สกุลเจียงคือตระกูลใหญ่ในทะเลสาบซีหู เจ้าบ้านสกุลเจียงคือเจียงเหลียวซึ่งชำนาญเพลงฝ่ามือไผ่ลู่ลมและเคล็ดวิชากำลังภายในสกุลเจียง
เจียงฮูหยินก็เป็นถึงอดีตสาวใช้ของเซี่ยงเทียนประมุขยุทธจักรในอดีต ได้รับการถ่ายทอดวิชาพื้นฐานจากเซี่ยงเทียนมาอยู่บ้าง
คนทั้งสองนับเป็นยอดฝีมือในยุทธจักรที่มีชื่อเสียงไม่น้อย
แม้ทั้งสองจะมียอดฝีมืออย่างนักพรตเทียนตี้ ยอดฝีมืออันดับสูงของสำนักบู๊ตึ๊งและนักบวชไว้ผม ยอดฝีมือชาวอินเดียซึ่งออกบวชที่วัดเส้าหลินมาเป็นผู้ช่วยพร้อมกับชาวยุทธจักรอีกหลายสิบคน
แต่ศัตรูของทั้งสองคราวนี้คือปราชญ์มารบริสุทธิ์ สุดยอดฝีมือแห่งยุค
ต่อให้รวมยอดฝีมือมากกว่านี้ ปราชญ์มารบริสุทธิ์ก็หาเกรงกลัวไม่!
ยามค่ำคืนที่หมู่บ้านสกุลเจียง ดวงจันทร์ยามค่ำคืนส่องแสงอย่างเลือนรางเพราะก้อนเมฆที่บดบัง ทะเลสาบซีหูคืนนี้เมฆหมอกหนาทึบกว่าคืนอื่นๆ
เจียงเหลียวและเจียงฮูหยินอยู่ในห้องนอน แต่ทั้งสองไม่มีผู้ใดข่มตานอนหลับ เจียงฮูหยินนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเจียงเหลียวก็นั่งดื่มสุราที่โต๊ะเพื่อกระตุ้นขวัญ
กว่าสิบหกปีแล้วที่ปราชญ์มารบริสุทธิ์อาละวาดทั่วยุทธจักร แต่ไม่มีผู้ใดจัดการมันได้ เจียงฮูหยินเคยเห็นปราชญ์มารบริสุทธิ์แวบหนึ่งในช่วงที่ปราชญ์มารบริสุทธิ์บุกบ้านของเซี่ยงเทียนเมื่อสิบหกปีก่อน ส่วนเจียงเหลียวแม้ไม่เคยเห็นปราชญ์มารบริสุทธิ์แต่ก็รู้สึกครั่นคร้ามต่อชื่อเสียงคนผู้นี้ยิ่ง
เจียงฮูหยินอดลุกขึ้นจากเตียงเดินไปจับไหล่สามีมิได้“ท่านพี่ ข้าทำให้สกุลเจียงต้องลำบาก”
เจียงเหลียวจับมือภรรยาไว้“ฮูหยินอย่าได้พูดเช่นนี้ ตอนที่ข้าพบเจ้าเมื่อสิบหกปีก่อน เจ้าโอบอุ้มลูกเยี่ยนหนีตายมา ข้าได้พบเจ้าตอนแรกเพียงแค่นึกเวทนาเห็นใจ แต่เจ้ามีหัวใจที่เด็ดเดี่ยว ภักดีต่อคำสั่งผู้เป็นนาย แม้ตายก็จะต้องปกป้องลูกเยี่ยนให้ได้ ข้าจึงรู้สึกประทับใจและหลงรักเจ้า”
เจียงฮูหยินยิ้ม “ชาตินี้ข้าได้พบท่าน ไม่เสียทีที่ถือกำเนิดมา เสียดายข้าไม่อาจมีบุตรชายให้ท่าน”
เจียงเหลียวยิ้มพร้อมส่ายหน้า“อย่าได้กล่าวเช่นนี้ สำหรับข้าแล้วลูกเยี่ยนคือบุตรชายแท้ๆ ที่ข้าเลี้ยงดูอบรมมากับมือ”
เจียงฮูหยินรู้สึกซาบซึ้งใจสามีผู้นี้ยิ่ง ทั้งสองจับมือกันแน่น
ความรักทำให้ทั้งสองมีความกล้าหาญมากขึ้น ถึงตายพวกเขาก็ไม่กลัวแล้ว
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังระรัวขึ้นพร้อมเสียงตื่นตระหนก“นายท่าน เกิดไฟไหม้ที่สวนด้านตะวันตก”เจียงเหลียวและเจียงฮูหยินหันไปมองหน้ากันหรือมันจะมาแล้ว?!
