ตอนที่ 3 ความเป็มาของนางเซียน
จางหม่านโถวพยายามดิ้นรนสุดกำลัง หากแต่มันก็ไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย เขาไม่อาจทำใจยอมรับได้จริงๆว่าเขาได้ตกเป็ทาสของหญิงสาวเบื้องหน้า ตอนนี้อย่าว่าแต่จะขยับตัวเลย เดินลมปราณก็ยังทำไม่ได้ ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป การสื่อสารกับร่างกายนี้ทั้งหมดถูกตัดขาด เหลือเพียงลูกตาเท่านั้นที่เขายังบังคับได้ตามปกติ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะเขานอนคว่ำหน้าอยู่อย่างนี้ สิ่งที่เขาสามารถมองเห็นได้ก็มีแค่พื้นห้องเท่านั้น
“จากความทรงจำของเ้า ยุคสมัยของเ้านี้มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปได้ประมาณ 50,000 ปีสินะ” หญิงสาวพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย
“…….” จางหม่านโถวไม่ตอบคำถาม เป็เพราะเขาไม่สามารถขยับปากได้ หรือเพราะว่าเขาไม่อยากตอบกันแน่ก็ไม่มีใครทราบได้
“ลุกขึ้นยืนแล้วตอบคำถามข้า” หญิงสาวสั่ง
จางหม่านโถวลุกขึ้นยืนทันทีและตอบว่า “ใช่แล้วครับ” เขาไม่ได้ตั้งใจจะตอบ แต่ก็ตอบออกไปอย่างสุภาพนอบน้อม
“เ้าพอรู้ตำนานเกี่ยวกับโลกนี้ ก่อนประวัติศาสตร์ 50,000ปีตามตำราของเ้ามากน้อยแค่ไหน” หญิงสาวถามเสียงเ็า
“ข้ารู้ว่ามีตำนานเทพผู้สร้างโลก มีมหาาเทพจนเทพเซียนสูญสิ้นไปจนหมด มนุษย์ที่เหลือรอดอยู่น้อยนิด มีชีวิตอย่างยากลำบากมาเป็เวลานานกว่าจะพัฒนาจนสามารถบันทึกเื่ราวเป็ประวัติศาสตร์ได้ใหม่ ซึ่งเวลาระหว่างาเทพจนถึงยุคแรกของประวัติศาสตร์นั้นเป็เวลานานเท่าไหร่ก็ไม่มีใครทราบได้” จางหม่านโถวตอบตามความรู้ที่เขามี
“มหาาเทพอย่างนั้นหรือ เื่นั้นน่าจะเกิดหลังจากข้าถูกขังไว้ที่นี่สินะ พวกเทพเซียนบ้าเ่าั้ตายหมดแล้ว เลยไม่มีใครมาดูแลค่ายกลกักขังข้า มันจึงอ่อนพลังลงไปเรื่อยๆตามเวลาที่ล่วงเลยไป ถึงอย่างนั้นก็กินเวลานานกว่า 50,000 ปีเลยทีเดียว” หญิงสาวเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับจางหม่านโถว
“ที่ใดในโลกนี้มีพลังงานหยินแรงกล้าที่สุด” หญิงสาวเปลี่ยนเื่แบบที่จางหม่านโถวตามไม่ทันเลยทีเดียว
“เท่าที่ข้าทราบ [บึงไร้แสง] เป็เขตที่มีพลังงานหยินมากที่สุดในโลกนี้ ว่ากันว่าไม่มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้าไปในพื้นที่ [บึงไร้แสง] เป็เวลานานหลายหมื่นปีแล้ว เป็พื้นที่ซึ่งพลังงานหยินหนาหนักจนชาวยุทธทั่วไปไม่อาจหายใจในบริเวณนั้นได้ด้วยซ้ำ” จางหม่านโถว
“งั้นเราไป [บึงไร้แสง] กัน” เมื่อนางพูดจบก็ลอยตัวมาคว้าไหล่ของจางหม่านโถวไว้แล้วทั้งคู่ก็หายไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย
จางหม่านโถวรู้สึกว่าร่างกายถูกกระชากผ่านอากาศที่หนาหนักและร้อนกว่าอากาศทั่วไป เขารู้สึกทรมานไปทั่วทั้งร่าง เหมือนกล้ามเนื้อทุกส่วนถูกบิดดัด แต่นั้นก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น เมื่อเขารู้สึกตัวอีกที เขาก็มายืนอยู่บนพื้นดินที่เปียกแฉะ อากาศโดยรอบเหม็นอับและไร้แสง เมื่อมองขึ้นฟ้าแม้แต่แสงดาวก็ยังไม่เห็น จางหม่านโถวมั่นใจว่าต่อให้เป็กลางคืนก็ไม่มืดมิดเช่นนี้ หรือว่าเขามาถึง[บึงไร้แสง]แล้วกันแน่ แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร [บึงไร้แสง] นั้นห่างจากนครโบราณหลายหมื่นกิโลเมตรเลยทีเดียว
