บทที่ 36 สายพันธุ์ใหม่
"พี่สาวเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้าแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
อย่างไรก็ตาม ซ่งถิงถิงไม่ใช่คนโง่ สังเกตจากท่าทางของซ่งเส้าเส้านางก็พอจะเดาได้
"เส้าเส้า เจ้ารู้แล้วหรือ"
ซ่งเส้าเส้าส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า ตอนนี้นาง...ไม่ทราบควรตอบอย่างไร
ทว่าสิ่งที่เส้าเส้าคาดไม่ถึงก็คือ ถิงถิงกลับหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ นางขอให้เซี่ยงเออร์ออกไปข้างนอก แล้วกวักมือซ่งเส้าเส้านั่งข้างๆ
"ข้าต้องปิดบังทุกคนมาโดยตลอด เมื่อมีคนล่วงรู้เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องอัดอั้นใจแต่เพียงผู้เดียว"
ถึงแม้ว่าท่านป้าใหญ่จะเป็นคนโลภมาก แต่นางก็มีแค่ซ่งถิงถิงเป็นบุตรสาวคนเดียว ซึ่งนางเลี้ยงดูมาอย่างดี ดังนั้นจึงหวาดกลัวว่าหากมีข่าวลือไม่ดี บุตรสาวนางจะเสื่อมเสียชื่อเสียง
ยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ซ่งเส้าเส้าก็คิดไม่ออกว่าเหตุใดท่านป้าใหญ่ถึงได้ยอมให้ซ่งถิงถิงไปเป็นอนุภรรยา
"เดือนที่แล้วข้ากับท่านแม่ไปซื้อของในเมือง บังเอิญเจอกับเหลาแหยเหยียน เหลาแหยเหยียนเห็นข้าก็เกิดความพึงพอใจ อยากจะรับข้าเป็นอนุภรรยา"
ซ่งเส้าเส้าไม่คิดเลยว่าซ่งถิงถิงจะเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง
"ท่านแม่ปฏิเสธเสียงแข็ง ข้าก็หลงนึกว่าเรื่องนี้จะจบลงแล้ว แต่ไม่กี่วันต่อมา ก็มีแม่สื่อจากในเมืองนำสินสอดมาที่บ้าน ข้าแค่ให้ท่านแม่ปฏิเสธอีกรอบก็จบ ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าท่านพ่อได้ไปลงเล่นเดิมพันในเมือง ติดหนี้เป็นเงินมากมาย"
"เพื่อช่วยท่านลุง พี่สาวจึงตกลงหรือเจ้าคะ"
ซ่งถิงถิงพยักหน้า " มีแค่การแต่งงานกับเหลาแหยเหยียนเท่านั้น เหลาแหยเหยียนถึงจะช่วยไถ่ตัวท่านพ่อ"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำพูดของซ่งถิงถิงจึงนึกขึ้นได้ ว่าตั้งแต่ที่นางข้ามเวลามา ก็ไม่เคยเห็นท่านลุงใหญ่เลย แม้แต่วันนี้ที่ซ่งถิงถิงแต่งงาน ท่านลุงใหญ่ก็ไม่ปรากฏตัว ที่แท้ซ่งถิงถิงยอมแต่งงานก็เพื่อใช้หนี้แทนบิดานั่นเอง
"พี่สาวเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดท่านไม่บอกข้าตั้งแต่แรกเล่าเจ้าคะ"
ซ่งถิงถิงส่ายหน้า"เรื่องน่าอายเช่นนี้ข้าจะกล้าพูดได้อย่างไร เส้าเส้า เพื่อรักษาหน้าตาของข้า ท่านแม่จึงไม่บอกใครว่าข้าเป็นแค่อนุภรรยา"
"พี่สาวข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้ามองซ่งถิงถิงที่น้ำตาคลอเบ้าก็รู้สึกใจเสีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหล นางไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรถึงจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้
"ถิงถิง เตรียมตัวเสร็จหรือยัง เสลี่ยงของเหลาแหยเหยียนกำลังจะมารับเจ้าแล้ว"
ซ่งเส้าเส้ากับซ่งถิงถิงใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา พอได้ยินเสียงของท่านป้าใหญ่เฉิน ทั้งคู่ก็รีบเช็ดมันออก พยายามควบคุมอารมณ์อย่างเต็มที่ เหลือเพียงสองตาที่แดงเรื่อ หากใครพบเห็น แม้เอะใจ ก็ยากจะเดาถูกว่ามีเรื่องอันใด
"ท่านป้าใหญ่"
"เส้าเส้า เจ้ามาอู้งานอยู่ที่นี่เองหรือ" ท่านป้าใหญ่เฉินยังคงพูดจาเสียดสีเช่นเคย
"ในเมื่อท่านป้าใหญ่มีเรื่องสนทนากับพี่สาว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้ามีไหวพริบมาก นางตบไหล่ซ่งถิงถิงเบาๆเป็นการปลอบใจ แล้วก็หันหลังจะเดินออกไป แต่ท่านป้าใหญ่เฉินกลับรั้งนางไว้
"ท่านป้าใหญ่?"
"ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากขอเจ้า"
"ท่านป้าใหญ่ เรื่องใดหรือเจ้าคะ ข้าจะไปทำให้ประเดี๋ยวนี้"
"เรื่องที่พี่สาวของเจ้าเพิ่งบอกไป เจ้าห้ามบอกใครเด็ดขาด ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้ ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า"
ซ่งเส้าเส้า "..."
