ปึ้ง!
เสียงะเิต่ำๆ สะท้อนออกมาจากร่างของหลิ่วเซียวั์ตาฝ่ายหลังแทบถลนออกจากเบ้า เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นจากปากเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าของหลิ่วเซียวะเิออกมาฉับพลัน
เืสดอุ่นร้อนสาดกระเซ็นดุจสายน้ำพุ
หมัดหนักของฉู่เหินบดขยี้เส้นปราณใหญ่และเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าของหลิ่วเซียวจนหมดสิ้น
เปรี้ยง!
วินาทีนั้น ดั่งมีฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างลงข้างหูของคนทั้งงาน
เพียงเห็นภาพเหตุการณ์นั้น บรรดาฝูงชนต่างมีหน้าถอดสีราวกระดาษ
โเี้ โเี้จริงๆ!
สิ่งที่หลิ่วเซียวกระทำกับฉู่เหินเมื่อสามเดือนก่อนนั้นบัดนี้ฉู่เหินได้สนองคืนให้อย่างสาสมแล้ว มิหนำซ้ำยังคืนให้ในวันพิเศษเช่นนี้อีกทำลายหลิ่วเซียวได้โหดร้ายยิ่งกว่าเสียอีก
ปึ้ง!
หลิ่วเซียวล้มลงกับพื้นอย่างแรงเืสดแดงฉานทะลักออกมาจากข้อมือและข้อเท้าไม่มีหยุด พื้นเวทีถูกฉาบไล้ไปด้วยสีแดงชาด
ทั้งจวนตระกูลเย่เงียบงันเป็เป่าสาก
ความเหน็บหนาวและใจสั่นแล่นแปลบไปทั่วกระดูกสันหลัง
“ไม่ ไม่...”
หลิ่วเซียวตัวสั่นงันงก เครื่องหน้าบิดเบี้ยว เมื่อไม่นานนี้เขายังเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองหลินเหยียนที่ทุกคนยอมรับอยู่เลยเมื่อครู่นี้ เขายังเพิ่งได้รับตราศิษย์สำนักยุทธวายุจักรพรรดิมาอย่างภาคภูมิอยู่เลย
แต่กระนั้น ในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
ทุกอย่างก็ถูกพรากไปจนหมด!
เกียรติยศ ชื่อเสียง พลังลมปราณ...
ครั้นได้เห็นหลิ่วเซียวนอนพังพาบอยู่กับพื้นเหมือนสุนัขนอนตายแล้วผู้ซึ่งเคยร่วมเย้ยหยันถากถางฉู่เหินก่อนหน้านี้ทุกคนต่างก็ปิดปากเงียบสนิท ผู้ใดที่ขี้ขลาดยิ่งกว่าก็มีอาการขาสั่นเป็เ้าเข้าด้วยซ้ำไป
เว่ยทงที่ถูกฉู่เหินจู่โจมคราเดียวล้มทั้งยืนเมื่อครู่นึกกลัวย้อนหลังเป็ริ้วๆ
เทียบกันกับหลิ่วเซียวแล้ว เว่ยทงที่แค่าเ็สาหัสนับว่าโชคดีมากแล้ว
ชีพจรยุทธแหลกสลาย ข้อมือข้อเท้าขาดสะบั้น!
หลิ่วเซียวร่วงจากยอดเขาลงห้วงเหว ร่วงจนกระดูกแหลกป่นปี้
คนในงานนอกจากจะตื่นตะลึงแล้ว ยังได้ตระหนักอีกว่าเหตุที่ฉู่เหินประสบเมื่อสามเดือนก่อนอาจถูกใส่ร้ายคนที่ใส่ร้ายเขานอกจากหลิ่วเซียวก็ยังรวมไปถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่อย่างเย่โยวอีกต่างหาก
บรรยากาศทั้งงานรนร้อนและหยุดนิ่ง
“พ่อ ช่วยข้า ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากเป็ขยะ...”
