3ปีก่อน
อู่รถของเสี่ยป้อง
"พี่รู้ข่าวยังว่ามีผู้กำกับใหม่ย้ายมาหวะ"ลูกน้องคนหนึ่งของป้องพูดขึ้น
"เออได้ยินเหมือนกัน เซ็งต้องมานั่งต่อรองราคาส่วยกันใหม่แหงเลยไม่รู้จะงี่เง่ารึป่าว"เสี่ยป้องที่กำลังกึึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาตอบกลับแบบเซ็งๆ
"แต่ไอ้นี่โหดอยู่นะ เห็นว่าฉายาอสูรโลหิต ที่ได้ฉายานี้มาเพราะมันฆ่าพวกค้ายาไปเพียบเลย"
"อย่าเวอร์มีตั้งฉายาด้วย คิดว่าอ่านนิยายอยู่รึไงวะ"
เสียงพูดคุยกันดังออกมาจากห้องทำงานของเสี่ยป้อง 1ใน3ลูกพี่ใหญ่ที่คุมโลกใต้ดินเมืองนี้ ฉากหน้าเปิดอู่ซ่อมรถแต่เื้ัครับทำธุรกิจผิดกฏหมายมากมาย
"พี่ผมมีคนจะแนะนำ"เสียงผู้มาใหม่ดังขึ้น เสี่ยป้องเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าเป็เด่นมือขวาคนสนิท
"ใครวะ"
"ผู้กำกับคนใหม่" พอสิ้นเสียงทุกคนในห้องก็หันมามองเป็ทางเดียว
"ทำงานไวดีนี่ ไม่ทันไรไปรู้จักขาใหญ่คนใหม่ซะแล้ว"
"ผมว่าพี่ลุกขึ้นมานั่งดีดีก่อนดีกว่าที่ผมพาเขามาเื่มันใหญ่กว่าที่พี่คิด"เด่นพอเห็นว่าลูกพี่มันไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่เลย พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย เพราะสาเหตุที่ผู้กำกับคนใหม่มาที่นี่้ไม่ใช่เพราะมาคุยเื่เงิน แต่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมือง อิกดราซิล องค์กรที่มีอำนาจมหาศาลกำลังจะแทรกแทรงเข้ามาในเมืองนี้ ตัวเขาเองก็เป็คนของอิกดราซิลเหมือนกัน แต่ก็เป็แค่พวกหางแถวไม่มีความสำคัญอะไร
แต่ครั้งนี้เค้าได้รับการติดต่อจากคนใหญ่คนโตในองค์กร เพราะอยู่เมืองนี้มาั้แ่เกิดทำให้คุ้นเคยกับเมืองนีั้ดี แถมยังทำงานกับขาใหญ่ประจำเมืองอย่างเสี่ยป้อง เลยได้รับมอบหน้าที่ให้ประสานงานกับผู้กำกับ
"อะไรวะ มันมีอะไรสำคัญหรือไง"พอได้ยินสิ่งที่เด่นพูดเสี่ยป้องก็ลุกขึ้นมานั่ง
พอเห็นลูกพี่ตัวเองลุกขึ้นมาแล้วเด่นจึงเดินไปเปิดประตูให้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามา ชายคนนี้ตัวใหญ่มาสูงเกือบ2เมตร กล้ามเป็มัดๆอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อคอปกธรรมดา ไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบ
"ผู้กำกับสนสินะ ผมได้ยินชื่อคุณมาแล้วยินดีที่รู้จัก"เสี่ยป้องพูดขึ้นก่อนจะส่งมือออกไปจับทักทาย ผู้กำกับเองก็จับมือกลับพอเป็พิธีก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเสียป้อง
