ตอนที่ 21 คำแห่งพลังของคีตา
สายตาของนิทานลุกโชนไปด้วยความปรารถนายามเมื่อได้ยินชื่อของน้ำค้างกลั่นจันทรา
นิทานแม้โดยแท้แล้วจะไม่ได้มีความฝันหรือเป้าหมายใดเป็พิเศษ เขาไม่ได้้าเป็ผู้แข็งแกร่งเหนือใคร ไม่ได้้าปกครองคนนับพันล้านอย่างองค์ราชินี ไม่ได้้าอาณาเขตอันกว้างไกลอย่าง 2 าาโจรสลัด ไม่ได้้าเป็ผู้นำองค์กรอันยิ่งใหญ่อย่างภัณฑารักษ์หอสมุด
เขาเพียงอยากใช้ชีวิตสบาย ๆ อย่างมีความสุขอยู่กับคนที่เขารัก
แต่ทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้หมายความว่านิทานไม่อยากมุ่งหน้าสู่จุดที่สูงขึ้นไปในการขีดเขียนชะตา! เขามีความปรารถนาลึก ๆ ในใจที่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยสถานภาพของเขาเองที่เป็เด็กกำพร้าและต้องดูแลคีตา
หากเขาแข็งแกร่งขึ้น ชีวิตของเขา มีเพียงเขาจะเป็ผู้กำหนด เมื่อเขา้าไปที่ใด มีเพียงเขาเป็ผู้ตัดสินใจ เมื่อเขาอยากปกป้องใคร คนผู้นั้นย่อมมีชีวิตอย่างมีความสุขตราบชั่วที่เขายังมีลมหายใจ เขาสามารถปกป้องคนที่เขารักได้ เขาสามารถไปในที่ที่เขา้าได้!
หากในอนาคตเขามีความฝัน มีเป้าหมาย มีสิ่งที่อยากทำ ความแข็งแกร่งย่อมเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้
นิทานรู้ถึงศักยภาพและพร์ของตนดี แม้เขาจะถ่อมตนยามเมื่อคนอื่นชมเชยเขา แต่เขาไม่เคยดูถูกตัวเอง นิทานเชื่อมันในศักยภาพของตน เขามั่นใจว่าเขาสามารถไปสู่ระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปได้อีก!
สิ่งเดียวที่ฉุดรั้งเขาไว้ตอนนี้คือตัวเขาเองเท่านั้น
จะอย่างไรก็ดี มหาทวีปแห่งนี้ คนทุกคนย่อมมีโอกาสในเส้นทางแห่งการขีดเขียนชะตาเฉกเช่นเดียวกัน
แม้เขามีพร์ หากเขาไม่พยายาม พร์ย่อมไร้ค่า แม้เขาพยายามเพียงไร หากโชคไม่อยู่ข้างเขา เขาย่อมถูกทิ้งห่าง บนเส้นทางแห่งการขีดเขียนชะตา พร์ไม่ใช่ทุกสิ่ง ความพยายาม ชาติกำเนิด พร์ โชค ชะตา ผู้สนับสนุน ทุกสิ่งล้วนส่งผล
จะอย่างไรก็ดี การขีดเขียนชะตาโดยแท้แล้วคือการค้นหาตัวตน
ดูเหมือนคงต้องเข้าเมืองหลวงแล้วสินะ นิทานพึมพำ
เขาแม้ไม่เคยได้ยินเื่งานประลองนี้มาก่อน แต่นิทานย่อมไม่วาดฝันว่าอัจฉริยะบ้านนอกเช่นเขาจะสามารถโผล่ไปคว้าชัยได้อย่างง่ายดาย มหาทวีปแห่งนี้กว้างขวางเกินกว่าที่คนอวดดีแบบนั้นจะขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
แม้อายุกำหนดสูงสุดคือ 40ปี แต่การที่ไม่มีระดับพลังจำกัด หมายความว่ามีโอกาสที่จะมีนักสลักไตรโผล่มาในงานประลอง
นักสลักไตรหมายถึงอริยะ ตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตาไกรไม่รู้กี่เท่า
อริยะเป็ตัวตนระดับสูง ไม่ใช่ตัวตนที่จะหาได้ทั่วไป ยิ่งเป็อริยะที่อายุต่ำกว่า 40ปีแล้วยิ่งราวกับภาพฝัน หากไม่รู้ว่ากึ่งหนึ่งเป็ฝันดีหรือฝันร้าย
นักสลักไตรอายุ 40 ตามความคิดของนิทานแล้ว สมควรเป็เหล่าอัจฉริยะผู้ถูกบีบคั้นเช่นเดียวกันกับเขา จำต้องทำพิธีสลักคำอย่างเสียไม่ได้
