ลลิตาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเล็กเช่นเดิม จากนั้นเข้าแอปพลิเคชันสีเหลืองและเปิดอ่านข้อมูลรายละเอียดงานใหม่ที่ได้รับมาพลางจดบันทึกลงในตารางปฏิทิน ในหัวก็พลางคิดว่า ‘พรุ่งนี้ว่างสินะ จะไปทำอะไรดีล่ะ!?!…’ จากนั้นลลิตาก็ผละสายตาออกจากปฏิทินไปมองที่นาฬิกาแทนซึ่งเวลาตอนนี้ก็ค่อนข้างจะดึกมากแล้ว ลลิตาจึงได้บ่นกับตัวเอง ‘ตอนนี้ดึกขนาดนี้ละ นอนก่อนเถอะยัยลิลลี่ ค่อยตื่นมาคิดอีกทีแล้วกันนะ’
วันต่อมา …
หญิงสาวตื่นขึ้นมาใน่สายของวัน ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความและโซเชียลมีเดียประจำวัน
ปลายนิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันสีเหลือง สายตาก็เห็นแชทของอีจุนยอง
L-JunYoung: ตื่นยังครับ?
อีจุนยองส่งข้อความมาั้แ่เช้า
Lalitaa_Lilly: ตื่นแล้วค่ะพี่จุน
ลลิตาพิมพ์ตอบข้อความของอีจุนยองกลับ และไม่นานอีจุนยองก็พิมพ์ตอบกลับมาทันที
L-JunYoung: วันนี้อยากทำอะไรครับ
Lalitaa_Lilly: วันนี้ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่หนูว่าวันนี้จะเดินเล่นแถวๆ นี้อะ
L-JunYoung: เมื่อวานเป็ลมยังจะเดินเล่นอีกเหรอครับ ไม่พักผ่อนหน่อยเหรอ?
Lalitaa_Lilly: แต่หนูไม่ได้เป็อะไรมากนี่คะพี่จุน หนูไม่ได้ป่วยนะ
L-JunYoung: เรานี่นะ
Lalitaa_Lilly: ส่งสติกเกอร์รูปหมีสีน้ำตาลทำหน้าตาแหะๆ
Lalitaa_Lilly: แล้ววันนี้พี่จุนทำอะไรคะ มีงานหรือเปล่า?
L-JunYoung: วันนี้พี่มีถ่ายแบบครับ ว่างตอนเย็น ให้ไปหามั้ยๆ?
Lalitaa_Lilly: ไม่เป็ไรค่าาา
Lalitaa_Lilly: พี่จุนไปทำงานได้แล้วนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปหาอะไรกินแล้วค่า
Lalitaa_Lilly: ส่งสติกเกอร์รูปหมีสีน้ำตาลที่ทำท่าทางชูแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโบกไปมาพร้อมมีข้อความที่เคลื่อนไหวไปมาอย่าง“บ๊ายบาย”
หญิงสาวกดออกจากแชทข้อความของอีจุนยอง แล้วเข้าแอปพลิเคชันอื่นๆ เพื่ออัปเดตข่าวสารต่างๆบนโซเชียลมีเดียต่อ
.
.
