จิ๊บ : นี่ภาแน่ใจกับข้อมูลแล้วก็เอกสารพวกนี้ใช่ไหม?
เรา พี่จิ๊บและนิวัตรนั่งตรวจทานเอกสารและข้อมูลที่หล่อนคนนั้นได้ให้เรามาเมื่อวาน เราทั้งสามต่างพินิจข้อมูลอย่างถี่ถ้วนที่สุดเพราะหากข้อมูลหลุดออกไปแล้วเราจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกและหากมันไม่ใช่ขึ้นมาพวกเราก็คงต้องเสียหน้ากันหมด หากแต่ว่าเอกสารที่ดูมานั่นก็ดูจะตรงและเป็จริงไปเสียทุกอย่าง ทั้งภาพถ่าย เอกสารราชการที่ประทับตราด่วนที่สุด มันช่างครบถ้วนและเหมาะเสียเหลือเกิน
ภา : ภามั่นใจค่ะ ภาเชื่อว่าเขาคือคนวงในที่อยากจะเปิดเผยพวกเลวทรามนี่เหมือนกัน
จิ๊บ : ว่าแต่ภารู้จักหล่อนหรือเปล่า? เพราะข้อมูลพวกนี้มันดูไม่น่าหลุดออกมาง่ายๆถ้าหล่อนนั่นไม่เชื่อใจภาจริงๆ
ภา : ภาก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เธอแค่ยื่นเอกสารมาให้แล้วก็หนีไป
จิ๊บ : แต่เอาเถอะยังไงพี่ก็ฝากภารวบรวมเขียนข่าวให้พี่ด้วยนะ แล้วก็ถ้าเจอหล่อนอีกก็ฝากขอบคุณด้วยนะ
เรากลับมานั่งที่โต๊ะเพื่อเร่งเขียนข่าวและตรวจทานข่าวที่เขียนไว้แล้วส่งพิมพ์ให้เร็วที่สุด หากแต่ว่ามันช่างเยอะเหลือเกิน ทั้งข่าวชู้สาวคนวงใน ข่าวทั่วไป ข่าวฆาตกรรมยกครัว แม้ว่ามันจะดูน่าสลดใจแต่คนก็ให้ความสนใจไม่น้อย จนฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้มพร้อมที่จะลับขอบฟ้าแล้ว นิวัตรก็มาที่โต๊ะเพื่อชวนเราไปทานข้าว
นิวัตร : ภาเลิกงานแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ พี่จิ๊บก็ไปนะ
ภา : นายกับพี่จิ๊บไปกันสองคนเลย ฉันว่าจะกลับไปหาอะไรทานที่บ้านแทน
นิวัตร : แน่ะ คนอย่างม่านนภานี่นะจะกลับบ้าน ปกติหลังเลิกงานชอบไปเดินสนามหลวงไม่ใช่หรอ? อะ รึว่านัดหนุ่มไว้หรือเปล่า? ถึงได้ทิ้งเพื่อนร่วมงานได้ลงคอ
ภา : ไม่ใช่โว้ย วันนี้ไม่สะดวกจริงๆ ไว้วันหลังนะ
นิวัตร : ก็ได้ๆ ฉันไปกับพี่จิ๊บสองคนก็ได้ แล้วเจอกันนะ
ภา : อืม แล้วเจอกัน
เราเก็บกระเป๋าและเคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้วก็กลับบ้าน เหลือเพียงลุงยามที่เฝ้าสำนักพิมพ์นั่งฟังวิทยุอยู่ข้างหน้า วันนี้เป็วันที่เราชั่งใจกับการเดินทางกลับบ้านมากที่สุด ทางปกติที่มีคนพลุกพล่านไม่อันตรายและถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพและตรอกซอยเปลี่ยวในวันนั้นที่ได้เจอหล่อนปริศนา แต่ในใจเรายังอยากที่จะขอบคุณเธอเหลือเกินที่ส่งข้อมูลให้พวกเราในวันที่ถึงทางตัน และใช่เรากำลังอยู่ในตรอกซอยที่แสนจะเปลี่ยวไร้ผู้คน ผิดแปลกจากหน้าซอยที่มีคนเดินพลุกพล่านมันช่างแตกต่างกันเหมือนอยู่คนละโลกเลย เราเดินไปอย่างเชื่องช้าด้วยเหตุผลที่ไม่อยากถึงบ้านเร็ว ในซอยนั้นปรากฏชายสองคนยืนสูบบุหรี่พูดคุยกันอยู่ เราก็ไม่สนใจมากขนาดที่ว่าต้องมองเพียงแค่เดินผ่าน แต่ว่าผู้ชายสองคนนั้นเริ่มเดินตามเรา เราเริ่มเปลี่ยนจากเดินเป็วิ่งสองคนนั้นกลับยังวิ่งตาม จนเราเจอกระจาดใส่ผักใบใหญ่วางอยู่เราต้องมุดเข้าไปหลบเพื่อเอาตัวรอด
ภา : อย่ามาทางนี้เลยนะ อย่ามานะ
รวี : คุณ