เจียงเหลียวถามว่า“มีผู้วางเพลิงหรือ?”
“ข้าไม่ทราบ ทราบแต่ไฟกำลังโหมไหม้ พวกเราส่วนหนึ่งยกพวกไปดับไฟแล้ว”
เจียงเหลียวกับเจียงฮูหยินรีบออกจากห้องนอน พบเพลิงไหม้ด้านตะวันตกของบ้านจริงๆ
ไฟที่ลุกไหม้ไม่ถึงกับรุนแรงนัก แต่ควันดำที่เกิดจากกองไฟหนาทึบ เจียงเหลียวรีบกล่าว
“เรียกท่านนักพรตเทียนตี้และไต้ซืออี้หมิงมาประชุมที่ห้องรับแขกเล็ก”
บ่าวรับใช้คนหนึ่งรับคำรีบทำตามคำสั่ง
เจียงเย่และเจียงฮูหยินไปที่ห้องรับแขก ระหว่างรอสองยอดฝีมือ บ่าวรับใช้ก็เข้ามารายงาน
“เกิดไฟไหม้ที่สวนหลังบ้าน”
เจียงเย่ขมวดคิ้ว“ปราชญ์มารบริสุทธิ์คิดจะเผาบ้านเรา?”
เจียงฮูหยินส่ายหน้า“ไม่ใช่ มันเห็นบ้านเรามีคนมากจึงไม่กล้าผลีผลามลงมือ มันจงใจก่อกวนขู่ขวัญเรา”
ไม่นานนักพรตเทียนตี้และหลวงจีนไว้ผมก็เข้ามาในห้องรับแขก นักพรตเทียนตี้รีบถาม
“เกิดอะไรขึ้น?”
เจียงเหลียวรีบอธิบายสถานการณ์ นักพรตเทียนตี้ขมวดคิ้ว
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์คิดเล่นลวดลายอะไร?”
ไม่นานบ่าวรับใช้ก็มาอีก
“เราดับไฟที่ด้านตะวันตกสำเร็จ แต่ที่ต้านตะวันออกกลับเกิดไฟไหม้ขึ้นอีก?”
ปัง!
เจียงเหลียวตบโต๊ะเสียงดังพร้อมตวาด
“บ้านสกุลเจียงแม้ไม่ใช่ถ้ำเสือวังมังกร แต่ก็ไม่ใช่รังสุนัขที่จะมาหยาบอัปยศกันได้!”
เจียงเหลียวถือกระบี่ลุกขึ้นเดินออกไป เจียงฮูหยินรีบทะยานกายไปขวางไว้
“ได้ยินมาว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์มีวิชาตัวเบาสูงส่ง มันจงใจวางเพลิงรอบบ้านเราเพื่อชักจูงให้เราออกไปเพื่อค้นหามัน เมื่อต้องแบ่งกำลังกัน มันจะมีโอกาสจัดการเราได้”
เจียงเหลียวพยักหน้า ไม่นานบ่าวรับใช้ก็วิ่งมา
“เพลิงที่สวนด้านตะวันตกซึ่งดับไปแล้ว ตอนนี้ลุกไหม้ขึ้นมาอีก!”
เจียงเหลียวอดขมวดคิ้วไม่ได้
“เพลิงไหม้หลายด้าน เจ้าไม่เห็นคนลอบวางเพลิงหรือ?”
