“หนูนี่เป็คนที่วาสนาดีมากๆ เลยนะ ดูสิเส้นวาสนามาหยุดอยู่ใต้เส้นสมองพอดิบพอดีเลยหนูจะประสบความสำเร็จในชีวิต ธุรกิจการงานก็เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วสร้างเนื้อสร้างตัวได้ก่อนอายุสามสิบแปดแน่นอน”
“จริงเหรอคะ”
ฉันถามออกไปด้วยความตื่นเต้นพลางดูดนมสดคาราเมลหวานฉ่ำชื่นใจเข้าคอไปอีกอึกใหญ่ก่อนจะถามถึงเื่สำคัญที่ฉันตั้งตารอมานาน
“แล้วเื่เนื้อคู่ละคะจะได้เจอเมื่อไหร่? ”
แน่สิเพราะฉันนางสาว รมิตาผู้สวย เริด เชิด เด่นคนนี้ลืมตามาบนโลกใบนี้ได้ยี่สิบแปดปีเข้าไปแล้วนั้น‘ ยังไม่มีแฟน’ ทั้งๆที่หน้าตาฉันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรแถมยังจัดอยู่ในขั้นหน้าตาดีเสียด้วยซ้ำอ่ะ...อันนี้ฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะแต่การันตีได้จากงานกิจกรรมหลายๆ งานไม่ว่าจะเป็ตัวแทนถือพานไหว้ครูตอนเรียนอนุบาลจวบจนได้เป็ดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนหลายปีซ้อนไม่เว้นแม้แต่ดาวของคณะตอนเรียนมหาวิทยาลัยฉันก็ได้เป็แถมพอได้เข้ามาทำงานในบริษัทเอกชนั์ใหญ่แห่งหนึ่งฉันก็ยังได้รับคะแนนเสียงโหวตให้เป็ดาวเด่นของบริษัทอีกแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าหน้าตาดีแล้วจะให้เรียกว่าอะไร(อ้อลืมบอกไปนิสัยฉันก็ดีเหมือนหน้าตาด้วยนะเออ)
แต่อย่างว่าแหละนะคนสวย เริด เชิด เด่นแถมนิสัยดีอย่างฉันก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเกลียดซึ่งส่วนใหญ่ฉันก็เหมารวมเอาว่าเกิดมาจากความอิจฉาในความสวยของฉันนั่นแหละและหนึ่งในหัวข้อที่พวกขี้อิจฉา( ในความสวยของฉัน) มักจะหยิบยกขึ้นมาพูดกระแหนะกระแหนทิ่มแทงใจดำของฉันอยู่เรื่อยก็คือเื่ที่ฉันยังไม่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนกับเขาสักทีนั่นแหละพวกนั้นใส่ร้ายป้ายสีฉันจนถึงขั้นว่าฉันเลือกมากจนไม่มีใครเอา...นั่นพูดกันเข้าไปได้ฉันล่ะอยากจะะโบอกพวกนั้นใจจะขาดว่ามันไม่มีมาให้ฉันเลือกเลยต่างหาก!ทั้งๆ ที่ฉันสวยขนาดนี้ แสนดีขนาดนี้แต่ทำไม๊ทำไมถึงไม่ยักมีผู้ชายหลงมาตกถึงท้องฉันเลยสักกะคน!