หลิ่วเซียวไม่หลงเหลือความหยิ่งทะนงบ้าคลั่งหรือความภาคภูมิใจในตัวเองอีกต่อไปใบหน้าระบายความเคียดแค้นและไม่ยินยอม
หลิ่วเสวียนเ้าตระกูลหลิ่วหน้าดำคล้ำเขียวทันตาเปลวเพลิงโทสะราวกับลาวาทะลักจากูเาไฟสุดยับยั้ง
“ไอ้ระยำ บังอาจมาก หักแขนหักขาลูกข้าเยี่ยงนี้...”
ฟ้าว!
พริบตาต่อมา รังสีพลานุภาพถาโถมพร้อมจิตสังหารท่วมฟ้าก็ปะทุออกมาจากกายของหลิ่วเสวียน
ใครจะมามีแก่ใจสนคำมั่นที่ว่า ‘บนสังเวียนนี้เป็ตายฟ้าลิขิต หน้าไหนก็มิอาจแทรกแซง’ ได้อีกเล่า ต่อให้เ้าตระกูลหลิ่วจะอับอายขายขี้หน้าจนหมดสิ้นในวันนี้หลิ่วเสวียนก็ต้องสังหารไอ้เด็กเหลือขอน่ารังเกียจตรงหน้านี้ให้จงได้
ทุกคนในที่นั้นหน้าเปลี่ยนสี ชั่ววินาทีนั้น หลิ่วเสวียนโผทะยานขึ้นมานำพารังสีพลานุภาพแก่กล้าดุจขุนเขาถล่มใส่ฉู่เหินบนเวทีสูงที่ใจกลาง
“ตายเสียเถอะ! ไอ้เด็กเวร”
หลิ่วเสวียนเป็ถึงมหาตระกูลอันดับต้นๆ ในเมืองหลินเหยียนพลังย่อมไม่ได้มีดีแต่เพียงชื่อ
ฝ่ามือนี้ของเขาคงหมายใจจะถล่มปลิดชีพฉู่เหินหลายคนแน่แล้ว
‘ฉู่เหินต้องตายอย่างแน่นอน!’
ความคิดของทุกคนในเหตุการณ์
เห็นหลิ่วเสวียนพุ่งปรี่เข้ามาอย่างน่ากลัวแล้ว ฉู่เหินก็คิดในใจสองตาเร่าร้อนขึ้นในพลัน สีสันสีม่วงเลือนรางดุจใบผ้าวับวาวในั์ตา
ดวงตาอันล้ำลึกสะท้อนใบหน้าโกรธจัดของหลิ่วเสวียน
ตู้มต้าม!
เสียงะเิรุนแรงดังสนั่นบนเวที เศษหินแตกกระเซ็นไปทั่ว ฝุ่นดินฟุ้งตลบรอยร้าวนับไม่ถ้วนลุกลามบนพื้นสังเวียนอย่างเหิมเกริม
ตามมาด้วยพลังหยวนแท้อันปั่นป่วน ดลให้ทุกคนในที่นั้นต้องเบิกตาค้างอีกครั้ง
“อะไรกัน?”
“หลบได้เรอะ?”
“เป็แค่ฉู่เหินแท้ๆ หลบการบุกของเ้าตระกูลหลิ่วได้อย่างไร”
...
ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็เหมือนเช่นที่ฉู่เหินคาดเดาว่าหลิ่วเสวียนจะบุกโจมตีตนจากทางซ้ายก่อนหน้าที่ศัตรูจะบุกถึงตัวเขาจึงเบี่ยงตัวหลบทางขวาอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้ กระทั่งเ้าสำนักเส้าจงชิงจือเหลียงฮุยเ้าตระกูลเหลียง และเย่ฉิงเ้าตระกูลเย่ต่างขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
ใครก็รู้กันทั้งนั้นว่าฉู่เหินกับหลิ่วเสวียนแตกต่างกันเพียงใด ผู้ที่สามารถหลบเลี่ยงการบุกจู่โจมของหลิ่วเสวียนได้ทั้งเมืองหลินเหยียนนี้คงมีไม่ถึงสิบคน
แต่ฉู่เหินที่เพิ่งระดับเปิดชีพจรขั้นเจ็ดกลับทำเช่นนี้ได้
อาจารย์สำนักยุทธวายุจักรพรรดิลี่กู้เลิกคิ้วขึ้นดวงตาฉายแววพิศวงหลายส่วน
...
“ฮึ เ้ายังนับว่าหลบได้เร็ว!”
หลิ่วเสวียนเพ่งมอง จิตสังหารที่หว่างคิ้วเพิ่มทวี
เคลื่อนกายวูบหนึ่งฉับพลัน เงื้อฝ่ามือแกร่งกร้าวถล่มฉู่เหินอีกครั้งพลังหยวนแท้โหมกระหน่ำซัดสาดในอากาศเป็กระแสลมปราณก้นหอยสีทอง พลังฝ่ามือชัดเจนสามารถเห็นได้ด้วยตาเดือดดาลหลั่งไหลในฝ่ามือหลิ่วเสวียนไม่หยุดยั้ง
กระแสลมปราณบนเวทีเปลี่ยนเป็ปั่นป่วนผิดสามัญ
“คราวนี้ดูซิจะหลบไปทางไหนได้ ตายเสียเถอะ!”
ตึงตึง
ลมแรงกำเนิดจากสี่ทิศ จิตสังหารดาลเดือด!
ฉู่เหินขมวดคิ้ว ดวงตาเยือกเย็นฉาดฉายแสงสีม่วง
เพียงพริบตาเท่านั้น ประกายแสงสีม่วงอ่อนงามประหลาดก็พลันปลดปล่อยจากในกายฉู่เหินควบคุมมัน พลังหยวนแท้ที่ะเิออกมาเริ่มคึกคะนองรุนแรง
ชั่วขณะนั้น ฉู่เหินเงื้อฝ่ามือขึ้นเผชิญหน้าหลิ่วเสวียนโดยตรง
...
“ไอ้เด็กนี่รนหาที่ตายแล้ว!”
“กล้าปะทะพลังฝ่ามือเ้าตระกูลหลิ่วโดยตรงเสียด้วย”
“บ้า มันบ้าไปแล้วแน่ๆ”
...
ทุกผู้ทุกนามทั้งใและสงสัยในการกระทำของฉู่เหิน หลิ่วเสวียนวาดฝ่ามือไปฉู่เหินไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่แล้ว
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ตูม!
สิ้นเสียงะโลั่นของฉู่เหิน สองฝ่ามือปะทะกันเต็มเปา
กระแสลมปราณที่แปรจากพลังหยวนแท้อันโอฬารม้วนตลบไปทั่วทั้งพื้นเวทีรังสีแสงสีม่วงที่พันรอบกายของฉู่เหินถูกแรงะเืจนแตกกระจาย
การโจมตีอันแกร่งกร้าวหาใดเปรียบโหยหวนมาให้เห็น
ฉู่เหินถูกถล่มลอยละลิ่วลงจากเวที สองเท้าครูดพื้นเป็รอยยาวสิบกว่าเมตรถึงค่อยหยุดลงได้เสียงพรวดแว่วดัง เืสดๆ ทะลักออกมาจากปากของเขา
“พี่ฉู่เหิน...” เย่เหยาข้างสนามหน้าเปลี่ยนสีกำมือแน่นกระวนกระวายจนข้อนิ้วเป็สีขาว
แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏนี้กลับสั่นสะท้านดวงใจผู้ได้ยลอีกหน
ฉู่เหินรับพลังฝ่ามือหลิ่วเสวียนไว้ได้แม้จะกระเด็นลงมาจากสังเวียนสูงและกระอักเืออกมาก็ตามทีแต่ก็ยังยืนมั่นคงอยู่กับที่ได้ ไม่ได้าเ็สาหัสสากรรจ์แต่อย่างใด
“เป็ไปได้อย่างไร?”
เย่โยวคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ขมวดคิ้วคู่งาม ยามนี้นางไม่อาจอ่านใจฉู่เหินได้เลย
เมื่อก่อนอาจเรียกได้ว่านางรู้ทุกสิ่งของฉู่เหิน แต่บัดนี้อีกฝ่ายกลับเหมือนอยู่ในม่านหมอกหนา แอบซ่อนความลับไว้มากมายเหลือเกินเกิดอะไรขึ้นกับฉู่เหินในสามเดือนนี้กันแน่?
...
ผ่าง!
ไม่ทันให้ผู้ชมได้คลายความตื่นใ หลิ่วเสวียนที่โกรธจัดยิ่งกว่าเดิมจิตคิดสังหารฉู่เหินนั้นเด็ดเดี่ยวขึ้นอีก
“ไอ้เด็กเหลือขอ วันนี้แกต้องตายสถานเดียว”
สิ้นคำ หลิ่วเสวียนเหาะขึ้นเหนือสังเวียนสูง ความกดดันแกร่งกล้าสุดคณาไหลบ่าหาฉู่เหิน
โครมคราม!
พลันนั้น ลมแรงดุร้ายยิ่งก็พัดกระหน่ำมาจากทางทิศประตูใหญ่ของจวนเย่ตามมาด้วยเสียงคำรามคลั่งดุจฟ้าคำรณ
“ไอ้หมาแก่หลิ่วเสวียน แกนี่มันหน้าไม่อายเสียจริง”
พริบตาต่อมาร่างกำยำสูงใหญ่มีวงแสงปราณสีเงินนับไม่ถ้วนพันล้อมก็แล่นวาบมายังเบื้องหน้าฉู่เหิน
เห็นเพียงร่างนั้นดันมือทั้งสองว่องไว
กร๊าซ
เสียงร้องของัที่ทั้งต่ำเบาและทรงอำนาจดังขึ้นมา ร่างัมายาจู่โจมจากฝ่ามือถล่มใส่หลิ่วเสวียนเข้าเต็มเปา
ตูม!
พลังอันแกร่งกล้าน่าเกรงขามะเิขึ้นเหนือหัวทุกผู้ทุกนามในงานแสงสว่างไสวสีทองและปราณสีเงินเบ่งบานทั่วทุกสารทิศ กระแสลมในฟ้าดินปั่นป่วนอย่างยิ่งผู้คนโดยรอบถูกพลานุภาพนี้สั่นะเืจนถอยร่นไปตามๆ กัน
“เคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญา...” เสียงโพล่งจากใครคนหนึ่งในฝูงชน
พลันนั้น หลิ่วเสวียนถอยกลับสู่แท่นสูง กำหมัดแน่นมองร่างกำยำสูงใหญ่ที่แวบวาบมาข้างของกายฉู่เหิน ตวาดเสียงต่ำเย็นเยียบ “หลงจ้าน!”
เพียงได้ยินนามสองคำนั้น ทุกคนล้วนใไปตามๆ กัน
หลงจ้าน ประมุขจวนแม่ทัพ
เมื่อหลงจ้านปรากฏกาย ทั้งงานเงียบสงัด
ฉู่เหินผู้ยืนอยู่ด้านหลังเองก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “ลุงจ้าน!”
หลงจ้านหันกลับมา หว่างคิ้วองอาจเผยแววเคร่งขรึมแววตาคมกล้าคู่นั้นฉายแววสนิทชิดเชื้อไม่คิดปิดบังหลายส่วน
สามเดือนมานี้ หลงจ้านพยายามตามหาฉู่เหินเสียจนทั้งจวนแม่ทัพแทบจะลุกเป็ไฟ
เวลานี้ ถือว่ายกูเาที่กดทับอกของหลงจ้านออกไปได้เสียที
“ลูกเหิน มีเื่อะไรก็รอพวกเรากลับจวนแม่ทัพก่อนค่อยว่ากันเถิดข้าอยู่ที่นี่แล้ว ดูซิว่าวันนี้ใครหน้าไหนจะกล้าทำร้ายเ้าอีก?”
เมื่อได้ัักับความอบอุ่นที่ห่างหายมานาน ฉู่เหินก็คลายคิ้วที่ขมวดลง
พลันนั้น หลงจ้านหันกลับมาชี้หน้าหลิ่วเสวียน ปากว่า“ไอ้หมาแก่หลิ่วเสวียน แกก็เป็ถึงเ้าตระกูลคนหนึ่งกลับมาลงไม้ลงมือกับผู้เยาว์ต่อหน้าผู้คนตั้งมากมายเยี่ยงนี้ ชิงหมามาเกิดหรืออย่างไร?”
หลิ่วเสวียนหน้าดำหน้าเขียว ตะคอกเสียงเฉียบ “หลงจ้านจงแหกตาดูเื่งามไส้ที่เดรัจฉานฉู่เหินนี่ทำเสียก่อน มันทำลายลูกชายข้าข้าจะปล่อยมันไปได้อย่างไร?”
‘อะไรนะ?’
หลงจ้านปรายตาถึงได้พบหลิ่วเสวียนที่สภาพอเนจอนาถดูไม่ได้เส้นปราณแหลกสลายไปทั้งตัว
“เ้าว่ามาซิ ว่าบัญชีนี้ควรสะสางอย่างไร?” หลิ่วเสวียนว่าอย่างชิงชัง
“ฮ่าๆๆๆ”
หลิ่วเสวียนพูดไม่ทันขาดคำ หลงจ้านก็เงยหน้าหัวร่อร่า “ทำลายได้ดีสมน้ำหน้าไอ้เด็กเวรตระกูลหลิ่วมันแล้ว ลูกผู้ชายจวนแม่ทัพข้า หนี้แค้นต้องชำระเืต้องล้างด้วยเื”
เพียงคำนั้นถูกเอ่ยออกไป ทั้งงานก็ตะลึงลาน
ใครจะคิดว่าหลงจ้านจะพูดสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมาเช่นนี้
หลิ่วเสวียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สองตาแดงก่ำ ตวาดด้วยความเกลียดชัง “แกว่าอะไรนะ...”
“พ่อพูดว่าสมน้ำหน้าพวกแกแล้วไงโว้ย” หลงจ้านแววตาดุจคมมีดคมกริบหาใดเปรียบยกนิ้วชี้หลิ่วเสวียนแล้วว่าต่อ “สามเดือนที่แล้ว ไอ้เด็กเวรนี่วางกับดักใส่ร้ายฉู่เหินของข้าทำร้ายจนเส้นปราณเขาขาดกระจุย ทั้งหักแขนหักขาสารพัด วันนี้ดาบนั้นคืนสนองแล้ว”
“ระยำ เดรัจฉานฉู่เหินทำสิ่งที่ชั่วช้ายิ่งกว่าเดรัจฉานใครเขาก็รู้กันทั่ว แก...”
“พล่ามหามารดาแกเหรอ” ไม่ทันให้หลิ่วเสวียนพูดจบ หลงจ้านก็ตัดบทเสียงเฉียบสุรเสียงราวฟ้าคะนอง คำรามเกรี้ยวกราด “ลูกผู้ชายจวนแม่ทัพข้าจะไปทำเื่ต่ำช้าผิดบัญญัติฟ้าพรรค์นั้นได้อย่างไรความจริงเป็เช่นไรแกก็รู้อยู่แก่ใจดี”
หลิ่วเสวียนโมโหจนระงับอารมณ์ไม่ไหว จิตสังหารทะยานเดือด
“หลงจ้าน วันนี้ต่อให้เป็แกก็คุ้มหัวไอ้เดรัจฉานนี่ไว้ไม่ได้”
“ฮึ คิดว่าข้ากลัวหรือไร”
สิ้นเสียงหลงจ้าน เสียงฝีเท้าหนักเป็จังหวะก็ดังขึ้น ร่างขององครักษ์สวมชุดเกราะถือหอกก็หลั่งไหลเข้ามาจากประตูใหญ่จวนเย่
เรืองยุทธเปี่ยมพลัง รังสีพลานุภาพเหนือสามัญ
องครักษ์จวนแม่ทัพนั่นเอง
ทุกผู้ทุกนามหน้าเปลี่ยนสี กระทั่งฉู่เหินยังอึ้งงัน
หลงจ้านรังสีเยียบเย็นรุนแรง ะโทิ้งท้าย “พ่อจะบอกให้รู้ไว้วันนี้ใครหน้าไหนบังอาจแตะต้องฉู่เหินของข้า หลงจ้านผู้นี้จะเชือดคอไอ้ลูกหมานั่นเสีย...”
………………………..