นิทานคาดว่าคนเ่าั้อาจอยู่ในสถานการณ์คล้ายกับตน ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ทำพิธีสลักคำทั้ง ๆ ที่ยังค้นพบคำแห่งพลังไม่ถึงจุดสูงสุดแห่งศักยภาพของตน
ตัวนิทานเองเขาก็มีความมั่นใจว่าหากเขาอายุถึง 40 เขามีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็อริยะเช่นกัน จะอย่างไรก็ดีเขาก็เป็อัจฉริยะที่ค้นพบคำแล้วถึง 3 คำด้วยวัยเพียง 21ปี
หากมองถึงทางเลือกที่เป็ไปได้สูงสุด การเข้าร่วมการประลองในอีก 10ปีข้างหน้าอาจเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด นิทานเพียงกังวลว่างานประลองครั้งต่อไปของรางวัลอาจไม่ใช่สมบัติที่สามารถเติมน้ำในมหานทีได้เฉกเช่นครั้งนี้ หากเป็เช่นนั้นจริงก็ไม่ทราบต้องรอโอกาสใดเขาจึงจะพบสมบัติเช่นนั้น
อีกอย่าง การเข้าประลองในครั้งนี้ก็ถือเป็ประสบการณ์ที่ดี ทั้งการได้ประลองกับเหล่าอัจฉริยะมากมาย การได้เปิดหูเปิดตากับโลกอันกว้างใหญ่ที่เขาไม่เคยพบเจอ และอาจรวมถึงความ้าจะพิสูจน์ความสามารถของเขาเองที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ด้วยเช่นกัน
หากโชคดีเขาอาจเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้ได้อีกสักคำจากการประลองครั้งนี้ก็เป็ได้
การเผยไต๋ของตนล่วงหน้าอาจไม่ใช่เื่ที่ดีนัก แต่นิทานคิดว่ามันคุ้มค่าหากเทียบกับประสบการณ์การประลองกับอัจฉริยะมากมาย
ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่สามารถเพิ่มโอกาสคว้าชัยชนะได้มากที่สุดในเวลาอันสั้นคือ นิทานพึมพำก่อนหันไปมองที่คีตา
การต่อสู้ระหว่างนักสลักคำเป็เื่ปกติที่นักสลักคำบางคนจะพกพาสัตว์คู่หูเข้าการต่อสู้ด้วย แม้บางคนจะบอกว่าการต่อสู้กลุ้มรุมนั้นไม่เท่าเทียม ทว่าในการรบจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคือความแข็งแกร่ง
จักรวรรดิเพียง้าผู้ชนะในการประลองเท่านั้น ไม่ว่าวิธีใดย่อมไม่เกี่ยง เพียงสั่งห้ามการฆ่าฟันเท่านั้น จะอย่างไรก็ดี ในการต่อสู้จริง ใครบ้างที่มัวคำนึงว่าจะไม่เท่าเทียมกับอีกฝ่าย เพียงชัยชนะก็พอแล้ว
ยิ่งเ้าภาพงานประลองคือจักรวรรดิมาลาไคที่นำโดย จอมจักรพรรดิกัสตารัส ผู้ตรัสว่า ‘ความแข็งแกร่งคือความถูกต้อง’
คีตาที่เวลานี้เป็เพียงแรกเกิดกลับสามารถรับการโจมตีจากหมีขนมรกตได้ คำแห่งพลังของมันสมควรแข็งแกร่งมาก เป็ตัวช่วยหนุนเสริมชั้นดีในการต่อสู้
"คีตา ทำไมนายไม่เคยบอกฉันเลยล่ะว่านายค้นพบคำแห่งพลังตั้ง4 คำ" นิทานก้มลงไปลูบหัวของคีตา
"โฮ่ง!"
คำแห่งพลัง? อะไรอะ?
นิทานเหงื่อตก เขาไม่เคยสอนมันเื่คำแห่งพลัง แล้วมันจะไปรู้ได้ยังไง
มันเป็หมานะ นิทานเคาะหัวตัวเอง
"ลองหลับตาแล้วมองไปในดวงจิตตัวเองดู เห็นก้อนกลม ๆ 5ก้อนมั้ย" นิทานพยายามอธิบายด้วยคำที่ง่ายที่สุด การมองลงไปในห้วงดวงจิตสมควรไม่ใช่เื่ยาก เขามั่นใจว่าคีตาสามารถทำได้
คีตาหลับตาลงสักพักก่อนเห่าตอบ
"โฮ่ง!"
เห็น!