แล้วเหตุการณ์มันก็ยิ่งเลวร้ายเพิ่มมากขึ้นไปอีกเมื่อยายฝนผู้หญิงโสดคนสุดท้ายในแผนก(ซึ่งไม่นับฉัน) เพิ่งมีหนุ่มมาขอแต่งงานไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นยิ่งทำให้ฉันตกเป็ขี้ปากของพวกขี้อิจฉาหนักยิ่งขึ้นไปอีกทำไมน่ะเหรอก็เพราะยายฝนกับฉันความสวยมันอยู่กันคนละระดับกันเลยน่ะสิถ้าเปรียบฉันเป็ญาญ่านางเอกละครหลังข่าวชื่อดังหน้าตาแบบยายฝนก็ต้องเรียกได้ว่าเป็ได้แค่บทคนรับใช้เท่านั้นแหละและนี่เลยเป็สาเหตุที่ทำให้ฉันต้องเร่งตามหาผู้ชายมาเคียงข้างให้จงได้แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็ใครที่ไหนก็ได้หรอกนะเพราะฉันคิดไว้แล้วว่าคนที่จะเข้ามายืนเคียงข้างฉันได้จริงๆต้องเป็เนื้อคู่ของฉันเท่านั้นก็แหมถึงฉันจะจนตรอกจนขาดแคลนผู้ชายอย่างหนักแถมยังมีคานทองมาลอยวิบวับอยู่ตรงหน้าแต่ก็ใช่ว่าฉันจะง่ายยอมควงกับใครก็ได้นะยะฉันยังคงถือสโลแกนงามอย่างมีคุณค่าอยู่แต่ก็ใช่ว่าเนื้อคู่จะตามหากันเจอง่ายๆเหมือนร้านอาหารตามสั่งเสียเมื่อไหร่ ฉันก็เลยต้องพึ่งตัวช่วยอย่างหมอดูนี่แหละแล้วหมอดูเ้านี้ฉันก็ได้ยินมาว่าแม่นมากถึงมากที่สุดกว่าฉันจะได้คิวมาก็ยากแสนยากแต่เพื่อที่จะให้ฉันหลุดพ้นจากคานทองที่ลอยมาลิบๆพร้อมกับลบขี้ปากของพวกขี้อิจฉานั่นได้ล่ะก็ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟฉันก็ยอมแล้วล่ะแล้วแหมหมอดูคนนี้ฉันก็อยากจะเชื่อว่าแม่นมากจริงๆอีกนั่นแหละเพราะแม่หมอพูดออกมาเกี่ยวกับตัวฉันแต่ละคำมันมีแต่สิ่งดีๆ ทั้งนั้นเลยนี่นา
แต่ยิ้มกว้างๆของฉันก็ต้องหุบลงเมื่อแม่หมอมีท่าทางลำบากใจเมื่อฉันถามถึงเื่ ‘ เนื้อคู่ ’ อย่าบอกเชียวนะว่า..
“ดวงหนูจะต้องขึ้นคานไม่มีคู่ชาตินี้หนูต้องอยู่ตัวคนเดียวเหรอคะ! ”
นั่น...ทำไมแม่หมอต้องทำท่าใขนาดนั้นด้วยล่ะไม่นะ...ม่ายยย...ฉันเดาถูกหรือนี่!
“ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะจ้ะดวงหนูน่ะดูยังไงมันก็ต้องมีคู่อยู่แล้วเพียงแต่กว่าจะได้เจออาจจะต้อง...เสียเหงื่อหน่อย”
เฮ้อโล่งอก อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวว่าแต่...
“เสียเหงื่อ? ”ฉันทวนคำนั้นไปอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่จ้ะ ดวงหนูจะต้องเสียเหงื่อก่อนถึงจะเจอเนื้อคู่”
“เฮ้อ! ”
แม่หมอฟันเฟิร์มกลับไปนานแล้วแต่ฉันก็ยังได้แต่ทวนคำนั้นซ้ำไปซ้ำมาสลับกับเสียงถอนหายใจของตัวเองอยู่อีกพักใหญ่กระทั่งมีเสียงหัวเราะกวนประสาทดังขึ้นมาขัดจังหวะนั่นแหละฉันถึงได้หันขวับไปมองด้วยอาการด่าทอทางสายตาซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็คนอื่นฉันคงไม่ทำกิริยาไม่น่ามองแบบนี้ให้ลดดีกรีความสวยของตัวเองแต่นี่เป็เสียงหัวเราะที่ดังกวนประสาทฉันมาั้แ่ฉันจำความได้ฉันเลยไม่จำเป็ต้องกลัวว่าความสวยของตัวเองจะถูกลดดีกรีลงแต่อย่างใด
“หัวเราะอะไรไม่ทราบไอ้น้ำเชี่ยว!”
“ ก็หัวเราะเพื่อนรินคนสวยไงคร้าบนี่ไม่รู้เหรอว่าไอ้อาการถอนหายใจบ่อยๆน่ะ มันจะทำให้อายุสั้น”
“จริงเหรอ? ”
ตายแล้วนี่ฉันถอนหายใจไปกี่ครั้งกันแล้วล่ะนี่...!
