ทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เฟยหยางก็พุ่งเข้ามาทันทีอย่างไม่รีรอ ด้วยระยะที่ห่างกันมากของสนามประลองยังพอมีเวลาให้รอยได้เตรียมตัวอยู่บ้าง รอยเปิดประตูผู้ใช้คำสาปและรอให้เฟยหยางเข้ามาในระยะการโจมตีและใช้ทักษะกะโหลกิญญาทันทีที่เห็นว่าเฟยหยางพุ่งเข้ามาในระยะการโจมตีแล้ว
กะโหลกิญญาพุ่งออกไปจากฝ่ามือของรอยสลับกันไปมาไม่ต่างกับนกที่โบยบินออกจากรัง เฟยหยางใช้ง้าวของเขาฟันกะโหลกิญญาทีละอันอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรจนกะโหลกิญญาทั้ง 3 ถูกง้าวฟันแตกสลายหายไป รอยรีบะโเว้นระยะห่างออกทันทีที่เห็นว่ากะโหลกิญญาของเขาถูกทำลายและหันไปใช้ทักษะโซ่ิญญาเพื่อพันธนาการเฟยหยางแทน แต่ทันทีที่เฟยหยางเห็นโซ่ผุดออกมาจากร่างกายเขาก็ทำหน้าใราวกับเห็นผี ที่อยู่ ๆโซ่ที่ไหนก็มารู้มาโผล่ที่ร่างกายเขาได้
แต่เฟยหยางก็ไม่ได้โง่พอที่จะมองอะไรไม่ออกว่าที่พื้นมีวงเวทย์ทำให้เกิดเื่แปลก ๆแบบนี้ขึ้นมา เฟยหยางเลยรีบะโถอยกลับมาเพื่อหนีให้ห่างจากวงเวทย์ที่อยู่บนพื้น แต่รอยมีหรือจะปล่อยคู่ต่อสู้ที่ติดกับเอาไว้แล้วให้หลุดรอดออกไปได้ง่าย ๆ รอยขยับวงเวทย์โซ่ิญญาตามติดเฟยหยางราวกับเป็เงาตามตัว รอยใช้เวลาไม่นานโซ่ิญญาก็พันธนาการเฟยหยางจนไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้อีก
“บ้าเอ้ย! ปล่อยนะเว้ย” เฟยหยางพยายามดิ้นด้วยพละกำลังให้หลุดจากโซ่ิญญาที่พันธนาการเขาเอาไว้อย่างยากลำบาก แต่แล้วอยู่ ๆเฟยหยางก็ยืนนิ่งหลับตาเหมือนกับว่าเขาได้ถอดใจในการต่อสู้ครั้งนี้ไปแล้ว
รอยเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าใช้ทักษะกะโหลกิญญาเพื่อจบการต่อสู้นี้ทันที แต่ในระหว่างที่รอยปล่อยทักษะกะโหลกิญญาออกไป พื้นดินก็เกิดการสั่นะเืที่รุนแรงเหมือนกับเกิดแผ่นดินไหว สนามประลองสั่นไหวจนรอยแทบจะยืนกับพื้นไม่่มั่นคง พื้นดินรอบ ๆ ตัวเฟยหยางเองก็กลายสภาพไปเป็ผืนทราย วงเวทย์โซ่ิญญาสลายหายไปทันทีที่พื้นสนามประลองเปลี่ยนสภาพไปเป็ผืนทราย ทันทีที่วงเวทย์โซ่ิญญาถูกทำลายตัวโซ่ิญญาเองก็สลายหายไปด้วยเช่นกัน