2 ชั่วโมงต่อมา …
หญิงสาวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเข้าเซ็ท ท่อนบนสวมใส่เสื้อครอปแขนสั้นสีครีม ท่อนล่างใส่กระโปรงสั้นทรงเอเหนือเข่าเล็กน้อยสีครีมแต่งหน้าเล็กน้อยพร้อมปล่อยผมยาวเช่นเดิม
วันนี้หญิงสาวร่างบางตัวเล็กมีแพลนที่จะไปเดินเล่นย่านฮงแด แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตอีกที่หนึ่งของประเทศเกาหลีใต้โดยวันนี้หญิงสาวไม่ได้มีแพลนจะมาช้อปปิ้งหรอก แต่กะว่าจะมาเดินเล่นและหากิจกรรมทำเฉยๆเท่านั้น
บริเวณย่านนี้ค่อนข้างที่จะคึกคักมากพอสมควร ทั้งเหล่าร้านต่างๆ และผู้คนมากมายแม้ว่าจะเป็่เวลาบ่ายแล้วแต่ผู้คนก็ยังหนาแน่น หญิงสาวเดินเล่นไปเรื่อยๆ ตามซอยต่างๆเดินเล่นไปพลางถ่ายรูปถ่ายวีดิโอกลับไปด้วย จนเดินไปเจอร้านคาเฟ่หนึ่งอยู่บริเวณชั้นสองของตึกที่ดูเหมือนจะน่ารักอบอุ่นมากๆและพร้อมป้ายโฆษณาคาเฟ่แนะนำว่าสามารถทำเครื่องประดับด้วยตัวเองได้ หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปในคาเฟ่แห่งนี้
เมื่อหญิงสาวร่างบางเดินขึ้นไปถึงคาเฟ่นั้นแล้ว พนักงานต่างก็เข้ามาต้อนรับอย่างดี
“สวัสดีค่ะ เชิญเข้ามาได้เลยนะคะ” พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยเสียงสดใสพลางส่งยิ้มให้ลลิตา
“สวัสดีค่ะ” ลลิตาเอ่ยทักทายกลับพร้อมส่งยิ้มให้เช่นกัน
“มากี่ท่านคะ?” พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยถาม
“คนเดียวค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบ
“งั้นเชิญทางนี้ได้เลยค่ะ” พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยพลางเดินนำไปยังบริเวณโต๊ะ
ลลิตาเดินตามพนักงานร้านคาเฟ่เข้าไปอย่างเงียบๆ เมื่อถึงโต๊ะพนักงานก็เชิญให้หญิงสาวนั่งลง
“คุณลูกค้าสนใจจะทำเครื่องประดับด้วยมั้ยคะ?” พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยถาม
“สนใจค่ะ ไม่ทราบว่าสามารถทำอะไรได้บ้างเหรอคะ?” ลลิตาเอ่ยถาม
“ทางร้านของเขามีให้ทำแหวนและสร้อยคอค่ะ คุณลูกสนใจแนวไหนสามารถลองเลือกดูได้นะคะ”พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยพลางยื่นแฟ้มผลงานต่างๆ ให้ลลิตาเปิดดู
ลลิตารับแฟ้มผลงานมาเปิดดู จากนั้นก็เลือกสิ่งที่ตนเองต้องการ
“อยากทำสร้อยคอค่ะ ว่าแต่ … ที่นี่สามารถถ่ายวีดิโอได้มั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ย
“สามารถถ่ายวีดิโอได้ตามสบายเลยค่ะ หรือจะให้ทางเราช่วยถ่ายสามารถกดปุ่มนี้เรียกพนักงานได้เลยนะคะส่วนอาหารและเครื่องดื่มสนใจที่จะสั่งเลยมั้ยคะ?” พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยพลางผายมือชี้ไปที่ปุ่มบนโต๊ะ
“ค่ะ สั่งเครื่องดื่มเลยค่ะ” ลลิตาเอ่ย
