25
เปิดร้าน
เพียงหกวันชั้นล่างโถงกลางของตึกไม้ด้านหน้าก็ถูกเจียงถิงถิงตกแต่งให้เป็ร้านบะหมี่ขนาดเล็ก มีโต๊ะให้นั่งกินบะหมี่สี่ตัว นางไม่ได้้ามีร้านใหญ่โตจึงไม่ได้ใช้พื้นที่ในเรือนไม้ทั้งหมด นางใช้พื้นที่เพียงหนึ่งในห้าของเรือนเท่านั้น
“ท่านว่าเท่านี้ พอหรือไม่” เจียงถิงถิงร้องถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่มุมด้านในสุดของร้าน เขายืนมองนางวางถาดใส่กาชาบนโต๊ะทุกตัวจนเสร็จ พอเสร็จก็หันมาถามเขาหลายหน อันอี้เฉินมองนางอย่างขบขันเขาคิดว่านางคงกำลังคิดมากเื่เปิดร้านวันพรุ่งนี้จึงได้ย้ายกาชายกเก้าอี้ไปทางนั้นทีทางนี้ที
“นี่เ้าย้ายมันรอบที่สิบแล้ว”
“ข้ากลัวว่ามันยังดีไม่พอ”
“เ้าไม่ได้เปิดภัตตาคารเสียหน่อย กังวลสิ่งใดกัน แค่บะหมี่อร่อยก็เพียงพอแล้วสำหรับร้านขายบะหมี่ และบะหมี่ของเ้าอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมา หากเปิดแล้วเกรงว่าร้านคงไม่พอให้ผู้คนนั่งแน่” คนพูด ๆ ไปอย่างที่ตนเองคิดแต่คนฟังกลับหัวใจเต้นแรง ไม่รู้เพราะสิ่งใดเขาจึงมักทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ อยู่เรื่อย ตัวนางก็แปลกประหลาดเช่นกันเพียงคำพูดไม่กี่คำของบุรุษผู้นี้ก็ทำนางใจเต้นแรงจนใบหน้าเห่อร้อนไปหลายครา
“ไม่ต้องมายอข้า อยากได้สิ่งใดบอกมา”
“ข้าหิวแล้ว อยากกินหมูทอดกระเทียม” เจียงถิงถิงหัวเราะเบา ๆ ให้กับคนที่คิดถึงแต่เื่กินอย่างอันอี้เฉิน ก่อนจะเดินนำเขาไปยังทางออกด้านหลัง ท่ามกลางสายตายินดีปนขัดเขินของคนงานที่เขาจ้างมาช่วยดูแลเรือน และร้านบะหมี่ บรรดาคนงานล้วนแต่เป็สตรีที่ถูกขับไล่จากบ้านฝั่งสามีเพราะสามีตาย บางคนคลอดลูกเป็หญิงจึงถูกขับไล่ เช่นนี้คนงานจึงมีทั้งหญิงหม้าย ถูกทิ้ง บางคนมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูอีกด้วย
“เป็อย่างไร ได้ความหรือไม่” เมื่อจิ่งซินมาถึงผู้เป็นายก็รีบร้อนถามหาความที่สั่งบ่าวไป หลังจากที่เจียงถิงถิงและอันอี้เฉินออกไปจากที่นี่หยุนฮ่าวหรานก็ส่งบ่าวรับใช้ของตนไปคอยสืบความเื่เจียงถิงถิง เขาไม่คิดจะยอมปล่อยนางไปมีความสุขอยู่กับญาติผู้น้องของตนง่าย ๆ ยังคอยคิดทุกทางเพื่อเอานางกลับคืนมา
“ขอรับนายท่าน ฮูหยินอยู่กับคุณชายอัน คุณชายกำลังจะเปิดร้านบะหมี่ที่ตรอกการค้าด้วยขอรับ” คนสนิทกล่าวรายงานความที่สืบมาได้แก่นายตน หยุนฮ่าวหรานพอได้ฟังก็เกิดฉุนเฉียวขึ้นมาย่ามนึกว่าทั้งสองอยู่ในเรือนเดียวกันตลอดทุกวัน
เขาคิดไว้แล้วญาติผู้น้องกำลังรอเวลานี้อยู่จริง ๆ ต้องเป็เพราะอันอี้เฉินแน่ฮูหยินของเขาจึงออกไปง่าย ๆ เช่นนี้ เพราะทั้งคู่เป็สหายกันและไม่มีท่าทางชู้สาวมาก่อนเขาจึงไม่เคยระวังสังเกตสิ่งนี้เลย
“เ้าอันอี้เฉินนั่นรอเวลานี้อยู่จริง ๆ ข้าไม่ปล่อยให้พวกเ้ามีความสุขกันหรอก”
“นายท่านจะให้ข้าทำสิ่งใดต่อหรือขอรับ”
“นางเปิดร้านเมื่อใดให้คนไปก่อกวน ให้ร้านเสียชื่อให้ได้ หากนางไม่มีอันอี้เฉินนางย่อมกลับมาหาข้า” กำปั้นใหญ่ทุบลงฝ่ามือหลังจากสั่งบ่าวแล้ว นางเป็ของเขาและเขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดได้อยู่กับนาง เขาคิดเช่นนี้มาเสมอหลังจากที่พบว่าตนเองหลงรักเจียงถิงถิง เขาต้องเป็บุรุษผู้เดียวที่ได้ร่างกายและจิตใจนาง
“ขอรับนายท่าน”