เฟยหยางควงง้าวเหนือหัวด้วยมือทั้งสองข้างจนก่อเกิดเป็งูั์ที่มีร่างกายเป็ทรายปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังชูคอพร้อมกับขู่คำรามมองมาที่รอย เฟยหยางควงง้าวบังคับงูทรายให้มันมากัดกะโหลกิญญากลืนกินหายไปราวกับว่างูทรายมันมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ พองูทรายกลืนกินกะโหลกิญญาเข้าไปเสร็จแล้วเฟยหยางก็เอาง้าวทุบพื้นที่ข้างกาย ทำให้งูทรายเลื้อยกลับมาอยู่ที่หลังของเฟยหยางเหมือนเดิม
รอยมองไปที่ง้วงของเฟยหยางอย่างสนอกสนใจเพราะดูเหมือนว่างูทรายตัวนั้นมันจะขยับตามที่ง้าวสั่งการ
เฟยหยางพุ่งเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับสับง้าวมาที่ด้าวหน้าอย่างแรงจนทำให้พื้นดินข้างหน้ากลายสภาพไปเป็ผืนทรายไปทั้งหมด งูทรายเลื้อยไปตามผืนทรายเหมือนกับว่าผืนทรายนี้เป็ที่ ๆมันแหวกว่ายอยู่เป็ประจำ งูทรายมุดลงไปในผืนทรายพร้อมกับขยายร่างกายของมันให้ใหญ่ขึ้นจนดูน่ากลัวขึ้นกว่าเดิม เฟยหยางแทงง้าวตรงมาทางรอยพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาจนรอยรับรู้ได้ ทันทีที่เฟยหยางขยับง้าวงูทรายก็ชูคอขึ้นสูงพุงตรงเข้ามางับรอยทันที ปากกับเขี้ยวที่กว้างใหญ่ของมันกลืนกินรอยจนไม่เหลือแม้แต่ซากให้ได้เห็น
ตอนนี้รอยไม่รู้สภาพของเขาเลยว่าจะเป็หรือตายเพราะตอนนี้ทุกอย่างมันมืดมิดไปหมด แต่ทันทีที่รอยหายใจก็เหมือนกับว่ามีเศษทรายเข้ามาอยู่เต็มจมูกเต็มปากไปหมด รอยคิดว่าตัวเองยังไม่ตายเพียงแค่ถูกงูทรายกลืนกินเข้ามาในร่างของมันเท่านั้น
จากนั้นก็เหมือนกับว่ามีอะไรขยับร่างของรอยจนถูกทำให้ลอยขึ้นมาจากผืนทรายพร้อมกับกลายสภาพไปเป็พื้นสนามประลองพันธนาการร่างกายของรอยเอาไว้ให้โผล่ออกมาแค่ส่วนหัวเท่านั้น ซึ่งร่างกายส่วนที่เหลือของรอยยังคงอยู่ใต้พื้นสนามประลองและไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย ซึ่งตอนนี้สนามประลองกลับมาอยู่ในสภาพเดินเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ที่กลายสภาพไปเป็ผืนทราย
“เ้าเฟยหยางมันเปลี่ยนสนามประลองไปเป็ทรายแล้วก็กลับสภาพทรายให้มาเป็สนามประลองเหมือนเดิมเนี่ยนะ พลังบ้าอะไรกันวะเนี่ย?”
