บทที่ 4
เปลี่ยนชะตา (2)
“ห้ามฆ่านาง...ข้าจะให้นางชดใช้ด้วยร่างกายของนาง”
น่าโมโหนัก บุรุษผู้นั้นยามนี้ยังมีความคิดต่ำช้า เมื่อครู่นางน่าจะหักแขนเขาอีกสักท่อน หากแต่ก่อนที่บุรุษสองคนจะโจมตีนางวัตถุบางอย่างก็พุ่งใส่ศีรษะของพวกเขา
“รังแกหญิงสาวเช่นนี้ไม่ใช่เื่ที่ดีนัก”
“เ้าเป็ใครยุ่งอะไรด้วย!!”
หยวนิเหม่ยปรายตาไปยังผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ใบหน้าครึ่งบนของเขาปกปิดด้วยหน้ากากเงิน แววตาดุดันและริมฝีปากบางนั้นปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน ส่งเสริมให้ผู้คนหวาดกลัวเพียงเขาปรายตามอง
“เสี่ยวเอ้อ...เมื่อครู่ข้าทำถ้วยชาหลุดมือช่วยเอาใบใหม่มาให้ข้าที”
หยวนิเหม่ยยิ้มบางกับท่าทางไม่สนใจผู้คนของเขา หากแต่ท่าทางที่สร้างรอยยิ้มให้นางกลับสร้างแรงโมโหให้ผู้อื่น ชายสองคนตรงหน้าหมุนกระบี่พุ่งตรงไปหาคนผู้นั้นแทน หยวนิเหม่ยหรี่ตามองบุรุษร่างสูงตรงหน้า ก่อนยิ้มหวานอ่อนโยนดวงตาเปล่งประกายสดใส แน่นอนว่าหากหยวนเจียเย่เห็นรอยยิ้มนี้ของพี่สาวตนเขาจะต้องเอ่ยปากบอกให้บุรุษตรงหน้าหลีกหนีแน่นอน แต่เพราะหยวนเจียเย่นั้นยืนอยู่เื้ันางดังนั้นพริบตาเท้าเล็กๆ ของพี่สาวตนจึงตวัดไปที่กลางเป้าของผู้ที่พึ่งถูกนางหักไหล่ไป ร่างสูงทรุดลงบนพื้นใบหน้าเขียวคล้ำเอ่ยออกมาได้เพียงหนึ่งคำเท่านั้น
“เ้า...”
หยวนิเหม่ยยิ้มมุมปากก่อนยันเท้าที่กลางอกจนคนตรงหน้าล้มนอนไปกับพื้น แล้วยกเท้ากระทืบซ้ำไปที่กลางลำตัวเขาอีกครั้ง บุรุษในโรงเตี๊ยมที่เห็นเหตุการณ์ต่างเอามือกุมของรักของตนเองเอาไว้ ลำคอแห้งผากด้วยความหวาดเสียวแทน ดูแล้วคุณชายน้อยผู้นี้คงมิอาจสืบตระกูลได้อีกเป็แน่
เพราะเสียงเอะอะภายในโรงเตี๊ยมทำให้คนของหยวนิเหม่ยเข้ามาด้านในและตรงเข้าปกป้องนาง ดูเหมือนน้ำใจเื่ห้องพักของนางจะตอบแทนนางเช่นกัน หางตาหวานปรายตาไปยังบุรุษที่สวมหน้ากากเงินยามนี้เขายังคงนั่งนิ่งที่โต๊ะตัวเดิมด้วยท่าทางผ่อนคลาย เมื่อเคลื่อนสายตาไปยังรอบตัวเขาจึงพบบุรุษอีกสองคนที่นอนสลบอยู่
รวดเร็วเพียงนี้เชียว!!
