บทที่ 3 ทายาทหยางจวิน
ใต้หล้ากว้างใหญ่ไพศาล แต่ชะตานั้นวกวน ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน เื่ทางโลกยากแท้หยั่งถึง ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ ต่อให้เป็เง็กเซียน หรือแม้แต่ผู้นำเผ่าเทพ ก็มิอาจฝืนเจตนารมณ์ของฟ้าดินได้
ซางเหล่าโกรธจนคิ้วกระตุก หากไม่ใช่บุตรชายของสหายเก่า เขาไม่มีวันหยุดมือลงทัณฑ์แน่ หากแต่ถอนเกล็ดของเขาออกมาอันหนึ่ง จะไปนับว่าทดแทนบุปผชาติบอบช้ำได้อย่างไร ผู้ใดรังแกอี้อันฟางเยว่ ฆ่าตายยังนับว่าเมตตา ผู้าุโคืนร่างจริงให้แก่นาง แช่เซียนน้อยไว้ในกระแสวารี ชั่วยามหนึ่งจึงพาขึ้นจากคงคาซูซาน บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เปรียบดั่งโอสถทิพย์ที่เชื่อมเข้ากับเืเนื้อและเส้นเอ็นของนาง
หนึ่งคืนเต็ม ๆ ที่จมอยู่ใต้ก้นนิทรา หัวใจว้าวุ่นไม่น้อย ฟางเยว่ฝันถึงคนผู้หนึ่ง นิมิตวูบไหวดั่งไฟสลัว เทพธิดาโฉมงามในร่างวิหคสีคราม บินร่อนบนเมฆา หยอกเย้าประหนึ่งเห็นฟางเยว่เป็บุตร ความรู้สึกประหลาดราวคืนสู่บ้านเก่า ทันใดนั้นฟางเยว่สะดุ้งตื่น ตรงหน้าปรากฏเห็นซางเหล่าเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
ผู้าุโเอาแต่ทุ่มเถียงกับตนเองในใจ ว่าตนกำลังคุ้มครองหรือผิดต่อฟางเยว่ ร่างอัปลักษณ์จำแลงไปก็เพื่อเข็นฟางเยว่ให้ไกลจากอันตรายทั้งปวง บัดนี้รู้ซึ้งแล้วว่าโฉมงามเท่านั้นที่ขอความเมตตาได้ เป็เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อันที่จริงใต้หล้านี้ก็ไม่สมควรมีไป๋เฉ่าเจาั้แ่แรก
แม้ความร้ายกาจของเ้ากิเลนคลั่งลืมไม่ลง แต่ฟางเยว่ไม่เอาความอับโชคมาถ่วงดุล ออกไปหาสมุนไพรวิเศษด้วยตัวเองไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว แค่เอ่ยปากว่า้าสิ่งใด ท่านอาจารย์เมตตาหามาให้ วันที่ธารน้ำใสไหลรินกระทบหินผาดัง ซู่ ซู่ ควรค่าแก่การรักษาคน ฟางเยว่ไม่เอาแต่นอนี้เีเป็ชะอมตากแห้ง
เสียงโม่ยาตำไม้ดั่งโครมครามั้แ่เช้าตรู่ เกาซียินดีติดตามเป็ลูกมือ เ้าแมวขาวปุกปุยคล้ายรู้ชะตากรรม มันพยายามตะกายกรงระลอกแล้วระลอกเล่าแต่หนีไม่พ้น ค่ายกลเล็กๆ ของนางสกัดไว้ มันจึงได้แต่นอนเกยคางเงียบๆ เชิดหน้าหนีอย่างเย่อหยิ่ง ฟางเยว่เหลือบมองเป็ครั้งคราวก็เกิดเห็นใจ จึงลุกจากเตียงไม้เข้าไปสลายค่ายกล อุ้มมันไว้บนอก ลูบมัน หอมมัน อย่างเอ็นดู
นางเท้าสะเอวหัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นเ้าตัวเล็กเขินตัวกลม กระโจนลงจากอ้อมแขน ซ่อนตัวที่มุมใดมุมหนึ่ง ฟางเยว่เปลี่ยนจากผนึกกรงเป็ผนึกเรือนแทน เท่านี้มันก็มีอิสรเสรีวิ่งเล่นได้มากหน่อย อันที่จริงฤทธิ์เดชของพยัคฆ์ขาวตนนี้มิเป็รองใคร หากไม่เพราะถูกพิษและโดนลอบทำร้ายในเวลาเดียวกัน ไม่แน่ว่าอี้อันฟางเยว่คงต้องศิโรราบแก่มันแทน
