ปฐมบท<จุดจบของนางร้าย>
ณ โถงงานเลี้ยงของปราสาทหลังหนึ่งในราชวังแห่งอาณาจักรโพโลเวียร์
"กรี๊ดดดดดดดดดดด..!!!! ยัย--! ยัยเมย์ริน! เธอกล้ามาออเซาะท่านซาร์จินของฉัน!! ออกไปห่างๆเลยนะ!!"
พลันนั้น อยู่ๆเสียงกวีดร้องบาดหูของหญิงสาวก็ดังขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงรื่นเริงซึ่งกำลังดำเนินอยู่ของเ้าชายลำดับที่สองของอาณาจักร ชั่ววินาทีนั้นบรรยากาศอันชื่นมื่นหายไปราวกับเปลวเทียน และเมื่อแขกทุกคนในงานเลี้ยงหันตามเสียงที่ไม่น่าพิศมัยไปก็พบกับใบหน้าซึ่งขุนนางหรือชนชั้นสูงทุกคนในที่แห่งนี้ต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
เลดี้ฟีร์มัวเนียร์ เค.ดี. เอลโลชาแตล
เธอคือคุณหนูแห่งตระกูลเอลโลชาแตล ลูกคนที่สองและคนสุดท้องของ ดยุคเฟรทาร์เซียส ที่1 แฮมสัน เค.ดี. เอลโลชาแตล ชายผู้เป็เป็ขุนนางใหญ่มีอำนาจเหลือล้นภายในอาณาจักรและยังครอบคลุมกิจการส่วนตัวแผ่อิทธิพลไปถึงอาณาจักรอื่นๆมากมาย ด้วยคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจภายในและการค้ากับต่างอาณาจักร าาพระองค์ก่อนถึงขั้นพระราชทานชื่อกลาง เค.ดี. (king of destiny : กษัตริย์แห่งโชคชะตา) เพื่อเป็เกียรติ พร้อมกับบรรดาศักดิ์ชั้นดยุค และยกเมืองทางตะวันตกอันเป็เมืองติดทะเลให้ถึง3เมือง แม้ว่าจะดยุคแฮมสันจะยืนกรานไม่ขอรับราชการโดยตรงก็ตาม
แต่เวลานี้..ร่างเล็กน่าทะนุถนอมในชุดราตรีสีดำแห่งตระกูลอันยิ่งใหญ่ กลับย่ำเท้าก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยใบหน้าบึ้งตึงโกรธขึงทั้งที่ตนไม่ได้รับเชิญ เส้นผมสีดำเข้ากับยามรัตติกาลปลิวไสวด้วยเร่งฝีเท้าก้าวเข้าหาชายหญิงคู่หนึ่งเบื้องหน้า
พร้อมกันนั้นั์ตาสีม่วงอเมทิสต์ของเธอก็วาวโรจแสดงถึงความดื้อดึงเอาแต่ใจ!
ฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ใช่ใคร..เป็หนึ่งชายหนึ่งหญิงที่เธอเห็นเต้นรำกันอย่างหวานชื่นกลางงานเลี้ยงเมื่อครู่ จนกระทั่งฝ่ายหญิงสะดุดขาฝ่ายชายจนเกือบล้มลงแล้วตกสู่อ้อมกอดของฝ่ายชายราวกับโชคชะตาลิขิต ภาพนั้นเองที่ทำให้เธอที่เพิ่งมาถึงกรีดร้องด้วยความริษยา
หนึ่งคือเ้าชายลำดับที่สองแห่งอาณาจักร เ้าชายซาจิเนล คิง เพลโลวีทาเรียส และอีกหนึ่งคือหญิงสาวสามัญชนธรรมดาไร้ชนชั้นฐานะ เมย์ริน เมลโล่
"เลดี้ฟีร์มัวเนียร์! ผมมั่นใจว่าไม่ได้เชิญคุณมาร่วมงานเลี้ยงนะ..!?"