[บึงไร้แสง]มีพื้นที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร เป็ดินแทนที่ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ มีเมฆดำปกคลุมท้องฟ้าอยู่ตลอดทั้งปี แสงอาทิตย์ไม่อาดสาดส่องเล็ดลอดผ่านมาได้แม้แน่น้อย ไม่มีใครรู้ว่าเมฆดำเหล่านี้มาจากไหน เหตุใดมันจึงลอยอยู่ตรงนี้โดยไม่เคลื่อนย้ายไปไหน ไม่ว่าลมจะแรงซักแค่ไหน เมฆดำเหล่านี้ก็ไม่เคยเคลื่อนที่แม้ซักนิด ว่ากันว่าเมฆดำนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อพันกว่าปีก่อน ตอนนั้นยังไม่มีใครให้ความสนใจเท่าไหร่ แต่เมื่อมันใหญ่ขึ้นและกินพื้นที่มากขึ้นก็เริ่มมียอดยุทธมาสำรวจมัน แต่ก็ไม่มีใครพบอะไร เมฆดำเป็แค่เมฆที่มีความหนาแน่นสูงและสามารถดูดกลืนแสงได้ ดังนั้นแสงจึงไม่อาจลอดผ่านมันมาได้ แต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษไปมากกว่านั้น
[บึงไร้แสง]ไม่ใช่บึงขนาดใหญ่เพียงบึงเดียว แต่ประกอบไปด้วยบึงใหญ่-น้อยหลายสิบบึงด้วยกัน ในบริเวณนี้มีสัตว์อสูรธาตุหยินจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ก็เป็สัตว์อสูรระดับกลางถึงระดับต่ำเท่านั้น ไม่ได้มีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ที่นี่ อาจเพราะ[บึงไร้แสง]นี้ไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของสัตว์อสูรระดับสูงเมื่อพวกมันพัฒนาตัวเองจนก้าวเข้าสู่สัตว์ระดับสูงแล้วมันจึงจากไป หรือไม่ก็เป็เพราะ[บึงไร้แสง]นี้ไม่อาจสร้างสัตว์อสูรระดับสูงได้ สัตว์อสูรทุกตัวในบริเวณนี้จึงติดอยู่ที่ระดับกลางเท่านั้นไม่สามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับสูงได้
“เ้าจงป้องกันข้าจากพวกสัตว์ปีศาจที่เข้ามาก่อกวนด้วย อย่าให้มันเข้าใกล้ข้าได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตเ้าก็ตาม” หญิงสาวออกคำสั่ง
หญิงสาวนางนั้นหยิบหยกรูปหกเหลี่ยมสีเขียวเข้มจนเกือบดำขึ้นมาถือไว้บนมือ จางหม่านโถวรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโดยรอบ เขารู้สึกได้ว่าอากาศหนาหนักและเหม็นอับนี้ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่หยกในมือของหญิงสาว และมันก็เคลื่อนตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆจนสามารถมองเห็นได้เลยว่าอากาศกำลังหมุนตัวเป็เกลียวและพุ่งลงไปในหยกก้อนนั้น เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ท้องฟ้าที่มืดมิดบัดนี้เริ่มมองเห็นแสงสว่างขึ้นบ้างแล้ว จางหม่านโถวรู้ในทันทีว่าหยกก้อนนั้นดูดซับพลังงานหยินจากทั่วบริเวณ[บึงไร้แสง]เข้าสู่ตัวมันด้วยความเร็วอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อพลังหยินเริ่มมารวมกันที่จุดเดียว สัตว์อสูรน้อยใหญ่ในบริเวณบึงก็แตกตื่นอลหม่านไปทั่ว พวกมันล้วนออกมาจากรัง วิ่งเข้ามาที่จุดซึ่งจางหม่านโถวและหญิงสาวยืนอยู่ เนื่องจากสัตว์อสูรเหล่านี้มีระดับต่ำการสู้กับพวกมันจึงไม่ใช่เื่ยากลำบากแต่อย่างไร แต่ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาลการจะป้องกันไม่ให้พวกมันเข้าถึงตัวหญิงสาวได้ก็เป็เื่ยากลำบากอย่างยิ่ง จางหม่านโถวได้แต่ทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อฆ่าเหล่าสัตว์อสูรก่อนที่จะมีตัวไหนไปถึงตัวของหญิงสาวได้
ควับ!!!!!
