‘อ๊ะ!!..’ ขณะกำลังเดินจูงจักรยานกลับบ้านเทวินที่ตอนนี้มีสัญชาตญาณการระวังตัวที่ดี เขารู้สึกได้ว่ามีสายตาบางคู่กำลังจ้องมอง
มาที่ตัวเขาและเรนิตา ‘สีนิล’ และรู้ได้ว่าที่กำลังมองก็คือแมวสีนิลนั้นเอง
บนกิ่งไม้ของต้นมะม่วงต้นหนึ่ง นั่งด้วยแมวขนสีดำทั้งตัวดวงตาเป็ประกายมองคนทั้งสองอย่างมีความหมายที่ลึกซึ้ง
เทวิน เขายิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไร ยังคงพาอีกคนจูงจักรยานเดินเล่นมาถึงบ้านของเทวินระหว่างทางยังพูดคุยและได้ทำความรู้จัก
กันมากขึ้น เรนิตา เธอเองก็ไว้ใจเขามาก ซึ่งนี่เป็เื่แปลกสำหรับคนที่รู้จักเธอดีปกติเธอไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ เช่นนี้มาก่อน และเธอตอนนี้ก็ได้
สำรวจบริเวณบ้านของเขา
แมวสีนิลรู้ว่าเทวิน เขารู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่จึงไม่ตามและส่ายหางไปมาช้าๆ ยกเท้าข้างหนึ่งมารูปที่หัวและเลียขนและเท้าตัวมันเอง
“แค๊วก.qแคกกก.q..q ๆ”กระรอกสายฟ้าหายตัวมาอยู่บนกิ่งไม้เดียวกับแมวสีนิลพร้อมส่งเสียงร้องทัก
“เงี้ยวว...” แมวสีนิลทักทายกลับ
“แคก.q..q ๆๆ”มันส่งเสียงและหายตัวมาอยู่อีกข้างของกิ่งไม้
“เหงี้ยววๆๆ..เงี้ยวว..” แมวสีนิลส่งเสียงพร้อมกับบังคับร่างของกระรอกสายฟ้าไม่ให้หายตัวได้ เ้าสายฟ้าเมื่อหายตัวไม่ได้
กลับสลัดตัวเองไปมากลายเป็ร่างเดิมที่มีหงอน แผงคอและหางพู่ที่แซมด้วยสีฟ้า
แมวสีนิลจึงปล่อยอำนาจพลังงานจากตัวมันและส่งเสียงคุยกลับกลายเป็หนึ่งกระรอกและหนึ่งแมวกำลังส่งเสียงคุยสื่อสารกัน
แมวสีนิลรู้ได้ว่าเรนิตาเป็คนที่จำเป็ต้องได้รับการปกป้องจากสัญญาณร่างทิพย์ของพญาเสือดำที่หลับอยู่ในร่างของตัวมันเอง
เ้าสายฟ้ากลับรู้ทันมันจึงมาปรากฎตัว
…………….
คนธรรมดาคนหนึ่งนั้นอาจจะดูไม่ได้สำคัญอะไรแต่หากคนๆ หนึ่งต้องเป็อะไรไป แล้วอาจจะทำให้อีกหลายคนต้องเดือดร้อน
ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากฝากชะตากรรมไว้ เช่นลูกจ้าง ผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดผู้คนที่ยัง้าอาหาร ที่อยู่อาศัย การได้รับการดูแลจากคนผู้นั้น
ถ้าตอนนั้นพญาเสือดำปล่อยให้นายพรานและสัตว์เล็กสัตว์น้อยต้องตกตายภายใต้อุกกาบาตที่ตกลงมาจากฟ้าก็จะเกิดสิ่งที่ไม่เป็ไปตามวัฏจักร
เด็กๆ ผู้หญิงและอีกหลายผู้คนที่ยังต้องพึ่งนายพรานก็จะเดือดร้อนไปด้วย สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่อาศัยอยู่ในป่าเ่าั้ก็จะไม่มีโอกาส
ได้เติบโตและสืบพันธุ์เพื่อเป็ส่วนหนึ่งของวัฏจักรต่อไป พญาเสือดำขับไล่สัตว์อื่นออกจากบริเวณนั้น และใช้ร่างของตัวเองปกป้องนายพราน
ซึ่งก็คือเทวินในอดีตนั้นเอง
…………..…
เ้าสายฟ้ารู้ว่าแมวสีนิลนั้นคิดจะทำอะไรมันก็ไม่สามารถจะทำอย่างไรได้จึงได้หายตัวไป
แมวสีนิลที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ยังคงส่ายหางไปมาช้าๆมองไปข้างหน้าอย่างมีความหมาย ด้วยประกายตาที่มีความมุ่งมั่น
สายตาแห่งการปกป้องและความเสียสละ
หากชีวิตของตัวมันที่ได้ผ่านความเป็และความตายมาแล้วกระทั้งร่างทิพย์ของพญาเสือดำมาให้ชีวิตกับมันอีกครั้งจะเป็ไรไปหากชีวิต
ของตัวมันสามารถต่อชีวิตของคนอื่นได้ให้คนที่มีชีวิตอยู่เป็ที่พึ่งให้อีกหลายคนต่อไปได้ มันกลับคิดที่จะสละชีวิตตัวมันเองเพื่อคนอื่น
...................
