“ผ่านไปหลายปีคุณชายหยางซือเทียนดูเปลี่ยนไปไม่น้อย ตอนนี้ท่านยังคงเจ็บปวดที่แขนซ้ายอยู่หรือไม่”
หยางซือเทียนชักกระบี่ออกจากฝักจากด้านหลังชี้มาทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างชุนฟง
“ข้าและเจ้าเคยรู้จักกันอย่างนั้นรึ? ถึงได้เอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา หรือว่าเจ้าคงไม่อยากมีแขนเอาไว้ถือตะเกียบแล้ว?”
“ในอดีตมีใครบางคนเอ่ยวาจาคิดตัดแขนข้า แต่ทว่าตอนนี้คนผู้นั้นหลงเหลือเพียงแขนขวาเพียงข้างเดียว คนผู้นี้ได้ให้พี่ชายของเขาสังหารข้า ข้าจึงสังหารเขาเป็นการตอบแทน คุณชายพอจะคุ้นเคยกับเรื่องเล่าของข้าหรือไม่”
หยางซือเทียนก้มหน้าครุ่นคิดไม่ถึงสามลมหายใจเขาก็ร้องคำรามด้วยความโกรธเร่งโคจรลมปราณไปที่กระบี่ในมือ จินหยางแสยะยิ้มถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวหยางซือเทียน เขาใช้มือซ้ายคว้าจับไปที่ข้อมือขวาของหยางซือเทียนกระชากออกไป ใช้มือขวาตบไปที่ใบหน้าของหยางซือเทียนอย่างถนัดถนี่ เพียะ! เพียะ! เพียะ! ผู้ติดตามของหยางซือเทียนตัวสั่นสะท้านไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาช่วยเหลือเพราะมีพลังปราณมหาศาลกดดันพวกเขาเอาไว้ ใบหน้าด้านซ้ายปูดบวมแดงเป็นลูกตำลึง ฟันหลายซี่กระเด็นร่วงลงพื้น นานนับสิบลมหายจินหยางก็หยุดมือเขาจ้องมองไปด้านหน้าของโรงเตี๊ยม
“เหตุใดท่านถึงไม่เข้ามาด้านในขอรับผู้อาวุโส ท่านไม่กลัวว่าข้าจะลงมือสังหารศิษย์ของท่านอย่างนั้นรึ?”
ผ่านไปหนึ่งลมหายใจจินหยางก็ง้างฝ่ามือขวาตบไปที่ในหน้าของหยางซือเทียนอีกครั้ง เพียะ!
“บังอาจนักไอ้เด็กเหลือขอ! มีข้าอยู่ที่นี่เจ้าคิดลงมือ”
ชายชราผู้หนึ่งผมขาวยาวถึงกลางหลังสวมชุดสีฟ้าขลิบขาวเช่นเดียวกับหยางซือเทียนซัดฝ่ามือเข้ามา จินหยางหมุนตัวหยางซือเทียนใช้มือขวาคว้าจับมือขวาของหยางซือเทียนตวัดกระบี่ในมือแทงออกไป
“บัดซบ!!”
เสียงตวาดดังลั่นชายชราถีบเท้าถอยออกไป จินหยางซัดฝ่ามือซ้ายไปที่ด้านหลังของหยางซือเทียน เปรี้ยง! เสียงกระดูกแตกดังลั่นออกมาหยางซือเทียนกระเด็นออกไปด้านหน้า ชายชราใช้แขนเสื้อด้านซ้ายสะบัดปัดป้องกระบี่ใช้มือขวาคว้าจับร่างหยางซือเทียนเอาไว้ เขารีบใช้มือซ้ายจี้สกัดจุดบนหน้าอกของหยางซือเทียน ทันใดนั้นเองจินหยางได้ปรากฏตัวด้านหน้าชายชราซัดฝ่ามือขวาไปที่หน้าอกของหยางซือเทียนโดยไม่สนใจชายชราแม้แต่น้อย เปรี้ยง! เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากปาก หยางซือเทียนถึงกับสิ้นลมตกตายภายในอ้อมกอดของชายชรา จินหยางหรี่ตามองไปที่ชายชรา
“ตอนนี้ท่านรู้แล้วหรือยังว่าข้ากล้าที่จะสังหารเขาต่อหน้าท่าน”
“ไอ้หนู! เจ้าตอนนี้ได้ข้ามเส้นบางอย่างเข้ามาแล้ว เจ้ายินดีที่จะตกตายตามศิษย์ข้าหรือไม่”
“หากคิดว่าท่านทำได้รีบกระทำเถอะขอรับ”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางยกเท้าขวาถีบไปที่หน้าท้องของชายชรา เปรี้ยง! ชายชราและร่างของหยางซือเทียนกระเด็นออกไปนอกโรงเตี๊ยม จินหยางก้าวเดินออกติดตาม ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างตื่นตกใจที่เห็นเหลียงเซียนฉายาจอมกระบี่เร็วแห่งสำนักกระบี่วิญญาณถูกถีบกระเด็นออกไปโดยชายหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบ เพียะ! ชุนฟงรีบตบไปที่ใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ เขารีบพุ่งออกไปดูที่หน้าโรงเตี๊ยมพบเห็นเหลียงเซียนนอนแน่นิ่งอยู่ด้านหน้าของจินหยางศีรษะหันกลับไปด้านหลัง
ก่อนหน้าเพียงห้าลมหายใจ
“ข้าเหลียงเซียนไม่เคยอับอายเท่านี้มาก่อนหากข้าไม่สังหารเจ้าข้าจะไม่ขอใช้แซ่เหลียง”
จินหยางยกมือขวาขึ้น
“ท่านพอจดจำเรื่องในอดีตเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่ที่บ้านตระกูลจิน?”
