บทนำ
ปลายปี 1976 มีข่าวลือหนาหูว่าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะเปิดทำการอีกครั้ง เหล่าบรรดายุวปัญญาชนกว่าสิบล้านคนตื่นเต้นดีใจกับข่าวนี้ บางคนแต่งงานมีลูกสามสี่คน หมดหวังจะกลับไปเรียนต่อแล้ว บางคนตีเนียนเข้าร่วมเป็ทหารแดงเพื่อความอยู่รอด ส่วนพวกหัวแข็งไม่ถูกทรมานจนตายก็ถูกบีบให้ตายด้วยวิธีอื่น ดังนั้นคนฉลาดจึงจะเป็ผู้เหลือรอดคนสุดท้าย
โจวเว่ยใช้จอบพลิกหน้าดินเพื่อเตรียมปลูกข้าวสาลี เขาเป็ชายรูปร่างสูงผิวสีแดงกร้านแดด ปีนี้โจวเว่ยอายุ 25 ปีแล้ว เขาเป็หนึ่งในเยาวชนที่ถูกส่งตัวมาตามนโยบายการเคลื่อนไหวลงสู่ชนบท เขาฟังเพื่อนๆ ยุวปัญญาชนที่ยังเหลือรอดพูดคุยกันด้วยความหวัง ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความปรีดา จะไม่ให้พวกเขาดีใจได้อย่างไร กัดฟันใช้ชีวิตอดมื้อกินมื้อมาหลายปี ในที่สุดสิ่งที่พวกเขารอคอยก็เกิดขี้น หลายๆ คนทนความลำบากไม่ไหวก็แต่งงานกับชาวบ้านในพื้นที่ แม้ชีวิตไม่จัดว่าดีนัก แต่ก็ดีกว่าอยู่กันเอง
ยุวปัญญาชนคนหนึ่งเป็ผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับโจวเว่ย ใบหน้าเ้าเล่ห์หันมามองทางโจวเว่ยแล้วพูดจิกกัดเสียงไม่เบานัก “โจวเว่ยของเราคงหมดหวัง เพราะดันไปเด็ดดอกไม้ป่าริมทางที่หมู่บ้านนี้มาแล้ว!”
ทันทีที่พูดจบ เหล่ายุวปัญญาชนหุบยิ้มแล้วหันกลับไปทำงานส่วนของตัวเองต่อ เื่นี้พวกเขาไม่ขอยุ่งด้วย ปล่อยให้เ้าปังเต๋อโดนคนเดียว
มือที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งหยุดชะงักลง โจวเว่ยหันไปมองปังเต๋อด้วยสายตาเชือดเฉือน “นายอยากตายก่อนได้กลับไปเรียนหรือเปล่า?”
“จะ โจวเว่ย ฉันพูดแค่นี้ไม่เห็นต้องเคืองแค้นกันเลย ก็นายแต่งงานมีลูกมีภรรยาแล้ว หรือจะน้อยใจที่ไม่ได้กลับไปเรียนกับพวกเรา ไม่เป็ไรนะ แรงงานรากหญ้าก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวหรอก เอาไว้ฉันได้ดีแล้ว ฉันจะไม่ลืมนายเลย! อย่างน้อยเป็คนขัดรองเท้าของฉันก็ดีกว่าต้องทำนากลางแดดแบบนี้ละนะ! ฮ่าๆ!”
