บ่าวสองคนเดินตรงเข้ามา
เรือนตะวันออก? นั่นคือสถานที่ซึ่งนางเคยสังหารอนุภรรยาทั้งสอง...
สวีซื่อตื่นตระหนก พลางร้องขอความเมตตาด้วยเสียงสั่นเครือ“นายท่านข้าเป็นฮูหยินของสกุลหนี ตระกูลของข้าคอยสนับสนุนท่านเรื่อยมาท่านจะทำแบบนี้กับข้ามิได้นะเจ้าคะ!”
นายท่านหนีตวาดกลับ “เหอะ! ทำกับเสี่ยวเอ๋อร์ ลูกของข้าถึงเพียงนั้นยังกล้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นฮูหยินอีกหรือ?”
หนีจวิ้นหว่านพยายามจะช่วยมารดาของตนแต่ก็ถูกนายท่านหนีสะบัดแขนใส่ “พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่ มาเอาตัวนางออกไป!”
บ่าวรับใช้สองคน รีบเข้ามาจับตัวสวีซื่อไว้ทันที
แต่นางก็ยังคงดิ้นรนขัดขืนจนบ่าวทั้งสองไม่กล้าลงแรงมาก ด้วยเกรงว่าอาจจะทำให้เด็กในครรภ์เป็นอันตรายได้
“ปล่อย...ออกไปให้พ้น!”
ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปยังเว่ยอี๋เหนียงและหนีเจียเอ๋อร์แล้วหันไปแย่งกระบี่มาจากบ่าวคนหนึ่ง ก่อนพุ่งเข้าใส่หนีเจียเอ๋อร์ หมายจะแทงอีกฝ่ายให้ตายคามือ
โจวชิงหวารีบกระโจนเข้ามาปกป้องหญิงสาวทันที
แต่สวีซื่อกลับเสียหลักจนล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงเสียก่อนสักพัก ก็มีโลหิตสีแดงสดไหลออกมาจากหว่างขาของนาง
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน!
สวีซื่อกรีดร้อง พยายามคลานไปหานายท่านหนี
“นายท่านช่วยลูกของเราด้วย... ช่วยลูกของเราด้วย!”
นายท่านหนีที่เหมือนเพิ่งจะได้สติร้องตะโกนขึ้น “ตามหมอมา”
จากนั้น ก็นั่งลงกุมท้องของภรรยาเอาไว้
หนีจวิ้นหว่านหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกรีบวิ่งมาหาสวีซื่อ
เมื่อเห็นว่าเลือดไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหลเว่ยอี๋เหนียงก็ยกมือปิดปาก ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรดี...
โจวชิงหวากุมมือหนีเจียเอ๋อร์แน่นตอนนี้ สวีซื่อกำลังได้รับผลกรรมของตัวเองแล้ว
หนีเจียเอ๋อร์มองสวีซื่อที่กำลังขดตัวกอดท้องตนเองแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “นางไม่เคยรู้ว่าการถูกดาบฟาดฟันนั้นมันเจ็บปวดเพียงใด จนกระทั่งคมดาบเล่มนั้นได้หันกลับไปกระหน่ำใส่ตัวนางเอง”
โจวชิงหวากะพริบตาปริบๆ
ตอนนี้ สือหวู่ได้พาตัวหัวหน้ากลุ่มมือสังหารออกไปแล้ว
ส่วนหยวนเสี่ยวหลีก็ยังเด็กเกินไปที่จะรู้ว่าความเจ็บปวดจากการแท้งบุตรนั้นสาหัสเพียงใด เด็กน้อยคิดเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ ไม่มีสิ่งใดที่อีกฝ่ายจะชดใช้ให้ตนได้ นอกเสียจากความตาย เขาจึงอยากจะฆ่าสตรีอำมหิตตรงหน้าไปเสียเพื่อแก้แค้นให้พี่สาว
แม้นายท่านหนีกับหนีจวิ้นหว่านจะไม่พอใจที่หนีเจียเอ๋อร์เอ่ยเช่นนั้นแต่พวกเขาก็ไม่อาจแก้ต่างได้ เพราะสิ่งที่นางพูดนั้น ล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น
เว่ยอี๋เหนียงค่อยๆ นั่งลงข้างๆสวีซื่อ
ตอนนั้นเองหมอประจำตระกูลก็วิ่งเข้ามา หลังตรวจอาการไปครู่หนึ่ง ก็หันมาบอกเสียงเศร้า “นายท่านนายหญิงแท้งบุตรแล้วขอรับ!”
ลูกของนางตายแล้วหรือ?
สวีซื่อตัวแข็งทื่อ...