เทวินตอนที่รู้ตัวว่าสายตาคู่นั้นของแมวสีนิลมองดูเขาและเรนิตาอยู่นั้นก็รู้สึกได้เช่นกัน แม้จะไม่พูดกล่าวอะไรออกมาตัวเขาเองก็ได้
สาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นมันเกิดขึ้นพญาเสือดำที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อตัวเขาเพื่อให้อีกหลายชีวิตได้ดำเนินไปต่อ
‘ผมสัญญา ผมจะปกป้องและทำเพื่อสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตตัวเองและคนอื่นๆ’
‘ผมจะดูแลและปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม’เขามีรอยยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มให้กับเธอ
“บ้านของคุณเทวินน่าอยู่มากคุณเลี้ยงแมวด้วยเหรอคะ?” เธอกล่าว
อย่างชื่นชมและถามกับเขา เธอเห็นที่ใส่อาหารแมวที่มุมหนึ่งของระเบียงบันได
“ขอบคุณครับ ดีใจที่คุณชอบ คือเป็แมวสีดำชื่อสีนิล ถ้าคุณพบเห็นก็ไม่ต้องในะครับ”หยุดเล็กน้อยเขาจึงอธิบายต่อ
“เออ...สีนิลอาจจะไปที่บ้านของคุณรบกวนบอกคนในบ้านด้วยนะครับ ผมเลี้ยงแบบปล่อยนะครับ”
“อ๋อ...ค่ะคนที่บ้านของเรเนียก็เคยแต่เลี้ยงให้อาหาร ไม่เคยไล่ค่ะบางทีก็มีมาหลายตัวแต่ก็ไม่เคยอยู่ที่บ้านนาน ไม่ต้องห่วงนะคะ
จะบอกคนที่บ้านไว้ค่ะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับผมจะทำอาหารมื้อเที่ยงสำหรับเราทั้งคู่ คุณอยากกินอะไรเป็พิเศษมั้ยครับ?”
“คุณทำอาหารอะไรหรือคะ? ให้เรเนียช่วยนะ”
“เออ อันที่จริงผมเองก็ฝึกทำนะครับตอนที่ทำงานอยู่ไม่ค่อยได้ทำ พอกลับมาอยู่บ้านก็ฝึกทำ ผมว่าจะทำข้าวผัดไข่คุณชอบมั้ยครับ?”
“ชอบค่ะ งั้นเราช่วยกันทำ” เธอยิ้มรู้สึกกระตือรือร้น
“ได้ครับ” เขาตอบรับพร้อมรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
ดูเหมือนว่าข้าวผัดไข่วันนี้จะดูมีน่าตาน่ารับประทานเป็อย่างมากทั้งสองช่วยกันประกอบอาหาร เรนิตา เธอปลอกและหั่นแตงกวา
แต่งขอบจาน หากจะว่าไปแล้ววัตถุดิบจำพวกผักมีให้เก็บมาประกอบอาหารได้เรื่อยๆ แต่วันนี้เทวินเขาไม่ได้ไปเก็บที่แปลงผักจึงใช้แค่ที่มี
อยู่ในตู้เย็นแต่นี้ก็เพียงพอที่จะให้ทั้งสองได้อิ่มอร่อย
ทั้งสองคนดูจะสนทนากันถูกคอและเธอสนใจอาหารพื้นเมืองของมาศิตาเมื่อมาแล้วจึงอยากไปเปิดหูเปิดตา
เที่ยวและชิมอาหารพื้นเมืองของที่นี้
“ให้ผมพาคุณไปเที่ยวในเมืองดีมั้ยครับผมก็ไม่ได้ไปที่ตลาดอาหารพื้นเมืองนานแล้วครับ”
“จริงๆ นะ!? ..” เธออยากไปสตรีทฟู้ดของเมืองนี้จึงแสดงความดีใจออกมา
“ครับเย็นนี้เราไปเที่ยวและชิมอาหารพื้นเมืองด้วยกัน”
“โอ้วว...ดีใจมากเลยเรเนียจะชิมสารพัดอาหาร” เธอดีใจและหัวเราะ
“ผมว่าคุณต้องอ้วนแน่ถ้าคุณอยู่ที่มาศิตาที่นี้อาหารหลากหลายและอร่อยมากครับ”
เธอหัวเราะก่อนจะถามกับเขา ”แล้วคุณชอบอาหารอะไรเป็พิเศษหรือเปล่าคะ?” ดูเธอสนใจมาก
“ผมชอบขนมจีนน้ำเงี้ยว และก็เครื่องดื่มสมุนไพรอย่างเช่น น้ำใบบัวบก น้ำดอกอัญชัน น้ำกระเจี้ยบ อะไรแบบนี้ครับ”
“โอ้วว!!...เรเนียชักจะอดใจไม่ไหวแล้ว”
“แล้วคุณชอบอะไรเป็พิเศษครับ”
“ถ้าเป็อาหารทางเหนือ เรเนียชอบข้าวซอย”
“จริงเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ที่ประจำที่หน้าที่สถานทูตแคนาดาเชียงใหม่เคยพาเรเนียรับประทานอาหารพื้นเมืองประจำเมื่อไปหาท่าน”
เธออธิบาย
“อ๋อ...ครับเดี๋ยวผมจะหัดทำข้าวซอยแบบต้นตำหรับ”
“อ้า!...ถ้าอย่างนั้นเรเนียก็จะหัดทำขนมจีนน้ำเงี้ยว”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเป็กันเองมากขึ้นเมื่อมื้อเที่ยงไป สักพักใหญ่เขาจึงขับจักรยานไปส่งเธอเรเนียเธอบอกคนใกล้ชิดเธอที่บ้าน
และยังเตรียมพร้อมสำหรับเย็นนี้นี่จะได้ไปสตรีทฟู้ดของเมืองนี้ ‘เขาใจดีกับฉันมาก’ เธอเองคิดเช่นนั้น