ผู้เฒ่าหลิวมองไปที่กลุ่มคนมาใหม่อย่างประหลาดใจ แต่ก็ยังเอ่ยปากถามขึ้น “น้องชายท่านนี้ ได้ยินผู้ดูแลหวังบอกว่าหมอฟู่แนะนำให้พวกเ้ามางั้นหรือ พวกเ้าเก็บสมุนไพรอะไรมาได้เล่า”
หลี่เิเห็นว่าผู้เฒ่าหลิวพูดกับตนก็โบกมือพัลวัน ชี้ไปที่พวกหลี่อวิ๋นห้าวก่อนจะอธิบาย “ผู้เฒ่าหลิวเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ข้าที่มาขายสมุนไพรหรอก ข้าแค่พาเด็ก ๆ พวกนี้มาขายสมุนไพรต่างหาก”
หลี่ิเยว่ก้าวไปข้างหน้าและค้อมกายคำนับผู้เฒ่าหลิว จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงคมชัด “ผู้เฒ่าหลิว ข้าคือลูกศิษย์ของหมอฟู่ หลี่ิเยว่เ้าค่ะ สมุนไพรเหล่านี้คือสมุนไพรที่พวกข้าเก็บมาจากูเาเสี่ยวชิง อาจารย์บอกว่าสามารถนำมาขายให้จี้ชื่อถังได้ ผู้เฒ่าหลิวท่านลองดูสมุนไพรพวกนี้ก่อนได้เลยเ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบนางก็หยิบสมุนไพรออกมาจากตะกร้าอย่างระมัดระวัง และวางมันลงบนโต๊ะหินภายในลานบ้าน ไม่นานนัก บนโต๊ะหินก็มีถุงผ้าวางอยู่เต็มไปหมด
ผู้เฒ่าหลิวลุกขึ้นตรวจสอบสมุนไพรทุกตัวอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าสมุนไพรเหล่านี้มีคุณภาพไม่เลว จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “แม่หนูิเยว่ เ้าบอกว่าเ้าเป็ลูกศิษย์ของหมอฟู่สินะ”
แม้หลี่ิเยว่จะไม่รู้ว่าทำไมผู้เฒ่าหลิวถึงถามเช่นนี้ แต่ก็ยังพยักหน้าตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าคารวะอาจารย์ขอเป็ศิษย์เมื่อครึ่งเดือนก่อนเ้าค่ะ แต่สมุนไพรที่เก็บมาได้เหล่านี้ พวกข้าล้วนเอามันไปให้อาจารย์ตรวจสอบมาแล้ว ผู้เฒ่าคิดว่าสมุนไพรเหล่านี้ขายให้จี้ชื่อถังได้หรือไม่เ้าคะ?”
ผู้เฒ่าหลิวชอบเด็กที่ซื่อสัตย์คนนี้ยิ่งนัก เพราะเมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาได้รับจดหมายจากคุณชายสามบอกว่าเขารับลูกศิษย์มาคนหนึ่ง และยังบอกว่าจะส่งสมุนไพรไปให้ในอีกไม่กี่วัน และแล้ววันนี้เด็กคนนี้ก็ไม่ได้คุยโวโอ้อวด เด็กน้อยในวัยนี้สามารถมีกิริยาสงบนิ่งเช่นนี้ได้ นับว่าไม่เลวเลย
“แม่หนู สมุนไพรพวกนี้มีคุณภาพไม่เลว จากนี้ไป สมุนไพรที่พวกเ้าเก็บมาได้ข้าจะเป็คนรับไว้ทั้งหมดเอง” ผู้เฒ่าหลิวเอ่ยกับหลี่ิเยว่ไปพลางลูบเคราของตนไป
หลี่ิเยว่หันกลับมามองเหล่าพี่น้องที่อยู่รอบตัวอย่างดีใจ เด็กทั้งหกคนต่างเอ่ยขอบคุณผู้เฒ่าหลิวเป็เสียงเดียวกัน และสุดท้ายหลี่ิเยว่ก็เป็คนเอ่ยปากแทนเหล่าพี่น้องว่า “ข้าน้อยขอบพระคุณผู้เฒ่าหลิวมากเ้าค่ะ ต่อไปคงได้รบกวนผู้เฒ่าหลิวแล้ว”
ผู้เฒ่าหลิวยิ้มพลางเรียกผู้ช่วยสองคนมาชั่งน้ำหนักสมุนไพรทั้งหมดบนโต๊ะ พวกเขาได้สมุนไพรทั้งหมดไปถึงสิบห้าจิน ถึงจะมีเพียงไม่กี่ชนิด แต่ก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
เมื่อทั้งกลุ่มออกมาจากร้านขายยา ภายในอกของหลี่ิเยว่ตอนนี้มีเงินเพิ่มขึ้นหนึ่งตำลึงเงินกับอีกสามร้อยอีแปะ ผู้ดูแลหวังนั้นรอบคอบยิ่งนัก หากให้เป็เหรียญทองแดงทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยอีแปะ มันจะหนักมากจริง ๆ ดังนั้นตอนที่จ่ายเงินเขาจึงแลกหนึ่งพันอีแปะให้เป็ก้อนเงิน
