เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความเงียบสงบอันแปลกประหลาดในห้องเรียนห้อง F นักเรียนนอกคอกสิบกว่าคนนั่งมองไปที่หน้าห้องด้วยความงุนงง เนื่องจากปกติแล้วอาจารย์หลัวเจินจะนอนฟุบเมามายอยู่บนโต๊ะ ทว่าวันนี้เขากลับยืนตัวตรง แววตาส่องประกายแหลมคมผิดหูผิดตา
“วันนี้... ข้าจะจัดระเบียบพวกเ้าใหม่” หลัวเจินเอ่ยเสียงเข้ม “ระบบสถาบันกำลังจะจัดการประลองระหว่างห้องในอีกไม่ช้า และข้าได้วางแผนจะจัดทีมต่อสู้ตัวแทนของห้อง F ขึ้นมาหนึ่งทีม ซึ่งจะมีทั้งหมดสามคน”
นักเรียนในห้องพากันอ้าปากค้าง บางคนส่งเสียงหัวเราะเยาะ “อาจารย์ครับ ห้อง F ของพวกเรามันแหล่งรวมขยะชัด ๆ จะเอาอะไรไปสู้กับห้อง A หรือ B ได้? โดนตบทีเดียวก็คว่ำหมดแล้วมั้ง!”
“หุบปาก!” หลัวเจินแค่นเสียงเย็นทำให้อากาศในห้องกดดันลงทันตา ก่อนที่เขาจะหันมาชี้มือ “ทีมนี้จะมี ‘ลี่อวี่’ ศิษย์ระดับ C ‘ซูเมิ่ง’ ศิษย์ระดับ D และ... ‘หลีเฮง’ เป็ผู้สนับสนุนหลัก (Support)”
ลี่อวี่สะดุ้งตัวโยน แก้มขาวเนียนของเธอพลันขึ้นสีแดงระเรื่อทันทีเมื่อนึกถึงััจุดสยิวจาก ‘อุ้งมือมาร’ ของหลีเฮงในสนามซ้อมคราวก่อน ส่วนซูเมิ่ง สาวน้อยขี้อายร่างเล็กในชุดสีฟ้าอ่อนที่ขึ้นชื่อเื่ความเงียบขรึมและมีพร์สายรักษาเบื้องต้น ก็เบิกตากว้างชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยความสับสน
“ข้า... ข้ากับหลีเฮงเนี่ยนะฮะอาจารย์?” ลี่อวี่ถามเสียงสั่น
“ใช่ และเพื่อเป็การทดสอบประสิทธิภาพ ข้าจะให้พวกเ้าที่เหลือในห้องทั้งหมด ‘รุม’ ทั้งสามคนนี้พร้อมกัน!” หลัวเจินสั่งการเฉียบขาดโดยไม่เปิดโอกาสให้คัดค้าน “ถ้าพวกเ้าล้มทีมของหลีเฮงไม่ได้ในวันนี้ คาบเรียนถัดไปข้าจะงดสุราของข้าแล้วมาฝึกเคี่ยวเข็ญพวกเ้าอย่างหนัก!”