โฮกกกกก!!!!!
ควับ!!!!!
กรี๊ซซซซซซ!!!!!
เสียงดาบในมือของจางหม่านโถวแหวกฝ่าอากาศ ฟาดฟันใส่บรรดาสัตว์อสูร ตามด้วยเสียงร้องของสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน สัตว์อสูรที่บุกเข้ามา มีทั้งงูหมื่นขา ไฮยีน่าไร้ขน แร้งกลืนิญญา ตะขาบไร้ขา และสัตว์อสูรพลังหยินอีกหลายชนิดที่จางหม่านโถวไม่เคยได้เห็นมาก่อน พวกมันล้วนบุกโจมตีเข้ามาไม่ขาดสาย เพื่อพยายามปกป้องพลังหยินที่จำเป็ต่อการพัฒนาระดับพลังของพวกมัน โดยไม่กลัวตายแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าจางหม่านโถวจะมีระดับพลังสูงกว่า แต่เมื่อถูกรุมล้อมด้วยสัตว์อสูรจำนวนมากขนาดนี้เขาก็ได้รับาเ็ไม่น้อยเช่นกัน
หยกก้อนนั้นดูดกลืนพลังงานหยินอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง [บึงไร้แสง] ที่เคยมืดมิดปัจจุบันนี้กลายเป็บึงโคลนธรรมดาที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นเท่านั้น ไม่มีเมฆสีดำปกคลุมอีกต่อไป แสงแดดส่องทั่วทุกพื้นที่ของบึง บรรดาสัตว์อสูรที่เคยโจมตีเข้ามาก็วิ่งหนีออกไปหามุมมืดเพื่อหลบซ่อนตัว จางหม่านโถว รู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่วิ่งมาทางตนอีกต่อไป ทั้งที่บริเวณนี้คือจุดสุดท้ายมีพลังงานหยินรวมตัว สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ได้ด้วยพลังงานหยินสมควรจะวิ่งตามพลังงานหยินมายังจุดนี้มากกว่าที่จะวิ่งไปยังจุดอื่น ราวกับว่าสัตว์อสูรเกรงกลัวหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขามากกว่ากลัวแสงอาทิตย์ที่เป็ศัตรูตามธรรมชาติเสียอีก แต่นี่ก็นับเป็เื่ดีสำหรับมันเพราะมันก็เกือบหมดแรงแล้วแถมยังได้รับาเ็ไปทั่วร่าง
“ยังไม่พอ สถานที่ต่อไปที่มีพลังงานหยินเข้มข้น คือที่ไหน” หญิงสาวหันมาถามจางหม่านโถว
“รองจาก[บึงไร้แสง] เท่าที่ข้ารู้ก็น่าจะเป็ [ป่าปีศาจมายา] ที่นั้น แม้พลังงานหยินจะไม่หนาทึบเท่ากับ [บึงไร้แสง] แต่ขนาดของ [ป่าปีศาจมายา] ใหญ่กว่าหลายเท่า” จางหม่านโถวตอบตามความรู้ของมัน
หญิงสาวไม่พูดอะไร คว้าไหล่ของจางหม่านโถวและพวกเขาก็หายไปจากจุดนั้นทันที จางหม่านโถวรู้สึกท้องใส้บิดเป็เกลี่ยวอยากจะอาเจียนออกมาในทันที ความรู้สึกในตอนนี้รุนแรงกว่าครั้งที่แล้วมากนัก อาจเป็เพราะระยะห่างระหว่าง [บึงไร้แสง] กับ [ป่าปีศาจมายา] นั้นไกลกันเกิน แสนกิโลเมตรด้วยซ้ำ แต่แล้วความรู้สึกเ่าั้ก็หยุดลง จางหม่านโถว ยืนอยู่กลางป่ารกทึบแล้วในตอนนี้