"นายลองอธิบายสภาพของก้อนกลม ๆ พวกนั้นหน่อยได้มั้ย เอาสี่ก้อนที่ไม่ใช่สีดำสนิทน่ะ"
คีตาเงียบลงไป ผ่านไปครู่หนึ่ง ภายในดวงจิตของคีตาก็ปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางในสายตาของนิทาน
พลังเชื่อมโยง? แต่ฉันยังไม่ได้ใช้เลยนะ นิทานฉงนพลางมองสังเกตดวงดาราทั้ง 4 ภายในห้วงดวงจิตของคีตา
ดวงดาราดวงแรกมีสภาพเป็สีขาวนวล แผ่พลังออกมาเป็วงขยายพื้นที่ออกไปไกล ภายในวงสั่นกระเพื่อมเกิดเป็เขตแดนอันกว้างใหญ่ ราวเหมือนกับดินแดนขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากพลังสีขาวนวล
ภาพตรงหน้านั้นเลือนรางและพร่ามัวจนนิทานไม่อาจเห็นคำแห่งพลังที่อยู่ภายใน
โฮ่ง! เสียงของคีตาดังขึ้นในดวงจิตของนิทาน
คีตารับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เหมือนเป็พื้นที่ของคีตาเอง เสียงของคีตาส่งตรงเข้าไปในดวงจิตของนิทาน พลันสิ้นเสียง ดวงดาราดวงนั้นก็พลันใสกระจ่างขึ้น
ภาพในดวงดาราแรกนั้นชัดเจนขึ้นจนนิทานสามารถมองทะลุลงไปเห็นคำแห่งพลังภายในนั้น
อาณาเขต!
นี่คือเหตุผลที่คีตาตรวจจับและดมกลิ่นได้ไกลมากสินะ คีตาคงสามารถรับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ภายในอาณาเขตของตน เสริมกับความสามารถในการดมกลิ่นและแยกกลิ่น ความสามารถในการตรวจจับเลยสูงและแม่นยำ
ภาพดวงดาราแห่งอาณาเขตเลือนรางลงอีกครั้ง นิทานหันไปสังเกตดวงดาราดวงที่สอง
ดวงดาราลูกที่สองนี้ราวกับประกอบขึ้นมาจากเพชรสีดำทั่ววง ไร้ช่องโหว่ใด ๆ ให้ลักลอบ เป็เกราะอันแข็งแกร่งล้อมรอบทั่วดวง ผลึกเพชรซ้อนกันเป็ชั้น ๆ เกิดเป็ปราการอันแข็งแกร่ง
คีตา ร่างกายแข็งแรง ิัก็แข็งขึ้น เสียงของคีตาดังขึ้นอีกครั้ง
ลูกกลมนั้นเริ่มเด่นชัดขึ้น เกราะอันแข็งแกร่งพลันใสกระจ่าง ภายในปรากฏคำแห่งพลัง
ปราการ!
นิทานพลันนึกไปถึงคีตาที่ไร้าแหลังจากรับแรงกระแทกของเข็มแหลมผ่านผ้าคลุมหนังตุ่นดินเกล็ดเหล็ก
คีตาคงใช้คำแห่งพลังคำนี้ตอนที่โดนโจมตี แต่เพราะระดับพลังยังเป็แค่แรกเกิด แถมขนคีตาก็สีดำสวย น่ารักมาก ๆ อยู่แล้ว ปราการสีดำเลยกลืนไปกับขน
ดวงดาราดวงที่สามปรากฏขึ้น ลูกกลมนี้สภาพกลับแปลกประหลาดนัก ดวงดาราดวงนี้ไม่เสถียรเป็อย่างยิ่ง บิดม้วนไปมาราวกับโดนรัดจากรอบทิศทาง ภายในปรากฏคำแห่งพลังที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างไร้ทิศทางทั่ววง
คีตา คีตา อยากอยู่กับนิทาน ไม่อยากให้นิทานหายไปไกล อยากตามไปอยู่ข้างๆ นิทาน เสียงของคีตาแม้ปรากฏในดวงจิตแต่นิทานกลับััได้ถึงความสั่นไหวภายในนั้น
อักษรภายในที่เคลื่อนไหวไปมาพลันเด่นชัดขึ้น
ไล่ตาม!