โจวเว่ยหยิบก้อนดินแข็งๆ ขว้างใส่หัวปังเต๋อ เพื่อนสนิทของเขาต้องวิ่งเข้ามาห้าม
“อาโจวอย่าเลย เ้านั่นก็ปากเสียเป็ประจำเกือบทุกวันอยู่แล้ว” เพื่อนสนิทของโจวเว่ยกล่าว เขามีชื่อว่าชวนเหอ ชวนเหอมีร่างกายสูงใหญ่กว่าโจวเว่ย เขาสามารถลากอีกฝ่ายออกมาจากตรงนั้นได้ ทั้งสองมาหาที่คุยกันที่น้ำตกเล็กๆ ของหมู่บ้าน
หมู่บ้านนี้ชื่อว่าต้าไห่ เป็พื้นที่ติดชายทะเลอันกว้างใหญ่ อาชีพหลักของคนที่นี่คือชาวประมง การเพาะปลูกทำได้ค่อนข้างยาก เพราะสภาพอากาศไม่ค่อยเป็ใจ และดินไม่เหมาะกับการปลูกพืช งานเหนื่อยขนาดนี้จึงตกมาเป็ของยุวปัญญาชนเช่นพวกเขา
โจวเว่ยเดินไปล้างมือที่น้ำตกสายเล็กๆ เขาถูมือตัวเองจนแดงเถือกเพราะโมโห ความจริงบ้านของเขาเป็เศรษฐีของปักกิ่ง ทว่าความวุ่นวายทำให้ครอบครัวต้องล่องเรือหนีตายไปอยู่อีกประเทศหนึ่งแสนห่างไกลแทน โจวเว่ยเป็เด็กหนุ่มเืร้อนหัวแข็ง เขาไม่ยอมทิ้งบ้านเกิด ยอมล่มหัวจมท้ายไปกับประเทศอย่างกล้าหาญ ชวนเหอเป็คนรับใช้ที่เติบโตมาด้วยกัน อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหนีไปกับครอบครัว แต่ตามมาอยู่กับเขาที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้หลายปีแล้ว
ทั้งสองตั้งใจอดทนลำบาก ไม่ยอมพึ่งพาการแต่งงานเหมือนยุวปัญญาชนบางคน ทว่าเมื่อสี่เดือนก่อนนี้ สาวงามของหมู่บ้านกลับมาถูกตาต้องใจโจวเว่ย หล่อนไม่เพียงส่งจดหมายรัก แต่ยังกล้าวางยาปลุกกำหนัดซึ่งเป็ของผิดกฎหมายกับเขา ทำให้ชายหนุ่มเสียตัวและได้แต่จำยอมแต่งงาน เพราะหล่อนบอกว่าตั้งท้อง
ทีแรกโจวเว่ยไม่เชื่อ แต่ไม่ว่าจะเอาหมอคนไหนมาตรวจก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าท้องจริงๆ และบอกอายุครรภ์ได้เท่ากันทุกคน จนตอนนี้หน้าท้องของหล่อนก็ปูดขึ้นมาน้อยๆ แล้วจริงๆ
เขาไม่อยากแต่งงาน อุดมการณ์ของเขายังอีกยาวไกล เขา้าสร้างฐานะและเป็คนร่ำรวย เมื่อวิกฤตผ่านพ้น จังหวะนั้นแหละคือโอกาสตักตวง ตอนนี้เป็โอกาสดี รอเปิดประเทศเมื่อไร ทั้งแรงงานและทรัพยากรอื่นๆ ล้วนมีค่าเป็ดั่งทองคำ ไม่คิดว่าแผนที่วางมาตลอดหลายปีจะมาพลาดท่าเสียทีให้เด็กผู้หญิงท่าทางซื่อๆ คนหนึ่ง
ชวนเหอเดินดูลาดเลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เราจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนั้นดีครับคุณชาย ถ้าคุณชายไม่ได้แทรกซึมเข้าพวกกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล เราจะเอาสมบัติออกมาไม่ได้นะครับ”
สมบัติเก่าถูกฝังกระจายอยู่หลายมณฑล ตระกูลโจวเคยร่ำรวยเป็อันดับต้นๆ ของปักกิ่ง เื่ที่เขาแต่งขึ้นมาว่าพ่อกับแม่ขนสมบัติขึ้นเรือหนีไปหมดแล้วนั้นมีคนเชื่อสักกี่คนเชียว ดังนั้นก่อนครอบครัวจะกลับมาโจวเว่ยต้องสร้างทั้งฐานะและอิทธิพลขึ้นมาใหม่ ไม่เช่นนั้นสมบัติของพวกเขาคงเป็เนื้อหวานๆ ให้หมาป่าจอมละโมบแย่งกันกัดทึ้ง
“ยังไงฉันก็จะเข้าสอบ ฉันต้องได้เรียนต่อ และต้องเป็ที่ปักกิ่ง” ความจริงเื่นี้ไม่ควรยาก ทว่าภรรยาของเขาไม่ยอม หล่อนขู่ฆ่าตัวตายหากเขาไปปักกิ่ง!