เ้าชายซาร์จินพูดขึ้นด้วยใบหน้าขึงขังเ็าพร้อมก้าวเท้าขึ้นมาขวางฟีร์มัวอย่างสง่าผ่าเผย โดยขณะเดียวกันก็ให้เมย์รินมาหลบข้างหลังตนทันทีเพราะรู้ฤทธิ์เดชของหญิงสาวตรงหน้า
"เพราะท่านไม่เชิญฉันจึงมาที่นี่เพื่อถามหาอย่างไรล่ะคะ! ว่าทำไม!!"ฟีร์มัวว่าทั้งที่ดวงตาแดงก่ำราวจะร้องไห้เมื่อเห็นชายที่หลงรักมานานปีปกป้องหญิงอื่น
ทุกสายตาในงานเลี้ยงล้วนจับจ้องมาที่เขาและเธอเขม็งราวกับกำลังชมฉากละครที่น่าสนใจ
เป็ที่รู้กันดีว่าเลดี้ฟีร์มัวเนียร์ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของดยุคแฮมสันนั้นหลงรักเ้าชายซาร์จินหัวปักหัวปำ จนถึงกับเคยออกปากร้องขอจากดยุคแฮมสันและองค์าาให้จัดงานหมั้นหมายกัน ซึ่งด้วยฐานะที่เหมาะสมพร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากฝั่งองค์ราชินีแผนหมั้นจึงได้ถูกวางไว้หลายครั้งแล้ว ..แต่สุดท้ายก็ถูกฝ่ายเ้าชายซาร์จินบ่ายเบี่ยงตลอดมาอย่างน่าสงสารจนไม่ได้เกี่ยวดองกันเสียที
"คุณควรกลับออกไปจากงานได้แล้ว..เลดี้ฟีร์มัวเนี่ยร์ คุณกำลังทำให้งานเลี้ยงของผมกร่อยและรบกวนแขก"เ้าชายซาร์จินกล่าวเลี่ยงไม่ตอบคำอย่างไร้เยื่อใยพลางถลึงั์ตาสีเงินเป็เอกลักษณ์ใส่หญิงสาวร่างเล็กด้วยเจตนาขับไสไล่ส่ง
"ทำไมล่ะคะ! ตอบสิ! ทำไมท่านถึงไม่เชิญฉัน! ทำไมท่านถึงไล่ฉัน! เมื่อก่อนท่านไม่เคยเป็แบบนี้นี่ท่านซาร์จิน! ทำไมคะ!! ฮึก.. ฉันจะบอกท่านพ่อว่าท่านทำให้ฉันอับอาย!!"ฟีร์มัวะโว่าอย่างเอาแต่ใจ สองมือของเธอกำแน่นร่างสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยว
สายตาของเหล่าแขกในเวลานี้มีทั้งสมเพช เวทนา เยาะเย้ย ถากถาง ระอา และเบื่อหน่าย
เหล่าคนในงานเลี้ยงเริ่มส่งเสียงกระซิบนินทากันระงมจนกลายเป็เสียงอื้ออึงไปทั่วโถง ดยุคแฮมสันนั้นแม้กระทั่งองค์าายังต้องเกรงใจและยอมลงให้ส่วนหนึ่ง หากเลดี้ฟีร์มัวเนียร์เอาไปฟ้องคงกลายเป็เื่ใหญ่โตอีกตามเคย..
"ด..ได้โปรด ซาร์จิน ฟีร์มัว อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ!"
ตอนนั้นเอง เสียงหวานใสปานหยดน้ำกระทบกระดิ่งแก้วของเมย์รินก็ดังกล่าวขึ้นขัดทุกเสียงในงานเลี้ยง
หญิงสาวใบหน้าสระสวยรวบรวมความกล้าจนแสดงออกมาทางั์ตาสีแดงชมพูแวววาว เส้นผมสีชมพูซึ่งถูกปล่อยสยายของเธอพริ้วเล็กน้อยเมื่อผละออกจากด้านหลังของเ้าชายเพื่อเผชิญหน้าหยุดการพิพาทของทั้งคู่ ..อันที่จริงนี่เป็สิ่งที่ร่างระหงทำเป็ประจำจนกลายเป็เื่ปกติ
แต่คราวนี้เมย์รินคิดผิดที่ทำเช่นนั้น...
แววตาของฟีร์มัววาวโรจขึ้นพลางตวัดสายตามายังหญิงสาววัยเดียวกัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักนั้นบิดเบี้ยวแยกเขี้ยวที่กัดกันกรอดด้วยความชิงชังคับแค้น ก่อนตวัดมือขึ้นชี้นิ้วใส่หน้าเมย์รินและตะคอกออกมาอย่างรุนแรง!
"ฉันรู้แล้วค่ะ! เพราะเธอ! ยัยเมย์ริน!! เพราะตลอดมาเธอบังอาจหว่านสเน่ห์ใส่เ้าชายชาร์จินของฉัน!! นังคนทรยศ! นังร่าน! นังเพศยา! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง..!!"