“ิเหม่ย”
เสียงตื่นตระหนกของมารดาทำให้หยวนิเหม่ยหันไปยิ้มหวาน ก่อนเดินเข้าไปหามารดาของตน
“อาหารเสร็จพอดีเ้าค่ะ ท่านแม่จะทานเลยหรือยกไปทานบนห้องดีเ้าคะ”
“เกิดเื่ขนาดนี้ยังมายิ้มอีก”
เหอหลันฮวาเอ่ยตำหนิบุตรสาว มองดูบุรุษที่สลบไปทั้งสามคนแล้วพวกเขาคงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป บุตรสาวของนางก่อเื่เช่นนี้ในใจของนางจึงกังวลเป็ทบทวี
“เขาเป็เพียงบุตรชายพ่อค้าธรรมดา ฮูหยินอย่าได้กังวลเลย”
หลงจู๊ประจำโรงเตี๊ยมเอ่ยบอกแก่เหอหลันฮวาเมื่อนางเอ่ยปากถามยามวางเงินจ่ายค่าเสียหาย หากแต่แม้รู้เช่นนั้นตัวนางเองกลับมิอาจวางใจคืนนั้นนางจึงมิอาจข่มตาหลับได้ลง
หยวนิเหม่ยส่ายหน้าไปมามองมารดาที่ดูอ่อนเพลียจนหลับในรถม้าด้วยความเห็นใจ สายตาหวานพินิจใบหน้าของเหอหลันฮวามารดาของนางผู้นี้ประเมินแล้วคงมีอายุไม่เกิน 30 ปี อาจเพราะสตรียุคนี้แต่งงานเร็วมีบุตรเร็วจึงทำให้นางมีมารดาที่อ่อนวัยเช่นนี้ แน่นอนว่าความงามของิเหม่ยนั้นย่อมได้มาจากมารดา ดวงตาหวานกลม จมูกเล็กเชิดรั้น หรือแม้แต่ริมฝีปากบางล้วนได้มาจากมารดาผู้นี้ทั้งสิ้น คงมีเพียงรูปหน้าของนางที่เรียวยาวนี่กระมังที่นางได้มาจากบิดาผู้ที่มิเคยพบพาน
หยวนิเหม่ยมองดูบ้านเรือนที่เริ่มหนาตาเมื่อเข้าเขตเมืองคัง เสี่ยวจูสาวใช้ของนางกล่าวว่า่นี้เป็่เทศกาลชีซี คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันไม่คิดว่าในโลกคู่ขนานนี้จะมีเื่ราวตำนานรักของสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวเช่นกัน
“ท่านแม่คืนนี้เราออกมาเที่ยวงานเทศกาลได้หรือไม่ขอรับ”
หยวนิเหม่ยปรายตามองทางมารดา แม้ในใจนางจะไม่อยากออกมาเพราะตนพึ่งก่อเื่มา เพียงแต่สายตาอ้อนวอนของน้องชายตัวน้อยก็ทำให้นางเห็นใจมิน้อย สุดท้ายจึงหันไปออดอ้อนผู้เป็มารดาอีกคน
เหอหลันฮวามองบุตรชายหญิงเอ่ยวาจาออดอ้อนด้วยความหนักใจ สุดท้ายก็พลั้งปากอนุญาตไปอย่างไม่รู้ตัว
หยวนิเหม่ยมองดูน้องชายตัวน้อยที่ปกตินิ่งขรึมพูดน้อย หากแต่ยามนี้กลับวิ่งไปมาจนทั่วงานด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่นจากมือเล็กที่กำมือนางเอาไว้แน่นสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งในใจของนางอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
ิเหม่ยเ้าช่างเป็ผู้ที่โชคดียิ่งนัก
“พี่สามข้าอยากได้โคมไฟอันนั้น”
หยวนิเหม่ยมองโคมไฟที่น้องชายชี้แล้วยิ้มกว้าง หากแต่เพราะผู้คนเบื้องหน้ามากมายเกินไป หากนางและน้องชายเบียดเสียดกันเข้าไปอาจทำให้พลัดหลงกันได้
“เช่นนั้นเ้ารอพี่ตรงนี้”
หยวนิเหม่ยฝากเจียเย่ไว้กับเสี่ยวจูก่อนที่นางจะเบียดฝ่าผู้คนไปยังร้านโคมเบื้องหน้า
“ขโมย!!”
เสียงดังลั่นมาพร้อมกับความวุ่นวาย หยวนิเหม่ยถูกผู้คนมากมายเบียดเสียดสองถเท้าถอยร่นไปมาจนกระทั่งรู้สึกได้ว่าฝ่าเท้าไร้พื้นดินให้เหยียบลง
“คนตกน้ำ!!”