“ แก ฉันจะอยู่ถึงแปดสิบไหม! ”
เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากไอ้น้ำเชี่ยวเพื่อนตัวแสบของฉันทันทีให้ตายสินาทีนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าฉันโดนไอ้คนที่กำลังหัวเราะเป็บ้าเป็หลังอยู่นี่หลอกเอาเต็มๆ
“สนุกมากไหม” ฉันแทบจะเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาถามกันเลยทีเดียวแต่ไม่ได้ผลเพราะเสียงหัวเราะยังคงดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุดจนฉันต้องฟาดเพี๊ยะเข้าให้ที่ไหล่หนาให้ได้ร้องโอยนั่นแหละนายน้ำเชี่ยวถึงได้ยอมหยุดหัวเราะ
“นี่เพื่อนริน ถามจริงเหอะเพื่อนรินเชื่อคำหมอดูนั่นจริงๆ เหรอ” ธาราถามพลางมือก็ปาดน้ำออกจากหางตาที่เกิดจากแรงหัวเราะของตัวเอง
เชื่อไหมน่ะเหรอ...
จากการที่ฟังแม่หมอพูดเกี่ยวกับเื่โชควาสนาพร้อมกับคำชมว่าฉันสวยก่อนลากลับฉันก็ว่ามันก็น่าเชื่ออยู่เพราะฉันถือคติที่ว่าใครที่ชมว่าฉันสวยคนนั้นมักจะพูดแต่เื่จริงเสมอ
“แก น้ำเชี่ยวแกว่าที่หมอดูพูดเขาหมายความว่ายังไงเหรอ”
ฉันไม่ตอบคำถามแต่ดูเหมือนคำถามที่ฉันถามกลับไปคงจะเป็คำตอบให้กับนายน้ำเชี่ยวได้เป็อย่างดี
“โห เพื่อนรินไม่ต้องบอกก็รู้เลยนะเนี่ยว่าเชื่อเกินร้อย”
“แล้วแกจะมากระแหนะกระแหนฉันให้ได้์วิมานอะไรไม่ทราบแทนที่จะมาช่วยกันคิด”
“หูย ปากคอเราะร้ายนี่คนอื่นเขาจะรู้กันบ้างไหมเนี่ยว่าคุณรมิตาคนสวยปากเป็กรรไกรขนาดนี้”
“ไม่!”
ใช่ฉันตอบได้ทันทีแล้วตอบได้อย่างมั่นใจเลยด้วยเพราะฉันจะปากเป็กรรไกรก็เฉพาะกับนายน้ำเชียวคนเดียวเท่านั้นแหละส่วนกับคนอื่นน่ะเหรอต่อให้ฉันไม่พอใจแค่ไหนอย่างมากฉันก็แค่เชิดหน้าสวยๆใส่แล้วด่าทอไปทางสายตาฉันไม่ใช้เสียงเพราะๆ ของฉันต่อว่าใครหรอกมันไม่อยู่ในคอนเซ็ปต์
นายน้ำเชี่ยวทำหน้าเหมือนเซ็งโลกใส่ฉันแต่สุดท้ายก็ยอมเค้นสมองมาตอบคำถามฉันอยู่ดีและนี่ก็นับว่าเป็ข้อดีข้อหนึ่งของนายน้ำเชี่ยวที่ทำให้ฉันทนความกวนประสาทของนายนี่ได้เพราะั้แ่รู้จักกันมาเห็นจะมีแต่นายน้ำเชี่ยวนี่แหละที่ตอบคำถามฉันทุกเื่(ซึ่งบางเื่คนอื่นก็ทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินหนีไป)
“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรยากมันก็ตรงตัวอยู่แล้ว”
“ยังไง?”