อยู่ ๆเฟยหยางด็เดินเข้ามาใกล้แล้วพูดขึ้นว่า
“รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ถูกพันธนาการเอาไว้”
รอยคิดว่าเฟยหยางคนนี้้าจะเอาคืนนี่เองถึงได้ทำให้รอยตกอยู่ในสภาพแบบนี้ จากนั้นเฟยหยางก็ใช้ง้าวฟันหัวของรอยจนกลายสภาพไปเป็ก้อนพลังแสงสลายหายไปจากลานประลอง
จบการประลอง เฟยหยางเป็ผู้ชนะ
คะแนนต่อสู้ เฟยหยาง 1200+50
คะแนนต่อสู้ ReaperXX 1000-50
รอยถูกทำให้กลับมาอยู่ในห้องสุ่มคู่ต่อสู้ใหม่อีกครั้ง
“เ้าบ้านั่นมันเก่งเกินไปแล้วถึงจะเพิ่งเจอกันครั้งแรกและไม่รู้พลังของอีกฝ่ายแต่เ้านั่นกลับสามารถรับมือกับทักษะของเราได้อย่างทันท่วงที และ่ชิงโอกาสการโจมตีปิดฉากเราได้อย่างรวดเร็วจนรับมือไม่ทันก็ถูกมันทำให้แพ้ไปก่อนแล้ว ดูท่าเ้าเฟยหยางนั่นจะมีประสบการณ์การต่อสู้ไม่ใช่น้อยเลย แถมจบการประลองยังมีแต้มต่อสู้อะไรนี่อีก คราวหน้าก็ขอจับให้ได้คู่ต่อสู้ระดับมือใหม่ฝีมือเท่า ๆกันหน่อยเถอะ”
รอยได้แต่อ้อนวอนเพราะไม่อยากที่จะแพ้อย่างหมดสภาพเมื่อครู่นี้อีก แถมแหวนเงาจันทร์ยังใช้งานในระบบแคปซูลไม่ได้อีกด้วย รอยคิดไปว่าอาวุธเครื่องแต่งกายต่าง ๆน่าจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเดอะคิวบ์เป็แน่ถึงสามารถใช้งานในระบบแคปซูลได้
รอยยังคงเลือกที่จะสุ่มคู่ต่อสู้ต่อไปเพราะเวลาใช้แคปซูลยังคงเหลืออีกมาก ครั้งนี้รอยเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีชื่อว่า Coco เป็ชายหนุ่มผมทองที่ไว้ผมยาวสลวยสวยเก๋ที่ดูดีมีเอกลักษณ์เป็ผู้มีพลังพิเศษสายโจมตี พลังของเขาคือผู้ใช้แสง อาวุธคู่กายคือหอกยาวและรอยก็แพ้ให้กับ Coco อย่างหมดท่าโดยที่ไม่แม้แต่จะทำอะไรกับคู่ต่อสู้ได้เลยเพราะถูก Coco สร้างหอกแสงนับสิบเล่มโจมตีมาอย่างไม่หยุดหย่อน พลังแสงของ Coco ยังสามารถสร้างโล่บาเรียแห่งแสงที่ครอบคลุมทั้งตัวเอาไว้ได้ แม้แต่ทักษะโซ่ิญญาก็ไม่สามารถใช้งานทะลุผ่านโล่บาเรียไปถึงตัว Coco ได้เลย ถึงรอยจะเปลี่ยนไปใช้อาชีพนักสู้ที่ทำให้ตัวเองไม่ต่างอะไรกับผู้ฝึกยุทธก็ไม่ได้ทำให้รอยได้เปรียบขึ้นมาเลย
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราขาดไปตอนนี้ก็คือวิชาการต่อสู้กับเทคนิคการใช้พลังของผู้มีพลังพิเศษซินะ”
จบการประลอง Coco เป็ผู้ชนะ
คะแนนต่อสู้ Coco 1150+50
คะแนนต่อสู้ ReaperXX 950-50
แต้มการต่อสู้ของรอยก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องและครั้งนี้รอยก็ถูกบังคับให้ออกจากแคปซูลเพราะได้รับาเ็สาหัสติดต่อกันจนเครื่องคำนวนว่าอยู่ในจุดที่ไม่สามารถใช้แคปซูลต่อได้อีกแล้ว