เด่นรีบเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆผู้กำกับทันทีแทนที่จะไปนั่งข้างๆเสี่ยป้อง เหมือนเป็การบอกกลายๆว่าการเจรจาครั้งนี้เขาอยู่ข้างผู้กำกับร่างใหญ่คนนี้ ทำให้เสี่ยป้องขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อย
"รู้ๆกันอยู่แล้ว เข้าเื่เลยจะได้ไม่เสียเวลา ไม่อ้อมค้อมนะคุณจะเอาเท่าไหร่" เสี่ยป้องยิงคำถามเข้าประเด็นทันที
"ข้าไม่ได้มาเอาเงินแต่มีข้อเสนอมาคุยด้วย"ชายร่างใหญ่ตอบกลับ
"หมายความว่าไง"เสี่ยป้องถามอย่างหงุดหงิดทันที พลางคิดในใจว่าไอ้นี่่มันต้องพยายามหาเื่โก่งราคาแน่นอน
"พี่เค้าไม่ได้จะเอาเงินจริงๆ"เด่นรีบพูดขึ้นทันทีเพราะรู้นิสัยลูกพี่ของตัวเอง
"ได้ยินว่าแกเป็1ในลูกพี่ของเมืองนี้แต่เป็คนเดียวที่ไม่ได้ยุ่งกับยา เพราะงั้นเข้าเื่เลย เอาชื่อพวกขายยามา ข้ารู้ว่าแกมี แล้วแกจะได้ใหญ่คนเดียวในเมือง แถมมีอะไรพอช่วยได้ข้าจะช่วยคุ้มหัวให้ ไม่ต้องเสียเงินด้วยมีแต่ได้กับได้"ผู้กำกับไม่อย่างเสียเวลารอสองพี่น้องนี่คุยกันเลยยื่นข้อเสนอทันที
"แกจะทำอะไรกับรายชื่อนั่นถ้าฉันให้ไป"เสี่ยป้องถามขึ้น เค้ามีเองก็มีสายอยู่ในกลุ่มพวกขายยาด้วยไม่ใช่แค่พวกตัวใหญ่ แม้แต่ตัวเล็กๆเค้าก็พอรู้ เมืองนี้ไม่ใช่เมืองใหญ่ มีประชากรในเมืองแค่ราวๆ6แสนคน เพราะงั้นคนที่ทำงานแบบนี้เลยมีน้อยตามไปด้วย ส่วนใหญ่ก็เลยรู้จักกันหมด
3
"ฆ่าหมด ข้าถูกส่งมาเก็บกวาดพวกค้ายา ถ้าเช็คแล้วว่าชื่อนี่ของจริงก็ไม่เอาไว้"ผู้กำกับตอบกลับตรงๆทันที จริงๆแล้วเค้าหงุดหงิด เพราะตัวเขาเองไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกนอกกฎหมายที่ไม่ได้อยู่ในองค์กร แต่ไอ้เวรที่อยู่ข้างๆ เอาแต่พูดว่าให้ร่วมมือกับเสี่ยป้องเพราะเป็พี่ใหญ่ของเมืองนี้ เป็คนเดียวที่ไม่ได้ยุ่งกับยาแต่รู้จักพวกค้ายาดีกว่าใคร องค์กรสั่งมาให้ทำทุกวิธีล้างบางยาทั้งเมืองให้ได้ เค้าเลยต้องยอมไปก่อนเพราะตรวจดูแล้ว ไอ้นี่มันก็พอมีดีอยู่ น่าจะช่วยงานได้
เสี่ยป้องยิ้มเครียดทันทีเพราะดูแววตาก็รู้ว่าคนตรงหน้าเอาจริง แต่ถ้าเขาเอาชื่อให้จริงๆแล้วชายคนนี้จัดการไม่ได้จะกลายเป็ว่าเขาประกาศากับพวกค้ายาแทน ถ้าโดนรุมขึ้นมาต่อให้เป็เสี่ยป้องเองก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน แต่เดิมที่เสี่ยป้องไม่ได้ขายยาก็ไม่ใช่ว่าจะมีอุดมการณ์อะไร แค่ตกลงกับพี่ใหญ่ของเมืองอีก2คนไว้ ว่าเค้าจะไม่ยุ่งกับยา ทางนั้นก็จะไม่เปิดบ่อนแข่ง เลยอยู่กันมาได้