นายท่านหนีปวดใจยิ่งนักเมื่อมองไปที่ใบหน้าของภรรยาก็อดกล่าวโทษมิได้ ว่านางคือผู้ที่สังหารบุตรของเขา “จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเอาตัวนางไปขังที่เรือนตะวันออก สตรีโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ ไม่คู่ควรที่จะเป็นฮูหยินของข้า!” กล่าวจบก็เดินหนี ด้วยสภาพจิตใจอันย่ำแย่ยิ่งนัก
เว่ยอี๋เหนียงรู้สึกเป็นห่วงจนต้องรีบตามไป
หนีเจียเอ๋อร์จึงต้องจัดการเรื่องที่เหลือแทน “พ่อบ้านนำตัวหลินมามาไปขังในโรงเก็บฟืน”
พ่อบ้านโค้งรับคำสั่ง “ขอรับคุณหนู”
โจวชิงหวาโบกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้สือหวู่พาหยวนเสี่ยวหลีและหัวหน้ากลุ่มมือสังหารเดินทางกลับจวนสกุลโจวไปก่อน ส่วนตนเองก็ตั้งใจว่าจะไปกับหนีเจียเอ๋อร์
พ่อบ้านที่ไม่ค่อยพอใจสวีซื่อมานานได้บอกให้หมอมาทำการปฐมพยาบาลและตรวจรักษานาง ก่อนนำตัวอีกฝ่ายไปขังที่เรือนตะวันออกตามคำสั่งของนายท่าน
ตอนนี้ จึงเหลือเพียงหนีจวิ้นหว่านเท่านั้นนางจึงเลือกที่จะไปช่วยดูแลมารดาของตน
…
ใช้เวลาอยู่นาน กว่าที่นายท่านหนีจะกลับมาเข้มแข็งดังเดิมส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเว่ยอี๋เหนียงที่มาอยู่เคียงข้างคอยปลอบโยนเขาเมื่อตัดสินใจได้แล้ว นายท่านหนีจึงไปที่ห้องหนังสือเพื่อเขียนหนังสือหย่า และสั่งพ่อบ้านนำไปมอบให้หนีจวิ้นหว่านรอแค่สวีซื่อฟื้น นางก็จะถูกขับออกจากจวนทันที
หนีจวิ้นหว่านกอดหนังสือหย่าแล้วร้องไห้อยู่เงียบๆ คนเดียว
ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนในที่สุดสวีซื่อก็ฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมิใช่เรือนซึ่งนางเคยอยู่สภาพของที่แห่งนี้ทรุดโทรมและเต็มไปด้วยฝุ่นหนา
สวีซื่อขยับมือขึ้นมาวางบนหน้าท้องก่อนเอ่ยพึมพำ “ลูกของข้า...ลูกของข้าตายไปแล้ว!”
ราวกับตกอยู่ในฝันร้าย...
หนีจวิ้นหว่านที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่นเพราะเสียงสะอื้น จึงรีบเข้ามาเช็ดน้ำตามารดาทันที
“ท่านแม่อย่าเสียใจไปเลยตอนนี้ท่านต้องดูแลสุขภาพตัวเอง เพื่อให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมนะเจ้าคะ”
สวีซื่อแสยะยิ้ม พลางกล่าวอย่างแค้นเคือง “ลูกของข้าตายไปแล้ว! ตอนนี้ข้าไม่เหลืออะไรเลย… ไม่มีสิ่งใดให้เสียอีกแล้ว!”
นางฝืนลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู แล้วดึงบานประตูทั้งสองอย่างแรง
“ปล่อยข้าออกไปนะพวกมันทั้งสองจะต้องชดใช้!”
แต่คนที่คอยเฝ้าอยู่ด้านนอกกลับไม่คิดจะใส่ใจเสียงของสวีซื่อ
หนีจวิ้นหว่านวิ่งเข้าไปกอดมารดาของตนเอาไว้ “ท่านแม่ แล้วข้าเล่าเจ้าคะ? ท่านยังมีข้าเป็นบุตรสาวอยู่ทั้งคนโปรดอย่าทิ้งข้าไปเลยนะเจ้าคะ!”
ท่าทีของสวีซื่ออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดนางกอดหนีจวิ้นหว่านแน่น ก่อนที่ทั้งสองจะทรุดตัวลงร้องไห้
สวีซื่อไล้ใบหน้าอาบน้ำตาของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน แล้วร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด
หนีจวิ้นหว่านไม่เคยเห็นมารดาเป็นเช่นนี้มาก่อนจึงอดสงสารมิได้ เลยร้องไห้หนักกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่าบุตรสาวร่ำไห้ปานจะขาดใจสวีซื่อก็ประคองร่างของอีกฝ่ายขึ้นมา
“อย่าเศร้าใจไปเลยแม่สัญญาว่าแม่จะสู้ จะไม่ยอมให้เจ้าต้องตกเป็นรองหนีเจียเอ๋อร์ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลหนี จะต้องตกเป็นของเจ้า!”
หนีจวิ้นหว่านยิ่งรู้สึกหดหู่กว่าเดิมบทเรียนที่ผ่านมา ไม่อาจทำให้มารดาสำนึกได้เลยหรือ?
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบหนังสือหย่าที่นายท่านหนีมอบให้ออกมา
“ท่านแม่นี่คือหนังสือหย่าเจ้าค่ะ!”