พอเปิดเครื่องแคปซูลออกมาแล้วรอยก็เห็นสภาพตัวเองที่มีเหงื่อท่วมตัวก็รู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อย แถมดูเหมือนว่ารอยเองก็ใช้พลังงานไปมากจนรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งกายและจิตใจ ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่นอนต่อสู้ในโลกเสมือนจริงจะทำให้เขาเสียกำลังกายและพลังจิตไปมากถึงขนาดนี้แถมตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวแบบสุด ๆอย่างบอกไม่ถูกอีกด้วย
“แต่แคปซูลจำลองการต่อสู้นี่ก็ไม่เลวเลยที่ทำให้เราได้เจอกับคู่ต่อสู้หลากหลายประเภทแบบนี้ คงต้องไปหาอาจารย์บีโฮแล้วซินะ เพราะดูท่าการทดสอบที่จะถึงนี้กับพวกรุ่นพี่คงจะไม่ง่ายอย่างที่เราคิดไว้ซะแล้ว กับคนที่มีประสบการณ์ต่อสู้อย่างพวกรุ่นพี่เ่าั้เราอาจจะกลายเป็เพียงแค่หุ่นซ้อมมนุษย์ให้กับพวกเขาไปก็ได้”
รอยเดินไปที่แคปซูลเครื่องข้าง ๆยังคงเห็นแจ็คนอนอยู่ก็เลยส่งข้อความส่วนตัวไปบอก
“ขอตัวออกไปเดินสูดอากาศและหาของกินเล่นข้างนอกก่อนนะ ถ้าใช้เครื่องเสร็จแล้วก็ส่งข้อความหรือโทรมาบอกกันด้วยล่ะ”
ในระหว่างที่รอยกำลังจะออกจากอาคารก็ถูกเรียกจากเสียงของความคิดที่ฟังดูแล้วคุ้นหูแปลก ๆ
“เ้าหนูอย่าเพิ่งออกไปนี่ฉันเองจำได้รึเปล่า อยู่คุยกับฉันสักครู่ซิฉันมีเื่แม่ของนายจะบอก” เป็คาร่านั่นเองที่ส่งเสียงในความคิดเรียกรอยซึ่งคาร่ากำลังยืนเฝ้าระวังอยู่ไม่ห่างนี้เอง หลังจากที่คาร่าถูกเตือนจากผู้อำนวยการแดเนียลว่าให้อยู่ห่างจากรอยสักพักจนถูกย้ายไปอยู่แผนกม.ต้นก็แทบจะหาวิธีติดต่อกับรอยไม่ได้เลยและก็เป็เื่บังเอิญมากที่คาร่าได้เจอกับรอยในที่แห่งนี้
“ใครหน่ะ! แล้วแม่ผมมาเกี่ยวอะไรด้วย?”
รอยพยายามหันไปมองรอบ ๆว่าเ้าของเสียงนั้นอยู่ที่ไหนแต่ก็ถูกกล่าวเตือนจากเ้าของเสียงไว้ซะก่อน
“ไม่ต้องหาหรอกแล้วก็อย่าทำตัวมีพิรุธละมีคนคอยเฝ้าดูนายห่าง ๆอยู่ นายวางใจได้ฉันไม่กล้าทำร้ายนายในที่ ๆคนพลุกพล่านแบบนี้หรอกนะ” รอยนึกออกทันทีหลังจากที่ฟังเสียงของเธอมาสักพักว่าเสียงของผู้หญิงคนนี้คือหนึ่งในกลุ่มคนที่เคยลักพาตัวรอยไปนั่นเอง
รอยเดินไปที่มุมนั่งเล่นที่อยู่หน้าอาคารแคปซูลพร้อมกับพูดคุยไปด้วย ถึงรอยจะรู้สึกระแวงอยู่บ้างก็ตามแต่เขารู้ดีว่าปรมาจารย์บีโฮส่งผู้ติดตามมาคอยคุ้มกันเขาอยู่ตลอดเวลา และก็คงจะเข้ามาช่วยเขาทันทีแน่ถ้ามีเื่บางอย่างเกิดขึ้นกับเขา