ชวนเหอถอนหายใจ “ไม่รู้เด็กคนนั้นไปเอามาจากไหน คิดไปก่อนแล้วว่าคุณชายจะทิ้งแล้วไปมีภรรยาใหม่ที่ปักกิ่ง ใครมันจะชาติหมาสารเลวได้ขนาดนั้น!” ตอนด่าว่าชาติหมา ชวนเหอหันไปสบตาผู้เป็นายพอดี “ผมไม่ได้ว่าคุณชายนะครับ มันเป็จังหวะอุบัติเหตุ!”
โจวเว่ยหน่ายจะสนใจ “ฉันจะหย่ากับหล่อน เงินที่เราเอาติดตัวมาเหลืออยู่แปดพันหยวน ฉันจะใช้มันแลกกับลูกในท้อง ลูกคลอดออกมาเมื่อไร เราจะไปจากที่นี่ทันที”
เขาไร้ความรู้สึกกับหล่อน ไม่เคยเปิดใจั้แ่ทีแรก คงเป็เพราะแผนการของหล่อนทำให้เขานึกรังเกียจ อาศัยความไว้ใจใส่ยาลงในน้ำดื่มของเขา หลังจากนั้นก็ตามหึงหวงเขาทุกที่ เขาทำไม่ได้แม้แต่เดินผ่านยุวปัญญาชนหญิงคนอื่นๆ
“คุณชายจะทิ้งเธอไว้ที่นี่หรือครับ!? ผู้หญิงที่หย่า จุดจบมักไม่น่าอภิรมย์นัก” ส่วนใหญ่จะถูกขอแต่งโดยพ่อม่ายไม่ก็ชายพิการขาเป๋ ยุคนี้มีคนไม่สมประกอบเยอะมาก ทำผิดเล็กน้อยก็ถูกจับไปทรมานจนร่างกายผิดปกติแล้ว หากภรรยาของคุณชายเป็หญิงม่าย หล่อนคงมีชีวิตยากลำบากมากหลังจากนี้
“ฉันจะส่งเงินมาให้หล่อนทุกเดือน เดือนละห้าร้อยหยวน แม้จะเป็ม่ายแต่คุณตาคุณยายรักหล่อนมาก ไม่มีทางยอมให้แต่งกับคนแบบนั้นหรอก” พวกเขาคุยกันได้เพียงเท่านั้นก็ถูกตามตัวให้ไปช่วยงานในไร่ต่อ
โจวเว่ยเคยเป็คุณชายผิวขาวหน้าสวยกว่าผู้หญิง ทว่ากาลเวลาและชีวิตแสนลำเค็ญผลักดันให้เขาเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง เขาสัญญากับพ่อแม่ สัญญากับปู่ย่าแล้วว่าต้องมีชีวิตรอดอยู่จนทุกคนกลับมา
งานพลิกหน้าดินนั้นเป็งานหนักและกินแรงมาก ตลอดทั้งบ่ายพวกเขาแทบไม่ได้หยุดพัก กว่าจะกลับบ้าน พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกดิน ทันทีที่โจวเว่ยกลับมาถึงบ้าน ภรรยาต้อนรับเขาด้วยใบหน้าหงิกงอ เขาพอจะรู้ชะตาตัวเองล่วงหน้าในอีกไม่กี่นาทีแล้วว่าต้องเกิดเื่
โจวเว่ยเดินไปตักน้ำในถังมาดื่มดับร้อน มือที่กำลังถือกระบวยน้ำถูกปัดตกพื้น เขาหันมามองใบหน้าสวยหวานผิดกับสันดานต่ำทรามของภรรยา “ทำบ้าอะไรของคุณ!?”
“ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว! ถ้าคุณไม่สัญญามา ฉันจะไม่ให้คุณกินอะไรทั้งนั้น!” หญิงผู้นี้ใบหน้างดงามหมดจด หล่อนมีชื่อว่าซูฉี ปีนี้อายุ 18 ปีเต็ม เธอเคยเป็ดอกไม้งามของหมู่บ้านแห่งนี้ ใครพบเจอก็อยากได้ไปเป็ลูกสะใภ้ แม้กระทั่งลูกชายคนเดียวของนายอำเภอ เธอกำลังจะได้ตกลงหมั้นหมายกับบุตรชายนายอำเภอ ทว่าเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อยุวปัญญาชนคนหนึ่งทำเื่เกินเลยกับเธอ เขาไม่เพียงไม่สำนึก แต่ยังกล้ากล่าวหาว่าเธอใช้วิธีสกปรกให้ได้เขามา บุตรชายนายอำเภอกับยุวปัญญาชนที่มีดีแค่หน้าตากับมัดกล้ามขนาดกำลังพอดีใต้ร่มผ้าคนหนึ่ง ต่อให้กลับหัวคิดเธอยังไม่เลือกเขาเลย! เื่นี้แพร่กระจายจนไม่มีผู้ชายคนไหนอยากแต่งกับหล่อนอีกแล้ว ซูฉีได้แต่กอดโจวเว่ยไว้ เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็พ่อของลูก คุณตากับคุณยายเธอก็แก่ลงทุกวัน มีคนช่วยงานในบ้านเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนย่อมดีกว่า
“สัญญาอะไร? ผมบอกแล้วว่าต่อให้ตายผมก็ต้องไปเรียนปักกิ่ง แต่ผมจะส่งเงินมาให้คุณทุกเดือน ความลำบากไม่มีทางมากล้ำกรายคุณได้แน่นอน คุณเข้าใจผมหน่อยซิซูฉี” ลูกผู้ชายมีอุดมการณ์กันทุกคน เขาจะไม่มีทางยอมให้อะไรมาหยุดยั้งมันได้ เพราะหากเขายังจมปลักอยู่อำเภอเซินเจิ้นแสนกันดารนี้ ต่อไปคงตามหาครอบครัวที่ต่างประเทศลำบากแล้ว
“คุณกล้าเอาความตายมาขู่ฉัน!? ได้! โจวเว่ย ฉันเองก็จะตายให้คุณดู! ดูซิว่าฉันกับลูกในท้องจะสำคัญน้อยกว่าอุดมการณ์เน่าเหม็นของคุณหรือเปล่า!” ซูฉีว่าแล้วก็เดินกระทืบเท้าเข้าห้องไป กะแล้วเชียวว่าพวกปัญญาชนเป็พวกสมองเก่าคร่ำครึ! หล่อนหาเชือกที่เตรียมไว้ขู่ฆ่าตัวตาย หาอยู่นานกว่าจะหาเจอ จากนั้นเดินออกไปลากเก้าอี้กินข้าวมา ลากต่อหน้าต่อตาโจวเว่ย
โจวเว่ยไม่ตื่นใ เพราะเห็นภาพนี้จนชินตา เขาจำได้แม้กระทั่งจังหวะการลากเก้าอี้กระแทกพื้นแรงๆ เพื่อให้เขารู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ มันเป็พฤติกรรมแสดงความเอาแต่ใจที่เขาเลิกทำไปั้แ่ตอนห้าขวบ
ซูฉีถูกตามใจมาั้แ่เด็ก บิดาเธอแต่งภรรยาใหม่ ส่วนมารดาเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เนื่องจากดวงชะตาของซูฉีพิฆาตตระกูลซู ทำให้บ้านนั้นส่งเธอกลับมาอยู่กับคุณตาคุณยายั้แ่จำความได้
ซูฉีลากเก้าอี้เข้ามาในห้องแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสามี เธอโกรธมากจริงๆ คราวนี้จึงปีนเก้าอี้ขึ้นไปผู้เชือกกับขื่อ ก่อนจะเอามาสวมคอแล้วะโออกไปว่า “โจวเว่ยไอ้ลูกเต่าเฮงซวย ถ้าคุณไม่เข้ามาฉันจะฆ่าตัวตายจริงๆ คุณไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกของฉันแน่!”
เสียงด้านนอกยังคงเงียบ ซูฉีเริ่มกระวนกระวายใจ ปกติขู่เื่ลูกทีไรเขาจะยอมใจอ่อนให้เธอก่อนตลอด ทำไมคราวนี้เงียบนะ ตอนนั้นเองมียุงมากัดขา เธอขยับยกเท้าเตะไล่มันไป ทว่าขากลับพลาดเสียหลักทำให้เก้าอี้ล้ม ร่างทั้งร่างของเธอถูกเชือกรัดคอไว้กับขื่ออย่างแรง เธอพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากสามี ทว่าเสียงนั้นช่างแ่เบา โจวเว่ยไม่อาจได้ยินอีกตลอดกาล…
“ชะ ด้วยย…”
……………………………………
อีบุ๊คเล่ม 1 จ้า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzIyMjc3Ijt9