นี่ท่านกำลังขอร้องข้าใช่ไหม? เหตุใดถึงใช้คำพูดเช่นนี้ ช่างเถอะ ถือซะว่าข้าทำเพื่อพี่สาว ไม่ใช่ท่าน
"ท่านป้าใหญ่วางใจเถิด เรื่องที่พี่สาวบอก ข้าลืมไปหมดแล้ว น้ำตาก็เช็ดแล้ว เรื่องราวทั้งหมดหายไปพร้อมน้ำตาแล้วเจ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าพูดจบก็หันหลังกลับ
"เส้าเส้า"
ซ่งเส้าเส้ามองซ่งถิงถิงที่เรียกนาง เห็นอีกฝ่ายยิ้มออกมา ใบหน้าของนางช่างหมดจดเหมือนกับดอกจำปีที่กำลังเบ่งบาน มันเต็มไปด้วยความสุข มุมปากของนางยกยิ้มเป็นเส้นโค้งที่งดงาม
"ปิ่นปักผมสวยมาก เหมาะกับเจ้าจริงๆ"
ซ่งเส้าเส้าลูบปิ่นปักผมที่อยู่บนหัวของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ที่แท้วันนี้นางใส่ปิ่นปักผมที่ซ่งถิงถิงมอบในตอนที่เข้าเมืองด้วยกันนี่เอง
...
หลังออกมาจากห้อง ซ่งเส้าเส้าก็ไปหาพี่ชายซ่ง
"พี่ใหญ่ไปกันเถอะเจ้าค่ะ"
ถึงแม้ว่านางจะรู้สึกเสียใจแทนซ่งถิงถิง แต่เรื่องที่ต้องไปเขาหลังหมู่บ้านก็ไม่อาจลืมเลือนได้
พี่ชายซ่งพยักหน้ารับรู้ แอบเดินตามซ่งเส้าเส้าออกจากบ้านของท่านป้าใหญ่เฉิน มุ่งหน้าไปที่เขาหลังหมู่บ้าน
วันนี้ชาวบ้านต่างก็พากันไปที่บ้านของท่านป้าใหญ่เฉินเพื่อร่วมงานมงคล ในหมู่บ้านจึงไม่มีใครอยู่เลย
"พี่ใหญ่ พวกเรากลับไปที่บ้าน เอาตะกร้ากับถุงย่ามกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
หลังจากที่หยิบถุงย่ามเสร็จ ซ่งเส้าเส้ากับพี่ชายซ่งก็เดินขึ้นเขา ระหว่างทางพี่ชายซ่งประหลาดใจมาก ที่ผ่านมาเขาหลงคิดว่าบนเขาต้องมีสัตว์ร้ายมากมาย แต่ภาพตรงหน้ากลับสวยงามราวในเทพนิยาย
"เป็นอย่างไรบ้างพี่ใหญ่ ข้าไม่ได้โกหกท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ"
พี่ชายซ่งยังคงจมอยู่กับความงดงามของเขาหลังหมู่บ้าน เขาทอดถอนหายใจแล้วพยักหน้า
"เช่นนี้แสดงว่าที่ผ่านมาท่านลุงใหญ่โกหกพวกเรามาตลอดจริงๆ บนเขานี้ไม่มีสัตว์ร้าย ที่ครอบครัวท่านลุงใหญ่ทำเช่นนี้ก็เพื่อยึดครองที่ดินตรงนี้ไว้เป็นของตัวเอง จึงกุเรื่องขึ้นมาหลอกลวงทุกคน"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้าเห็นด้วย
"พี่ใหญ่ พวกเราแยกกันหาอาหารก่อนเถอะเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องของเขาหลังหมู่บ้านไว้ค่อยคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านเชื่อพวกเรา"
พี่ชายซ่งพยักหน้ารับรู้แล้วก็แยกกันไปหาอาหารคนละทาง
ซ่งเส้าเส้าเคยมาที่นี่แล้วจึงคุ้นเคยกับเส้นทาง นางเสาะจึงหาใบสนที่ใช้สำหรับก่อไฟและไข่ไก่ป่าเจออย่างรวดเร็ว
ครั้งที่แล้วนางรีบเกินไปจึงไม่ได้มองหาอย่างอื่น คราวนี้ท่านป้าใหญ่กำลังยุ่งอยู่กับงานแต่งงานของซ่งถิงถิง ท่านลุงใหญ่ก็ไม่อยู่ นับเป็นโอกาสดีที่นางจะตั้งใจสำรวจ
ซ่งเส้าเส้าเดินไปได้ไม่ไกลก็เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีผลไม้เต็มไปหมด
ซ่งเส้าเส้าเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นว่าผลไม้พวกนี้ไม่ใช่ผลไม้อื่นใดแต่เป็นผลเหลียงเฝิน(ผลเยลลี่)
ผลเหลียงเฝินสามารถนำไปทำวุ้นได้ เช่นนี้นางก็สามารถได้ทำขนมหวานและหวานเย็นให้พ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งกินได้แล้ว นี่มันของดีชัดๆ อีกไม่กี่วันอากาศก็จะร้อนขึ้น ช่างเหมาะเจาะที่จะนำไปทำของหวาน
ซ่งเส้าเส้าเก็บผลเหลียงเฝินจนเต็มตะกร้า เดินไปได้ไม่ไกลก็เจอต้นหลีมู่แดง ใต้ต้นไม้มีเห็ดไค่โค่ว(เห็ดไก่ปากแหว่ง) งอกอยู่มากมาย ซ่งเส้าเส้าลองกัดคำหนึ่ง และพบว่ารสชาติหวานอร่อย
นางมีความสุขมาก เห็ดไค่โค่วสามารถกินสดหรือต้มกินก็ได้อีกทั้งยังช่วยให้อิ่มท้อง ในยุคนี้ถือว่าเป็นของดี ซ่งเส้าเส้าจึงเก็บใส่ตะกร้าจนเต็ม