ตอนที่ 10
หนึ่งวันที่ไม่เห็นหน้าชมพูรักมันทำให้กงจักรแทบจะไม่เป็อันทำงาน คำตอบจากปากนิดาคือหญิงสาวไม่สบายแต่ความเป็ห่วงซึ่งเกิดขึ้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็ไม่ได้แสดงออกแต่อย่างใดเขาเพียงแค่พยักหน้ารับทราบ ยิ่งเห็นกมลาตั้งท่าจับผิดเขายิ่งเลี่ยงที่จะแสดงความสนใจ
“บ้านของเพื่อนเธออยู่ที่ไหน” เข่าเอ่ยถามนิดาเมื่อกมลาไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน
นิดาอ้ำอึ้งชายหนุ่มจึงแสร้งหาข้ออ้าง “ประกันรถยนต์ของผม จะต้องติดต่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายรถที่เพื่อนเธอชนผมวันก่อนไงแต่เอกสารที่เซ็นดันติดไปกับเพื่อนเธอ”
เขาเอ่ยข้างๆคูๆโดยสร้างมูลเหตุเท็จ เมื่อนิดาเชื่อสนิทใจจึงจดเบอร์โทรศัพท์ให้และเขียนแผนที่บ้านของเพื่อนรักส่งให้เ้านายหนุ่ม
ไม่รอช้ารถยนต์คันยาวสีขาวโลโก้ห้าแฉก ขับออกจากโรงแรมราวกับพายุเขามองแผนที่ในมือแล้วก็ยิ้มร่า เพราะมันเป็เส้นทางที่คุ้นเคยดีถึงจะอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นักแต่ถนนเส้นนี้เขาเคยไปรับไปส่งพลอยพิมพ์เป็บางครั้งน่าจะคลำทางหาบ้านของหล่อนได้ไม่ยาก
ใจมันอยากเจอจะอ้างเหตุผลใดค่อยคิดอีกครั้ง...
แล้วมันก็หาไม่ยากอย่างใจคิดจากปากทางเลี้ยวเข้าซอย เข้าไปลึกไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรแล้วเลี้ยวตรงทางแยกย่อยแค่สองครั้ง รถยนต์ของเขาก็มาจอดยังบ้านหลังหนึ่ง ดูจากเลขที่บ้านก็ตรงตามที่นิดาเขียนไว้
บ้านขนาดกลางรั้วด้านหน้าเป็งานไม้แผ่นยาวสลับกับงานอลูมิเนียมสีเงินวาว ตัดเฉียงซ้อนกันรับกับการออกแบบในตัวบ้านเป็อย่างดี
เขากำลังคิดหาวิธีในการมาบ้านฝ่ายหญิงแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหา แต่ปรากฏว่าปลายทางปิดเครื่องด้วยความร้อนใจอยากพบหน้า เขาจึงสูดหายใจเข้าเต็มปอด ลงไปกดกริ่งหน้าบ้านชะโงกมองข้ามรั้ว หวังจะได้เจอหน้าคนที่มาเปิดประตูคือชมพูรัก
แต่เมื่อเห็นเป็หญิงร่างท้วมหน้าตาอิ่มเอิบ ยิ้มให้ขณะเดินออกมา สีหน้าเขาผิดหวังเล็กน้อย “ใช่บ้านของชมพูไหมครับ”
ผู้ที่เดินออกมาส่ายหน้าและยืนยันว่าที่นี่ไม่มีผู้หญิงที่เขาตามหา
“ไม่ใช่จริงๆเหรอครับ...เอ ผมว่าไม่น่าจะผิดหลังนะเพราะเพื่อนของชมพูที่ชื่อนิดเป็คนจดแผนที่นี้มาให้”เขายื่นกระดาษแผ่นเล็กนั้นให้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า
หญิงผู้นั้นแทบจะไม่ได้ดูด้วยซ้ำแล้วก็ยื่นกระดาษนั้นคืนมา “คุณมาผิดที่แล้วล่ะจ้ะยังไงลองถามทางบ้านอื่นดูอีกทีนะ ฉันเห็นจะไม่รู้จักจริงๆ ว่าคนที่พ่อหนุ่มถามเป็ใครอยู่ที่ไหนฉันขอตัวก่อนนะ”
หญิงร่างท้วมท่าทางมีพิรุธเดินกลับเข้าบ้าน แต่หันกลับมามองเขาเป็ระยะมันทำให้เขาเชื่อว่าหล่อนต้องโกหกแน่...บ้านหลังนี้ต้องเป็บ้านของชมพูรักเขารู้สึกเช่นนั้น
ชายหนุ่มจำใจต้องขึ้นไปนั่งบนรถ เขาเปิดกระจกรถด้านข้างและลอบมองผ่านช่องกระจกเข้าไปในบ้านอีกครั้ง สายตาสำรวจไปยังตัวบ้านชั้นบนเห็นผ้าม่านสีครีมพลิ้วไหว ราวกับมีใครซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง เขาเบรกรถกึกและจับจ้องว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังผ้าม่านบ้าง แต่ก็พบกับความผิดหวัง
แต่เขาก็ยังไม่ตัดใจคิดจะลองขับรถวนแถวนั้น แล้วถามจากคนที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงแต่เมื่อรถยนต์เคลื่อนที่ออกไปแล้ว ผู้ที่หลบอยู่ด้านหลังผ้าม่านก็แง้มหน้าออกมา
คราบน้ำตาบนดวงหน้าชมพูรักยังไม่ทันจางหายดีแล้วอารมณ์ของหล่อนในขณะนี้จะมีหน้าพบใคร
.........................................