เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 72 : ด้วยเกียรติของสามี

            "มันคือเฉินเฟิงงั้นหรือ?"

            หยางเฉินนึกออกในที่สุดเขานึกไม่ถึงว่าชายคนนี้จะเป็นเฉินเฟิง

            เทียบกับก่อนหน้านี้แล้วเฉินเฟิงเปลี่ยนเป็นคนละคนใบหน้าซูบตอบลงกว่าเดิม ผมเผ้ายุ่งเหยิง รอยขีดข่วน ฟกช้ำทั่วร่างกายรอยยิ้มเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเรียกได้ว่ามันกลายเป็นสัตว์ป่าโดยสมบูรณ์ สภาพของนายน้อยตระกูลเฉินเปลี่ยนไปเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง นี่อาจเป็นสิ่งที่สวรรค์ต้องการ

            อย่างไรก็ตามหยางเฉินไม่รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย เฉินเฟิงทำอะไรไว้เวลานี้มันถึงคราวที่ต้องชดใช้กรรม

            จางอิงจ้องมองเฉินเฟิงด้วยแววตาที่เหี้ยมโหดเฉินเฟิงเป็นคนทำลายชีวิตเธอ

            "ใช่แล้วค่ะมันคือเฉินเฟิง ตอนนี้มันกลายเป็นหมาที่ฉันฝึกมากับมือ"

            จางอิงพูดขึ้นพลางกระชับสายเชือกที่มือ

            เฉินเฟิงผู้ซึ่งกระทำชำเราหลินคุนอยู่กลับถูกกระชากลงกับพื้นมันคลานต่ำมาข้างหน้าจางอิงพร้อมกับแลบลิ้นเลียเท้าเยี่ยงสุนัข

            หยางเฉินสังเกตเห็นที่คอของเฉินเฟิงมีปลอกคอสวมอยู่คล้ายเป็นปลอกคอสุนัข

            "ทุกครั้งที่ผมเห็นไอ้สารเลวนี้ผมอยากจะเป่ากบาลมันแทบแย่ แต่น้องสาวกลับไม่อนุญาตให้ผมทำ"

            "ทำอย่างนั้นถือว่าช่วยให้มันไปสบายเกินไปฉันต้องการทรมานมัน มันทำกับฉันเหมือนเป็นขยะ ฉันเลยให้ผู้ชายมาทรมานมันบ้างทุกคืนเหล่าพี่น้องทั้งชายและหญิงที่เคยถูกมันกระทำล้วนมาจัดการมันอย่างสม่ำเสมอการจะฆ่ามันนั้นเอาไว้หลังจากนี้ก็ยังไม่สาย"จางอิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมย

            "คุณหยางคุณจะให้สัตว์เลี้ยงของฉันจัดการกับหลินคุนต่อไหมคะ"

            หยางเฉินเหลือบมองหลินคุนที่สลบไปจากความเจ็บปวดกล่าวว่า

            "ตามสบาย...จะทำอะไรกับชายคนนี้ก็ได้ แต่อย่าให้ถึงตายก็พอ"

            หยางเฉินพูดจบก็เดินออกจากห้องไปไม่ว่าจุดจบของหลินคุนและเฉินเฟิง จะเป็นอย่างไรต่างก็ไม่มีความสำคัญใดๆ สำหรับเขา

            แต่แผนการหรือจะสู้ลิขิตฟ้า

            ในขณะที่หยางเฉินกำลังขับรถกลับโรงพยาบาลจางหู่ก็โทรมา บอกสิ่งที่ทำให้หยางเฉินตกตะลึง นั้นคือ หลินคุนกลายเป็นบ้าไปโดยสมบูรณ์

            การแก้แค้นของหลินคุนจบด้วยการถูกโยนลงถังขยะ มันมีความทะเยอทะยานอันสูงส่งแต่ทุกครั้งก็ต้องประสบกับความล้มเหลวการเสียหุ้นของบริษัทอวี้เหล่ยไปทำให้มันแทบหมดสิ้นความหวังและสุดท้ายยังถูกพรากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปอีก

            ลูกชายเศรษฐีผู้สุขสบายมาตลอดชีวิตมีจุดจบเยี่ยงนี้เอง

            บางทีการกลายเป็นคนบ้าอาจปลดปล่อยหลินคุนจากความจริงอันโหดร้าย

            หยางเฉินบอกจางหู่ให้ส่งหลินคุนไปโรงพยาบาลจางหู่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจจุดประสงค์ของหยางเฉิน

            เมื่อเสร็จธุระของหลินคุนแล้วโม่เชี่ยนนีก็โทรมา หัวหน้าสาวสวยคนนี้ของเขาไม่เคยยิ้มหรือขอบคุณใดๆแม้ตอนที่เขาช่วยเธอไว้ก็ตาม เธอยังคงทำตัวเหมือนเขาติดหนี้เธออยู่นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกปลง

            "สวัสดีครับมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าคุณโม่"

            หยางเฉินเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย

            โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็รู้สึกรำคาญเล็กน้อย

            "น้ำเสียงอะไรของนายพูดคุยกับฉันมันทำให้นายทรมานมากนักหรือไง?"

