"เช่นนั้นชายหญิงคู่นั้นที่มาตามหาเ้าก็พูดเื่จริงนะสิ"
"อาจจะใช่ ข้าก็ไม่รู้แน่ชัด" เธอก็คิดว่าเป็จริงอย่างที่ชายคนนั้นบอก
"เช่นนั้นสตรีผู้นั้นก็คิดไม่ดีกับจ้าเช่นกัน" เขาบอกตามที่เห็นเพราะสายตาที่นางมองซูเหวินไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไรถึงปากจะบอกว่าเป็พี่น้องกันก็เถอะ
"เ้าดูออกอย่างนั้นหรือ"
"เห็นได้ชัดว่าคำพูดของสตรีนางนั้นบอกว่าเ้าหนีตามชายอื่นไป แต่ทำไมเ้ากลับถูกปองร้ายหมายเอาชีวิตจนต้องหอบร่างที่ใกล้ตายเดินออกจากป่ามาเจอข้า" เขาอธิบายถึงข้อสังเกตที่เขาได้พบเจอเธอ
"คงเป็เพราะวาสนามั้ง" อาจเป็เพราะโชคชะตานำพาให้เธอได้มาพบกับเขา หากวันนั้นไม่ได้เจอเขาเธอก็ไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงวันนี้หรือไม่
สามวันผ่านต่อมา
เจียวหวงกับจินเยว่นั่งรถม้าถึงกระท่อมในยามอู่ (11.00-13.00น.) เพื่อพูดคุยเื่ที่ซ่งอวิ๋นนำความไปบอกเถ้าแก่เซียวจนเป็เื่ราวถึงขั้นบิดาฝ่ายหญิงมาต่อว่าเจียวหวงถึงเรือน
"เอาล่ะข้าเสียเวลากับพวกเ้ามากพอแล้ววันนี้หวังว่าคงไม่มีอะไรที่ผิดพลาดอีกนะพวกเ้ารู้หรือไม่ซ่งอวิ๋นเสียใจที่เ้าปฏิเสธนางอย่างมากจนข้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว" เจียวหวงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับฮูหยินก่อนจะนั่งลงแล้วเอ่ยกับบุตรชายเสียงเข้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อนเ้าคะ" จินเยว่เอ่ยปลอบให้ผู้เป็สามีก่อนมองหน้าบุตรชายที่บัดนี้ดูเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร
"ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อ้ามาคุยกับเ้าซูเหวิน" เจียวหวงหันมาพูดกับซูเหวินบ้าง
"กับข้าหรือเ้าคะ" ซูเหวินได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
"ใช่แล้ว ลูกชายของข้ามีใจให้แก่เ้าทำให้คุณหนูซ่งเสียใจรู้หรือไม่ ข้าคิดว่าควรจะทำให้มันถูกต้องเสียข้าไม่อ้อมค้อมแล้วกันเ้ายินดีแต่งงานกับลูกชายของข้าหรือไม่"
"แต่งงานหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้ว เ้าเป็สตรีอยู่ร่วมชายคาเดียวกับบุรุษมีแต่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงหากตบแต่งกันแล้วจะได้ไม่เป็ขี้ปากชาวบ้าน"
"ว่าไงซูเหวินเ้ายินดีแต่งกับลูกชายของข้าหรือไม่ ข้าดูออกว่าเ้าทั้งสองต่างมีใจให้กันเราสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร" ฮูหยินหวงเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง
"เอาล่ะ สิ่งที่ข้าควรพูดข้าก็ได้พูดหมดแล้วพวกเ้าสองคนไปตกลงกันเอาเองแล้วกันแล้วค่อยมาบอกข้าบ้านเราไม่ได้มีงานมงคลนานแล้วใช่ไหมฮูหยิน" เจียวหวงหันมากล่าวแก่ฮูหยินด้วยรอยยิ้ม
"เช่นนั้นพวกเรากลับก่อนแล้วกันหากได้คำตอบแล้วให้เสี่ยวถิงไปแจ้งแก่พวกเราก็แล้วกันนะ" สิ้นคำพูดจินเยว่ทั้งสองก็ได้เดินออกไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ด้านหน้ากระท่อม
"ครบสามวันแล้วเ้าให้คำตอบข้าได้หรือยัง" เฟิงเยว่หันมาถามซูเหวินบ้างบัดนี้ทั้งสองอยู่เพียงลำพังภายในห้อง
"คือว่า...ข้ายัง......"