ทางเข้าร้านบะหมี่เปิดใหม่เต็มไปผู้คนที่มายืนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเปิดร้านนางมีปากเสียงกับอันอี้เฉินสักครู่ เนื่องจากนางเกรงว่าหากตนไปเป็ตัวแทนกล่าวเปิดร้านจะทำให้ผู้คนมองไม่ดี เพราะเป็สตรีมาเปิดร้านค้าขาย แต่อันอี้เฉินไม่เห็นด้วยอย่างไรนางก็เป็เ้าของร้านถึงจะเป็สตรีแล้วอย่างไร
“คนรู้ถึงจะดี ผู้คนจะได้ล่ำลือกันไปไกล ผู้คนจะได้อยากรู้ว่าอาหารอร่อยจริงหรือไม่ ถือว่าเรียกลูกค้าอย่างไรเล่า” อีกคนอยากให้ไป อีกคนไม่อยากไปแต่ในที่สุดนางก็ยอมออกไปให้ผู้อื่นเห็นเพราะคำพูดประโยคเดียวของอันอี้เฉิน
“ข้าแพ้ท่านทุกที ไปก็ไปสิ” ในที่สุดเจียงถิงถิงก็ยอมแพ้แล้วเดินผ่านประตูร้านออกไปเพื่อทำพิธีเปิดร้านบะหมี่ของตน
ร่างบางระหงส์สวมอาภรณ์บางเบาสีชมพูอ่อนปักลายดอกท้องดงามขับผิวกายขาวผ่องราวหิมะแรก ผมยาวดำขลับถูกรวบไว้เป็มวยครึ่งศีรษะ ปักปิ่นหยกสีเขียวอ่อน และปิ่นไข่มุกลายดอกท้อเข้ากับอาภรณ์ที่สวม ยามที่นางเดินช้า ๆ ไปยังทางเข้าร้านซึ่งมีผู้คนรออยู่มากยิ่งงดงามจนพาลคิดว่าเทพธิดากำลังล่องลอย เจียงถิงถิงสะบัดชายแขนเสื้อเล็กน้อยจากนั้นจึงนำมือทั้งสองข้างมาประสานกันไว้ตรงหน้าท้อง ท่าทางสง่าเรียบร้อยทำผู้คนที่มารอเปิดร้านตั้งใจฟังสิ่งที่นางจะกล่าวมากขึ้นไปอีก
“ข้าเป็เถ้าแก่ของร้านบะหมี่ไก่แห่งนี้ วันนี้ข้าเปิดร้านเป็วันแรกจึงอยากมอบของขวัญแก่ลูกค้าที่มากินบะหมี่ หากลูกค้าท่านใดสั่งบะหมี่มากกว่าสองชามข้ายินดีแจกไข่เค็มทำเองให้ไม่คิดเงิน และบะหมี่ทุกชามในวันนี้ข้าจะลดราคาให้ทั้งหมด ทุกท่านสามารถสอบถามเสี่ยวเอ้อร์ในร้านได้เลย เช่นนั้นข้าขอเปิดร้าน ณ บัดนี้” เจียงถิงถิงกล่าวเปิดร้านเสร็จก็ขยับไปยืนริมประตูเพื่อให้ทางเข้าโปร่งโล่งมากขึ้น อันอี้เฉินพยักหน้าให้บ่าวรับใช้ของตนทันใดนั้นก็มีเสียงประทัดดังลั่นไปทั่วตรอกการค้า
ผู้คนพากันปรบมือแสดงความยินดีที่เปิดร้าน บรรดาบุรุษที่ผ่านไปมาล้วนแต่พากันเดินเข้าไปในร้านเพื่อคอยจับจ้องมองเถ้าแก่ของร้านที่งดงามราวกับเทพธิดา
พิธีเปิดร้านเสร็จเจียงถิงถิงก็เดินนำเข้าไปในร้าน นางเดินไปยังโต๊ะไม้สูงพอดีเอวซึ่งอยู่หลังสุดของร้าน เป็โต๊ะที่ถูกทำขึ้นตามแบบที่นางบอกเพื่อใช้ในการทำบะหมี่ภายในร้าน ทั้งยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้คนที่มานั่งรอบะหมี่ได้อีก ห่างออกไปไม่กี่ก้าวก็มีโต๊ะตัวสูงเท่า ๆ กันวางอยู่ บนโต๊ะวางของที่เจียงถิงถิงทำเองไว้ขายพร้อมกันหลายอย่าง หนังไก่ทอด หนังหมูทอดที่ทอดออกมาแล้วจำแทบไม่ได้ว่ามันคือหนังหมู ไข่เค็มที่บรรดาคนงานสตรีเป็ผู้ทำเอง อาหารที่นางนำมาขายล้วนแต่เป็สิ่งที่ผู้คนไม่เคยเห็นมาก่อนจึงมีผู้สนใจมาก ยิ่งมีให้ชิมผู้คนยิ่งสนใจกันมากขึ้น
“เถ้าแก่ร้านนี้งดงามยิ่งนัก เห็นทีข้าต้องมาบ่อย ๆ เสียแล้ว”
“นางงดงามจริง ๆ แต่ข้าขอลองก่อน หากไม่อร่อยก็ไม่มา” บุรุษทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะในสุดพูดคุยกันขณะที่นั่งรอบะหมี่ แต่ระหว่างพูดคุยกันก็ยังเหม่อมองไปยังร่างระหงส์ของเจียงถิงถิงที่ยืนทำบะหมี่อยู่ อันอี้เฉินยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งก็ยกยิ้มปลื้มใจให้คำพูดนั้นก่อนจะเดินจากไปเพื่อไปแอบฟังโต๊ะอื่นต่อว่าลูกค้าจะกล่าวอย่างไรต่อ