“แม่หมอเขาก็คงจะหมายความว่าเนื้อคู่ของเพื่อนรินอยู่ตามสถานที่ออกกำลังกายล่ะมั้ง”
ฉันฟังความคิดของนายน้ำเชี่ยวแล้วก็เห็นจริงตามนั้นเพราะฉันก็ได้ยินมาว่าแฟนยายฝนเป็ครูสอนเทนนิสก็คงจะไปเจอกันตอนที่ยายฝนไปเล่นเทนนิสแน่ๆโอเคฉันตัดสินใจแล้ว
“นี่น้ำเชี่ยวพรุ่งนี้เราไปฟิตเนสกันนะ”
“เย้ย! แล้วมันเื่อะไรมาลากผมไปเสียเหงื่อด้วยล่ะคร้าบโนเวย์! เพื่อนรินก็รู้ว่าน้ำเชี่ยวคนนี้รักกลิ่นหอมๆ หวานๆของขนมมากกว่ากลิ่นเหงื่อเหม็นสาบโดยเฉพาะกลิ่นเหงื่อเหม็นสาบของตัวผู้เขาล่ะเกลี๊ยดเกลียด”
เอิ่ม...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะคะท่านผู้ชมอีตาน้ำเชี่ยวนี่ไม่ได้แต๋วแตกอย่างที่คิดก็แค่‘กระแดะ’ บ้างบางเวลาก็เท่านั้นแต่ที่อีตานี่บอกว่ารักกลิ่นหอมๆหวานๆ ของขนมอันนี้ฉันไม่เถียงเพราะฉันลืมบอกไปว่าร้าน ‘น๊มนม’ ( ตั้งชื่อได้พิลึกและลามกตามเ้าของมาก) ที่ฉันกำลังนั่งดูดนมสดคาราเมลหวานฉ่ำอยู่นี่มีอีตาน้ำเชี่ยวนี่แหละเป็เ้าของและนี่ก็ถือได้ว่าเป็ข้อดีอีกอย่างหนึ่งกับการได้เป็เพื่อนกับอีตาน้ำเชี่ยวเพราะฉันได้กินน้ำหวานๆขนมอร่อยๆ ฟรี! อ่ะ...กลับมาเื่ของฉันก่อน
“โธ่ แกใช่ว่าจะมีแต่ผู้ชายเสียเมื่อไหร่ผู้หญิงก็มีย่ะ แล้วแต่ละคนนะใส่ชุดฟิตเปรี๊ยะนมเป็นม ตูดเป็ตูด!”
เอ่อ...ขออภัยด้วยนะคะท่านผู้ชมที่ฉันพูดจาไม่สุภาพฉันแค่อยากให้อีตาน้ำเชี่ยวนี่เห็นภาพแล้วคล้อยตามฉันแค่นั้นจริงๆแล้วก็ดูเหมือนจะได้ผลเพราะอีตาน้ำเชี่ยวทำท่าหื่นกามขึ้นมาทันทีก่อนที่ความหวังของฉันจะดับวูบเมื่อเสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้นพร้อมๆกับสาวในชุดออกกำลังกายฟิตเปรี๊ยะขาสั้นจุ๊ดจู๊อวดขาขาวกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้านเรียกความสนใจจากอีตาน้ำเชี่ยวไปทันทีก่อนที่จะหันมาพูดกับฉันด้วยประโยคที่ฉันเองก็พอจะเดาได้
“อยู่นี่ก็มีให้เห็น”
นั่นปะไร! ฉันหันไปส่งค้อนให้กับสาวๆ กลุ่มนั้นที่บังอาจมาทำให้แผนการของฉันพังย่อยยับเพราะแน่นอนว่าถ้าอีตาน้ำเชี่ยวนี่ไม่ยอมไปเป็เพื่อนฉันฉันก็ต้องไปคนเดียวแล้วคิดดูสิสวยๆเฉิดฉายอย่างฉันนี่น่ะเหรอจะให้ฉายเดี่ยวโดยปราศจากไม้กันหมาอย่างนายน้ำเชี่ยวซึ่งแน่นอนฉันเอาไว้กันเฉพาะคนที่ฉันเห็นว่าไม่ผ่านมาตรฐานไม่คู่ควรเป็เนื้อคู่ของฉันเท่านั้นแหละแต่เดี๋ยวก่อน...
