ตอนที่ 49สิบสี่กุมภา รจนาเลือกคู่!
ภาษิตว่างูกัดครั้งเดียวกลัวเชือกไปหลายปี เขาเองก็เริ่มหวั่น ๆ อยู่บ้างเหมือนกันจึงรวบรวมความกล้ามาตั้งแต่ลืมตาดูโลกอีกครั้ง
เขานัดเหมือนฝันมายังจุดที่คิดว่าโรแมนติกที่สุดในโรงเรียนตอนเช้าที่ผู้คนยังไม่มาถึง เป็นโอกาสอันดีงามสำหรับเสือน้อย
เมื่อเห็นเธอยืนหันหลังรอทำทีเหมือนรอเสือน้อยอยู่คำพูดคำจาที่เตรียมมาจากเมื่อวานเกิดเปลี่ยนไปกะทันหัน เขาลบมันไปทั้งหมดเพราะยามเมื่อเขามองไปที่มาลัยข้อมือที่ตนถืออยู่ ก็เกิดความคิดขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง
เสือน้อยจึงเดินไปใกล้ๆ เธอ ก่อนเขาจะแสร้งไอแห้ง ๆ และพูดขึ้นว่า “…แม่หญิงท่านนี้ ยืนรอผู้ใดอยู่ฤๅ?” เด็กหนุ่มพูดด้วยเสียงเก๊กเลียนเสียง และคำพูดของพระเอกในละครย้อนยุค
เหมือนฝันจึงหันมาสบตาเขาก่อนยิ้มหวานให้ “ฉันมายืนรอคนผู้หนึ่งที่นัดหมายไว้…พี่ท่านพอจะเห็นฤๅไม่?”พอได้ยินคำพูดคำจาในทำนองนี้เธอจึงเล่นละครต่อด้วย
เสือน้อยพอได้ยินเสียงตอบกลับจึงได้ฉวยโอกาสเล่นบทละครต่อไป “เห็น…ฉันคิดว่าเห็นอยู่...เมื่อยามรุ่งสางฉันเห็นคนผู้นั้นดูท่ากระวนกระวายยิ่งนัก คล้ายกับว่ามีข้อสงสัยอยู่เต็มอก?”
“แล้วพี่ท่านทราบฤๅไม่ว่า…คนผู้นั้นกระวนกระวายเรื่องกระไรอยู่?บางทีฉันอาจจะพอช่วยคลายข้อฉงนให้ได้?” เหมือนฝันเล่นด้วยต่อเพราะเธออยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนกันแน่!
“ฉันพอรู้อยู่บ้าง!ยินมาว่าคนผู้นั้น ใบหน้าหมองหม่น แลดูอมทุกข์ยิ่งนัก มิมีราศีเหมือนดั่งเก่าก่อนทั้งยังกินไม่ได้นอนไม่หลับ คล้ายว่าพี่ชายท่านนี้มีคำถามในใจมากยิ่งนักมิทราบแม่หญิงพอจะช่วยเขาไขข้อข้องใจให้ได้ฤๅไม่เล่า?”
“หากมิเป็นการยากเกินสติปัญญา…ตัวฉันย่อมยินดีช่วยคิดเสียว่าทำเอาบุญ หากว่าสามารถไขกระจ่างความทุกข์ให้คนผู้นั้นได้แต่มีข้อแม้ว่านั่นต้องอยู่ในกำลังที่ฉันพอจะช่วยได้!”
“เช่นนั้น…แม่หญิงคงช่วยฉันคลายทุกข์ได้มากนักด้วยมิได้เป็นข้อยากเกินกำลัง เกินสติปัญญาความสามารถของแม่เลย!”เสือน้อยเริ่มรุกมากยิ่งขึ้น แถมยอมรับเสียแล้วว่าตนคือชายคนนั้น
“เช่นนั้นพี่ท่านจงกล่าวเถิดฉันจะช่วยไขข้อปัญหาให้พ้นทุกข์” เหมือนฝันยิ้มหวาน รอคอยดูบทละครต่อไปของเสือน้อยว่าเจ้าตัวกำลังจะเล่นอะไรต่ออีก…
เสือน้อยลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เรื่องนั้นมีอยู่ว่า ตัวของฉันนั้นปักใจรักแม่หญิงนางหนึ่งรักมานานยิ่งตั้งแต่แรกเห็น คะนึงหาเจ้าหล่อนอยู่ทุกเช้าค่ำหากวันใดมิมีกิจหรือป่วยไข้ ตัวฉันก็คิดเพียรพยายามไปพบหาแม่หญิงอยู่เสมอ!”