ภา : เชี่ย ใหมดเลย
รวี : มาเดี๋ยวเราพาคุณหนีเอง
หล่อนพาเราลัดเลาะไปตามตรอกซอย ทั้งเข้าไปในบ้านคน ข้ามคลอง จนมาโผล่อีกถนนหนึ่งที่มีคนพลุกพล่าน แต่ไม่นานผู้ชายสองคนนั่นก็ตามเราทันจนได้และเริ่มวิ่งตรงมาที่เรา ไม่รอช้าหล่อนคว้าปืนที่พวกไว้ต้นขายิงข่มขวัญให้พวกนั้นกลัว
รวี : ขึ้นเลย เหยียบให้มิดเลยลุง
ลุง : ดะ ได้ๆ
หล่อนเปิดกระจกรถและยิงออกไปสามสี่นัดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกนั้นจะไม่ตามเรามาอีก แต่ก็มีะุเฉี่ยวมาทางเราบ้างนั่นแปลว่าพวกนั้นก็มีปืนเช่นกัน
รวี : ไปตามที่อยู่นี่เลยนะคะลุง
รถแท็กชี่ออกตัวด้วยความเร็วอย่างโฉบเฉี่ยว มีหลายครั้งที่เกือบจะชนเข้ากับรถคันอื่น มีเพียวเราที่รู้สึกหวาดเสียวกับการนั่งรถแท็กซี่ครั้งนี้ หากแต่หล่อนยังคงนั่งอย่างสงบและถือปืนไว้ตลอดเวลา รถแท็กซี่ก็ไปตามเส้นทางที่หล่อนได้เอาไว้ให้และสุดท้ายเราก็มาถึงที่หมาย
รวี : นี่เงินค่ะลุง ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกหนูไว้นะคะ
ลุง : ไม่เป็ไรหรอก
รถแท็กซี่ขับออกไปแล้วเหลือเพียงแค่เราสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หล่อนหยิบกุญแจและไขประตูบ้านอย่างเ้าของบ้านทุกคนทำ หล่อนเชิญเราเข้าไปในบ้านอย่างสุภาพชนจะทำอีกเช่นกัน เราที่ไม่อยากเสียมารยาทจึงต้องเข้าไปตามคำเชิญ
รวี : นี่น้ำ
ภา : ขอบคุณ
เรามองไปรอบๆบ้านของหล่อนอย่างพิถีพิถันด้วยความสงสัยที่มีมากล้นและไม่กล้าถาม ภายในแทบไม่มีการตกแต่งอะไรมากมายมีเพียงป้ายคำขวัญแปลกตาที่เขียนไว้ว่า 'เร่งรุดหน้าไป เพื่อชัยประชาชน' พร้อมกับชุดสีเขียวแกมที่ออกไปทางสีดำ หมวกดาวสีแดงทรงซาลาเปาและปืนแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแขวนไว้ จนหล่อนต้องถามเราแทน
รวี : สงสัยอะไรรึเปล่าคุณ?
ภา : เปล่า ไม่มีอะไรหรอก
รวี : หรอ? เห็นมองบ้านเราไปซะทั่วก็นึกว่ามีเสียอีก
ภา : งั้นฉันถามเธอหน่อยสิ เธอชื่ออะไร เป็ใคร มาจากไหน ทำไมถึงมาช่วยฉัน แล้วทำไมถึงมีปืนด้วย
รวี : ถามเป็ชุดเลยนะ ทำอาชีพเป็ตำรวจรึไงกัน
ภา : ฉันถามเธออยู่นะ
รวี : ขอโทษละกัน เราชื่อรวี ชื่อจัดตั้งแสงรวี เรียกเราว่ารวีก็ได้นะ
ภา : แล้วคุณทำงานอะไรถึงได้พกปืนตลอดเวลา
รวี : เราทำงานเป็หน่วยปฏิบัติการลับพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์เคลื่อนไหวปลอมตัวแทรกซึมในเมืองเพื่อให้มันทำลายกันเองแล้วก็ส่งข้อมมูลลับให้พรรค
ภา : เธอเป็ฏ
รวี : เราไม่ใช่ฏ เราอาสาเข้าป่าเองั้แ่รัฐต่อสู้กับพรรคแรกๆ เราทนไม่ได้ที่ต้องเจอกับ..............
รวีเงียบลงไป เราได้แต่มองอย่างสงสัยว่าหล่อนต้องเจออะไรที่เลวร้ายอย่างมากจนถึงขั้นต้องหนีเข้าป่าสินะ คงต้องเบี่ยงประเด็นถามเื่ใหม่
ภา : แต่ว่าสิ่งที่รัฐโฆษณาเขาบอกว่าพวกคุณต้องดูโหด ใจร้าย ชอบใช้กำลัง
รวี : อย่าไปฟังพวกรัฐบาลเยอะ จริงๆพวกเราก็แค่เป็นักศึกษา ประชาชน ชาวนาธรรมดานี่แหละ เห็นแบบนี้เราเรียนจบนิติมานะ
ภา : ก็จริงดูน่าเชื่อถือ ว่าแต่เธอมาช่วยเราทำไม?