“เชิญดูเมนูก่อนนะคะ ถ้าจะสั่งกดปุ่มเรียกพนักงานอีกครั้งได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปเตรียมอุปกรณ์ในการทำสร้อยคอให้นะคะ”พนักงานร้านคาเฟ่เอ่ยพลางยื่นเมนูให้หญิงสาวแล้วเดินออกไป
“ขอบคุณค่ะ” ลลิตาเอ่ยพลางอ่านเมนูรายการอาหาร
หลังจากนั้นหญิงสาวร่างบางก็สั่งเครื่องดื่มตามที่ตนเองต้องการพร้อมถ่ายรูปและวิดิโอต่างๆเก็บไปด้วย
การทำเครื่องประดับในครั้งนี้ค่อนข้างที่จะใช้เวลาในการทำมากสักหน่อยแต่หญิงสาวก็เพลิดเพลินขณะทำเป็อย่างมากเจอความง่ายบ้างยากบ้างปะปนกันไป … หญิงสาวเลือกที่จะทำเป็รูปดอกลิลลี่ตามชื่อ ของตัวเองพร้อมแซมจิวระย้ารูปดาวเข้าไปด้วย
ขณะเดียวกันทางด้านของ GATHERBOY
สมาชิกทั้งเจ็ดคนกำลังเดินทางกลับจากการถ่ายทำรายการวาไรตี้ โดยวันนี้มีนัดฮเวชิกร่วมกับทีมงานที่ถ่ายทำรายการวาไรตี้ที่ร้านหนึ่งในย่านอัพกูจองสมาชิกทั้งเจ็ดคนที่แยกกันกลับด้วยรถสองคัน คันที่หนึ่งมีอี ฮยอนจิน เฉินไท่หยาง และคิมซองมินส่วนคันที่สองมีอาเธอร์ ยุนยูจุน ชเวฮยอนอู และพัคจุนโฮ
***(ฮเวชิก เป็วัฒนธรรมหนึ่งในการทำงานของคนเกาหลี มักจะเป็การดื่มและทานอาหารเย็นร่วมกับเพื่อนร่วมงาน)***
@ภายในรถคันหนึ่ง
“ซองมิน มึงว่าวันนี้น้องคนนั้นจะมาร่วมฮเวชิกด้วยมั้ย?” เฉินไท่หยางหันไปเอ่ยถามคิมซองมินที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ
“แล้วกูจะรู้มั้ย!??!” คิมซองมินเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“เฮ้ออออ มันแปลกๆ มึงว่ามั้ยอะ?”เฉินไท่หยางถอนหายใจพลางเอ่ยต่อ
“แปลกยังไง!?!?” อีฮยอนจินหันมาเอ่ยกับเฉินไท่หยาง ส่วนคิมซองมินไม่ได้เอ่ยตอบอะไร เพียงแต่เงียบแล้วตั้งใจฟัง
“ก็น้องเขามาทำงานแค่วันเดียวเองอะพี่ ละก็หายไปเลย มันไม่ดูแปลกเหรอพี่” เฉินไท่หยางเอ่ย
“ก็นิดนึง” คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
“หรือพี่ชายเขาอาจจะไม่ให้มาทำแล้วหรือเปล่า? เราพาน้องสาวเขาออกไปข้างนอกทั้งที่เพิ่งเป็ลมไปนะ” อีฮยอนจินเอ่ย
“อันนี้ก็มีสิทธิ์เป็ไปได้พี่ๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยอย่างเห็นด้วย
“ว่าแต่ … มึงถามถึงเื่นี้ขึ้นมาทำไม!?!?”คิมซองมินหันไปเอ่ยถามพลางจ้องมองเฉินไท่หยางเพื่อนรักอย่างตาขวาง
“ละถามไม่ได้หรือไง!?!? กูแค่อยากรู้มั้ยอะ!!! คิดว่าวันนี้จะได้เจอยัยน้องอีกไง ไหนจะนัดฮเวชิกอีก!?!เฮ้อออ” เฉินไท่หยางเอ่ยอย่างยียวนพลางบ่นและถอนหายใจ
“ก็ถ้าพี่เขาไม่ให้มาก็คงอดเจอแล้วแหละไท่หยาง” อีฮยอนจินเอ่ย
“หมดกันความสนุกของผม” เฉินไท่หยางอย่างแผ่บเบา
“เอาน่ะๆ ถ้ามีโอกาสก็คงได้เจอน้องเขาแหละ” อีฮยอนจินเอ่ยปลอบใจ
จากนั้นบทสนทนาภายในรถก็จบลง ไม่มีใครเอ่ยพูดถึงเื่นี้กันอีก