เสือน้อยเดินเข้ามาใกล้ๆ เหมือนฝันเข้าไปอีกนิด
“ตัวของฉันนั้นคิดหมายมั่นอยากจะเชื้อชวนแม่เนื้อเย็นมาครองเป็นคู่หมาย ด้วยจะได้มิต้องร้อนรนกระวนกระวายเพราะถ้ามีแม่อยู่ข้างกายฉันเย็นใจ” เสือน้อยตอบอย่างคารมคมคายก่อนที่จะยื่นมาลัยข้อมือสีม่วงขาวให้กับเธอ
เมื่อเห็นว่าเธอทำตัวไม่ถูกเด็กหนุ่มจับมือที่ขาวผุดผ่องของเหมือนฝันขึ้นมา และสวมเอามาลัยข้อมือให้เจ้าหล่อน
ก่อนจะสบตาเหมือนฝันด้วยบรรยากาศที่หวานชื่น พร้อมพูดขึ้นว่า “หากแม่งามงอนมิเกี่ยงฉันจะจัดหาให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ ฤๅหากแม่หญิงยังมิอยากด่วนตัดสิน จะรับฉันไว้เป็นชิ้นเพื่อดูใจก่อนย่อมได้ฉันนั้นมิได้ขัดข้องหมองใจ ยอมพิสูจน์ใจตนให้แม่ดู…”
เหมือนฝันเหนียมอายเธอเม้มปากแน่น ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้าสบตาเด็กหนุ่มที่ดวงตาดุจดาวฤกษ์บนท้องฟ้ารอยยิ้มอันทรงพลังส่งแผ่มาถึงเธอ ยามเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่าง
ซึ่งเธอก็รู้ด้วยว่าคำว่า‘ชิ้น’ ที่ว่านั่นก็หมายถึงคำว่า ‘แฟน’ ซึ่งเป็นภาษาของคนสมัยก่อน เจ้าตัวก็คงจะแอบอ่านนิยายของเธอตอนที่มานั่งใกล้ๆ
เสือน้อยกุมมือของเธอแล้วดึงเข้ามาใกล้ๆ ทำเอาหญิงสาวซวนเซไม่ทันตั้งตัวสะดุดก้อนอิฐจนใบหน้าซบลงบนหน้าอกหนุ่มน้อยเข้าอย่างจัง
เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงคลี่ยิ้มเล่นบทละครฉากนี้ต่อไป “แม่หญิงคิดเช่นใด ได้โปรดแถลงไขให้ฉันรู้…”
เสือน้อยก้มมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของหญิงสาวก่อนที่จะยืนนิ่งรอเอาคำตอบ
เธอได้ตกอยู่ในภวังค์ตั้งแต่ถูกเสือน้อยจีบด้วยคำพูดย้อนยุคพอสะดุดจนไปซบอกชายหนุ่มเธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก รออยู่ครู่หนึ่งกว่าที่จะตั้งสติได้
ก่อนที่จะถอยห่างออกมาจากหน้าอกที่เสียงหัวใจเต้นระรัว…เธอก้มหน้ามองพื้นพร้อมพูดเสียงเบาว่า “อื้อ”
เสือน้อยพอได้ยินก็ตะโกน “ไชโย!” เขาโห่ร้องกระโดดจับมือเธอแกว่งไปมาหญิงสาวเองก็หัวเราะร่า เสือน้อยหันไปสบสายตาหญิงสาวอย่างจริงจังก่อนครุ่นคิดอะไรขึ้นได้ จึงเล่นละครต่อไป “แม่หญิงลืมเรื่องสำคัญมิใช่ฤๅ?”
เหมือนฝันงุนงงจึงเงยหน้ามองคล้ายไม่เข้าใจ “ร…เรื่อ...ง”
เจ้าหล่อนยังพูดไม่ทันจบทันทีที่เงยหน้าสบตาพร้อมกับเปิดปากขึ้น คล้ายกับว่ามีอะไรมาอุดปากของเธอไว้…
เป็นเสือน้อยนั่นเองที่แอบประกบริมฝีปากสีชมพูแดงของเธอตอนที่เธอเผลอ เหมือนฝันคล้ายว่าตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง ตาของเธอลุกวาวพยายามจะขยับเขยื้อน
แต่ทว่าด้วยท่าทีอันเร่าร้อนของเด็กหนุ่มที่ได้ส่งผ่านออกมาจากริมฝีปากจนเธอสัมผัสได้ทำเอาเธอเผลอตัวเผลอใจไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด
จนครู่หนึ่งหลังจากนั้นใบหน้าของเสือน้อยก็ค่อย ๆ ถอยออกห่างจากริมฝีปากของเธอ
เหมือนฝันเมื่อตั้งตัวได้จึงกำมือทุบอกเสือน้อยไปสองสามทีด้วยท่าทีหมั่นไส้
เสือน้อยที่จับข้อมือได้จึงรุกเข้าไปกระซิบที่ข้างๆ หูของเธอ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “นี่เราเป็นแฟนกันแล้วนะ!”
