ณ ภายในห้องของลู่เฟย มันเป็ยามเย็นอากาศเย็นสบายปกติเหมือนกับทุกวันหากแต่บรรยากาศภายในห้องกลับเปลี่ยนไปจากที่เคยมีเสียงพูดคุยหยอกล้อกลับกลายเป็เงียบเชียบ
ลู่เฟย มือถือช้อนที่ตักน้ำซุปกระดูก สายตามันก็จับจ้องมองไปยังมู่ไฉซูที่นั่งตรงข้ามกับมันในถ้วยของเด็กหนุ่มเกือบจะหมดแล้วแต่ของหญิงสาวกลับไม่มีการลดลงเลยแม้แต่น้อย
ลู่เฟย จ้องหน้าหญิงสาวไม่กระพิบตาแต่นางกลับหันไปด้านข้างไม่ยอมสบตากับมันยิ่งทำให้มันคิดสงสัย “พี่หญิง วันนี้ท่านสบายดีหรือไม่ท่านมีอาการป่วยตรงไหนปกติท่านจะมาเล่นกับข้าแต่เช้าไฉนวันนี้ถึงมีเพียงอาหารที่เข้ามาแล้วท่านก็มาหาข้าซะตอนเย็นเลย แล้วตอนนี้ท่านก็ไม่ยอมกินข้าวอีก” ลู่เฟย ถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงมันไม่รู้เลยจริงๆว่าไฉนวันนี้หญิงสาวถึงแปลกไป
“ขะ ขะขขะข้าไม่เป็อะไร ข้าปกติยิ่ง” หญิงสาวกล่าวคำออกมาอย่างตะกุกตะกักใบหน้าของนางแดงก่ำไปจนถึงใบหู
“พี่หญิง ท่านไม่ต้องเกรงใจข้าข้ารอบรู้เื่แพทย์พอสมควรให้ข้าดูอาการท่านหน่อยเป็อย่างไร” ลู่เฟย เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล
“น้องเฟย อย่ากังวลเื่ข้าเลย ข้าสบายดียิ่งกว่าวันไหนๆเสียอีก..”หญิงสาวกล่าววาจาอย่างแ่เบาใบหน้าก็ก้มลงต่ำเล็กน้อย
( ̄~ ̄ ) ...ข้าก็พอเคยได้ยินวาจาประดานี้มาอยู่บ้างว่าอิสตรีนั้นเข้าใจอยากยิ่งกว่าสิ่งใดมาวันนี้ข้าก็เพิ่งจะรับรู้ได้ด้วยตนเอง ขืนเป็แบบนี้นางต้องหิวมากแน่
ลู่เฟยจับยกเก้าอี้ของตนเองย้ายไปข้างชิดกับหญิงสาวมันจับถ้วยซุปของนางขึ้น “ถ้าอย่างนั้นพี่หญิงให้ข้าป้อนท่านเป็อย่างไร” พูดจบมันก็ตักซุปขึ้นมา “พี่หญิง อ้ามมม”
มู่ไฉซูสีหน้าแข็งค้างค่อยๆหันไปทางเด็กหนุ่ม นางก้มหน้างับช้อนซุป
ลู่เฟยเกิดความสงสัยคนย่อตัวลงเล็กน้อยสายตาจับจ้องไปยังที่ใบหน้าของหญิงสาวสายตาทั้งคู่ประสานกันหญิงสาวก็ยังคงงับช้อนซุปไม่ปล่อยใบหน้าของนางนั้นยิ่งแดงก่ำไปถึงคอระหงลู่เฟยก็ยิ่งเกิดความสงสัยเป็ห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้พยายามเอาช้อนออกมาจากปากของหญิงสาวมันขยับใบหน้าเข้าใกล้นางระยะห่างแทบไม่ถึงครึ่งฟุต
ลู่เฟยใช้หน้าผากของตัวเองแตะัักับหน้าผากของหญิงสาวมือหนึ่งก็ยังคงจับช้อนซุปที่อยู่ในปากนางมันเอาหน้าผากแตะอยู่อย่างนั้นสิบลมหายใจจึงผละออก มันยิ้มแย้มกล่าววาจาพร้อมถอนหายใจโล่งอก“เห้อ ค่อยยังชั่วพี่หญิงไม่ได้มีไข้ ท่านทำให้ข้าเป็ห่วงแล้ว”
(⊙﹏⊙) หญิงสาวเบิกตากว้างหน้าแดงก่ำคิดจะเอ่ยวาจาอันใดกลับเอ่ยไม่ออกเลยแม้ครึ่งคำ ทำได้เพียงหันหน้าหนีไปอีกรอบเอ่ยคำแ่เบาราวกับยุงบิน “ข้าจะกินเอง..”