“เจ้ากำลังเอ่ยวาจาใดอยู่ไอ้ลูกหมา”
“แล้วตอนนี้พวกท่านหาเจ้าสำนักนามต้วนฟานของพวกท่านเจอหรือไม่?”
“บัดซบ! เรื่องนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้า?”
จินหยางใช้มือขวาป้องปากหาวไม่ถึงครึ่งลมหายใจเขาก็ปรากฏตัวด้านหลังเหลียงเซียน เขาเอ่ยวาจาออกมาอย่างแผ่วเบา
“ข้าเป็นคนสังหารเจ้าสำนักของท่านเองและตอนนี้ข้ากำลังจะส่งท่านไปรับใช้เขา”
จินหยางใช้มือทั้งสองคว้าจับไปที่ศีรษะของเหลียงเซียนบิดหมุนไปทางขวาใบหน้าหันมาจ้องมองจินหยางด้วยความตื่นตกใจ ไม่ถึงครึ่งลมหายใจเหลียงเซียนก็ร่วงลงไปนอนกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ชุนฟงก้าวเดินออกมาด้านหน้าโรงเตี๊ยม
“พวกเจ้าจะกลับสำนักเลยหรือไม่ตอนนี้ข้าจัดการตัวบัดซบพวกนี้แล้ว”
ชุนฟงรีบพยักหน้าตอบรับ
“เช่นนั้นข้าจะเข้าไปตามศิษย์น้องด้านใน”
ในระหว่างที่ชุนฟงเข้าไปในโรงเตี๊ยมจินหยางก็รีบปลดสมบัติที่เหลียงเซียนและหยางซือเทียนนำติดตัวมา เขาได้คัมภีร์กระบี่มาหนึ่งเล่ม เม็ดยาเพิ่มพลังปราณและเม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บมาอย่างละสามขวดและเงินอีกสองถุงใหญ่ จินหยางก้มหยิบกระบี่ของเหลียงเซียนขึ้นมา ทันทีที่ชุนฟงก้าวเดินออกจากโรงเตี๊ยมเขาก็โยนกระบี่ในมือให้แก่ซุนฟง
“กระบี่ดีเหมาะสมกับศิษย์อันดับหนึ่งเช่นเจ้า”
ชุนฟงรีบคว้ากระบี่ไม่นานทั้งหกก็ควบม้ามุ่งหน้ากลับส่ายซี ข่าวการตายของกระบี่เร็วเหลียงเซียนและหยางซือเทียนทายาทตระกูลหยางกระจายไปทั่วเขตเมืองใหญ่ในเวลาไม่ถึงสามวัน หยางลู่ถึงกับล้มป่วยเพราะการตายของลูกชาย ในที่สุดพวกชุนฟงก็เข้ามาในเมืองส่ายซี จินหยางแยกตัวกลับไปหาหวังซุน เมื่อเข้ามาถึงด้านหน้าของบ้านมีเด็กหนุ่มสองคนยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า จินหยางแสยะยิ้มพุ่งเข้าหาทั้งสองสะบัดมือขวาจี้สกัดจุดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็ลากเด็กหนุ่มทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้าน ทั้งหมดที่อยู่ภายในบริเวณบ้านต่างหยิบคว้าอาวุธพุ่งเข้ามาล้อมตัวจินหยางเอาไว้
“เจ้าเป็นใคร? เหตุใดถึงคิดบุกรุกที่นี่”
จินหยางวางร่างของเด็กชายทั้งสองลงพื้นทันใดนั้นเองได้มีชายหนุ่มสองคนพุ่งเข้ามาจากทางซ้ายและขวาแทงดาบในมือเข้ามา จินหยางใช้มือทั้งสองนิ้วชี้และนิ้วนางคีบไปที่คมดาบออกแรงหักใบดาบ หลังจากนั้นสะบัดมือขวาจี้สกัดจุดเด็กชายทั้งสอง หลังจากนั้นจินหยางถีบเท้าขวาใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์เข้าประชิดตัวสะบัดมือขวา แต่ละคนที่จินหยางพุ่งผ่านต่างหยุดนิ่งอยู่กับพื้น
“คุณชายโปรดหยุดมือ”