“พูดมาซิผมรอฟังอยู่”
“แม่นายฝากของสิ่งหนึ่งเอาไว้กับฉันก่อนที่จะหนีไปจากองค์กรเมฆทมิฬและแม่นายก็ยังกำชับมาอีกว่าต้องมอบของสิ่งนี้ให้กับนายด้วยมือของฉันเอง ตอนนี้ฉันเองก็มีปัญหาเพราะถูกองค์กรตามล่าเลยมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่และแม่นายเองก็บอกว่านายสามารถให้ความช่วยเหลือฉันได้”
รอยขมวดคิ้วทันทีหลังจากที่ได้ยินคำสุดท้ายที่คาร่าพูด
“แม่ของผมฝากของบางอย่างไว้กับคุณแล้วยังบอกอีกว่าผมจะช่วยคุณได้ แต่ผมจะช่วยคุณได้ยังไงกันล่ะ คุณก็รู้หนิว่าผมเป็เพียงแค่นักเรียน.ปลายธรรมดาคนหนึ่งที่เพิ่งจะเรียนการต่อสู้มาได้ไม่นานนี้เอง นั่นมันองค์กรผู้ก่อการร้ายระดับโลกเลยนะ ผมจะไปมีปัญญาช่วยเหลือคุณได้ยังไงกัน?”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ของนายถึงพูดแบบนั้น แต่ฉันก็แค่อยากจะลองเชื่อแม่นายดูสักครั้งเลยได้เสี่ยงมาหานายถึงที่นี่ยังไงล่ะ พวกเพื่อนฉันเองก็อยู่ที่โรงเรียนนี้แล้วด้วยพวกเราหมดหนทางแล้วจริง ๆ”
แต่รอยก็แอบคิดในใจว่าถ้าเป็ปรมาจารย์โฮล่ะก็อาจจะพอช่วยได้อยู่ เพราะฟังจากที่พ่อของจีโอบอกเล่ามาว่าปรมาจารย์บีโฮนั้นเป็ถึงสุดยอดปรมาจารย์ที่มีอยู่เพียงแค่ 5 คนเท่านั้นในประเทศเกาหลีและสำนักอินซาของท่านก็ยังเป็สำนักลึกลับที่แม้แต่สมาพันธ์ยุทธของเกาหลียังไม่กล้ายุ่งด้วยเลย
สมาพันธ์ยุทธเกาหลีมีหน้าที่คอยควบคุมดูแลสำนักฝึกยุทธและผู้ฝึกยุทธที่ไม่มีสังกัดภายในประเทศทั้งหมดให้อยู่ในความสงบสุข
“ก็ั้แ่แม่ของนายทิ้งของสิ่งนี้เอาไว้ให้กับฉัน ซึ่งเธอบอกแค่ว่าฝากของสิ่งนี้เอาไปให้ลูกของเธอด้วย ตอนนั้นฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกของเธอเป็ใครข้อมูลบ้านที่ส่งหรือแม้แต่ชื่อของนาย แม่นายก็ไม่ได้บอกอะไรกับฉันไว้เลยฉันเพิ่งจะมารู้จักกับนายก็ตอนที่องค์กรให้ลักพาตัวนายมานั่นแหละนะว่านายเป็ลูกของเธอ”
“ส่วนของที่แม่นายฝากเอาไว้เธอยังเน้นย้ำอีกว่าให้ฉันส่งสิ่งนี้ให้นายกับมือและขอความช่วยเหลือจากนายตอนนั้นอีกด้วย เหมือนกับว่าแม่ของนายรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นนี้เลยว่าพวกเราต้องมาพบกัน”
“ถ้ามองในมุมที่แม่ฝากของเอาไว้ให้เธอยังไงเธอก็ต้องมาส่งของให้ผม แบบนี้ยังไงเราก็ต้องเจอกันอยู่แล้วหนิไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย”
“แต่…ถ้ามองอีกมุมทำไมแม่ถึงได้ฝากของไว้ให้กับเธอด้วยล่ะเธอสนิทกับแม่ของผมอย่างงั้นเหรอ?”