หลี่ิเยว่ที่เห็นหลี่เิเอาแต่ตามพวกเขาอยู่ตลอดก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เมื่อครุ่นคิดได้สักพักจึงหยิบเงินสามร้อยอีแปะออกมาใส่กระเป๋าแล้วยื่นให้กับพี่ใหญ่ “พี่ใหญ่ พี่กับพี่สามไปซื้ออาหารที่ร้านขายเสบียงนะ ข้ากับพี่หญิงใหญ่จะพาน้องห้ากับน้องหกไปตลาดผ้าแล้วซื้อพวกของเย็บปักถักร้อยกลับมา”
หลี่อวิ๋นห้าวหยิบกระเป๋าเงินมาใส่ไว้ในกระเป๋าลับที่่อกของตน จากนั้นจึงพาน้องสามและหลี่เิไปยังร้านค้าเสบียงภายในเมือง พอพวกเขาจากไปแล้ว หลี่ิเยว่ถึงได้ตบลงบนหน้าผาก ก่อนจะหันกายไปหาพี่สาวคนโตของบ้านอย่างน่าสงสาร “พี่หญิงใหญ่ พี่รู้หรือไม่ว่าตลาดผ้าอยู่ที่ใด”
หลี่ิหัวเห็นท่าทางของนางก็รู้เลยว่าเ้าเด็กคนนี้ไม่รู้ทางไปตลาดผ้าแน่นอน นางจึงจิ้มจมูกหลี่ิเยว่เบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปาก “ไปกันเถอะ ข้ารู้ทางไปตลาดผ้า หรือเ้าลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ข้าเป็คนมาส่งผ้าปักทั้งหมดน่ะ”
หลี่ิเยว่ถึงนึกขึ้นได้ ตอนที่พวกเขาอยู่ที่บ้านของหลี่ต้าชวน มารดาต้องส่งเงินหนึ่งร้อยอีแปะให้ทุก ๆ เดือน เงินเหล่านี้คือเงินที่มารดาและพี่หญิงใหญ่ปักผ้าในตอนว่างแล้วไปแลกมา
สองพี่น้องเดินไปคุยไป และจับมือของเหล่าน้องชายไม่ยอมปล่อย ทั้งสี่คนเดินไปได้หนึ่งเค่อจึงมาถึงตลาดผ้าลวี่เยวี่ยน ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปก็เห็นหญิงวัยสามสิบกว่าคนหนึ่ง นางกำลังยืนส่งสาวใช้คนหนึ่งออกไป เมื่อเห็นพวกนางเข้าจึงรีบเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น “ิหัวเ้ามาแล้วหรือ ข้ารอตั้งนานแหนะ มาสิ เข้ามานั่งข้างใน”
เมื่อหลี่ิหัวได้เจอกับผู้ดูแลร้านลวี่เยวี่ยนก็แย้มรอยยิ้มจริงใจออกมาเช่นกัน “ป้าชวี ข้ามาส่งงานที่รับไว้ครั้งที่แล้วเ้าค่ะ ทั้งหมดมีผ้าเช็ดหน้ายี่สิบผืน กระเป๋าเงินยี่สิบใบ ท่านดูก่อนว่าถูกต้องหรือไม่”
ผู้ดูแลชวีรับมัดกระเป๋าเล็ก ๆ ในมือของนาง และตรวจดูแต่ละชิ้นอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าข้างในแบ่งออกเป็สองกอง นางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากางดูและรู้ว่าเป็ฝีมือของคนสองคน นางหยิบผ้าหนึ่งในนั้นขึ้นมาและพูดกับหลี่ิหัวว่า “ิหัว ลายปักบนผ้าเช็ดผืนนี้ดูด้อยกว่านิดหน่อย เป็ฝีมือของเ้าหรือ”
หลี่ิหัวพยักหน้ารับอย่างเขินอาย ก่อนจะก้มหน้าเอ่ยเสียงแ่เบาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ “ฝีมือของข้าไม่ดีเท่าท่านแม่ ป้าชวีอย่าหัวเราะข้าเล่า”
ผู้ดูแลชวีพยักหน้าให้นางอย่างขบขัน “ิหัว เ้ายังจะเขินอีกหรือ ถึงฝีมือของเ้าจะสู้แม่เ้าไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าคนอื่น ๆ มากแล้ว เช่นนั้นของแม่เ้าข้าให้ราคาผืนละสิบสองอีแปะ ส่วนของเ้าเป็สิบอีแปะ กระเป๋าเงินก็คิดเช่นเดียวกัน”
หลี่ิหัวพยักหน้า ส่วนเล็ก ๆ ในใจแอบมีความคิดอยากจะเอาของพวกนั้นกลับคืนมา
เมื่อผู้ดูแลชวีนึกถึงฝีมือการเย็บปักถักร้อยของนางซู อีกทั้งฝีมือของเด็กสาวตรงหน้านี้ก็ไม่ได้เลวร้าย นางก็นึกถึงงานปักผ้าที่ได้รับมาในวันนี้… หากให้พวกนางรับไปทำก็น่าจะดียิ่งนัก!