เมื่อได้ยินดังนั้น นักเรียนชายหญิงในห้อง F นับสิบคนก็ตาลุกวาว พวกเขารู้สึกว่าการรุมคนสามคน โดยมีขยะ Rank F อย่างหลีเฮงรวมอยู่ด้วยนั้นช่างเป็เื่ง่ายดายราวปอกกล้วยเข้าปาก
ทุกคนพากันเคลื่อนตัวลงสู่ลานฝึกกว้างใต้ดินของห้อง F ลี่อวี่และซูเมิ่งยืนถือกระบี่ไม้ด้วยความตึงเครียดเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ ขณะที่หลีเฮงยืนบิดี้เีอยู่ข้างหลังด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
“เอาล่ะ... เริ่มการซ้อมรบได้!” อาจารย์หลัวเจินประกาศก้อง
“ย้ากกก! รุมพวกมันเลย! ต่อยเ้าขยะหลีเฮงก่อน!” นักเรียนชายหญิงห้อง F นับสิบคนร้องคำรามพุ่งทะยานเข้ามาราวกับฝูงหมาป่า
ทว่าในการปะทะรอบแรก สามคนในทีมกลับไม่มีความพร้อมเพรียงและไม่เข้าขากันอย่างสิ้นเชิง ซูเมิ่งพยายามขยับมือร่ายเวท ‘เถาวัลย์โจมตี’ เพื่อฟาดฟันศิษย์คนอื่น ๆ ทว่าเถาวัลย์ไม้เรียวบางเคลื่อนที่เชื่องช้า พลังโจมตีเบาหวิวขูดขีดขัดขวางศิษย์คนอื่น ๆ ได้ไม่กี่วินาทีก็โดนกระบี่ไม้ฟันขาดกระจุยและหลบเลี่ยงได้โดยง่าย ส่วนลี่อวี่ก็ยิงลูกไฟฟาดฟันแบบสุ่มสะเปะสะปะตามความตื่นตระหนก
หลีเฮงที่พยายามใช้ท่า ‘หลบหลังสตรี’ กลับกลายเป็การขัดขากันเอง ทั้งสามคนวิ่งชนกันล้มลุกคลุกคลานหัวซุกหัวซุนสะบักสะบอมไปทั่ว จนในที่สุดก็โดนเพื่อนนร.ร่วมห้องล้อมกรอบรุมกระหน่ำจนแพ้ยับเยิน นอนหอบสะท้านเนื้อตัวสะบักสะบอม
“หยุดชั่วคราว!” อาจารย์หลัวเจินยกน้ำเต้าสุราขึ้นดื่มพลางถอนหายใจหนักหน่วง “ไม่ได้ความ! พวกเ้าสู้กันสะเปะสะปะเหมือนเด็กสามขวบตีกันในสนามเด็กเล่น”
อาจารย์ชราเดินก้าวเท้าเข้ามากลางลานฝึก ขยับแววตาชี้แนะเสียงเข้ม
“ซูเมิ่ง... เ้ามีพลังธาตุไม้ แม้ว่า ‘เถาวัลย์โจมตี’ ของเ้าจะเบาบางปวกเปียกจนโดนป้องกันได้ง่ายดาย แต่ถ้าเ้าเปลี่ยนกลยุทธ์เป็ใช้ ‘เถาวัลย์พันธนาการ’ เพื่อตรึงข้อเท้าและขัดขวางการเคลื่อนไหวของศัตรูแทนล่ะ? และเ้า ลี่อวี่... เมื่อใดก็ตามที่ซูเมิ่งพันธนาการศัธูไว้ได้สำเร็จ เ้าจงปลดปล่อยปราณไฟเข้าใส่ศัตรูทันที เปลวไฟจะเผาไหม้ไม้เถาวัลย์ซึ่งเป็เชื้อเพลิงธรรมชาติ ทวีคูณความรุนแรงทำลายล้างของไฟขึ้นถึง 2 เท่า!”
หลัวเจินหันมามองหลีเฮง “ส่วนเ้า หลีเฮง... หน้าที่ของเ้าไม่ใช่แค่วิ่งหลบกลัวตาย เ้าต้องคอยสแกนวิเคราะห์ชีพจรของสองสาว และกดจุดนวดกระตุ้นช่วยคลายจุดชีพจรที่ตีบตันเพื่อบำรุงพลังปราณของพวกนางไม่ให้สะดุดระหว่างสู้!”
คำชี้แนะของอาจารย์หลัวเจินทำให้ทั้งสามคนดวงตาเบิกกว้างสว่างวาบ
“เอาล่ะ... รอบสอง เริ่มได้!”
เพื่อนนร.ร่วมห้องล้อมรอบอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “พวกขยะรอบสองก็เหมือนเดิมนั่นแหละวะ! รุมมันอีกรอบ!”
