‘เพียว’ ชื่อนี้ฉันได้มาจากคุณแม่ผู้ชอบดื่มเหล้าเพียวๆ ง่ายดีนะคะพวกคุณว่ามั้ย ชีวิตฉันไม่มีอะไรหวือหวาน่าสนใจเพราะฉันก็แค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่กำลังจะไปเรียนในตัวเมือง พ่อของฉันชื่อพ่อเข้มเป็พนักงานดับเพลิงและแม่จี๊ดเป็แม่ค้าขายผักในตลาดสด “แม่คะ!! เพียวออกไปบ้านปุ่นนะคะ” ฉันะโบอกแม่พร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กขี่จักรยานออกจากบ้านในวันหยุด ชีวิตนักเรียน ม.ปลายหลังเรียนจบมันไม่มีอะไรมากนอกจากรอเวลาให้มหาวิทยาลัยที่ไปสอบไว้เปิดสอน นั่นคืออีกหนึ่งเดือนกว่าข้างหน้าและฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะอยู่บ้านเฉยๆ ก็แน่ล่ะฉันเป็ประเภทอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ต่างหาก เวลาว่างจากการคัดผักเข้าตลาดก็คือเวลาที่ต้องพบปะเพื่อนฝูง ฮ่าๆๆ ฝูงน่ะจริงๆ ไม่มีหรอก จะมีก็แต่ไอ้ปุ่น ทอมบอยหัวใจโลเล กิ๊กสาวแต่ละครั้งต้องสองคนขึ้นไปโดยมีฉันเป็ไม้กันหมา บางครั้งฉันก็โดนพวกหล่อนดัก ‘ตบ’ ใช่แล้วล่ะค่ะดักตบตามประสาวัยรุ่นไม่แคร์สื่อ จะถามว่าฉันทำยังไงกับสถานการณ์ในตอนนั้นเหรอ…อ่าา วิ่งสิคะ ฮ่าๆๆ พอเื่พ้นไปอีกวันฉันก็ฟ้องไอ้ปุ่นทันที แน่นอนว่าปุ่นต้องเลือกฉันผู้เป็เพื่อนสนิทอยู่แล้ว เล่ามาซะไกลก็ย้อนมาปัจจุบันกันเนอะ เกือบห้านาทีฉันก็ปั่นจักรยานมาถึงบ้านปุ่น บ้านมันเป็ร้านขายของชำเปิดั้แ่หกโมงเช้าจนถึงสามทุ่ม บางวันแม่ฉันก็เอาผัก ผลไม้มาฝากขายตามประสาคนรู้จักกัน ซึ่งป้าสมใจแม่ไอ้ปุ่นกับลุงนวลก็คุ้นเคยกับฉันดี (เพราะฉันมาเล่นที่นี่ั้แ่เด็ก) พวกท่านรักฉันเหมือนลูกเลยล่ะนะ ปุ่นมีพี่ชายอีกคนหนึ่งเรียนมหา’ ลัยอยู่ปีสองชื่อพี่ปุย รายนั้นหล่อแบบแปลกๆ ‘อืมม’ ไม่รู้สิพี่แกหล่อนะคะแต่ฉันคงจะเห็นแกบ่อยเกินไปก็เลยไม่รู้สึกกรี๊ดกร๊าดเหมือนสาวๆ คนอื่นในหมู่บ้าน
“อ้าวเพียว มาเที่ยวเหรอ”
พี่ปุยทักเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาในร้านท่ามกลางสาวๆ รายล้อม (ไม่รู้ว่ามาซื้อของหรืออยากจะซื้อผู้อ่ะนะ)
“มาช่วยพี่ขายของก่อนดิ เดี๋ยวให้ค่าขนม”
ฉันจิ๊ปากแล้วยืนเท้าสะเอวมองสาวๆ ของพี่เขาที่ส่งสายตาจิกกัดมาให้ แค่ฉันเป็ไม้กันหมาให้ไอ้ปุ่นคนเดียวก็พอแล้วมั้ย? “ไม่อ่ะค่ะ ทำไมพี่ไม่เรียกไอ้ปุ่นมาช่วยล่ะคะ”
“มันยังไม่ลุกออกจากที่นอนเลยเถอะ ยี่สิบห้าบาทครับ”
พี่ปุยหันไปบอกสาวผมแดงตัวอวบที่ฉันจำได้ว่าชื่อ ‘พี่หญิง’ เป็ลูกสาวเ้าของร้านเสริมสวย ั้แ่ปิดเทอมมานี่คล้ายๆ ว่าหล่อนจะมาบ่อยมาก (เหมือนฉัน55) แต่ก็อย่างว่าล่ะ มันไม่ใช่เื่ของฉัน “เดี๋ยวฉันไปปลุกมันให้ค่ะ แล้วป้ากับลุงไม่อยู่เหรอ”
“พ่อกับแม่ไปวัด เก้าสิบเจ็ดบาทครับ” ปุยส่งถุงใส่ของให้สาวคาราโอเกะที่ยิ้มหวานอ่อยเหยื่อเหมือนทุกครั้งแตกต่างจากสาวน้อยเพื่อนสนิทของน้อง ‘ที่เขาเห็นั้แ่อนุบาล’ จนตอนนี้โตเป็สาวแล้ว ????