ว่าจบฟีร์มัวก็ง้างมือทำท่าจะตบหน้าเมย์รินสุดแรง ไม่พอ..เสี้ยววินาทีนั้นเธอยังเสริมเวทย์เพลิงไว้ที่ฝ่ามือหวังให้คราวนี้เมย์รินต้องเสียโฉมไป! ส่วนเมย์รินที่ถูกฟีร์มัวถึงขั้นด่ากราดรุนแรงเป็ครั้งแรกก็นิ่งอึ้งตื่นตระหนกจนลืมผละหลบ ...แม้ว่าเธอกับฟีร์มัวจะทะเลาะกันบ่อยๆ ถูกกลั่นแกล้ง ถูกทำร้าย แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ฟีร์มัวจะด่าทอหรือมุ่งทำร้ายรุนแรงถึงขั้นนี้
3ปีที่รู้จักกันมา...นี่เป็ครั้งแรกจริงๆที่เธอเห็นฟีร์มัวโกรธจนขาดสติเช่นนี้
และเป็ครั้งแรกเช่นกันที่เมย์รินเห็นแววตาของฟีร์มัวโศกเศร้าถึงขนาดนี้
ซึ่งนั่นหาใช่เพราะอะไร สาเหตุนั้นมาจากสายข่าวของฟีร์มัวได้รายงานมาว่าวันนี้เ้าชายซาร์จินได้ตัดสินใจที่จะสารภาพรักกับเมย์รินหลังสิ้นสุดงานเลี้ยง ฟีร์มัวจึงเร่งมาที่นี่โดยประควงหัวใจที่ปวดร้าวมาตลอดทาง และความอดทนของเธอตลอดมามันก็ถึงจุดสิ้นสุดในวินาทีที่ภาพเ้าชายชาร์จินกับเมย์รินกำลังเต้นรำกันอย่างหวานชื่นปรากฏแก่สายตา
แต่ไม่ทันที่จะเกิดอะไรขึ้นเสียงของเ้าชายซาร์จินกลับตวาดดังลั่น
"มันจะมากเกินไปแล้วฟีร์มัว!!!!"
เ้าชายซาร์จินะโโพล่งและคว้าสกัดรั้งมือที่หวังจะตบใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักไว้ ขณะเดียวกันในจังหวะนั้นเขาก็ตวัดมือตบหน้าฟีร์มัวเสียงดังสนั่น!
เพี๊ยะ!!
"......"
สรรพสิ่งตกสู่ความเงียบงัน...
ทุกคนในงานเลี้ยงต่างเงียบกริบตาเบิกกว้างมองการกระทำของเ้าชายลำดับที่สองอย่างตื่นตะลึง ขณะเดียวกันเมย์รินก็ยกมือทั้งสองขึ้นปิดป้องปากตัวเองด้วยไม่เชื่อสายตา ส่วนทางด้านฟีร์มัวซึ่งถูกตบจนหน้าหันกลับนิ่งงันไปทั้งอย่างนั้นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงพร๊อยลงมาทีละเม็ด...โดยที่ฝ่ายเ้าชายซาร์จินยังคงมองลงมายังเธอด้วยสายตาเ็าหลังทำแบบนั้น
"ไม่นะคะ..ฟีร์มัว..."เมย์รินพึมพำออกมาหน้าซีดเผือด
"......"
"...ออกไปจากงานเลี้ยงของผม"เ้าชายชาร์จินกล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่ง
รู้ตัวอีกที.. ฟีร์มัวก็ถูกแรงฉุดบังคับของเ้าชายซาร์จินลากออกไปยังประตูโถง มือแกร่งยังคงกำแน่นที่ข้อมือของเธอั้แ่ที่เขารั้งแรงตบไว้เมื่อครู่จนตอนนี้เริ่มรู้สึกเจ็บระบม ถึงอย่างนั้นแม้ว่าจะส่งเสียงร้องครวญออกไปอีกฝ่ายก็ไม่สนใจความเ็ปทั้งกายและใจของเธอเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นฟีร์มัวจึงพยายามดิ้นรนทันทีที่รู้สึกตัว
หญิงสาวพยายามยื้อไม่ให้ชายหนุ่มลากเธอออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี เธอทั้งร้องไห้ทั้งคร่ำครวญด้วยความโศกเศร้า...เพราะรู้ว่านี่อาจเป็โอกาสสุดท้าย ทั้งกล่าวอ้างอำนาจทั้งขู่เข็ญแม้จะเ็ปหัวใจที่ทำอย่างนั้น...ด้วยหวังว่าหากเขาไม่ไว้หน้าเธอก็ขอให้ไว้หน้าท่านพ่อผู้เป็ถึงดยุคผู้ยิ่งใหญ่
"ได้โปรด! ท่านซาร์จิน! อย่าไล่ฉันไปนะคะ! ขอร้อง!! ฉันรักท่าน! รักมาก! ท่านก็รู้อยู่!! ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปแบบนี้! ไม่! ฉันไม่้าแบบนี้!! ฮึก.. ขอร้องล่ะ ซาร์จิน!! ได้โปรดเถอะค่ะ!!"ฟีร์มัวพูดเสียงสั่นสะอื้นคร่ำครวญเว้าวอนต่อชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ..ชายที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่เคยรักเธอ
ร่างเล็กที่แทบสิ้นเรี่ยวแรงพยายามแดดิ้นขัดขืนแม้ไม่อาจรั้งแรงฉุดดึงของชายหนุ่มกำยำร่างสูงไว้ได้เลยก็ตาม แต่เ้าของเส้นผมสีดำและั์ตาสีเงินก็หาได้หวั่นไหวกับเสียงร่ำไห้ เขาตวัดสายตากลับมามองพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันอันแสนเ็า
"อย่าเรียกผมอย่างสนิทสนมอย่างนั้น รู้ที่ต่ำที่สูงซะบ้าง!"