บ่าวรับใช้ส่ายหน้า
เจียงเหลียวกล่าวกับทุกคนว่า
“ทุกท่าน หากเป็นเช่นนี้ บ้านสกุลเจียงมีหวังถูกไฟไหม้หมดแน่ เราออกไปดูมันเถอะ”
นักพรตเทียนตี้และนักบวชไว้ผมพยักหน้าเห็นด้วย
เจียงเหลียวและภรรยา นักพรตเทียนตี้และนักบวชไร้ผมรีบวิ่งไปดูสวนด้านตะวันตกที่เกิดเพลิงไหม้ เห็นเปลวเพลิงสีแดงฉานครอกต้นไม้และบุปผาน้อยใหญ่หลายสิบต้น เหล่าชาวยุทธและบ่าวในบ้านสกุลเจียงช่วยกันดับไฟ
เจียงเหลียวอดขมวดคิ้วไม่ได้ ปราชญ์มารบริสุทธิ์คิดจะทำอะไรกันแน่
เจียงเหลียวพลันร้องขึ้น“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ หากคิดว่าตนเป็นผู้กล้าก็ออกมา อย่าได้เล่นวิธีลอบกัดเช่นนี้”
สิ้นเสียงเจียงเหลียวก็หาได้มีเสียงตอบรับ
ทันใดนั้นก็จอมยุทธ์คนหนึ่งใบหน้ามอมแมมจากเขม่าควันวิ่งมาหาเจียงเหลียวพร้อมกล่าว
“เจ้าบ้านเจียง ที่ด้านเหนือเกิดเพลิงไหม้ซ้ำ หากเป็นเช่นนี้ข้าเกรงว่าบ้านทั้งหลังจะไฟไหม้”
เจียงเหลียวกล่าวว่า“บ้านสกุลเจียงกว้างขวาง ให้ไอ้ลูกเต่า (คำด่าหยาบคาย) มันเผาเล่นบ้างจะเป็นไร?”
จอมยุทธ์คนนั้นพยักหน้า“แต่หากปราชญ์มารบริสุทธิ์ไล่เผาทั้งบ้านเช่นนี้ ข้าเกรงว่าคุณชายน้อยจะมีอันตราย”
เจียงเหลียวส่ายหน้า“เขาอยู่ในที่ปลอดภัย ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”
“แต่ว่า หากไฟไหม้ทั้งหลัง..”
เจียงเหลียวตอบตัดบทว่า
“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่”
เจียงเหลียวหันไปดูการดับไฟต่อ แต่ทันใดนั้นก็มีแสงสีเงินวูบ
เจียงเหลียวใจหายวาบรีบหันกายกลับทันที แต่แสงสีเงินนั้นรวดเร็วเกินไปจ่ออยู่ที่คอด้านหลังเขาแล้ว!
ทุกคนต่างตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จอมยุทธ์ผู้นั้นเอากระบี่จี้ใส่หลังเจียงเหลียว แววตามันเย็นชาอำมหิต
เจียงฮูหยินตวาด“เจ้าเป็นใคร?”
จอมยุทธ์หนุ่มผู้นั้นกล่าวเสียงเย็นชาขึ้น
“มิน่าเล่าข้าถึงหาเจ้าเด็กน้อยนั่นไม่พบ ที่แท้มันไม่ได้อยู่ในบ้าน”
จอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้คือไป๋เหวินโจว ฉายาปราชญ์มารบริสุทธิ์!
นักพรตเทียนตี้กล่าว“เจ้าคือปราชญ์มารบริสุทธิ์หรือ?”
ไป๋เหวินโจวพยักหน้าพร้อมจี้นิ้วสกัดจุดที่อกเจียงเหลียวสี่แห่งให้ขยับตัวไม่ได้ ไป๋เหวินโจวเปลี่ยนจากใช้กระบี่จี้หลังเปลี่ยนมาเป็นพาดใส่คอเจียงเหลียวแทน
เจียงเหลียวอดถามไม่ได้“เจ้า..เจ้าเข้ามาได้ยังไง”?