กลุ่มศิษย์พุ่งตัวเข้าใส่ทันที ใน่แรกของการต่อสู้รอบสองนี้ ลี่อวี่และซูเมิ่งยังคงโคจรพลังอย่างติดขัดด้วยความประหม่า เถาวัลย์ของซูเมิ่งเลื้อยช้าส่วนลูกไฟของลี่อวี่แ่บางเกือบดับ หลีเฮงไม่รอช้า เขารุ่นกายซิกแซกแฝงตัวเข้าไปใกล้ สองมือหนาเคลื่อนไหวรวดเร็วและใช้ลีลาเลียนแบบจอมยุทธ์เสริมกำลังอย่างหน้าหนา
“ดรรชนีปัดเป่าชีพจร! ฝ่ามือัหนุนหยาง!” หลีเฮงร้องก้อง พลางยื่นนิ้วอุ่นกดสะกิดสะกดเข้าที่จุดสะบักไหล่ของลี่อวี่และสอดฝ่ามือนวดบีบเค้นลงต่ำกระชับบั้นเอวคอดบางของซูเมิ่งอย่างเป็จังหวะรัวเร็ว
วิ้ง... และพลังรักกระตุ้นส่งกระแสอุ่นซ่านลึกซึ้งแทรกซึมเข้าสู่เรือนร่างสองสาว สองสาวสะดุ้งสุดตัว หน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าว เสียวสยิวระคนเคลิ้มแ่หวานแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่าด้วยแรงกดจุดบำบัดของขั้นสาม จุดชีพจรที่เคยตีบตันสิบกว่าแห่งในร่างพลันถูกทะลวงเป่ากระจุย ปราณยุทธ์หมุนเวียนไหลลื่นคล่องตัวอย่างมีพลังเต็มพิกัด!
“ตอนนี้แหละ ซูเมิ่ง!” ลี่อวี่ะโเสียงหวานพร่า
ซูเมิ่งแก้มแดงก่ำ ร่างกายบิดเร่าเสียวซ่านแต่ดวงตากลับฉายแสงสีเขียว ปลดปล่อยปราณไม้สีเขียวขจี “เถาวัลย์พันธนาการ!”
ฟุ่บ ๆ ๆ! เถาวัลย์หนามสีเขียวหนาผุดทะลักขึ้นมาจากพื้นดินดั่งอสรพิษ เลื้อยเข้ามัดพันขาและแขนของเพื่อนนร.สี่ห้าคนจนขยับตัวไม่ได้!
ลี่อวี่ไม่รอช้า โคจรปราณอัคคีท่วมกาย “รับไปซะ! เปลวไฟทลายภพ!”
ตูม!
ลูกไฟเพลิงของลี่อวี่พุ่งปะทะร่างที่โดนเถาวัลย์ตรึงไว้ ในพริบตานั้น ปฏิกิริยาธาตุไม้หนุนธาตุไฟะเิขึ้น เถาวัลย์ไม้กลายเป็เชื้อไฟชั้นยอด เปลวไฟโหมกระหน่ำปะทุรุนแรงขึ้นถึง 2 เท่าทันที! ความร้อนแรงและแรงะเิผลักศิษย์ห้อง F กระเด็นกระดอนหงายหลังลงพื้นไปทีละคนสองคน
ถึงแม้บางคนพยายามจะอ้อมมาทางด้านหลัง แต่ซูเมิ่งก็คอยปล่อย ‘เถาวัลย์รักษา’ เพื่อฟื้นฟูแผลและเรี่ยวแรงให้ลี่อวี่ชดเชยค่าความล้าจากการใช้ท่าใหญ่ ขณะเดียวกัน หลีเฮงยังคงสลับโอบกอดบีบนวดััผ่อนคลายจนสองสาวตัวอ่อนสั่นสะท้านครางแ่ ๆ แต่ออกอาวุธและประสานงานผสานธาตุได้อย่างไร้ที่ติ
ศิษย์ที่รุมทั้งสิบคนสู้ด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งยวด พลังโจมตีรวมประสานของทีมสามคนช่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องจนต้านทานไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพียงไม่ถึงสิบนาที ลานฝึกก็เต็มไปด้วยซากศิษย์ห้อง F นอนร้องโอดโอยสะบักสะบอมกันเป็แถว!
ก่อนหมดวันฝึกซ้อม มีนักเรียนชายร่างกำยำคนหนึ่งชื่อ ‘ต้ากัง’ พยายามจะฮึดสู้พุ่งตัวเข้ามาลอบโจมตีหลีเฮงจากด้านหลัง หลีเฮงหันกลับมายิ้มกริ่ม “ไอ้หนู คิดจะลอบกัดข้าเรอะ? ลองรับ ‘อุ้งมือมาร’ ของข้าหน่อยเป็ไง!”
หลีเฮงแผ่ฝ่ามือออกไปคว้าหมับเข้าที่จุดชีพจรหน้าอกของต้ากังอย่างรวดเร็ว
วูบ!
ทักษะอุ้งมือมารปะทะเข้ากับร่างกายผู้ชายหน้าเหี้ยมอย่างจัง
ทว่า แทนที่จะเกิดกระแสรักหรือความเสน่หาแสนเย้ายวนดั่งเช่นที่ใช้กับสาว ๆ ทั่วไป ข้อมูลระบบพลันเด้งแจ้งเตือนขึ้นมารัว ๆ ในหัวของเขา
> [ตรวจพบการใช้งานทักษะกับเป้าหมายเพศชาย]
> [ระบบต่อต้านการเบี่ยงเบนทางเพศทำงาน: เอฟเฟกต์เสน่หาล้มเหลว]
> [ส่งผลกระทบต่อเนื่อง: พลังต่อสู้ของเป้าหมายลดลง 50% / าเ็สะท้อนกลับเส้นชีพจรส่วนล่างชั่วคราว]
> [คำเตือน: เป้าหมายเพศชายจะเกิดอาการ ‘จู๋เหี่ยว’ ชั่วคราว เป็เวลา 24 ชั่วโมง!]
“อ๊อก!” ต้ากังทรุดฮวบลงกับพื้น ทันใดนั้นใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็ซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยองและหวาดกลัวสุดขีด เขายกมือขึ้นกุมเป้ากางเกงของตัวเองแล้วสั่นระริก
“ขะ... ข้า... จู๋ของข้าไร้ความรู้สึกแล้ว! มันหดหายไปแล้วโว้ย! มันไม่แข็งแล้ว! เ้าขยะหลีเฮง แกทำคุณไสยอะไรใส่ข้าเนี่ย!” ต้ากังร้องไห้ฟูมฟายวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกจากลานฝึกไปอย่างทุลักทุเล สร้างความตื่นตะลึงและขบขันระคนหวาดกลัวให้แก่เพื่อนนร.ร่วมห้องที่เหลือ
หลีเฮงลูบคางตัวเองหัวเราะแห้ง ๆ “เฮ้ย... เอฟเฟกต์โหดเอาเื่แฮะ คราวหลังห้ามใช้กับผู้ชายบ่อย ๆ เด็ดขาดเลยแฮะ เสียวตัวเองชะมัด”
อาจารย์หลัวเจินเดินเข้ามาตบบ่าหลีเฮงด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง แววตาส่องประกายความหวังในการปฏิรูปห้อง F
บ่ายคล้อยเย็นย่ำ ขณะที่หลีเฮงกำลังเดินกลับไปหอพัก เหมยฮัวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูหลินเสวี่ยเหยาก็เดินตรงเข้ามาหาเขาอีกครั้ง แก้มใสสีอมชมพูของเธอยังคงแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นวดบ่าเมื่อวานนี้
“หลีเฮงคะ... คุณหนูให้มาตามตัวเ้าไปบำบัดรักษาที่ห้องส่วนตัวค่ะ” เหมยฮัวเอ่ยเสียงแ่หลบตาก้มหน้า
หลีเฮงคลี่รอยยิ้มกวนประสาทแววตาพราวเสน่ห์ “จ้า ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละแม่นางเหมยฮัว”
เขาเดินตามสาวใช้ตัวน้อยมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์เรือนกระจกด้วยหัวใจที่เต้นรัวเบิกบานใจ พร้อมจะเผชิญหน้ากับการรักษาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ครั้งต่อไปกับธิดาน้ำแข็งระดับ SSS ของเขา!