นิทานพลันนิ่งเงียบไป เขารู้สึกได้ถึงความรักมากอันล้นจากตัวของคีตา คำแห่งพลังคำนี้เกิดจากการที่คีตาเห็นนิทานแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวเองกลับอยู่ที่เดิม ความปรารถนาที่จะอยากอยู่เคียงข้างนิทานก่อเกิดเป็คำแห่งพลังที่ทำให้คีตาสามารถอยู่เคียงข้างนิทานได้
หมาโง่ นิทานยิ้มอย่างอบอุ่น
พลังนี้คือพลังที่เพิ่มศักยภาพทางกายของคีตาเหรอ หรือเป็คำต่อไป ดูจากชื่อสมควรเพิ่มแค่ความเร็วหรือเป็การตามรอยรึเปล่า
ภาพพลันปรากฏในหัวนิทานราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะ ภาพของนิทานหลังจากที่เขากลายเป็ผู้เรียนรู้ ศักยภาพทางกายสูงขึ้นจนเหนือล้ำไปกว่าคีตา
คีตาในตอนนั้นคงไม่อยากถูกทิ้ง อยากอยู่เคียงข้างฉัน เลยเกิดเป็พลังนี้ที่หนุนเสริมศักยภาพรอบด้านให้ไม่เป็ตัวถ่วงของฉัน นิทานคิดพลันรู้สึกผิดในใจ แม้เขาไม่มีความคิดจะทิ้งคีตาเลยสักนิด แต่แค่พอเขาคิดว่าคีตาเหงาเพราะเขา เขาก็ปวดใจแล้ว
คงเป็คำแห่งพลังคำนี้นี้แหละที่หนุนเสริมคีตา อาจจะสามารถเปลี่ยนเป้าหมายเป็สิ่งอื่นเพื่อไล่ตามศักยภาพของสิ่งนั้นด้วยก็ได้ อย่างเช่นตอนสู้กับหมีขนมรกต เพราะร่างกายฉันเองยังแทบรับไม่ไหวแต่คีตากลับไหว ตอนนั้นคีตาอาจเลือกเป้าหมายเป็ไล่ตามหมีขนมรกตแทน นิทานวิเคราะห์จากสิ่งที่ตนพบเห็นมา
โคตรแข็งแกร่ง สมควรแล้วที่นักเดินทางเอ่ยปากชม คำแห่งพลังคำนี้ศักยภาพในการเติบโตสูงมาก
นิทานสังเกตดวงดาราดวงที่สี่ หากเทียบกับดวงดาราก่อนหน้าแล้ว ดวงนี้กลับดูจืดชืดกว่ากันนัก ดวงดาราดวงที่สี่นี้สภาพธรรมดาและไร้จุดเด่น ต่างกันกับดวงดาราดวงอื่น
คำแห่งพลังที่แม้แต่นักเดินทางยังบอกว่าเดาไม่ได้สักนิด
นิทานลองสังเกตดวงดาราอย่างใกล้ชิด ลูกพลังนี้เป็สีขาวนวล ภายในไร้ซึ่งสิ่งใด ภายนอกไม่มีพลังหรือสิ่งใดรัดพันไว้ เป็เพียงลูกกลมสีขาวธรรมดาๆ
อะไรเนี่ย นิทานฉงน
เสียงของคีตาดังขึ้นอีกครั้ง
คีตา คีตาชอบอันนี้
นิทานพลันจับกลิ่นอายบางอย่างได้จากลูกกลมนี้ เป็กลิ่นอายที่เขาคุ้นเคยอย่างที่สุด ไม่ใช่พลัง รัศมี รูปลักษณ์ หรืออะไรทั้งนั้น เป็เพียงความรู้สึกที่คุ้นเคยเป็อย่างยิ่ง
นิทานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อลูกกลมนั้นเริ่มคลายออก ปรากฏคำจาง ๆ ภายใน
คีตารักอันนี้ที่สุดเลย อบอุ่นและใจดีมาก ๆ เสียงของคีตาดังขึ้น แม้เป็ห้วงดวงจิตแต่นิทานก็สามารถรับรู้ถึงความรักอันเปี่ยมล้นในนั้น
หางตาของนิทานปรากฏหยดน้ำขึ้นจาง ๆ ในอกของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อาจอธิบาย
ดวงดารานั้นผิวนอกจางหายไปจนสามารถเห็นคำแห่งพลังภายในได้อย่างสมบูรณ์
คำคำนั้นมีกลิ่นอายที่เขาไม่อาจลืมได้ เป็คำแห่งพลังที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน เขานั้นไม่แปลกใจสักนิดที่นักเดินทางจะคาดเดาอะไรไม่ได้เลย เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่สามารถ
กลิ่นอายอันแสนคุ้นเคยที่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ชิดใกล้นั้นคือกลิ่นอายของตัวเขาเอง คำแห่งพลังภายในนั้นเรืองแสงอบอุ่นเบาบาง ร่างของตัวเขาเองยิ้มอย่างอบอุ่นภายในนั้น ในอ้อมกอดมีคีตาตัวน้อยที่ส่ายหางไปมาอย่างมีความสุข
นิทาน วงจันทรา