นับโมงยามราวยามเว่ย(13.00 น.) ฟางเยว่ย้ายออกไปโขลกยานอกเรือน คาดการณ์ตามความชำนาญ ยาเม็ดนี้เป็อันใช้ได้ นางขลุกตัวอยู่กับการปรุงยาตัวใหม่หลายชั่วยาม ท้องหิวปากอยาก จึงเดินไปที่ส่วนครัว แป้งเปี๊ยะและน้ำโสมยังไม่ทันกลืนลงท้อง เกาซีที่นำยาลูกกลอนไปป้อนให้เ้าปุกปุย ะโร้องเสียงก้องป่า ฟางเยว่ทุบหน้าอก ปึกๆ ไล่แป้งเปี๊ยะอันหยาบกระด้างลงท้องไป แล้วจึงรีบตามเข้าไปในเรือน
เกาซียืนตื่นตะลึงตัวแข็งกล่าวเสียงสั่นเครือว่า “จะ…เ้าปุกปุยของท่าน คะ…คือพญาเสือโคร่ง หยางจวินจ้วนหลิว”
นั่นคงเป็เพราะยาวิเศษที่ท่านอาจารย์ให้เขากลืนคราวก่อน ถึงได้ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ ฟางเยว่ปัดหลังมือทีหนึ่ง เดินเข้าไปดู เห็นกายหยาบในร่างมนุษย์ นอนขดเก็บอุ้งมือ ตามลักษณะของสัตว์สี่เท้า
ฟางเยว่ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าเห็นกิเลนเพลิงร่างนั้น นางเดินรอบเขาอย่างเงียบเชียบ ขณะก้มดู พยายามถ่วงดุลฝ่าเท้ามิให้ส่งเสียง แม้มีรอยฟกช้ำหลงเหลืออยู่บ้าง นับว่าทั่วทั้งใบหน้าไม่ได้รับความเสียหายอันใดมาก ทว่าขาซ้ายมีรอยปรุร่องใหญ่คล้ายถูกแทงด้วยหอกแหลม หรือศาสตราวุธแหลมคม ฟางเยว่ผายมือดึงยาจากโถที่เกาซีถืออยู่ รีบหลอมสู่ร่างให้เขา อัศจรรย์อย่างประหลาดที่ได้เห็นแผลฉกรรจ์สมานตัวฉับพลัน
นางไม่สนฐานะ ไม่สนตัวตน ยิ่งไม่ใส่ใจว่าหยางจวินจ้วนหลิวคือสรรพนามของผู้ใด ฟางเยว่เห็นเขาเป็แค่สหายปุกปุย และเอาแต่เรียกชื่อนั้นติดปาก มีร่างเผือกแล้วอย่างไร สัตว์เทพดุร้ายแล้วอย่างไร อยู่ร่วมชายคาเดียวกันหลายวัน เขายังไม่เคยสร้างรอยขีดให้นางแม้แต่ปลายเล็บ เท่าที่เคยประสบพบพาน ในใจนางยึดถือให้เสิ่นจ้งเหว่ย กิเลนเพลิงตนนั้นร้ายกาจที่สุด ว่าแล้วก็ชักสีหน้าหนักแน่นพร่ำบอกตนเองในใจว่า หากพบเ้ากิเลนเพลิงตนนั้นนอนตายอยู่ตรงหน้า นางจะไม่ยอมใช้วิชาแพทย์อันสูงส่งที่ศึกษามาอย่างยากลำบากรักษาแน่ ปล่อยให้ตายไปเลย!
หญิงสาวดีใจสุดยั้ง ปลื้มปริ่มในความสำเร็จหนนี้ ลืมตัวชั่วขณะล้มตัวลงไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบุรุษผู้นั้นที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ เกาซีถลึงตาเหลือกแต่ไม่กล้าทักท้วงอันใด ได้แต่คิดในใจเงียบๆ ว่า นั่นไม่ใช่ลูกแมวปุกปุยตัวน้อยที่จะเอ็นดูได้อีกแล้ว นั่นมันองค์ชายใหญ่ผู้คุมหัวเมืองทั้งสามรองจากกษัตริย์หยางจวินแห่งเจี้ยนหยวน อันได้แก่ เอ้อเหมา จ่ายโจว และลั่วซี
บุรุษรูปงามในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะดุ้งตื่น พลันแยกเขี้ยวหยิ่งฟันขู่ ฟ่อ ๆ ใส่นางจนตาหยี แล้ววิ่งไปหลบมุมหนึ่ง จ้วนหลิวอยู่ในร่างเทพจนลืมวันลืมคืน กระทั่งคืนสู่กายหยาบแล้วสัญชาตญาณสัตว์ดุร้ายยังหลงเหลืออยู่ นอกจากไม่สามารถทำให้ผู้ใดหวาดกลัวได้ ยังน่ารักน่าชังเหลือล้น ฟางเยว่หัวเราะร่วนจนท้องแข็ง กว่าจะรู้ตัวว่ายามนี้คืนร่างมนุษย์แล้ว จ้วนหลิวรู้สึกอับอายไม่น้อย