“ฉันกับแม่ของนายไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ฉันคิดว่าที่แม่นายฝากของให้กับฉันเป็เพียงแค่ภารกิจส่วนตัวเท่านั้นและเธอก็ได้ให้ของตอบแทนฉันมาแล้วด้วย”
ตื้ด...ตื้ด...เป็แจ็คที่ส่งข้อความมาหา
“เอาเถอะ ๆนี่ก็เสียเวลามามากแล้วยังไงผมก็ยังไม่ไว้ใจพวกคุณที่เคยทำเื่ไม่ดีกับผมไว้หรอกนะ แล้วของที่แม่ผมฝากไว้ให้ล่ะอยู่ที่ไหน?”
“ฉันจะเอาถุงสีดำไปทิ้งไว้ตรงหลังป้ายรถบัสที่มีพุ่มไม้ใหญ่อยู่ตรงนั้น” รอยพยายามหันไปมองแบบผ่าน ๆเพื่อดูว่ามันอยู่ตรงไหน
“เข้าใจแล้วแต่เื่ที่คุณขอให้ช่วยเหลือพวกคุณผมขอเอาเื่นี้ไปคิดดูก่อนก็แล้วกัน ว่าแต่ผมจะติดต่อกับพวกคุณได้ที่ไหนล่ะ?”
“นายติดต่อกับคนดูแลหอพักชายของนายได้เลย เขาก็คือหนึ่งในคนที่ลักพาตัวนายวันนั้นด้วยเหมือนกัน”
“ห๊า...คนดูแลหอพักผมเนี่ยนะ ดูยังไงก็ไม่น่าใช่นะเพราะเท่าที่จำได้กลุ่มคนที่ลักพาตัวผมไม่เห็นมีคนหน้าตาแบบนั้นอยู่เลย” รอยนึกไปถึงหน้าของชายที่ดูแลหอพักซึ่งดูมีน้ำใจอัธยาสัยดีและหน้าตาก็ไม่เหมือนกับกลุ่มคนที่ลักพาตัวรอยมาเลยสักนิด
“เขาสวมหนังมนุษย์เทียมอยู่ นายจำคนสวมแว่นได้ไหมล่ะนั่นแหละเขา อ่อจริงซิ! แม่นายยังบอกอีกว่าของที่ฝากให้ไปต้องไปเปิดที่บ้านพร้อมกับสมุดบันทึกอะไรสักนี่แหละที่อยู่ในบ้านของนาย”
รอยได้ยินแบบนั้นไปก็รู้สึกแปลกใจทันที เพราะเท่าที่จำได้รอยคนก่อนบอกว่าสมุดบันทึกที่อยู่ในบ้านมีแค่รอยของโลกนี้เท่านั้นที่รู้เื่ไม่ใช่เหรอ
"เื่นี้มันชักจะยังไง ๆอยู่นะ"
รอยรออยู่ไม่นานก็เดินไปตรงจุดที่คาร่าบอกแล้วเข้าไปหยิบของในพุ่มไม้ที่มีถุงดำวางทิ้งไว้อยู่ ซึ่งภายในถุงเป็กล่องเก็บของสีดำขนาดเล็ก รอยเลยรีบเก็บมันไว้ในกระเป๋าทันทีและทำตัวปกติกลับมานั่งที่เดิมเพื่อรอแจ็คออกมา
การกระทำของทั้งสองคนเมื่อครู่นี้็ไม่หลุดพ้นสายตาของคนคุ้มกันที่ปรมาจารย์บีโฮส่งมาให้คุ้มครองรอยได้
“ท่านผู้าุโบีโฮครับคนของเมฆทมิฬเข้ามาติดต่อกับลูกศิษย์ของท่าน ท่านจะให้ผมจัดการเลยไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก ถ้าพวกมันไม่ได้ลงมือทำอะไรที่เป็ภัยกับลูกศิษย์ฉัน นายก็แค่เฝ้าดูห่าง ๆไว้ก็พอว่า”
“เข้าใจแล้วครับผู้าุโบีโฮ” ชายหนุ่มที่แต่งกายในชุดนักเรียนเคลื่อนตัวหายไปกับเงาต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากการเฝ้าดู