เสียงลมหายใจถี่ ๆของเด็กหนุ่ม มันรดอยู่ที่ข้าง ๆ กกหูของเธอ ทำเอาตัวเธอรู้สึกเสียววูบวาบไปครู่หนึ่ง
ทางด้านเสือน้อยเห็นเธอประหม่าจึงฉวยโอกาสหอมแก้มเธอไปอีกฟอดหนึ่ง
เหมือนฝันเมื่อรู้สึกตัวเอ่ยปากพูดตะกุกตะกัก “น…นี่!” เธอพยายามจะโวยใส่เสือน้อยแต่ไม่รู้ว่าจะโกรธหรืออายก่อนดี? อารมณ์ผสมปนเปทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูก
จนตอนนี้เสือน้อยได้เดินถอยห่างออกมาพร้อมหันหลังโบกมือให้เธอ “เดี๋ยวกลางวัน เรามาหานะ” เขาฉีกยิ้มกว้าง
“ไอ้เสือบ้า!” เหมือนฝันกระทืบเท้าทีหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงบนม้าหิน เธอใช้ปลายนิ้วค่อย ๆแตะที่ริมฝีปากตั้งแต่ต้นจนจบเธอ เหมือนจมอยู่ในความฝัน
และที่มากไปกว่านั้น…เธอรู้สึกว่าดีมากจริงๆ
……
เสือน้อยยกมือถือขึ้นมากดโทรหาเข้มเพื่อนซี้ตากล้องประจำโรงเรียน
เงินที่เสือน้อยจ้างมันทำคุมร้านเกมหรือเรื่องอื่น ๆ เข้มเอาไปซื้อของที่อยากได้เช่นกล้องถ่ายรูปราคาแพงหูฉีกทั้งยังใส่พวกเลนส์ซูมอย่างดี เขาถามขึ้นว่า “เป็นยังไงบ้างวะ…ถ่ายไว้ได้ทันมั้ย?”
เข้มที่แอบอยู่อีกมุมชมเพื่อนปากเปราะ“มึงนี่มันเสือไม่ทิ้งลายจริง ๆ ว่ะ…กูเก็บรูปครบแล้วตามไปเจอหน้าตึก”เพื่อนของเขาโทรมาปลุกตั้งแต่ตีสี่ จนทำให้เขาต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเพื่อเก็บช็อตเด็ด ๆ แบบนี้
ที่หน้าตึกสาม เด็กหนุ่มวิ่งมาด้วยใบหน้าแต้ยิ้มมองดูอย่างไรก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ รอยยิ้มสดใสพิมพ์ใจที่สาดสะท้อนออกมาใครเห็นก็รู้ว่ามีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับเจ้าตัว “เฮ้ยเป็นไงบ้างได้รูปสวย ๆ เยอะมั้ย?”
เข้มตอบแบบยิ้ม ๆ“ของแบบนี้…มึงต้องดูเอง!”