ไป๋เหวินโจวกล่าว“เจียงเหลียว เจ้าเชิญจอมยุทธมากมายมาช่วยเหลือเจ้า แต่เจ้าคงไม่ทันนึก จอมยุทธที่มาจากทุกสารทิศ ไม่มีทางรู้จักกันได้หมด ข้าปลอมตัวเข้าบ้านสกุลเจียง อ้างว่ามาช่วยเหลือเจ้าจัดการปราชญ์มารบริสุทธิ์ บ่าวรับใช้ของเจ้าก็ปล่อยข้าเข้ามาอย่างง่ายดาย”
“ข้าสืบหาที่อยู่ห้องนอนของบุตรชายเจ้าจากบ่าวรับใช้เจ้าเอง แต่ข้าค้นหาอยู่นานกลับไม่พบ ข้าจึงต้องวางแผนวางเพลิงไหม้ให้วุ่นวาย เพื่อล่อให้พวกเจ้าออกมาและจับเจ้าไว้เพื่อแลกกับบุตรชายเจ้า!”
ปราชญ์มารบริสุทธิ์จ้องหน้าเจียงฮูหยิน
“ไม่ได้พบกันเสียนาน”
เจียงฮูหยินเคยเห็นปราชญ์มารบริสุทธิ์เมื่อสิบหกปีก่อน แต่ก็เพียงแวบเดียวระหว่างที่อุ้มทารกเจียงเยี่ยนหลบหนี ตอนนี้ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นบุรุษหนุ่มเต็มวัย ใบหน้าย่อมแตกต่างจากเดิม อย่าว่าแต่ปราชญ์มาบริสุทธิ์ใช้เขม่าควันรมใบหน้าจนดำทำให้เจียงฮูหยินยิ่งจดจำไม่ออก
ไป๋เหวินโจวกล่าวขึ้น“เจียงฮูหยิน หากท่านยังห่วงสามีให้นำตัวเจียงเยี่ยนมาแลก เด็กน้อยคนนั้นไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของท่าน เมื่อเทียบกับสามีแล้ว ท่านควรแยกแยะได้ว่าสิ่งใดสำคัญกว่า หากข้าได้ตัวเด็กน้อยนั่นแล้วข้าจะกลับทันทีโดยที่ไม่ทำอันตรายผู้ใด”
เจียงฮูหยินได้แต่อึ้งตะลึง นางมิทราบจะทำอย่างไรดี นักพรตเทียนตี้ชี้หน้าไป๋เหวินโจวกล่าวว่า
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์! เจ้าจับคนเป็นตัวประกันเช่นนี้ นับเป็นนักสู้ผู้กล้าหรือ?”
“หากข้าเป็นผู้กล้าคงไม่ถูกเรียกว่ามาร” ไป๋เหวินโจวกล่าวเสียงเย็นชา
ไป๋เหวินโจวกล่าวอีกว่า“เจียงฮูหยิน รีบนำเดรัจฉานน้อยเจียงเยี่ยนมาแลกตัวกับสามีเจ้า หากไม่รับปาก ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
เจียงเหลียวรีบกล่าวว่า“ฮูหยิน เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า ปราชญ์มารบริสุทธิ์มันตกอยู่ในวงล้อมแล้ว วันนี้มันต้องตายแน่นอน”
เจียงฮูหยินมองสามีด้วยความซาบซึ้ง ไป๋เหวินโจวเห็นว่าเสียเวลาเนิ่นนานไปไม่ใช่สิ่งที่ดี
“จะมอบตัวเดรัจฉานน้อยเจียงเยี่ยนหรือไม่?”
เจียงฮูหยินรู้สึกสับสนไม่สามารถตอบได้ ไป๋เหวินโจวไม่รอช้าใช้กระบี่ปาดคอเจียงเหลียวทันที!
จบตอนที่ 10ไป๋เหวินโจวโหดแท้ เจียงเยี่ยนรู้เข้าว่าอาจารย์ตัวเองทำแบบนี้จะเป็นไงนะ ตอนหน้าบู๊แหลกลาน