ดวงตาหวานเบิกกว้าง ภาพในอดีตที่ไม่คุ้นตาแทรกซึมเข้ามาในความคิด ร่างนี้หยวนิเหม่ยในอดีตนางเคยตกน้ำเช่นนี้เช่นกันที่สำคัญนางถูกคนผู้หนึ่งผลักมิใช่อุบัติเหตุแต่จงใจ หยวนิเหม่ยเรียกสติของตนกลับมาเมื่อรับรู้ถึงอากาศที่เริ่มลดลงสองแขนเล็กตวัดว่ายน้ำเพียงแต่...
ร่างกายของนางเหตุใดขยับมิได้
ใน่ที่ร่างกายของนางคล้ายจะหมดลมร่างบางพลันถูกโอบรัดรอบเอว ริมฝีปากบางััได้ถึงความอ่อนนุ่มก่อนที่ลมหายใจของคนผู้หนึ่งจะถูกถ่ายทอดมายังนาง ดวงตาหวานเบิกกว้างเหตุการณ์รวดเร็วจนนางประมวลทุกอย่างไม่ทันกว่าจะรู้ตัวอีกครั้งร่างเล็กก็ถูกรวบขึ้นมาอยู่บนฝั่งอีกด้านของงานเทศกาล
ยามนี้หยวนิเหม่ยจึงได้รับรู้ว่าคนที่ช่วยนางไว้คือบุรุษสวมหน้ากากเมื่อวาน
“ช่างเป็สตรีที่วุ่นวายยิ่ง”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในทันที ริมฝีปากบางคิดเอ่ยปากตอบโต้เพียงแต่กับมิสามารถกระทำได้
“เ้าถูกพิษ”
หยวนิเหม่ยนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ายามที่นางถูกผู้คนเบียดเสียด คล้ายมีฝ่ามือหนึ่งผลักที่หลังของนาง อีกทั้งในตอนที่นางถูกผลักนั้นแผ่นหลังยังรู้สึกปวดร้าวคล้ายโดนผึ้งตัวใหญ่ฝากเหล็กในเอาไว้
“ต้องถอนพิษแต่ที่นี่คงไม่เหมาะ”
หยวนิเหม่ยเพียงนอนนิ่งรับฟังบุรุษหน้ากากเงินเอ่ย โดยไม่สามารถเสนอความคิดเห็นหรือต่อต้าน ร่างบางถูกเขาโอบอุ้มแนบอกก่อนพานางไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เขาวางนางลงบนเตียงเล็ก หากแต่นั้นไม่น่าหวาดหวั่นเท่ายามนี้เขากำลัง
ถอดผ้า!!
แน่นอนว่าหยวนิเหม่ยปิดดวงตาลงในทันที ร่างกายที่แข็งทื่อเย็นเฉียบในตอนแรกยามนี้ร้อนผ่าวไปทั้งตัว
แกว๊ก!!
ดวงตาหวานเปิดขึ้นอีกครั้งในทันที ใบหน้าซีดเซียวของนางในคราแรกแดงก่ำในทันทีเมื่อเห็นว่ายามนี้เบื้องหน้าของตนคืออกเปลือยเปล่าของบุรุษ
“ขอโทษทีข้าปลดผ้าสตรีไม่เป็”
ปลดผ้าสตรี!!