ก่อนจะยื่นกล้องถ่ายรูปให้เสือน้อยดูเจ้าตัวก็ยิ้มร่าเห็นดังนั้น ภาพที่ออกมามันสวยจริง ๆ“มึงเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ด้วยนะและอีกอย่างกูวานเอาไปอัดรูปให้กูหน่อย…แต่เดี๋ยวขอเวลากูเลือกก่อน” เสือน้อยตอบ
วันนี้เสือน้อยก็อารมณ์ดีทั้งวันดีมาก ๆ ดีแบบผิดปกติ จนเพื่อนจับสังเกตได้
ส่วนทางเหมือนฝันก็เช่นกันอารมณ์ดีมาก ๆ มาลัยข้อมือที่เสือน้อยให้ไว้เลือกจากสีวันเกิดของเธอนั่นก็คือวันเสาร์
เย็นวันนั้นเองเสือน้อยก็พาเธอไปกินไอศกริมสเวนเซ่นส์เติมความหวานให้กับโลกทั้งใบที่กำลังเป็นสีชมพูพวกเขานั่งคุยกะหนุงกะหนิงกันออกนอกหน้ามาก
เพื่อน ๆในกลุ่มเสือน้อยที่แอบตามมาเพราะเห็นท่าทีมีพิรุธจึงถึงบางอ้อและยิ้มอย่างมีเลศนัย
จากวันนั้นเป็นต้นมาเสือน้อยก็หยอดคำหวานใส่เธอตลอดๆ ทั้งยังซื้อของต่าง ๆ พวกเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว ฯลฯ
ส่วนรูปที่อัดมาได้นั้นก็เต็มผนังบ้านรูปที่ใหญ่ที่สุดเป็นรูปตอนหอมแก้มเธอ ที่ภาพออกมาคมชัดที่สุด
……
ปิดเทอมใหญ่
อีกไม่กี่เดือนเสือน้อยก็จะขึ้นม.3 แล้ว การสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เสือน้อยเดินจูงควายเที่ยวเล่นความจริงมันตัวใหญ่พอที่จะขี่แล้วแต่เสือน้อยยังรออีกหน่อยพามันมาเดินเที่ยวให้หัดเจอผู้คนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆเสียก่อนจะได้ไม่ตื่นตระหนก มือหนึ่งเขาก็ถือไม้เรียวไว้ตีไล่หมาที่มาเห่าอีกมือก็จับเชือกที่สนตะพาย จูงเจ้าทองสุขลากไปข้างหน้า
เดินไปเดินมาก็ถึงที่ตั้งโรงงานซึ่งคนงานก่อสร้างกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน ตัวเขาก็ยังทำเรื่องสั่งทั้งเครื่องจักรที่ไปดูมาทางวิศวกรของบริษัทขายเครื่องจักรก็มาแนะนำ ประสานงานกับลุงสินเจ้าของโครงการ
ที่ดินใหญ่พร้อมสิ่งปลูกสร้างมากมายขนานไปกับพื้นถนนคอนกรีต มองดูก็ยิ่งใหญ่งามตา เสือน้อยคิดอยากได้ทำเลแถวแม่น้ำมากถ้าเขาคิดจะเปิดบริษัทใหม่ คงจะสร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เพื่อให้เหมือนกับฝั่งซีกขวาของแม่น้ำที่โรงงานชื่อดังตั้งอยู่เรียงรายใช้เรือเป็นทางขนส่งก็ได้เหมือนกัน
เสือน้อยผูกควายไว้กับต้นไม้ริมทางก่อนเดินเข้าไปดูงานก่อสร้าง เผอิญเจอลุงสินที่มากำกับงานอยู่พอดีลุงสินก็เดินไปคุยกับเสือน้อย เขายังไม่ลืมหยิบหมวกนิรภัยมาให้เสือน้อยใส่
ทั้งคู่ก็สนทนากันอย่างเป็นกันเองตรงไหนบริเวณรอบ ๆ มีปัญหาเรื่องน้ำหรืออะไรก็ให้ทนายไปติดต่อกับ อบต. ได้เลยเพราะระบบระบายน้ำเสียคือส่วนหนึ่งที่จำเป็น
จากนั้นเสือน้อยก็ออกมาเดินจูงเจ้าทองสุขไปต่อเวลาที่มันขี้ตรงไหนเขาก็ใช้ไม้ปาดลงข้างทางทำเป็นปุ๋ยเดินอยู่นานสองนานเอาพอให้มันชินกลับรถยนต์โดยเฉพาะรถสิบล้อที่เข้าออกโรงงานทำเอาเจ้าทองสุขตกใจกลัวเป็นพิเศษ
คงเป็นเพราะเสียงท่อดังหรือว่ากลัวถูกพาขึ้นไปอยู่บนนั้นก็ไม่รู้ หลังจากปลอบใจอยู่นานสองนานเขาก็พามันเดินกลับบ้าน ขากลับมันเดินอย่างว่าง่ายแถมเลียแข้งเลียขาของเสือน้อยจนเปียก
ในตอนที่กำลังเดินผ่านค่ายมวยก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ลุงเด่นชัยกำลังปั้นดาวรุ่งพุ่งแรงได้หลายคนซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อน ๆ กับเสือน้อยทั้งนั้นพาไปขึ้นชกได้รางวัลกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนปีนี้จะเป็นปีทองของค่ายแกเลย
จากนั้นเดินต่อไปอีกนิดก็เจอร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่เยื้องๆ จากบ้านเขาไม่ไกล ซึ่งที่ได้ซื้อตึกนี้ เพราะว่ามันอยู่ใกล้ ๆจะได้สนองความต้องการของตัวเองได้เพิ่มในอนาคต