ฉันแค่พยักหน้ารับรู้แล้วเดินอ้อมไปด้านหลังของบ้านเพื่อขึ้นบันไดไปชั้นสอง บ้านหลังนี้เป็บ้านปูนสองชั้นมีสามห้องนอน ป้ากับลุงนอนชั้นบน ไอ้ปุ่นก็นอนชั้นบนส่วนพี่ปุยนอนชั้นล่าง ตามประสาลูกชายคนโตสุดเซอร์ มาถึงหน้าห้องฉันก็เคาะ ก่อกๆๆ “ปุ่นกูเข้าไปนะ” แล้วเปิดประตูเข้าไปเลยแบบไม่รอให้มันตอบ ก็แน่ล่ะ มันรู้ว่าฉันจะมานี่นา
“เห็นว่าที่พี่สะใภ้กูข้างล่างมั้ยเพียว?” ปุ่นถามขณะที่นั่งอยู่หน้าจอทีวีพร้อมกดจอยสติ๊กรัวๆ ยิงะุ ปังๆๆ ปังๆๆ
ฉันเดินไปนั่งแล้วคิดถึงคำถามมันนะ ผู้หญิงข้างล่างมีห้าคน “จุ๋ม แก้ว โมนา หญิง ผักบุ้งกลับไปแล้ว ที่ถามน่ะเป็หนึ่งในนี้?” ล้มนอนลงบนเตียงนุ่มแผ่หรา คิดฝันไปถึงชีวิตในรั้วมหา’ ลัย
“ยังมีอีกคนว่ะ”
‘ถ้าอยู่หอ ฉันอยู่กับปุ่นจะได้มั้ยนะ’ “อะไรนะ อีกคน” ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วเข้าประเด็นทันที ปัดเื่พี่สะใภ้มันไปก่อนเถอะ “กูว่าเื่หอเราอ่ะ เรามาแชร์ค่าห้องอยู่ด้วยกันดีมั้ยวะปุ่น วันหน้าถ้ามึงมีแฟนแล้วอยากย้ายออกค่อยว่ากัน เอาป่ะ” คือดีกว่าอยู่คนเดียวนะ ที่สำคัญคือลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย
ปุ่นหันหน้ามาตอบ “เอาดิ แต่ถ้ากูมีแฟนแล้วตกลงปลงใจกันค่อยย้ายไปอยู่กับเขา มึงก็อยู่หอเดิม แต่ถ้ากูไปไม่รอด เลิกกันอะไรงี้ กูก็กลับมาเช่าที่นี่ต่อ”
“มึงก็ไม่คิดว่ากูจะมีแฟนบ้างไรบ้างเนอะ”
“ถ้ามีแล้วมึงจะอยู่หอกับแฟนมึงงี้?”
ฉันรู้ว่ามันหมายความว่าไง แต่ฉันแค่คิดเผื่อป้ะ เอาจริงๆ ก็ไม่กล้าหรอกที่จะให้มีแฟนแล้วอยู่ด้วยกันก่อน “ไม่รู้เว้ย! รอกูมีแฟนก่อนมั้ย สรุปตกลงตามนี้ อยู่ห้องเดียวกันแชร์กันสายประหยัด”
“ดีล!!” ปุ่นตกลงแล้วนั่งเล่นเกมต่อ
ส่วนฉันหาข้อมูลเื่หอพักทันทีอย่างไม่ลังเล เอาจริงๆ ถ้าจะให้ฉันขี่รถมอ’ ไซค์ไปกลับมันก็ไหวนะแต่ไม่ดีกว่า เผื่อมีงานมี’ ไรทำเป็กลุ่มจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหอบผ้าหอบผ่อนมานอนหอเพื่อน จะว่าไปพี่ปุยก็อยู่หอพักนี่เนอะ ไปปรึกษาพี่เขามันจะง่ายกว่ามั้ยหรือว่าไง “ปุ่น พี่มึงก็อยู่หอไม่ใช่เหรอหรือเราจะอยู่ที่เดียวกับพี่มึงดีวะ” ฉันว่ามันเข้าท่านะ เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรจะได้ไปขอความช่วยเหลือได้ คนกันเองดีกว่าคนอื่น “เผื่อเรามีเื่มีอะไรจะได้เรียกพี่มึงได้”
“ก็ดีแหละ พี่กูอยู่หอในซอยตรงข้ามกับมหา’ ลัย เอาจริงๆ ตอนแรกแม่กูจะให้กูอยู่กับพี่แต่กูไม่โอเค” ปุ่นลุกออกจากที่นั่งรั้งแขนเพื่อนสนิทั้แ่สมัยเป็เด็กน้อยให้ลงไปข้างล่าง (ตรงร้านขายของ) “ไปขอเบอร์ที่พี่กู เดี๋ยวขี่รถไปดูก็จบป่ะ ถ้าห้องเข้าท่าเราก็จองไว้เลย เื่เงินเดี๋ยวกูจ่ายมัดจำก่อนพันนึงแล้วค่อยว่ากัน” เดินลงบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบแต่ดูรีบ
“อะไรมึงจะคิดเร็วทำเร็วขนาดนี้วะ”