[ป่าปีศาจมายา]แตกต่างจาก[บึงไร้แสง] มันเป็ป่าโบราณที่มีสัตว์อสูรมายาธาตุหยินอาศัยอยู่จำนวนมาก พลังงานหยินในป่าแห่งนี้หากนับความหนาแน่นแล้วอาจไม่เท่ากับ[บึงไร้แสง] ที่แสงแดดไม่อาจส่องถึง แต่[ป่าปีศาจมายา] นั้นมีสัตว์อสูรขั้นสูงอาศัยอยู่ พลังหยินในป่าแห่งนี้ส่วนหนึ่งมาจากซากของสัตว์อสูรขั้นสูงที่ตายลงและทิ้งกระดูกที่ปล่อยพลังหยินออกมาอย่างต่อเนื่อง นี่เป็ขุมสมบัติสำหรับผู้ฝึกวิชาธาตุหยิน แต่เนื่องจากชาวยุทธเกือบทั้งหมดบนโลกนี้ไม่ฝึกวิชาธาตุหยินดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามายังป่าแห่งนี้เพื่อเอาแหล่งกำเนิดพลังหยินไปใช้ มีแค่ชาวยุทธที่เข้ามาล่าสัตว์อสูรเพื่อนำหนังและเขี้ยวไปทำอาวุธและชุดเกราะเท่านั้น
หญิงสาวหยิบหยกหกเหลี่ยมขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มทำการดูดพลังงานหยินในทันที ครั้งนี้นางไม่ได้บอกสั่งให้จางหม่านโถวปกป้องอีก จางหม่านโถวได้ยินเสียงสัตว์อสูรกรีดร้องอยู่ไม่ไกลออกไป มันคิดว่าจะต้องโดนโจมตีแน่แล้ว เพราะสัตว์อสูรใน [ป่าปีศาจมายา] นั้นโหดร้ายกว่า สัตว์อสูรใน [บึงไร้แสง] มากนัก แต่แล้วมันก็ต้องประหลาดใจเมื่อเสียงกรีดร้องของเหล่าสัตว์อสูรกลับห่างไกลออกไปทุกที เหมือนพวกมันกำลังจะหนีออกไปจากจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ให้ใกล้ที่สุด
การดูดซับพลังงานหยินจาก [ป่าปีศาจมายา]นั้น กินเวลาเกือบ4 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่นี่กลับเร็วกว่าการคาดการของจางหม่านโถวเป็อย่างมาก เพราะขนาดของ[ป่าปีศาจมายา]นั้นกว้างกว่า[บึงไร้แสง]เกือบ 3 เท่า ดังนั้นการดูดซับพลังงานหยินน่าจะใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมง จางหม่านโถวไร้ซึ่งคำอธิบายในข้อนี้
“เ้าสามารถคุยกับข้าได้ตามปกติแล้วในตอนนี้ มีอะไรอยากถามก็ถามมาได้” หญิงสาวหันมาพูดกับจางหม่านโถวหลังจากเก็บหยกหกเหลี่ยมกลับไป
“ท่านเป็ใครกันแน่ เหตุใดจึงถูกขังอยู่ในนครโบราณนั้น” จางหม่านโถวถามสิ่่งที่เขาสงสัยที่สุดเป็อันดับแรก
“ข้าเป็จักรพรรดินีปีศาจจากดาว [วิกาลนิรันดร์] ข้ามายังดาวดวงนี้เพราะหวังจะยึดครองมัน แต่นึกไม่ถึงว่าดาวดวงนี้จะมียอดยุทธระดับเทพเซียนอาศัยอยู่มากมาย ข้าซึ่งมีพลังในระดับเซียนปีศาจขั้น 9 ยังไม่สามารถเอาชนะการรุมโจมตีของพวกมันได้ แต่พลังของมนุษย์ในระดับเทพเซียนก็ยังไม่สามารถฆ่าข้าได้อยู่ดี พวกมันจึงขังข้าไว้แทน” หญิงสาวตอบด้วยเสียงราบเรียบ