พอฉันลองพิจารณาชุดของสาวๆกลุ่มนั้นแล้วฉันก็พลันคิดอะไรได้บางอย่าง จะอะไรซะอีกล่ะก็ที่ข้างนอกนั่นตรงข้ามกับร้านชื่อลามกของนายน้ำเชี่ยวมันคือสวนสาธารณะ ถ้ามีกลุ่มสาวๆมาออกกำลังกายก็แน่นอนว่ามันต้องมีกลุ่มหนุ่มๆ ด้วยสิ ที่สำคัญอยู่ใกล้กับตาน้ำเชี่ยวเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาฉันก็แค่เดินมาหานายน้ำเชี่ยวแล้วอ้างว่าเป็แฟนก็แค่นั้นแถมยังไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิกด้วยที่ฉัน้าก็แค่ชุดออกกำลังกายสวยๆกับรองเท้าวิ่งที่นุ่มสบายเท้าก็แค่นั้น
โอ๊ย! อยากโห่ร้องให้กับความหัวใสของตัวเอง!
พอคิดได้อย่างนั้นฉันก็คว้าแก้วน้ำของฉันขึ้นมาดูดปรู๊ดๆแล้วบอกลาตาน้ำเชี่ยวทันที
“ฉันไม่ง้อแกแล้วก็ได้ฉันกลับล่ะ”
“อ้าว”
อีตาน้ำเชี่ยวร้องอุทานมาแค่นั้นแต่ก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้งอะไรฉันไว้ฉันเดาว่าอีตานี่คงอยากให้ฉันรีบๆกลับอยู่เหมือนกันเพราะตัวเองจะได้ไปหลีสาวๆกลุ่มนั้นได้ถนัดฉันก็เลยลุกขึ้นเดินเฉิดฉายออกมาจากโต๊ะด้วยมาดของนางพญา
แต่พอเดินผ่านตู้เค้กเห็นเด็กในร้านกำลังเอาเค้กที่เพิ่งอบเสร็จใหม่มาวางเพิ่มพอดีฉันก็เลยต้องแวะส่งยิ้มสวยๆทักทายก่อนจะขอแบ่งเค้กชิ้นนั้นใส่กล่องหิ้วติดไม้ติดมือกลับไปบ้านด้วยซึ่งแน่นอนว่ามันฟรี!
วันรุ่งขึ้นพอเลิกงานปุ๊บฉันก็ตรงดิ่งมายังสวนสาธารณะที่อยู่ตรงข้ามกับร้านของนายน้ำเชี่ยวทันทีแน่นอนด้วยชุดออกกำลังกายที่ฉันเพิ่งถอยออกมาจากห้างเมื่อวานนี้ไม่อยากจะบอกหรอกว่ามันยังไม่ได้ซักเลยด้วยซ้ำก็แหมฉันกลัวว่ามันจะแห้งไม่ทันนี่นาแล้วฉันก็ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับๆชื้นๆ ด้วย ครั้นจะให้ฉันตากทิ้งไว้แล้วขับรถกลับไปเปลี่ยนหลังเลิกงานฉันก็ว่ามันเสียเวลาเพราะบ้านฉันกับสวนสาธารณะแห่งนี้มันอยู่คนละทางสู้หอบเอามาทำงานด้วยแล้วเปลี่ยนใส่ในตอนนาฬิกาชี้บอกเวลาเลิกงานปุบปับแบบนาทีต่อนาทีไม่ได้รวดเร็วทันใจแถมยังไม่มาเบียดเบียนเวลาของเนื้อคู่ฉันอีกต่างหากแล้วอีกอย่างถ้าฉันไม่พูดก็คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเสื้อผ้าฉันมันใหม่แกะกล่องกระทั่งกลิ่น
ฉันสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านกระจกมองหลังพอเห็นว่าชุดพร้อม หน้าพร้อม เป๊ะ ปังครบสูตรสาวสวยสุขภาพดีแล้วฉันก็เปิดประตูก้าวลงจากรถลงไปยืนสูดอากาศ (ที่ค่อนข้างร้อน) ภายนอกตัวรถทันที
เอ่อ...หรือว่าฉันจะมาเร็วเกินไปพระอาทิตย์ถึงยังได้ส่องแสงแรงกล้าขนาดนี้พอขยับนาฬิกาขึ้นดูเวลาก็เห็นว่าฉันไม่ได้มาผิดเวลาแต่อย่างใดเพราะเข็มสั้นมันชี้อยู่ที่เลขห้าและเข็มยาวก็ชี้อยู่ที่เลขหกพอดิบพอดี
โอ้วแม่เ้า! นี่พระอาทิตย์ทำโอทีหรือนี่ห้าโมงครึ่งเข้าไปแล้วยังไม่ยอมหรี่แสงลงอีก!