เกาซีกลัวว่าองค์ชายแห่งเจี้ยนหยวนจะกลับไปยังเมืองหลวง และคาดโทษเซียนน้อยผู้เป็นายภายหลัง ความปรารถนาดีไม่อยากให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของฟางเยว่ถูกทำลาย จึงเดินงุดหน้าอย่างสงวนกริยาประคองหยางจวินจ้วนหลิวนั่งบนโต๊ะชาให้สง่าสมฐานะ จากนั้นอ้าปากลำเลิกบุญคุณ เจ็ดแปดครั้งเห็นจะได้
“ท่านเซียนน้อยของเราเก็บท่านมาจากลุ่มคงคาซูซาน จะว่าไปอันความดีนี้เปลืองแรงไปมาก เพื่อช่วยชีวิตองค์ชาย ท่านเซียนน้อยของเราบุกไปถึงป่าลึกแห่งเทียนจื่อ โดนกิเลนเพลิงเล่นงานเกือบเอาชีวิตไม่รอดเชียวนะ”
อันที่จริงจ้วนหลิวมิได้สติเลอะเลือน แม้าเ็เจียนตาย อยู่ในคราบเดรัจฉาน ประสาทััทั้งหกคงที่ ทวารทั้งแปดมิรั่วไหล สิ่งใดที่นางพากเพียรล้วนอยู่ในสายตา และถ่องแท้อีกด้วยว่าเซียนน้อยนางนี้ซุกซนอย่างไร กลั่นแกล้งตนอย่างไร มีวันหนึ่งนอนเจ็บอยู่ในตะกร้า ไม่ทราบว่านางหมั่นเคี้ยวเข็ดฟัน หรือผีตนใดดลใจ ถึงได้เกาพุงของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เวลานั้นเ็ปแสนสาหัส ครั้นจะงับให้มือขาดก็ไม่ถนัดนัก
ระหว่างฝ่ายหนึ่งกำลังไล่บี้ย้อนหลัง ฟางเยว่ประสานนิ้วมือทั้งสิบค้ำไว้ใต้คาง ยิ้มน้อยยิ้มหวานราวกำลังฝันกลางวัน เหงื่อชุ่มเกาะพราวปลายไรผม ไม่อาจรบกวนห้วงภวังค์ของนางได้ ฟางเยว่จ้องมองอีกฝ่ายไม่อาจละสายตา ในมุมมองจากตรงนี้ ทุกสัดส่วนล้วนไร้ที่ติ นางเอาแต่คิดว่าเขาหน้าตาหล่อเหลาราวทวยเทพตวัดพู่กันวาดเขียน คิ้วดำเข้ม ดวงตาทอประกายเจิดจรัส จมูกเป็สันรับกับริมฝีปาก หัวจรดเท้าอยู่ในท่าสุขุมนุ่มลึก ยามเดินเหินมีท่วงท่าสง่างามสูงส่ง แม้ยามนี้ดูเหินห่าง เ็า เข้าใกล้ยาก นั่นเป็เพราะเขายังไม่คุ้นเคยกับนางต่างหากเล่า
จ้วนหลิวยกชาดื่มจอกหนึ่งเพื่อแสดงไมตรี และเป็การขอบคุณที่ช่วยชีวิต เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางสง่างาม กระโจนออกทางบานหน้าต่าง หาได้สนใจท่าทีโน้มกิ่งทอดยอดของฟางเยว่แม้แต่น้อย อันที่จริงนางมิได้พิศวาสชายหนุ่มถึงเพียงนั้น ฟางเยว่ยังคงเห็นเขาเป็หนูทดลองยา และอยากได้มาเป็สัตว์พาหนะคู่กาย
นางคงลืมทบทวนหลักความเป็จริงประการหนึ่งที่ว่า สัตว์พาหนะ หนทางแรกคือสร้างพันธะนายบ่าว หนทางที่สองคือถักทอสายใยรัก ผูกชะตาอยู่กันเยี่ยงสามีภรรยา เคียงหมอนร่วมหลุมจวบนิจนิรันดร์ แน่นอนว่าด้วยฐานะสูงส่งเสียดฟ้าของหยางจวินจ้วนหลิวที่เป็ถึงโอรสกษัตริย์คงไม่ยอมเป็บ่าวไพร่ของผู้ใดแน่
*****
มีเล่มอีบุ๊คแล้ว แบ่งออกเป็เล่ม 1 (อ่านฟรี) ที่ MEB / Ookbee / naiin
อีบุ๊ค เล่ม 2 (เล่มจบ) สนับสนุนได้ที่แอพ ที่ MEB / Ookbee / naiin