ดวงตาหวานตวัดมองไปยังมือหนาของเขา คนผู้นี้กำลังฉีกเสื้อผ้านาง หัวใจของหยวนิเหม่ยเต้นระรัว ดวงตาหวานปรากฏแววตาหวาดวิตกในทันที เขากำลังคิดสิ่งใด และคล้ายเขาจะรับรู้ถึงคำถามในใจของนาง ริมฝีปากบางพลันเย้ยหยันขึ้นมา
“แล้วเ้าคิดว่าข้าจะทำสิ่งใด”
ดวงตาหวานเบิกกว้างฉายแววต่อต้านดุดัน หากแต่ร่างกายกับไม่อาจขัดขืน ร่างสูงดึงนางลุกขึ้นนั่งดึงรั้งชุดนอกของนางออกจากกาย ใบหน้านางแดงก่ำเช่นเดียวกับแววตาหากแต่นอกจากแนบใบหน้าที่อกแกร่งเปล่าเปลือยของเขาแล้วนางมิอาจทำสิ่งใดได้เลย
“หยุดฟุ้งซ่าน ข้าเพียงจะดึงเข็มพิษออกให้เ้า”
เมื่อได้ยินประโยคเ็าจากริมฝีปากบางความโมโหจนจุกอกเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็อับอาย มือหนาวางบนแผ่นหลังขาวเนียนก่อนค่อยๆ ลูปไล้แ่เบา หยวนิเหม่ยขนกายลุกชัน ปลายนิ้วหยาบนั้นคล้ายมีกระแสไฟทุกที่ที่เขาััพลันร้อนรุ่มยากบรรยาย หยวนิเหม่ยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืรัวเร็วที่อกซ้ายของเขา ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำมากขึ้น
นิ้วยาวเลื่อนจากไหล่ซ้ายลงไปยังเบื้องล่าง แผ่นหลังของนางขาวนวลอีกทั้งยังเรียบลื่น ยามที่นิ้วเขาััหัวใจพลันเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม ริมฝีปากบางขบเม้นเขาหากันแน่น สถานการณ์เช่นนี้เขาคาดคิดเอาไว้แล้วั้แ่แรก แล้วเหตุใดจึงมิอาจข่มกลั้นอารมณ์ในใจตน และก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินควบคุมมือหนาพลันยกขึ้น สูดลมหายใจลึกพร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนไหล่ขาว
หยวนิเหม่ยพลันใจกระตุกเมื่อริมฝีปากบางนุ่มััผิวกาย นางรับรู้ได้ถึงฟันคมของเขาที่กัดบนผิวกายของตน ความปวดร้าวแ่งกว้างคิ้วเรียวขมวดมุ่น
“โอ๊ยเจ็บ!!”
ิเหม่ยเปล่งเสียงลั่นห้องก่อนที่ร่างกายของนางจะกลับมาขยับได้อีกครั้ง ร่างเล็กถอยห่างจากอกแกร่งดึงรั้งผ้าห่มบนเตียงปกปิดที่อกของตน สายตาหวานมองเห็นคนตรงหน้าถ่มเืลงพื้น
เคร้ง!!
คล้ายเข้มกระทบพื้นแน่นอนว่านั่นคงเป็เข็มพิษที่เขาพูดถึง เพียงแต่เืที่เห็นนั่นก็เืนางเช่นกัน มือบางวางบนไหล่เล็กของตนที่ถูกเขากัดไปเมื่อครู่ดวงตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำตาชวนให้ผู้พบเห็นหวั่นไหว
“ข้าจำเป็ต้องทำ”
หยวนิเหม่ยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ไม่ได้โวยวายดังเช่นที่เขาคาดการณ์ เพียงแต่ไหลขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมานั่นกลับทำให้เขาใจสั่นสะท้านอย่างไม่อาจห้ามปราม
“ข้าขอผ้าใหม่สักชุดได้หรือไม่”
มือบางส่งถุงเงินของตนให้เขาโดยไม่สบตา ริมฝีปากบางยิ้มเหยียดภายใต้หน้ากากเงินปรากฏแววตาเยือกเย็นโดยที่นางไม่ทันเห็น
หึ!!
หยวนิเหม่ยเงยหน้าขึ้นทันทีที่มั่นใจว่าได้ยินเสียงเย้ยหยันในลำคอของเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจมองร่างสูงอกเปลือยหายไปหลังฉากกั้น ก่อนที่เขาจะสวมชุดใหม่ออกมาในมือยังถือชุดสตรีส่งให้นาง
แม้สงสัยที่มาของชุดสตรีในห้องเขา หากแต่ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะต้องมาซักไซ้ให้มากความ มือบางรับชุดใหม่มาก่อนเดินอย่างทุลักทุเลไปหลังฉากกั้นเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
สายตาคมมองตามร่างบางที่ห่อด้วยผ้าห่มแล้วยิ้มมุมปากอีกครั้ง
เป็เ้าที่เปลี่ยนชะตาตนเอง
...................................................................................................................................