ฟีร์มัวพลันสะอึกเงียบไปพร้อมกับหัวใจที่ปวดร้าวราวกับมันจะแหลกสลาย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงร้องไห้และพยายามดิ้นขัดขืนต่อไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี!
"ไม่! ท่านทำอย่างนี้ไม่ได้!! ฉันจะฟ้องท่านพ่อ!! ได้ยินไหม!!"
"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณกลับไปหาท่านดยุคตอนนี้! และเดี๋ยวนี้เลยแล้วกัน!!"เ้าชายซาร์จินว่าอย่างตัดรำคาญ
เ้าชายหนุ่มสุดจะทนกับหญิงสาวเอาแต่ใจคนนี้เต็มทีแล้ว! อีกทั้งเขายังโกรธเกรี้ยวจนขาดสติไปั้แ่ที่เห็นเธอพยายามจะทำร้ายผู้หญิงคนที่รักด้วยเจตนาหวังให้สิ้นโฉม!! ซึ่งตลอดมา..ตลอดมาเขาสู้อุตส่าห์อดทนต่อความดื้อรั้นเอาแต่ใจและบ้าอำนาจของหญิงสาว! โดยไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะเผลอใจชอบพอ! ั้แ่รู้จักกันก็เพียงตีหน้ายิ้มคบหาตามสมควรและพยายามเลี่ยงที่จะแสดงท่าทีรุนแรงมาโดยตลอด..!!
แต่สิ่งที่บุตรีดยุคคนนี้เป็นั้นฝังรากหยั่งลึกยิ่งกว่าสันดานและทำให้ความอดทนของเขากลายเป็ไร้ความหมาย!!
'แต่ว่า..ไม่อีกแล้ว! ไปให้พ้นสายตาผมซะ!!'
ด้วยถูกความโกรธครอบงำ...แขนแกร่งนั้นพลันเหวี่ยงร่างเล็กน่าทะนุถนอมไปข้างหน้าโดยไม่ให้ตั้งตัว แล้วผลักซ้ำส่งร่างอันบอบบางของเธอไปทันทีโดยไม่ไยดี ก่อนหันหลังก้าวฉับตรงกลับไปในโถงงานเลี้ยงโดยไม่คิดเหลียวแลสิ่งที่ตัวเองทำลงไป...
วันนี้...วันที่เขาตัดสินใจจะสารภาพรักกับคนที่ตนหลงรักมานานนับปี ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้อีกหรือ..?
'พอกันที..!!'
เขาผลักเธอไปแล้ว ไม่สนและไม่ได้ยินแม้แต่เสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่ง...เคยสนิทสนมกันมานาน
...ใช่แล้ว เฉกเช่นสายตาของคนมีความรักที่มักมองใครหรือสิ่งใดซึ่งขัดขวางเป็เสี้ยนหนาม แม้แต่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนย่อมถูกลืมเลือน
โดยที่ในครั้งนี้เ้าชายซาร์จินผู้หลงมัวเมาในความรัก ซ้ำได้ถูกความโกรธบังตาจนมืดบอดไปทั้งสติ โสต และวิจารณญาณ ไม่รู้เลยว่าที่ที่เขาผลักเธอ'เลดี้ฟีร์มัวเนียร์ เค.ดี. เอลโลชาแตล'บุตรีสุดที่รักของบุคคลที่แม้แต่เสด็จพ่อของตนยังต้องเกรงใจนั้น...
คือบันไดหน้าโถงจัดงานเลี้ยงของปราสาท...ที่สูงพอๆกับอาคารสามชั้น!!
คลุกๆ..! ตุบๆๆ..!
..ผลัก!!
ร่างเล็กและบอบบางกลิ้งตกลงไปอย่างน่าอนาทและน่าสงสาร เสียงร้องของเธอหายไปพร้อมกับสติที่ลางเลือน มองแผ่นหลังของคนที่ตนหลงรักจนอีกฝ่ายเดินไปลับสายตา กระทั่งรู้สึกตัวว่าหลังกระแทกกับบันไดขั้นสุดท้ายอย่างรุนแรงและตกลงสู่พื้นหน้าบันไดอย่างเงียบเชียบ
..ฟีร์มัว ตัวร้ายและนางอิจฉาผู้น่าสงสาร..
สิ้นสติไป ณ ที่ตรงนั้น ท่ามกลางความมืดและลมหนาวโดยไม่มีใครรับรู้