‘ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูตามาด้วยน้ำเสียงของชายวัยกลางคน “ให้พ่อเข้าไปได้หรือไม่”
“พี่หญิงไม่เป็ไรแน่นะ” ลู่เฟยกล่าวจบหญิงสาวก็ผกศีรษะมันจึงวางถ้วยซุปแล้วเดินไปเปิดประตูพร้อมเอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ เชิญ”
ลู่เทียนฉีผู้นำตระกูลลู่หรือบิดาของลู่เฟยเป็นานๆครั้งที่มันจะมาเยี่ยมเยียนลู่เฟยทุกครึ่งเดือนมันจะมาหาพูดคุยตรวจดูสภาพร่างกายว่าแข็งแรงดีหรือไม่มันมีเส้นผมยาวสีดำเข้มร่างกายกำยำใบหน้าไม่มีรอยเหี่ยวย่นดูจากภายนอกเหมือนกับคนที่อายุไม่ถึงสี่สิบปีด้วยซ้ำแต่อายุของมันนั้นมากกว่าหกสิบเข้าไปแล้วผู้ที่ยิ่งแข็งแกร่งมากความแก่ชราก็จะปรากฏช้า ผู้อวุโสปรมาจารย์ในตระกูลบางคนอายุน้อยกว่ามันแต่หากดูจากภายนอกกลับดูแก่กว่ามันด้วยซ้ำ
เมื่อเข้ามาทั้งสองก็นั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะอาหารลู่เฟยนั่งข้างมู่ไฉซูลู่เทียนฉีนั่งตรงข้าม
“สวัสดีท่านลุงเทียนฉี” หญิงสาวเอ่ยวาจายิ้มแย้ม
ลู่เฟยกุมมือนางเอ่ยวาจาด้วยสีหน้าดีใจ “พี่หญิ่ง ท่านหายดีแล้วหรือฮ่าฮ่าข้าค่อยโล่งใจหน่อย”
หญิงสาวก็ยังคงหันหน้าหนี “ข้าก็บอกว่าข้าไม่ได้เป็อะไรซักหน่อย”
ลู่เทียนฉีมองดูทั้งสองมันก็ยิ้มแย้มเอ่ยวาจา“ฮ่าฮ่า เห็นพวกเ้าสองคนสนิทกันดีข้าก็พอใจแล้ว เ้าก็อย่าไปกลั่นแกล้งพี่หญิงของเ้าให้มันมากนักหละ”
ลู่เทียนฉีแวะเวียนเข้ามาบ้างก็จริงแต่นี่เป็ครั้งแรกที่มันฟื้นมาได้พบเจอกันโดยตรงไม่ใช่ในความทรงจำลู่เฟยยิ้มแย้มจับจ้องไปในแววตาของบิดาของตนในแววตานั้นแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนความห่วงใยไม่มีความคิดร้ายต่อมันเพียงน้อยนิดเป็แววตาของพ่อที่ห่วงใยลูก
“ท่านพ่อว่าร้ายข้าแล้ว ข้าไหนเลยจะกลั่นแกล้งข้ารักพี่หญิงยิ่ง”กล่าวจบมันก็ขยับเข้าไปชิดหญิงสาวมันโอบกอดจากด้านข้างแแ่ “ท่านพ่อ พี่หญิงเอ็นดูข้านักเรียกข้าน้องเฟยแวะมาเล่นกับข้าทุกวันทำให้ข้าไม่เหงา อ๊าพี่หญิงข้ารักท่าน”กล่าวจบมันก็เอาใบหน้าไปแนบกับไหล่ของหญิงสาว
มูไฉซูก็ได้แต่จนปัญญานั่งแข็งค้างไปอย่างนั้นหญิงสาวมองหน้าลู่เทียนฉีด้วยใบหน้าแดงก่ำเขิลอายต่อให้นางคิดโดยไม่ใช้สมอง
นางก็คิดว่าเื่แบบนี้ลู่เฟยจะไม่ทำต่อหน้าผู้คนแต่มันกลับกันโดยสิ้นเชิงหญิงสาวเขิลอายแทบจะอยากเอาหน้าแทรกดินหนี
(⊙▂⊙) “ละละลลู่เฟยพ่อว่าเ้าไม่ควรไปทำแบบนั้นกับพี่หญิงของเ้าซักเท่าไหร่พี่หญิงของเ้าอาจจะไม่ชอบใจนัก”
“ฮ่าฮ่า ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปข้าออกจะน่าเอ็นดูปานนี้พี่หญิงไหนเลยจะเกลียดข้าพี่หญิงกับข้าต่างชมชอบกันใช่หรือไม่พี่หญิง”
( ̄ ﹏ ̄) มู่ไฉซู “…….”
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่หญิงของเ้านางเงียบไปแล้วทีหลังก็อย่าแกล้งนางนักหละนางดูแลเ้ามาั้แ่เ้าอายุสิบขวบเ้าจะทำอะไรก็ถามนางก่อนคิดซะว่านางเป็ผู้ปกครองแต่พ่อเห็นพวกเ้าสนิทกันดีก็ประเสริฐสุดแล้ว พ่อขอตัวก่อน” กล่าวจบลู่เทียนฉีก็ลุกขึ้นยืนเดินไปเปิดประตู“โอ้จริงสิ พรุ่งนี้เป็วันประชุมของตระกูลมีเื่ต้องสะสางเล็กน้อยจึงเลื่อนเข้ามา พรุ่งนี้พวกเ้าก็ดูแลกันดีๆหละ”กล่าวจบลู่เทียนฉีก็ยิ้มแย้มแล้วปิดประตูเดินจากไป
ลู่เฟยยังคงกอดหญิงสาวแแ่ “พี่หญิง พี่หญิง พี่หญิง?..”มันเอ่ยเรียกหญิงสาวแต่ไม่มีการตอบรับมันจึงเขย่าเล็กน้อยมันใช้มือแตะไปที่ข้อมือของนางตรวจดูพลังปราณไหลเวียน
(๏_๏) …พี่หญิงร่างกายปกติดีแต่ชีพจรปั่นป่วนจนสลบไปแล้ว