"แล้วจะรู้ได้ไงว่าถ้าผมร่วมมือ คุณจะไม่ตลบหลังผม หลังจากที่จัดการพวกนั้นหมดแล้ว คุณคงต้องแสดงความจริงใจหน่อยหละนะ"เสี่ยป้องเองก็ไม่อยากที่จะหักดิบมีปัญหากับผู้กำกับคนนี้ เพราะถึงยังไงเค้าก็ไม่ได้เพ่งเล็งมาที่ตน เลยพูดลองใจฝ่ายตรงข้ามดู
"แสดงความจริงใจหรอ ได้สิ" พอผู้กำกับพูดจบก็ส่งข้อความไปที่ไหนซักที่ ครู่เดียวก็มีคนเปิดประตูเข้ามา4คน โดยที่มี2คนโดนเอาปืนจ่อหัวอยู่ แถมหน้าตาก็ปวดบวมเละเทะ
"เฮ้ย" พอเห็นแบบนั้นลูกน้องเสี่ยป้องก็ชักปืนออกมาเล็งใส่ผู้กำกับทันที
"อย่าพี่"เด่นรีบพูดขึ้นก่อนกระชากม่านที่ปิดหน้าต่างออกทันที ภาพที่เห็นทำให้เสี่ยป้องและลูกน้องตกตะลึง เพราะข้างนอกมีชายใส่สูทสีดำเกือบ30คนถือปืนจ่ออยู่ที่คนของเขาที่นอนหมอบอยู่กับพื้นทัั้งหมด
"ไอ้บัดซบ จริงใจบ้านพ่อมึงสิแบบนี้ ไอ้เด่นมึงหักหลังกูหรอ" เสี่ยป้องตะครอกเสียงดังก่อนจะชี้หน้าด่าลูกน้องคนสนิททันที
"แกไม่ต้องไม่ต้องไปด่ามันหรอก ตอนแรกข้าจะเก็บพวกแกทิ้งด้วยซำ้ แต่ไอ้นี่มันเอาแต่ขอว่าแกไม่ยุ่งกับยาให้ร่วมมือกับแกดีกว่า ข้างบนเค้าดันเชื่อมันเพราะเช็คแล้วแกไม่ได้ยุ่งกับยาจริงๆ แกเลยรอดมาได้ เอาจริงๆควรจะขอบคุณมันด้วยซ้ำ"
"ถ้างั้นไอ้ที่เอาคนบุกเข้ามาเอาปืนจ่ออยู่นี่คืออะไรวะ ถ้าไอ้เด่นไม่หักหลักกูมึงจะเข้ามาเล่นกูได้เงียบๆแบบนี้รึไง"
"แค่ขู่ไม่ให้พวกมันเข้ามาก่อกวนตอนคุยกัน ส่วนไอ้สองตัวนี้ เอาให้มันดู"
พอพูดจบผู้กำกับก็หันมาหาเด่น เขาก็พยักรับอย่างเข้าใจแล้วหยิบเอาโน๊คบุ๊คเครื่องหนึ่งขึ้นมา แล้วเปิดคลิปนึงให้เสี่ยป้องดู ลูกน้องคนอื่นที่อยู่ในห้องก็ขยับเข้ามาดูด้วยความสงสัยเช่นกันแต่ก้ไม่ได้ลดปืนในมือลง
พอเห็นคลิปเสี่ยป้องก็หันไปมองทั้งสองคนด้วยด้วยสายตาไม่เป็มิตรทันที สองคนนี้ไม่ใช่ลูกน้องคนสนิทแต่เป็คนที่รับเข้ามาใหม่ไม่นาน
"นี่หมายความว่าไง" เสี่ยป้องหันไปถามทั้งสองคน ก่อนจะหันคลิปไปให้ดู
ในคลิปคือวิดีโอที่สองคนนี้กำลังคุยอยู่กับพ่อค้ายารายใหญ่ที่เป็1ใน3คนที่คุมเมืองนี้อยู่เหมือนเขา แถมยังรับกระเป๋าที่เห็นชัดๆเลยว่าข้างในมียาเสพติดอยู่เพียบมา
"ป๋มอะดิบายด้าย"ทั้งสองคนพยายามพูดแต่เสียงอู้อี้มากจนทำให้ฟังไม่รู้เื่
"เสียเวลาข้าบอกเอง ไอ้สองตัวนี้มันเป็คนที่พวกค้ายาส่งมาทำงานกับแกเพื่อเพิ่มที่ปล่อยยา แล้วก็มาดูงานด้วย"ผู้กำกับี้เีรอพวกนี้คุยกันเลยตัดสินใจแฉออกมาด้วยตัวเอง
