข้าเมืองเทียวไปเทียวมาหลายรอบ ในที่สุดก็คืบหน้าเสียที


            เขาไม่ได้กล่าวถึงความยากลำบากของการเดินทาง เมื่อกลับมาถึงก็ยื่นเงินที่เหลือให้ไป๋เพ่ยเพ่ย เหตุใดถึงเรียกว่าที่เหลือน่ะหรือ เพราะเขาได้แวะซื้อของบางอย่างเข้าบ้านระหว่างขากลับ


            ระหว่างพลิกเปิดดู ไป๋เพ่ยเพ่ยบังเอิญเห็นพู่กันและหมึก ช้าก่อน ในครอบครัวมีคนรู้หนังสือด้วยหรือ!


            ใครกัน


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์หรือ


            “นี่คืออะไร”


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์กำลังจะยื่นเข็มเย็บผ้าให้นาง เมื่อเห็นนางพบสิ่งที่เขาซ่อนไว้มิดชิดเขาก็ตะลึงงัน


            “เอ่อ... ฟังข้าอธิบายก่อน มันเป็นสินค้าสำเร็จรูป แถมราคาถูกมาก... ปกติราคาแพงหูฉี่ แต่พอเห็นว่าขายราคาถูกก็อดจะฉวยโอกาสไม่ได้ ถึงได้ซื้อมาด้วย บังเอิญเซี่ยหมิงรุ่ยและเซี่ยหมิงเสียงรู้หนังสือ เอาไว้ให้พวกเขาฝึกคัดพู่กันได้...”


            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาของไป๋เพ่ยเพ่ยหรือไม่ แต่ยิ่งเขาอธิบายก็ยิ่งรู้สึกผิด น้ำเสียงยิ่งแผ่วลงเรื่อย ๆ


            จากนั้นจึงยอมรับผิดและบอกว่าเขาไม่ควรปิดบังนาง


            “ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะหลบซ่อน เพียงแค่กลัวว่าเจ้าจะไม่พอใจ ข้ารู้ว่าเจ้าคิดว่าเซี่ยหมิงรุ่ยและเซี่ยหมิงเสียงสุขภาพไม่ดี ไม่เหมาะจะใช้แรงงาน แต่ตั้งแต่เด็กพวกเขาก็ไม่ได้มีกิจกรรมอื่นทำ นอกจากคอยศึกษาเรียนรู้จากผู้อื่น ...”


            “อีกทั้งพวกเขาก็ร่ำเรียนโดยไม่ได้เสียเงิน แต่อาศัยเรียนรู้จากผู้อื่น”


            …



            ว่าเช่นนั้นก็ถึงคราวไป๋เพ่ยเพ่ยต้องอึ้ง


            หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ร่ำเรียนในสำนักศึกษา แต่เป็นคนฉลาดหลักแหลม

    สามารถเรียนรู้จากการอ่านเพียงครั้งเดียว


            “รู้เรื่องภายในครั้งเดียวหรือ!”


            “ใช่ เพียงครั้งเดียว พวกเขาแอบสอนให้ ข้าไม่กล้าให้คนนอกรู้ ไม่เช่นนั้นคงสอนต่อได้ไม่สะดวก เพียงเพราะลูกเราเรียนรู้ได้เร็ว พวกเขาจึงยินดีจะสอนให้ สอนคราวละนิดละหน่อย เมื่อเวลาผ่านไปสองพี่น้องก็ยิ่งเรียนรู้มากขึ้น”


            เจ้าแฝดสติปัญญาเฉียบแหลมเพียงนี้เชียวหรือ!


            ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกเสียดายหากคนหัวดีเพียงนี้จะไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน หากมีโอกาสได้รับการส่งเสีย จะไม่อนาคตรุ่งโรจน์หรอกหรือ


            เจ้าของร่างเดิมโง่เง่านัก ไม่รู้จักใช้ของดีให้เกิดประโยชน์


            อ๋อ นางลืมไป สองแฝดสุขภาพไม่ดี ต่อให้เจ้าของร่างเดิมรู้ เมื่อคำนึงถึงสภาพร่างกายแล้ว เกรงว่าคงไม่กล้าปล่อยไป หากส่งเสียแล้วสุดท้ายสิ้นลมขึ้นมา เงินก้อนนั้นก็คงสูญเปล่า


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์เห็นว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่โกรธจึงถอนหายใจโล่งอกก่อนบอก “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ต้องการสุงสิงกับครอบครัวเจ้าหน้าที่ทางการ คิดว่าเขาดูถูก แต่เหลียนปิงหลานชายคนเล็กเป็นคนดีมาก เขารู้หนังสือ มีมารยาท สุภาพอ่อนโยนกับเซี่ยหมิงรุ่ยและเซี่ยหมิงเสียง ...”


            ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้าใจแล้ว เจ้าของร่างเดิมกับเจ้าหน้าที่ทางการไม่ถูกกัน ทว่าลูกชายนางกลับเป็นมิตรต่อหลานชายของเขา จึงแอบสอนหนังสือให้ลับหลัง


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์เอ่ย “ข้าบังเอิญเจอพวกเขา ทั้งสองดื่มน้ำและเอานิ้วจุ่มเขียนบนโต๊ะ ข้าเห็นว่าพิกลจึงถาม พวกเขาจึงเล่าให้ฟังแต่ไม่ให้บอกเจ้า กลัวว่าเจ้าจะโกรธ”


            เจ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะค่อนข้างมีอำนาจในบ้าน ทว่าแท้จริง… พวกเขาเพียงปิดบังความจริงจากนาง 


            “เจ้าอย่าโกรธไปเลย ข้าซื้อสิ่งนี้มาให้ด้วยไม่ใช่หรือ” เขาเดินมาหาก่อนรีบหยิบถุงเข็มเย็บผ้าออกมา บอกว่าเลือกแบบที่ดีที่สุดมาให้ “ต้องเอาไปรักษาคนไม่ใช่หรือ ข้าเห็นว่าเจ้าใช้เข็มพวกนั้นไม่คล่อง จึงซื้อมาให้เพิ่ม...”


            ไป๋เพ่ยเพ่ยอยากจะดีดหน้าผากเขา “ข้ายอมรับความหวังดีของท่าน แต่... ที่จริงฝังเข็มต้องใช้เข็มแบบพิเศษ ไม่ใช่เข็มเย็บผ้า ข้าใช้เข็มเย็บผ้าเพราะที่บ้านมีแค่นี้ ไม่มีเข็มอื่นอีก”


            “งั้นหรือ! เข็มมีรายละเอียดซับซ้อนเพียงนี้เชียว” เขาประหลาดใจ


            ไป๋เพ่ยเพ่ยพยักหน้าก่อนบอก “อื้ม! เข็มมีหลายแบบ รวมถึงเข็มธรรมดานี้ด้วย เข็มเงินเข็มทอง เข็มหนาเข็มบาง มีสารพัดชนิด แต่ละชนิดใช้คนละแบบ ยิ่งเป็นหมอที่มีฝีมือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องเอาใจใส่กับเข็มที่ใช้ ...”


            “เข็มเงินเข็มทองที่เจ้าว่า คงไม่ได้ทำมาจากเงินกับทองใช่ไหม”


            “อืม มันทำขึ้นด้วยวิธีพิเศษที่ช่างส่วนใหญ่ทำไม่ได้”


            คิดดู จะมีช่างคนใดในยุคสมัยนี้ที่สามารถทำเข็มบางเท่าขนวัวได้กัน


            ต้องเป็นช่างยอดฝีมือเท่านั้น


            ยามนี้นางยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ยังไม่จำเป็นต้องคิดให้เปลืองสมอง


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์ผงะเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขานึกไม่ถึงว่าเข็มเล่มเล็ก ๆ จะมีรายละเอียดซับซ้อนมากขนาดนี้ มีกระทั่งเข็มราคาแพงระยับที่คนธรรมดาไม่มีปัญญาซื้อได้


            เขาสะเทือนใจอยู่หน่อย ๆ รู้สึกว่าตนเองไม่มีปัญญาหาซื้อเข็มสักคู่ให้ไป๋เพ่ยเพ่ยได้ด้วยซ้ำ ชวนให้สลดหดหู่ใจนัก


            “เอาเถิด ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักหน่อย ข้าไม่ใช่หมอเทวดา ซื้อเข็มชั้นดีไม่ได้ แค่ซื้อเข็มคุณภาพดีหน่อยก็พอ” ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่กล้าบอกราคา เนื่องจากตนยังไม่รู้ราคาในยุคสมัยนี้ 


            “มีขายในโรงหมอไหม ข้าเข้าเมืองคราวหน้าจะช่วยเจ้าถามราคาให้ หากพอซื้อไหวจะซื้อมาให้เจ้าคู่หนึ่ง”


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์คิดในใจ หมายมั่นว่าจะหาทางซื้อเข็มมาให้นางให้ได้ ไม่ว่าจะราคาแพงหรือไม่ก็ตาม


            เขารู้สึกเพียงว่านางควรมีเข็มดี ๆ ไว้สักคู่ หากไม่เช่นนั้นคงรู้สึกเหมือนบางอย่างขาดหายไป

     


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย ที่คุณอ่าน