"ข้าให้เวลาเ้าตัดสินใจตั้งสามวันแล้วเ้าต้องให้คำตอบแก่ข้าได้แล้วสิ" เขาคาดคั้นเอาคำตอบจากนางให้จงได้
"การแต่งงานเป็สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงเลยนะเ้าให้เวลาข้าแค่สามวันยังไม่พอที่จะตัดสินใจได้หรอก"
"แต่ข้าชอบเ้าด้วยใจจริงเหตุใดเ้าต้องปฏิเสธข้าด้วย"
"ข้ารู้ว่าเ้าชอบข้าด้วยใจจริงแล้วข้าจะเชื่อมั่นในตัวเ้าได้เพียงใดว่าเ้าจริงใจกับข้าตลอดไป"
"เช่นนั้นเ้าจะให้ข้าพิสูจน์อย่างไรเ้าถึงจะเชื่อข้าและยอมตกลง"
"เ้าก็ยกสมบัติทุกอย่างที่เป็ของเ้าให้ข้าทั้งหมดสิข้าถึงจะเชื่อและยอมตกลง" ซูเหวินแกล้งเอ่ยลอยๆ
"เช่นนั้นเ้าอยากได้อะไรเ้าก็เอาไปให้หมดเลยรวมถึงตัวของข้าด้วย" เขาตอบออกไปโดยไม่ลังเลสักนิด
"นี่เ้าไม่คิดว่าข้าจะหลอกเ้าบ้างหรือ" เหตุใดเขาตอบออกมาโดยไม่สังเล
"ข้าเชื่อใจเ้า หากเ้าจะหลอกข้าจริงข้าก็ยอมหากมันจะทำให้เ้ามีความสุขได้"
"นี่เ้าไม่คิดจะรักตัวเองบ้างหรืออย่างไรถึงจะยอมให้ข้าหลอกเ้าได้"
"แล้วเ้าไม่รักข้าหรือถึงคิดจะหลอกข้าได้ลงคอ" เฟิงเยว่ได้แต่แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะแกล้งถามนางกลับบ้าง
"รักสิ ถึงได้บอกให้เ้า......นี่เ้าหลอกถามข้าอย่างนั้นหรือข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว" ซูเหวินตาเขียวใส่ก่อนลุกขึ้นจะเดินหนีแต่กลับถูกเข้ารั้งให้ลงไปนั่งบนตักสองแขนโอบกอดเอวบางเอาไว้
"ข้าไม่เคยคิดหลอกเ้าหากสิ่งไหนทำให้เ้ามีความสุขได้ข้าก็พร้อมยอมให้เ้าทั้งนั้น" เฟิงเยว่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ภายภาคหน้าเขาก็พร้อมยอมให้สตรีนางนี้เพียงผู้เดียว
"หากข้าหลอกเ้าจนหมดตัวล่ะ"
"ข้าเชื่อว่าเ้าไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอน" เขามองสบั์ตาหวานอย่างลึกซึ้ง
"ข้าขอเวลาคิดตรึกตรองอีกหน่อยไม่ได้หรือ" ซูเหวินยังคงต่อรองเื่เวลา
"ไม่ต้องคิดให้มากความแล้วหากเ้าตกลงข้าจะให้เสี่ยวถิงไปแจ้งแก่พ่อของข้าในตอนนี้เลย"
"เช่นนั้นข้าขอแบบที่ไม่ต้องมีแขกมากมายมีแค่พ่อกับแม่ของเ้าได้หรือไม่"
"นี่เ้าตอบตกลงข้าแล้วใช่หรือไม่" เฟิงเยว่ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ซูเหวินได้แต่ยิ้มเขินๆ ให้ก่อนจะถูกเขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
"อะไรกันหรือผู้ใดตอบตกลงอะไรช่างเป็เื่ที่น่ายินดีนัก" ซ่งเหว่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยแซวทั้งสอง
"คุณชายซ่ง เ้าปล่อยข้าก่อนสิ" ร่างบางขืนตัวลุกขึ้นแต่เขาไม่ยอมปล่อยกลับยิ่งโอบรัดแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมเธอจึงปล่อยให้เขาได้กอดเอาไว้อย่างนั้น
"เ้ามาั้แ่เมื่อไร" เขาเอ่ยถามสหายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่กระดากอายที่มีหญิงสาวนั่งอยู่บนตักของเขา เป็เธอเองที่แทบอยากมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนี
"ก็มาทันพอจะได้ยินที่พวกเ้าทั้งสองคุยกันนั่นแหละ" ซ่งเหว่ยยิ้มยียวนก่อนจะเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับสุราหนึ่งกา
"ข้าจะมาคิดบัญชีกับเ้าที่ทำให้น้องสาวข้าเสียใจ" ซ่งเหว่ยเอ่ยเสียงเข้ม เขาปล่อยให้ซูเหวินได้เป็อิสระก่อนนางจะเดินออกจากห้องไป
"ข้าจำเป็ต้องพูดออกไปตรงๆ ไม่อยากให้นางต้องคิดไปไกลกว่านี้"
"ข้ารู้แต่ข้าก็อดเป็ห่วงนางไม่ได้ข้ามีน้องสาวเพียงคนเดียว" ซ่งเหว่ยมีสีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ข้าขอโทษที่ทำให้น้องสาวของเ้าเสียใจ"
"อีกเดี๋ยวนางก็คงทำใจได้เองแหละคงต้องให้เวลานางสักหน่อย"
"เ้ามาหาข้าทำไม"
"ข้าเป็สหายเ้าจะมาหาเ้าไม่ได้เลยหรืออย่างไร"
"มีเื่อะไรก็รีบๆ พูดมาเลยดีกว่า" เฟิงเยว่ยังควรู้ทันเขาตลอด
"ไม่มี ข้าแค่ผ่านมาทางนี้เลยแวะมาหาเ้าก็เท่านั้น" ซ่งเหว่ยตอบสั้นก่อนจะรินสุราใส่จอกแล้วยกขึ้นดื่มอย่างคนที่มีเื่ให้กลัดกลุ้มใจ