“จักรพรรดินีปีศาจ,... ดาว [วิกาลนิรันดร์],… เทพเซียน,… เซียนปีศาจ” จางหม่านโถวพึมพำกับตัวเองคำเหล่านี้มันไม่เคยได้ยินมาก่อน มีเพียงคำว่าเทพเซียนเท่านั้นที่มันรู้จัก ซึ่งคนที่มีพลังระดับเทพเซียนในตอนนี้มีเพียง 4 ท่านเท่านั้น ซึ่งพวกท่านก็นับเป็จุดสูงสุดในโลกนี้แล้วแต่ละท่านก็มีอายุเกินหมื่นปีแล้ว หากไม่มีพลังสะสมมาเป็หมื่นปีจะก้าวไปถึงจุดเทพเซียนได้อย่างไร แต่นางกลับบอกว่ายุคที่นางมายังโลกนี้นั้นมีเทพเซียนจำนวนมาก แถมนางคนเดียวยังรับมือเทพเซียนจำนวนมากได้อีกด้วย ถึงแม้สุดท้ายนางจะโดนจับก็ตามแต่ถ้าสู้กันตัวต่อตัวแล้วเทพเซียนย่อมไม่อาจชนะนางได้แน่ นี่มันกำลังทำให้โลกนี้เดือดร้อนหรือไม่ เทพเซียนทั้ง 4 ในยุคนี้จะสามารถหยุดนางได้หรือไม่
“เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่คิดจะยึดโลกนี้ในตอนนี้ ข้าอยากกลับไปดาวของข้ามากกว่า” หญิงสาวพูดออกมาเพราะอ่านความคิดของจางหม่านโถวได้
“ท่านอ่านความคิดข้าได้ ทำไมถึงต้องถามเื่ [บึงไร้แสง] กับ [ป่าปีศาจมายา] จากข้าละ ท่านน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วนี่” จางหม่านโถวเพิ่งนึกขึ้นมาได้
“ข้าฝึกให้เ้าพูดภาษาของดาวข้าอยู่นะ นับั้แ่เ้าได้รับ[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]เข้าไป เ้าก็พูดกับข้าเป็ภาษาของดาวข้ามาตลอด แม้ว่าตอนแรกปากและลิ้นของเ้าจะออกเสียงเพี้ยนไปบ้าง แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว” หญิงสาวตอบเสียงราบเรียบเช่นเคย
“ฝึกข้าพูดภาษาของดาวท่าน จะให้ข้าฝึกไปทำไม” จางหม่านโถวถามอย่างใ มันไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวเองพูดเป็ภาษาต่างดาวอยู่ มันจะพูดเป็ภาษาต่างดาวได้อย่างไรกัน มันพูดคุยกับนางด้วยภาษาของมันชัดๆ นี่นางมีความสามารถขนาดทำให้มันเรียนรู้และเข้าใจภาษาต่างดาวได้และสามารถใช้มันได้ทันทีเลยอย่างนั้นหรือ
“เพราะข้าจะพาเ้ากลับไปดาวของข้าด้วยยังไงล่ะ เ้าทาส” หญิงสาวตอบแต่คราวนี้น้ำเสียงผิดไปเล็กน้อยพร้อมมีรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันอยู่ที่ริมฝีปากของนาง
-----------------------------------------------------------------------------------------
นอกเื่ท้ายตอน
จางหม่านโถว: นี่ตาลุง
ตาลุงติดเกมส์: อะไรอีกเ้าแป้งนึ่ง
จางหม่านโถว: นี่ 3 ตอนผ่านไปแล้วนะ ยังไม่รู้ชื่อเ้านายข้าเลยนะ จะปิดไปอีกนานแค่ไหน
ตาลุงติดเกมส์: ก็เห็นมีบางเื่ผ่านไปเป็พันตอนแล้วพระเอกยังไม่รู้ชื่อจริงของอาจารย์มันเลย ข้าว่าจะเอาบ้าง
จางหม่านโถว: จะเขียนเป็พันตอนเลยเหรอ ไหวหรือลุง
ตาลุงติดเกมส์: ถ้ามีคนตามอ่านเื่ของเอ็งถึงร้อยตอนข้าก็ดีใจมากแล้ว
จางหม่านโถว: ด้วยความหล่อระดับข้า มั่นใจได้เลยว่ามีสาวๆตามอ่านเป็พันเป็หมื่นตอนแน่นอน