เมื่อนึกได้ดังนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองหลี่ิหัว “ตอนนี้ข้ามีงานปักผ้าอยู่หลายอย่าง เลยอยากถามเ้ากับแม่เ้าว่าจะรับไปทำได้หรือไม่”
หลี่ิหัวยังไม่ทันได้เปิดปากพูดอะไร หลี่ิเยว่ที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยปากถามขึ้นมาเสียก่อน “ป้าชวี งานปักผ้าของท่านเหล่านี้มีอะไรบ้างหรือ แล้วสามารถนำไปทำได้นานแค่ไหน แล้วก็ พวกเรามีข้อกำหนดอะไรหรือไม่เ้าคะ?”
ผู้ดูแลชวีไม่คาดคิดเลยว่าหลี่ิเยว่จะเป็คนเอ่ยปากถาม แต่ก็ยังตอบคำถามของนางอย่างใจเย็น “ข้าได้รับงานปักผ้ามาสี่อย่าง หนึ่งคือปักลายพัด เวลาทำงานหนึ่งเดือน พัดชุดนี้้าให้แม่ของเ้าช่วยปัก แล้วข้าจะให้หนึ่งถึงสองตำลึงสำหรับการปัก งานที่สองคือปักกระโจมมุ้ง ระยะเวลาหนึ่งเดือนเช่นกัน กระโจมมุ้งผืนนี้มีข้อกำหนดว่าอยากให้ปักผีเสื้อตัวเล็กตัวใหญ่ลงไป งานนี้ค่อนข้างรีบอยู่สักหน่อย แต่มีค่าตอบแทนสองถึงสามตำลึงเชียว”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้จู่ ๆ ก็หยุดลง และเริ่มพูดต่อ “ส่วนงานอย่างที่สาม! มันคือชุดผ้านวม ระยะเวลาหนึ่งเดือน และค่าตอบแทนคือหนึ่งหรือสองตำลึงเช่นกัน ส่วนงานที่สี่นั้นมีจำนวนค่อนข้างมากสักหน่อย แต่ไม่้าฝีมือการปักที่ล้ำเลิศนัก เป็แค่งานปักธรรมดา ผ้าเช็ดหน้าหนึ่งร้อยผืน กระเป๋าเงินหนึ่งร้อยใบ แล้วก็พัดห้าสิบด้าม พวกเ้าลองคิดดูแล้วกันว่าอยากรับงานชิ้นไหนกลับไปทำ”
เมื่อหลี่ิหัวได้ฟังจนจบก็รู้สึกลังเลอยู่บ้าง แต่หลี่ิเยว่กลับตาเป็ประกายพลางเอ่ยถามว่า “ป้าชวี งานสุดท้าย้าลายแบบไหนหรือเ้าคะ”
เมื่อผู้ดูแลชวีเห็นเด็กน้อยถามต่อก็รู้ทันทีว่านางสนใจ จึงยิ้มบาง ๆ ให้พร้อมกับอธิบายอย่างใจเย็น “นั่นเป็ของที่พวกเราเตรียมไว้ขายในร้านค้านอกเมืองน่ะ ถ้าได้ลายใหม่ ๆ หรือรูปแบบใหม่ ๆ มาก็ยิ่งดีเลยล่ะ แม่หนู หากเ้ามีลายปักผ้าแบบใหม่หรือรูปแบบอะไรแปลก ๆ ป้าชวีเองก็จะไม่กดราคาเ้า ปกติแล้วร้านเราจะรับซื้อที่ราคาไม่เกินลายละแปดร้อยอีแปะ”
หลี่ิเยว่ตาเป็ประกายทันที มีลายผ้าและรูปแบบการปักผ้าแบบต่าง ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของนางไม่น้อย มีหนังสือเกี่ยวกับเื่นี้เล่มหนึ่งในชั้นภายในมิติของนาง ในที่สุดนางก็ได้ใช้มันแล้ว และต่อให้ทำออกมาวันละแบบนางก็ยังใช้ไปได้อีกนาน
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง