…โรงทอผ้าสาขาใหญ่…
ซูลี่ : อาตง อาตง!!
ตงหยาง : คุณหนู มาได้อย่างไร ขอรับ
ซูลี่ : ข้าเอาขนม มาให้เ้า
ตงหยางยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปหา ซูลี่
พวกเขาหนุ่มสาว เดินมานั่งที่ชิงช้าข้างลำธารหลังโรงทอ
ซึ่งเป็ที่ ที่พวกเขาพบกันครั้งแรก ั้แ่สมัยยังเยาว์
พวกเขาจะมาเล่นอยู่ที่นี้เป็ประจำ ทำให้สนิทสนมกันเป็อย่างดี
ซูลี่ : วันนี้ อาตงเหนื่อยไหม อ้าปากสิ เดี๋ยวข้าป้อน
ตงหยางรีบอ้าปาก ก่อนจะรีบเคี้ยวขนม ที่ซูลี่เอามาให้
ตงหยาง : คุณหนู เมื่อวาน ท่านไปมีเื่ตบตีกับ
กันสาวใช้ หรือ ขอรับ
ซูลี่ : แฮร่ๆ ข้าเห็นนางมอง อาตง
ของข้านี้นา
ตงหยาง : คุณหนู!! อย่าทำเช่นนั้นอีกนะขอรับ
อาตงขอร้อง
ซูลี่ : งั้นอาตง ก็ห้าม รับของจากพวกนางสิ
ห้ามมอง ห้ามพูดด้วย
ห้ามยิ้มให้ ห้ามทุกอย่างเลย
ตงหยาง : คุณหนู อาตงต้องทำงานร่วมกับพวกนางนะขอรับ
จะไม่ให้พูด กับพวกนางได้เช่นไรกัน
ซูลี่ : ไม่รู้ละ ข้าไม่อยากให้อาตง ต้องพูดคุยกับผู้อื่น
และไม่อยาก ให้สตรีนางใด เข้าใกล้ อาตงของข้า
ข้ารัก อาตง
พูดจบ หญิงสาวก็ขยับเข้าไปกอดชายหนุ่ม
นางโอบกอดเขาเอาไว้ จากนั้นก็ถามเขาว่า
อาตง รัก ซูลี่บ้างหรือ ไม่
ตงหยาง : คุณหนู ถามเช่นนี้อีกแล้ว
ปล่อยอาตงก่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวผู้อื่นมาเห็นจะ ดูไม่งาม ขอรับ
ชายหนุ่มมีความสุขที่หญิงสาวโอบกอดเอาไว้
นางเป็สตรีที่เขารักและห่วงใย
แต่ด้วยฐานะที่ต่างกัน ทำให้เขา
ไม่อาจเอื่อม หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
ซูลี่ กอดชายหนุ่มแน่นขึ้นก่อนจะเอ่ยถามอีกรอบ
“เ้ารักข้าบ้างหรือไม่ อาตง”
ไร้เสียงตอบกลับจากชายร่างใหญ่
เขานิ่งอยู่นาน ก่อนจะมองหน้าหญิงสาวที่โอบกอดตน
ก่อนจะเอ่ย “อาตง …………”
ยังไม่ทันได้ทันเอ่ยจบ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
กรีดดดด!!!!!
“น้องหญิง ทำไมเ้ากอดบุรุษเช่นนั้น!!!!!
หน้าไม่อาย หน้าไม่อายเสียจริง!!”
เสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะของหญิงสาวผู้มาเยือน
ทำให้ผู้คนในโรงทอ ต่างมามุงดูกัน
ซูลี่ รีบผละออกจากร่างของชายหนุ่ม
ก่อนจะรีบเดินออกมา
พร้อมส่งสัณญาณให้เขารีบออกไป
ซูลี่ : พี่หญิงเซียวหลี่ มาทำไหมหรือเ้าคะ
เซี่ยวหลี่ : ก็มาหาเ้านั้นละ ข้าจะมาหาผู้ใดกันได้
ข้าเคยได้ยินคนเขาพูดกัน ไม่คิดว่าเ้าจะทำเื่น่าไม่อายจริงๆ
ซูลี่ : เ้าค่ะ แล้วอย่างไรเล่า พี่หญิง
เซี่ยวหลี่ : นี้ นี้ เ้าไม่สำนึกเลย หรือ ว่ามันมิควร!! นะหะ !!
ข้าจะบอกท่านลุงเฉิน ให้จัดการ
ซูลี่ : พี่หญิงมีธุระ อะไรหรือเ้าคะ
น้องจะไปดูงานต่อ
เซียวหลี่ : ข้าไปที่บ้านเ้ามา ท่านลุงบอกว่าเ้าอยู่ที่นี้ข้าจึงตามมา
อีกสามวัน จะเป็วันฉลองเทศกาลโคมไฟ ในวังก็จะจัด ปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าปีก่อนๆ
ข้าเลยมาชวนเ้า จะไปหรือไม่
ซูลี่ : ข้าไม่อยากไปเ้าค่ะ
เซียวหลี่ : เ้าต้องไป ถ้าเ้าไม่ไปข้า จะให้ท่านลุงจัดการ เ้าหนุ่มนั้นเสีย
ซูลี่ : ไปก็ได้
ซูลี่ตกลงไปงานด้วยความจนใจ
เดิมที ปีนี้ นางตั้งใจจะลอยโคมกับตงหยาง
นางกับเขาไม่เคยลอยโคมด้วยกันเลย
เมื่อถึงเทศกาลบ้านของนางก็ลอยในบ้านไม่ได้ออกมาเที่ยว
ดูความงดงาม ในเทศกาลเลย
ปีนี้นางจึงคิดจะหาวิธี ออกมาเจอ ตงหยาง
แต่ด้วยต้องเข้าวังไปร่วมงานเทศกาลโคมไฟกับเซียวหลี่
จึงทำให้แผนการที่นางเตรียมไว้ ต้องพังลง
…บ้านตงหยาง…
เมื่อตงหยางกลับถึงบ้านของตน ก็ต้องใ
เมื่อท่านยายเพียงคนเดียวของเขา นอนหมดสติ
ข้าวของกระจัดกระจาย โดนทำลายจนหมดสิ้น
ขณะที่เขาใอยู่นั้นก็มี
โจรมา 5 คน ใช้ไม้ทุบ ชายหนุ่มจน ลงไปกองอยู่กับพื้น
ตงหยาง : เ้า้าอะไร
โจร: ้าชีวิตเ้าไงละ กล้าใฝ่สูงดีนัก
ตงหยาง : ใครส่งเ้ามากันแน่
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม เขาก็หมดสติไป เือาบท่วมตัว
โจร : มันตายหรือยังวะ
“ตายแล้ว ตายแล้ว”
ไป รีบกันเถอะ
จากนั้นพวกโจรก็เผาบ้าน ของตงหยาง
ตงหยางได้ฟื้นได้สติขึ้นมา ก็รีบกุลีกุจอ ไปหาท่านยายตนเอง
ก่อนจะรีบพานางออกจากบ้าน
ตอนนี้ไฟ เริ่มลามไปทั่วบ้านแล้ว
เขารีบอุ้มนางออกจากบ้านโดยเร็ว
เขานำ ร่างของท่านยายมานั่งใต้ต้นไม้
ก่อนจะ เอ่ย
ตงหยาง : อาม่า อาม่า ตื่นสิๆ
ไร้เสียงตอบกลับจากผู้เป็ยาย
เขานำมือไปจับที่ปลายจมูกก็พบว่า
ยายของเขาไม่หายใจแล้ว
ชายหนุ่มร้องไห้ โฮ กอดร่างอันไร้ิญญา
แล้วร้องเรียกไม่หยุด
“อาม่า !!!! ขอรับ อาม่าาาา!!!!
ฟื้นมาหาตง สิขอรับ ฟื้นขึ้นมา ฟื้นสิ !!
งื้อ!! งื้อ !! อาม่า ข้าจะแก้แคนในท่านเอง
อาม่าฟื้นขึ้นมา ได้โปรด ใครก็ได้ ช่วยอาม่าข้าที
ช่วยด้วย……”
ชายหนุ่มทั้งร้องไห้ทั้งะโเรียกคนช่วย อยู่หลายชั่วยาม
แต่ไร้วีแวว ผู้ใด
เขาจึงพยายามตั้งสติ
ในใจก็เฝ้าคิดว่ามันเื่อะไรกัน
ความโกรธแค้นก่อตัวขึ้น
เขาเข้าใจว่าต้องเป็ครอบครัวของซูลี่ที่ทำร้าย
ท่านยายของเขา และตัวเขาเอง
ทำให้เขาแค้นใจเป็อย่างมาก
“ ข้าจะเอาคืนให้หมดทุกคน”
เขาฝังร่างไร้ิญญาของผู้เป็ยายไว้
ใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นก็หนีไปที่ต่างเมือง
ไม่มีใครทราบข่าวเขาอีกเลย
ซูลี่ไม่พบ ตงหยาง 1 วัน นางจึงไปตามหาเขาที่บ้าน
พบเพียงซากหักพังของบ้านที่ถูกไฟไหม้ นางใมาก
ถึงขั้นเข่าทรุด วิ่งหาร่างของชายหนุ่ม
อยากคนไร้สติ
ซูลี่ : อาตง อาตง เ้าอยู่ไหน อาตง………
หญิงสาวร้องไห้ ด้วยความเสียใจ จนนางเกิดเป็ลมไป
เมื่อนางฟื้นอีกที่ ก็พบว่า อยู่ที่ คฤหาสน์แล้ว
นางจึงรีบเดินไปหาบิดามารดาทันที
ซูลี่ : ท่านพ่อ !!! ท่านทำอะไรลงไป ทำอะไรกับอาตงของลูก
ท่านยังเป็คนอยู่หรือไม่
ลูกผิดหวังในตัวท่าน ลูกเกลียดท่าน
ผู้เป็บิดา พอได้ยินเขาก็เงียบอยู่ครู่ หนึ่งก่อนจะเอ่ย
บิดา : ไหนเล่าให้พ่อฟัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ซูลี่ : ท่านยังจะมาถามหรือ ท่านพ่อ
เืเย็นเกินไปแล้ว! ข้าเกลียดท่าน ข้าจะฆ่าตัวตายตามเขาไป
เมื่อมารดาเข้ามาก็เห็นทั้งคู่ ทะเลาะกัน จึงให้สาวใช้พาซูลี่ออกไป
มารดา : ท่านพี่ มีเื่อะไรกันหรือ เ้าคะ
บิดา : ข้าก็ไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมบุตรสาวของเราต้องร้องไห้เสียใจเช่นนี้
เรียกบ่าวไพร่มาถามกันก่อนเถอะ
เมื่อบิดาเรียกบ่าวไพร่มาสอบถาม เขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาใมาก ถึงเขาจะไม่อยากให้ซูลี่ รักกันกับตงหยาง
แต่เขาไม่คิดจะทำร้าย ตงหยางเลย
เื่นี้ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็แน่
เขาจึงให้คนไปสืบ
…เทศกาลโคมไฟ…
…วังหลวง…
เซียวหลี่ : นางไม่มาแน่หรือ
เซียวหลี่ เอ่ยถามสาวใช้ของตน
เซียวหลี่ : ฮึ นางคงเสียใจสินะ คนรักตายทั้งคนนี้ ฮ่าๆ
เข้างานกันเถอะ ข้าไม่รอนางแล้ว
ซูลี่ ร้องไห้เสียใจ อยู่บนที่นอนอยู่หลายวัน
นางไม่กิน อะไรเลย จนไร้เรียวแรง
สาวใช้ : คุณหนูวันนี้ วันเทศกาลโคมไฟ แล้วนะเ้าคะ
คุณหนูไม่ออกไปไหนหรือเ้าคะ
ซูลี่ : ข้าไม่อยากไป พวกเ้า ออกไปเถอะ
แม่นม : คุณหนู คุณหนู !!!!
เกิดเื่แล้วเ้าค่ะ เกิดเื่แล้ว
แม่นม รีบวิ่งมารายงานข่าวด้วยความใ
แม่นม : นายท่าน กับ กับนายหญิง รถม้าคว่ำตกเหวเสีย
ชีวิตแล้วเ้าค่ะ เมื่อได้ยิน
ซูลี่ ที่ไม่มีเรียวแรงก็ยิ่ง ไร้เรี่ยวแรงเข้าไปอีก
นางทรุดตัวลงนั่งข้าเตียง ก่อนจะปล่อยโฮ ออกมา
ต้าอันที่ได้ยินเื่ที่แม่นมรายงาน นางก็รีบวิ่งเข้ามาถามซูลี่
ต้าอัน : ไม่เป็ ความจริง ใช่ไหม ท่านพี่
แม่นม โกหก ใช่ไหม ท่านพี่ ฮื่อๆ………
ซูลี่ไร้เรียวแรงจะตอบน้องสาว นางยื่นมือดึงร่างน้องสาวมากอดไว้
จากนั้นก็ร้องไห้ กอดน้องสาวของนางไว้
ต้าอันเมื่อเห็นพี่สาวไม่พูดอะไร นางก็เข้าใจได้ทันที่ว่า
เป็เื่จริง นางร้องไห้ไม่หยุดเช่นกัน
สองพี่น้องกอดกันแน่น
จากนี้ไปพวกนางเหลือกันเพียงสองคนแล้ว
พวกนางเสียใจได้ไม่ถึงเดือน
อาของนางก็พาครอบครัว
เขามาอยู่ในคฤหาสน์ และส่งสองพี่น้องไปยัง โรงทอรกร้าง
ที่ต่างเมือง พวกเขาจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะไม่ให้ สองพี่น้องได้กลับมาอีก
และยังโกงเอาสมบัติทั้งหมดของครอบครัว นางมาเป็ของตน
โดยมีบ่าวไพร่ ให้ความร่วมมือ
ซูลี่และน้องสาวจึงไม่มีใครให้ความช่วยเหลือแม้แต่ผู้เดียว
เพราะนางเคยรังแก บ่าวไพร่เอาไว้มาก
พวกนั้นเลยไม่มีใครคิดจะช่วย
และปล่อยให้พวกนางต้องรับชะตากรรมครั้งนี้
นางจนปัญญาที่จะไปสู้รบตบมือกับพวกคนเ่าั้
นางพยายามจะกลับไปบ้านหลายต่อหลายครั้ง
ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
นางรู้แล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ไม่ชอบมาพากล
แต่จะทำอย่างไรได้
ตอนนี้ นางไม่สามารถ สู้รบตบมือกับใครได้เลย
นางไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของอา แท้ๆ ของนาง
ทำได้เพียงทำใจ ยอมรับชะตากรรม ของตน
รอวันที่นางพร้อม นางจะกลับมาคิดบัญชีแค้นกับพวกมันทุกคน
นางถูกตัดขาดจากโลกเดิมที่เคยอยู่
มาอาศัยอยู่ ณ โรงทออ้ายฉิง ที่ถูกปล่อยให้รกร้างมานาน
หมู่บ้านที่ซูลี่ มาอาศัย คือหมู่บ้าน ฮุ่ยเจียง
เป็หมู่บ้านที่มีลำธารขนาดใหญ่ โอบรอบหมู่บ้านไว้
จะออกจากหมู่บ้านจะต้องใช้เรือ
หมู่บ้านนี้สงบสุข ร่มเย็น และน่าอยู่
ซูลี่ปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี
และนางค่อยๆประกอบอาชีพ ขึ้นมาโดยอาศัย ความรู้
ความจำ ที่เคย เห็นในวัยเด็ก ที่ไปดูโรงทอกับบิดามารดา
นางยังพอจำ วิธีการทำได้บ้าง
และลองผิดลองถูก
จนผ่านมา สามปี
นางตั้งตัวได้ นางได้เปิดโรงทอฮ้ายฉิง
ขึ้นมาอีกครั้ง และทำหน้าร้านเพื่อขายผ้าจาก โรงทอ
นางสามารถสร้างรายได้ และเลี้ยงน้องสาวของนางได้เป็อย่างดี
……………………………