รวี : ก็.................แค่อยากช่วย
เกิดเป็ความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคน เราก็ไม่รู้ว่าจะถามอะไรรวีอีก เพราะดูเหมือนว่ารวีจะรู้เื่ทุกอย่างกับสิ่งที่เรากำลังประสบพบเจออยู่ รวียืนขึ้นและขึ้นไปชั้นบนก่อนที่จะหันหลังกลับมา
รวี : นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณคงต้องนอนค้างที่นี่ เดี๋ยวเราไปจัดห้องนอนให้นะ
ภา : อะ อืม
รวีขึ้นไป้าเพื่อจัดเตรียมห้องนอนให้เราได้นอนพัก เราเพียงแต่นั่งคอยให้รวีลงมาเรียกให้เราขึ้นไป แต่จนแล้วจนรอดจากทุ่มกลายเป็สองทุ่ม บ้านหลังนี้ช่างวังเวงจริงๆ น่ากลัว ทั้งเ้าของบ้านก็ไม่ลงมาสักที เราเลยถือวิสาสะขึ้นไปบนชั้นสอง ้าเงียบหมด ไม่มีแม้แต่เสียงอะไรเลยยกเว้นเสียงน้ำไหล เราเปิดห้องทุกห้องก็มีแต่ความว่างเปล่าจนเหลือเพียงห้องสุดท้าย
ภา : เธออยู่ในห้องน้ำรึเปล่า?
เงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆออกมา เราไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูเพราะกลัวจะไปเห็นอะไรไม่ดีเข้า แต่เพื่อตามหาหล่อนมันก็คงต้องเปิด
ภา : (เปิดประตู) เธอ.........
รวี : ว่าไงหรอ............
ภา : อร๊าย!!!!!!!!!!!
เรารีบปิดประตูทันที แล้ววิ่งลงข้างล่างเพื่อตั้งหลักตั้งสติ ให้ตายสิ พึ่งรู้จักกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำมันต้องจบเพราะเราไปเห็นรวีเปลือยกันเนี่ยนะ แต่ว่ารูปร่างของรวีไม่เหมือนคนที่อยู่ตามป่าตามเขาเลย ผิดแปลกไปเสียหมด ทั้งรูปร่าง สีผิว รวมไปถึง...................
รวี : คุณ คุณ
ภา : หะ ห้ะ มีอะไรรึเปล่า?
รวี : ไปอาบน้ำได้แล้ว แล้วก็เราเตรียมชุดนอนไว้ให้แล้วเรียบร้อย
เราที่เริ่มหน้าแดงและไม่อยากให้รวีจับได้ก็ได้แต่กอดผ้าเช็ดตัวแล้วรีบวิ่งขึ้นไปข้างบน เราปิดประตูห้องน้ำแล้วรีบอาบน้ำอย่างเร็วที่สุด เสื้อผ้าของรวีช่างหลวมเหลือเกิน อาจจะเป็เพราะเราตัวเล็กก็ได้ หากแต่ว่ากลิ่นนี้มันช่างหอม กุหลาบ ไม่สิ ดอกไม้สักชนิดมันช่างหอมเหลือเกิน เราทั้งดมทั้งใส่ไปด้วยเหมือนคนท้อง แต่ก็ดูเหมือนโรคจิตเหลือเกิน ไม่ได้ๆความคิดแบบนี้จะเข้ามาไม่ได้ เราแต่งตัวเสร็จแล้วกลับไปที่ห้องนอนที่รวีเตรียมไว้ เธอหลับไปก่อนเรานานแล้ว เราขึ้นไปนอนแล้วห่มผ้านอน แต่ทำไมกลิ่นนี้มันช่างกวนประสาทเราเหลือเกิน ไม่เคยรู้สึกร้อนแล้วกระวนกระวายแบบนี้มาก่อน เรารีบพลิกตัวไปหารวีแล้วสูดดมกลิ่นอย่างชื่นใจ
ภา : หอมจัง
เราเริ่มไล้ไปตามซอกคอของรวีทีละนิดทีละนิด แต่ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกตัว หากแต่เราไม่สนใจ เราเริ่มลูบไปตามแขนของรวี นั่นทำให้รวีรู้สึกตัวและมองมาที่เรา
ภา : ขะ ขอโทษ
เราเอี่ยวตัวกลับไปนอนที่เดิมแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รวีก้แบบนั้นเช่นกันเหมือนกับเรา และค่ำคืนนั้นก็ผ่านไปสักที............