...แต่เอาเถอะแดดแค่นี้มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเพื่อคำว่าเนื้อคู่แล้วฉันยอม!
ฉันเริ่มจากวอร์มร่างกายตัวเองเบาๆด้วยการยืดเส้นยืดสายที่ดูเหมือนบางเส้นจะยึดไปแล้วเพราะฉันห่างหายจากการออกกำลังกายไปนานหลายปีก็แหม...คนสวยไม่ได้ว่างตลอดนี่คะ!
อ่ะ ก็ได้ๆ ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันี้เีแถมตอนนั้นยังติดซีรี่ย์เกาหลีอย่างหนักฉันก็เลยละเลยจนลืมไปแล้วว่าจริงๆแล้วความสวยกับการออกกำลังกายมันเป็ของคู่กัน
พอฉันยืดเส้นยืดสายจนได้ที่ฉันก็เริ่มออกวิ่งเหยาะๆ พร้อมๆกับส่งยิ้มสวยให้กับคนทุกเพศทุกวัยที่ฉันวิ่งผ่านไปด้วยและฉันจะยิ้มสวยมากขึ้นอีกถ้าคนๆนั้นเป็ผู้ชายที่ดูดีจนเข้าขั้นจะมาเป็เนื้อคู่ของฉันได้
เอ่อ...อันหลังฉันยังไม่ได้ทำหรอกนะเพราะฉันยังไม่เจอใครที่ดูเข้าเค้าเลยสักคนแต่เอาน่านี่ฉันยังวิ่งไม่ครบรอบเลยแถมมันก็ยังไม่เย็นมากด้วยเวลาของฉันยังมีอีกเยอะมันต้องมีที่เข้าตาบ้างสักคนแหละน่า
หนึ่งรอบก็แล้ว...สองรอบก็แล้ว...
ฉันว่าฉันเสียเหงื่อตามที่แม่หมอบอกไปเยอะเลยทีเดียวแต่ทำไมล่ะ ทำไมฉันถึงยังไม่เจอเนื้อคู่ของฉันสักทีให้ตายสิ!
ฉันหยุดหอบแฮ่กแฮ่ก พลางยกหลังมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผากตัวเองออกเบาๆ(ปาดแรงไม่ได้เดี๋ยวผิวหน้าฉันช้ำหมด)พลางมองเส้นทางที่ฉันวิ่งผ่านไปแล้วถึงสองรอบแล้วเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ที่ดูเหมือนจะยอมหรี่แสงลงแล้วก่อนจะหันกลับมามองเส้นทางที่ลดเลี้ยวตัดเป็รูปวงกลมรอบสระน้ำอีกครั้งลามเลยไปถึงบริเวณรอบๆตัว โดยฉันเน้นไปที่คนเท่านั้นเพราะสัตว์กับสิ่งของไม่ได้อยู่ในเป้าหมายของฉันั้แ่แรกอยู่แล้วพอเห็นว่าส่วนใหญ่เป็สตรี เด็ก แล้วก็คนชราส่วนบุรุษเพศที่อายุอยู่ในขั้นพร้อมมีครอบครัวนั้นมีน้อยมาก จริงๆแล้วก็มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยหรอกแต่ฉันนับเฉพาะคนที่อยู่ในเกรดถึงขั้นที่ฉันจะชายตาแลได้เท่านั้นมันก็เลยมีน้อยยิ่งกว่าน้อยและฉันว่าวันนี้มันคงไม่ใช่วันของฉันฉันควรพอแค่นี้ก่อนเพราะอะไรน่ะเหรอ...
เพราะฉันวิ่งไม่ไหวแล้วน่ะสิ!
แล้วสิ่งที่ฉัน้าตอนนี้ก็คือน้ำเย็นๆหวานๆ สักแก้วซึ่งแน่นอนว่ามันต้องฟรี!