ตอนที่ 11 เรียนหนังสือรู้อักษร (2)
กู้อวิ๋นหวงกำลังจัดดอกไม้ ได้ยินคำก็ยกเปลือกตาขึ้นมองนาง “เช่นนั้นตอนนี้เ้าก็พูดได้แล้ว ตอนบ่ายออกไปได้ผลว่าอย่างไรบ้าง”
ชิงอวี้หยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “นี่เป็ข้อมูลของคนทั้งหมดในจวนตามที่คุณหนู้าเ้าค่ะ”
รอจนกู้อวิ๋นหวงรับไปพลิกอ่านดู นางก็หยิบเข็มกับด้ายออกมา แล้วตั้งใจเลือกผ้าดิ้นลายมงคลหรูอี้สีแดงสดผืนหนึ่ง นั่งลงข้างกู้อวิ๋นหวงพร้อมสนเข็มร้อยด้ายไปพลาง “บ่าวไปสืบมาแล้วเ้าค่ะ อินอี๋เหนียงโวยวายที่เรือนเล่อโซ่ว ใช้คุณชายสี่มาอ้าง ยุยงฮูหยินผู้เฒ่าให้ตามตัวจวิ้นจู่มา ้าจะขอกิจการร้านค้า ผลสุดท้ายถูกจวิ้นจู่พูดว่านางกล้าให้ แต่อินอี๋เหนียงกล้ารับหรือไม่ ทำเอานิ่งไปเลยเ้าค่ะ”
“ตอนหลังบ่าวไปหาหนิวหมอมอ บอกคำสั่งของคุณหนูกับนาง หนิวหมอมอก็รีบไปเบิกเงินที่เฉินก่วงทันทีเลยเ้าค่ะ แน่นอนว่าเฉินก่วงย่อมไม่ยอมให้ ซ้ำยังอ้างว่าแต่ไหนแต่ไรงานวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยมีการขอให้ห้องคลังออกเงินให้มาก่อน”
“หนิวหมอมอติดตามฮูหยินมาจากจวนหนิงกั๋วกง ฝีไม้ลายมือย่อมไม่เป็รอง เฉินก่วงพูดเช่นนั้น นางจึงตอกกลับไปว่า ‘ั้แ่อดีตมา วันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าล้วนเป็จวิ้นจู่หยิบเอาเงินจากกิจการร้านค้าเ่าั้มาจัดงาน แต่คุณหนูอายุครบสิบห้าแล้ว กิจการเ่าั้ย่อมต้องเก็บไว้เตรียมเป็สินเดิมให้คุณหนู’ เฉินก่วงเองก็ยืนกรานไม่ยอมปล่อย บอกว่าในห้องคลังก็ไม่มีเงินเช่นกัน หลังหนิวหมอมอกลับมาก็ไปหาอินอี๋เหนียงรอบหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกหนิวหมอมอไปถามเื่งานครบรอบวันเกิด อินอี๋เหนียงก็เป็คนเอ่ยปากรับไว้เอง ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ จะลงก็ลงไม่ได้ กำลังอารมณ์เสียอยู่เลยเ้าค่ะ”
อินซื่อคิดอาศัยบารมีลูกชายชิงอำนาจดูแลกิจการของเรือนหลังมาโดยตลอด โอกาสแบบนี้ นางไม่มีทางพลาดแน่นอน ก็ต้องดูว่าท่านย่าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน
กู้อวิ๋นหวงอ่านเอกสารในมือจบรอบหนึ่ง ก็พลิกอ่านซ้ำใหม่อีกรอบ จากนั้นจึงชี้ไปที่สาวใช้ในห้องเก็บกวาดคนหนึ่งนามว่าตงอวิ๋น พร้อมสั่งกับชิงอวี้ “เฉินซื่ออยู่ที่เรือนเล่อโซ่วแต่ละวันทำอะไรบ้าง ให้นางคิดวิธีสืบข่าวมาบอกข้า”
ชิงอวี้เอียงตัวไปดูหมายเหตุที่เขียนประกอบไว้ด้านหลังชื่อของตงอวิ๋นว่ามีความสนิทส่วนตัวกับถงหมอมอของเรือนเล่อโซ่ว บ่าวรับใช้คนสนิทข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ากู้ นางตั้งใจจำชื่อนี้ไว้ ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง
มองดูรอบลานเรือนอันมืดมิด บุปผาแม้นสวยสดก็ยังหม่นสีสันยามอยู่ในม่านราตรี กู้อวิ๋นหวงวางกระดาษบนเชิงเทียน หลังจากจุดไฟแล้วก็โยนทิ้งออกนอกประตู จากนั้นกลับไปจัดกลีบดอกไม้ใหม่โดยไม่สนใจมันอีก
หลังจัดดอกไม้เสร็จ นางนั่งมองชิงอวี้ปักลายผ้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากห้องหนังสือมาอ่าน อ่านไปได้สองสามหน้า ก็เปล่งเสียงกำชับเบาๆ “พรุ่งนี้เ้าวาดภาพเหมือนของบิดาเจียงเย่ว์เหยาออกมา วาดเผื่อไว้หลายใบหน่อย ใบหนึ่งส่งไปให้ท่านพ่อ อีกใบส่งไปจวนท่านราชเลขาธิการสภาขุนนาง เ้าต้องไปส่งด้วยตัวเอง”
“ถ้านายท่านยังไม่อนุญาตให้ออกนอกจวนล่ะเ้าคะ” ชิงอวี้ถามขึ้น
“เขาจะต้องอนุญาต” กู้อวิ๋นหวงพูดอย่างมั่นใจ
ท่านแม่เริ่มระแวงสงสัยแล้ว หากเวลานี้ท่านพ่อยังพยายามขัดขวาง ก็รังแต่จะย้ำความเคลือบแคลงใจของท่านแม่ เื่เช่นนี้ ท่านพ่อไม่มีทางทำอย่างแน่นอน
หลังปักลายดอกไม้เสร็จ ชิงอวี้ก็ยืดเอวบิดี้เี เก็บกวาดเข็มด้ายและกลีบดอกไม้ “อ่านหนังสือตอนกลางคืนไม่ดีต่อสายตา คุณหนูเข้านอนเร็วหน่อยดีกว่าเ้าค่ะ”
เดิมทีกู้อวิ๋นหวงตั้งใจอยู่เป็เพื่อนนาง ครั้นเห็นนางทำงานเสร็จแล้ว ก็วางหนังสือลง อาบน้ำล้างหน้าอย่างง่ายๆ แล้วขึ้นเตียงนอนไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ชิงอวี้นำภาพวาดของบิดาเจียงเย่ว์เหยาที่วาดเสร็จเรียบร้อยแล้วมาให้กู้อวิ๋นหวงดู รูปร่างหน้าตาดูคล้ายกับกู้เจิ่นอยู่สองส่วน ทว่าแลดูทรงภูมิมีสง่าอย่างบัณฑิตมากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของอาจารย์สอนหนังสือตามที่เจียงเย่ว์เหยาบอกเป็อย่างยิ่ง
ชิงอวี้วาดออกมาทีเดียวทั้งหมดสามภาพ ภาพหนึ่งเก็บไว้เป็ต้นฉบับ ภาพหนึ่งส่งไปให้กู้เจิ่นที่เรือนเป่าหฺวา อีกภาพส่งไปจวนราชเลขาธิการ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น กู้เจิ่นไม่ได้ขัดขวาง
ผ่านไปสองวัน ทุกอย่างยังคงสงบเรียบร้อยดี
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับอินซื่อต่างฝ่ายต่างยังคงดึงดันกันอยู่ อาการป่วยของหนิงหว่านโหรวก็เป็ๆ หายๆ ยังไม่แข็งแรงดี กู้อวิ๋นหวงไปที่เรือนจิ้งอี๋ทุกเช้า พวกชุนหลานรู้ว่าห้ามนางไม่ได้ จึงไม่ห้ามนางอีก
ทุกครั้งที่ไปกู้อวิ๋นหวงมักหาโอกาสจับชีพจรให้หนิงหว่านโหรวเสมอ สภาพชีพจรเต้นสม่ำเสมอเหมือนอย่างวันแรก แต่ดูเหมือนจะเบาบางลงเล็กน้อย กู้อวิ๋นหวงเกิดนึกสงสัยในใจ หนิงหว่านโหรวพยายามเร่งให้นางกลับ นางก็ดื้อรั้นจะอยู่ต่อ รอจนตงเหมยยกถ้วยยาเข้ามา กู้อวิ๋นหวงจึงยื่นมือออกไปรับ “ข้าป้อนยาให้ท่านแม่ดื่มเอง”