"มันมาดูงานหมายถึงอะไร"เสี่ยป้องถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
"ผมรู้ว่ามันแอบปล่อยยาในถิ่นเรา พวกลูกค้าในบ่อนที่สนิทกันกระซิบบอกหลายทีแล้วแต่ยังจับไม่ได้ แต่สายของผู้กำกับที่เข้าไปสืบเื่พวกค้ายาถ่ายมาได้จังๆเลย"เด่นหันไปบอกเสี่ยป้อง
"ส่วนเื่ดูงานพวกมันมีเส้นอยู่ในเมืองหลวงมันรู้ว่าผู้กำกับจะมาเลย ให้คนมาดูงานไว้เผื่อต้องลดยา มันจะเปิดบ่อนหาเงินแทนไงพี่ แต่เหมือนว่าสุดท้ายมันจะไม่ชื่อเื่ความโหดของผู้กำกับแถมไม่รู้เื่..."พอพูดถึงตรงนี้เด่นก็เงียบไปเพราะผู้กำกับอยู่ด้วยเลยไม่ค่อยอยากพูดเื่อิกดราซิลไปตรงๆเท่าไหร่
"แถมพอกระทืบมันหน่อยก็คายออกมาหมด จริงใจพอรึยัง แล้วแกจะเอาไงกับพวกมัน"
พอได้ยินเสี่ยป้องก็คิดหนักถ้าเป็ปกติ สองคนนี้คงได้เป็ศพไปลอยน้ำที่ไหนซักที่แล้วยังไงก็ไม่ใช่ลูกน้องคนสนิทอยู่แล้วจะเก็บมันไว้ทำไม แต่จะให้ตอบแบบนั้นไม่ได้ ยังไงคนตรงหน้าก็เป็ตำรวจ แถมตอนนี้ลูกน้องเขาข้างนอกก็โดนเอาปืนจ่ออยู่ ไม่รู้มันจะจะมาไม้ไหน
"คิดอะไรเยอะยังไงแกก็เก็บมันไม่ใช่หรือไง"
"แล้วถ้าผมทำแบบนั้นคุณจะทำยังไง"
ผู้กำกับไม่พูดอะไรต่อแต่หันไปพยักหน้าให้คนของเขาที่จ่อปืนใส่ทั้งสองคนอยู่
ปัง ปัง
เสียงปืนดังขึ้นสองนัดทั้งสองร่างลงไปกองกับพื้นทันที
"ข้าก็เก็บมันให้เลยไง ง่ายดี"ผู้กำกับหันกลับมาตอบคำถามที่ค้างอยู่ของเสี่ยป้องที่ตาค้างอยู่
"ทำที่นี่ได้ไงวะ กูไม่รับผิด..."
"ไม่ต้องห่วง ไม่มีคดีอะไรโยงมาถึงแกแน่นอน"ผู้กำกับพูดแทรกขึ้นมาทันที
"บัดซบแกไม่ใช้ที่เก็บเสียงด้วยซ้ำ เสียงปืนดังขนาดนั้นเดี๋ยวตำรวจก็แห่กันมาที่นี่พอดี"เสี่ยป้องพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนะโดยลืมไม่แวบนึงว่าตรงหน้าก็เป็ตำรวจ แถมยังเป็ตำรวจยศสูงด้วย
"ข้าสั่งไปแล้วว่าไม่ต้องมาใครมันจะกล้ามา พวกชาวบ้านก็ไม่กล้าเข้ามาที่นี่อยู่แล้ว จะกลัวอะไรนักหนาไหนว่าเป็พี่ใหญ่ของที่นี่ อย่าปอดแหกนักเลย"
"ข้าว่าข้าจริงใจพอแล้ว เอาเป็ข้าจะแสดงให้เห็นว่าข้าจะทำยังไงกับพวกขายยา เอาไอ้2ตัวใหญ่นั่นก่อนเลยเห็นชัดอยู่แล้ว แกเตรียมตัวไว้่แล้วกันอีกสองอาทิตย์ข้าจะมาเอารายชื่อพวกตัวเล็กๆที่ตำรวจไม่มีข้อมูล"พอพูดจบผู้กำกับก็ลุกขึ้นทันที
"เดี๋ยวแกไม่มีหลักฐานจะไปจัดการมันยังไง คลิปนี่มันไม่พอหรอก"
"เดี๋ยวเชือดมันทิ้งก็หาหลักฐานได้เองยังไงมันก็ขายแน่ๆอยู่แล้ว"พอพูดจบผู้กำกับก็เดินออกไปทันทีไม่ให้เสี่ยป้องถามอะไรอีก