เสียงตะโกนดังลั่นมาจากด้านในชายชราผู้หนึ่งก้าวเดินออกมา
“ข้าคิดว่าต้องเสียคุณชายไปเสียแล้ว”
จินหยางก้มคารวะ
“ข้าจินหยางกลับมาแล้วขอรับท่านลุงหวังซุน”
หลังจากนั้นจินหยางก็รีบคลายจุดให้แก่เด็ก ๆ ภายในบ้าน ผ่านไปเกือบชั่วยามจินหยางบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาเจ็ดปีที่อยู่ด้านล่างหน้าผา หวังซุนตกใจนั่งนิ่งค้างทำสิ่งใดไม่ถูก จินหยางนำคัมภีร์ที่ได้มาจากเหลียงเซียนมอบให้แก่หวังซุน ย่างเข้ายามเซินจินหยางก็ขอตัวกลับไปที่สำนักกระบี่หลงอู่ เมื่อมาถึงด้านหน้าสำนักจินหยางก็ถูกพาตัวไปที่ลานฝึกยุทธของสำนัก มีศิษย์สำนักมากมายยืนรออยู่ จินหยางแปลกใจไม่น้อยที่เห็นชุนฟงและศิษย์ที่ติดตามถูกจับคุกเข่าด้านหน้าเจ้าสำนักหลงมู่เหยียน จินหยางกำลังก้มคารวะแต่ทันใดนั้นเองศิษย์สองคนที่เดินนำหน้าจินหยางชักกระบี่แทงเข้ามา จินหยางใช้สันมือขวาฟาดไปที่กระบี่ทั้งสองเล่ม เปรี้ยง! เปรี้ยง! กระบี่ทั้งสองหักสะบั้นกระเด็นลงพื้นจินหยางใช้มือทั้งสองข้างกดศีรษะของศิษย์ทั้งสองลงพื้นดิน เปรี้ยง! ทันใดนั้นเองศิษย์ทั้งหมดที่ยืนอยู่ก็ชักกระบี่พุ่งเข้าหาจินหยาง จินหยางหรี่ตามองไปที่ชุนฟงที่กำลังส่ายศีรษะไปมา จินหยางได้แต่ถอนหายใจแผ่ลมปราณออกจากร่างใช้ทักษะก้าวย่างพยัคฆ์สะบัดมือขวาจี้สกัดจุดศิษย์สำนักไม่ถึงสิบลมหายใจก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นของใครบางคนมาจากด้านหลังของเจ้าสำนักหลงมู่เหยียน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คงเป็นเจ้าสินะที่ลงมือสังหารผู้อาวุโสเหลียงเซียน”
เป็นจังหวะเดียวกันกับเจ้าสำนักหลงมู่เหยียนยกมือขวาขึ้นมาศิษย์สำนักทั้งหมดต่างหยุดมือถอยออกไปด้านข้าง จินหยางหันไปมองพบเห็นชายชราผมสีดอกเลามัดผมหางม้าสวมชุดสีฟ้าขลิบขาวเช่นเดียวกับเหลียงเซียน
“เป็นข้าเอง พวกเขาไม่เกี่ยวข้อง”
“หุปปากของเจ้าซะ พวกเขาเกี่ยวข้องหรือไม่ข้าเป็นคนจัดการเอง พันธมิตรสวรรค์ออกจดหมายเชิญชุนฟงศิษย์อันดับหนึ่งสำนักกระบี่หลงอู่และชายหนุ่มผู้ลงมือสังหารเหลียงเซียนให้ปากคำที่หูเป่ย์ แต่ข้าหาได้สนใจข้ามาที่นี่เพื่อสังหารเจ้าและกวาดล้างสำนักบัดซบนี้ เหอะ สำนักกระบี่วิญญาณใช่คนอย่างเจ้าดูหมิ่นเหยียดหยามได้”
ศิษย์สำนักจำนวนมากลงไปนอนกับพื้นเพราะแรงกดดันจากพลังปราณที่ชายชราแผ่ออกมา เจ้าสำนักหยวนมู่เหยียนถึงกับต้องลุกเท่าลงกับพื้น ชายฉกรรจ์สวมชุดสีฟ้าขลิบขวาพุ่งทะยานออกมาจากที่หลบซ่อนสามสิบคนล้อมตัวจินหยางเอาไว้ ชายชราใช้มือขวาคว้าจับไปที่ศีรษะของเจ้าสำนักหยวนมู่เหยียน
“หากเจ้าคิดขยับแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะสังหารเจ้าสำนักของ…”