            "ไม่ใช่หรอกครับผมรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย"

    หยางเฉินขมวดคิ้วผู้หญิงคนนี้พร้อมจะเปิดศึกกับเขาได้ทุกเมื่อจริงๆ

            "จะบอกอะไรให้คุณผู้หญิงท่านนี้จะเชิญนายไปดินเนอร์ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"     

            "คุณโม่คุณกำลังจะส่งผมไปทานข้าวแล้วทวงหนี้อีกแล้วใช่ไหม"

    หยางเฉินถามอย่างหวาดระแวง

            "ไปตายซะหยางเฉิน!! คุณผู้หญิงที่นายช่วยชีวิตไว้เป็นคนมีเมตตาเลยจะชวนนายไปทานข้าว นายคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจร้ายที่เจอหน้าก็ชวนทะเลาะใช่ไหม?"

            หยางเฉินถึงกับพูดไม่ออกแต่สุดท้ายก็ตอบตกลง เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ และเขาก็กำลังหิวอยู่เสียด้วย

            "ตกลงตามนี้  มาที่ลานจอดรถของบริษัท ฉันจะไปรับนายไปเอง"

            พูดจบโม่เชี่ยนนีก็วางสายทันทีไม่เปิดโอกาสให้หยางเฉินกล่าวคำใดๆ

            ท้องหยางเฉินคร่ำครวญอย่างโหยหวนเขาขับรถดั่งจรวด ไม่นานเขาก็มาถึงลานจอดรถบอส เวลานี้เป็นเวลาเลิกงานลานจอดรถจึงว่างเป็นพิเศษ

            รถออดี้สีแดงของโม่เชี่ยนนีจอดอยู่ที่มุมหนึ่งและกำลังรอคอยหยางเฉินอย่างใจจดใจจ่อ

            เธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดรสสีดำยาว พร้อมด้วยรองเท้าคริสทัลส้นสูง ผมดำเงาถูกปล่อยลงมาใบหน้างามถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยให้ความรู้สึกถึงความงามตะวันออกแบบดั้งเดิม

            ถ้าไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงโหดร้ายและเลือดเย็นมาก่อนเธอสมควรทำให้ชายทุกคนหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น

            "ขึ้นมาสิ"

    เมื่อเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาเธอรีบเปิดประตูเข้าไปในรถตรงที่นั่งคนขับทันที

            หลังจากหยางเฉินเดินเข้ามาแล้วโม่เชี่ยนนีก็เปิดเครื่องเสียงในรถ ที่เชื่อมต่อกับไอพอดเป็นเพลงเก่งที่ชื่อว่า Dreamto awakening

            เธอไม่ได้สนทนาอะไรกับหยางเฉินอีกเพียงแค่ขับรถไปตามทางเรื่อยๆ

            เมื่อขึ้นไฮเวย์หยางเฉินสังเกตว่าเพลงในไอพอดมีแต่เพลงคลาสสิคดั้งเดิม และยังรวมถึง TheBeatles และวงดนตรีเก่าแก่วงอื่น

            "เหมือนคุณจะรู้สึกคิดถึงบ้านนะ"หยางเฉินรู้สึกว่าหญิงชาวเมืองก็มีด้านนี้กับเขาด้วย

            โม่เชี่ยนนีกลอกตามองหยางเฉินพร้อมกล่าวว่า

            "สิ่งใหม่นั้นลืมได้โดยง่ายแต่สิ่งที่ลืมได้ยากนั้นคุ้มค่าให้คิดถึง... คนหยาบคายอย่างนายคงไม่เข้าใจหรอก"

            "ผมเข้าใจ...สองปีที่แล้วผมรู้สึกว่า เจสสิก้า อัลบานั้นน่ารักเป็นอย่างยิ่ง เธอทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ แต่หลังจากที่เธอตั้งท้องแล้วผมรู้สึกว่าความฝันในอดีตที่ผ่านมากลายเป็นรสชาติอันแปลกประหลาด"

            โม่เชี่ยนนีนั้นแทบจะเอาเท้ายันหน้าหยางเฉินถ้าไม่เพราะเธอต้องเหยียบคันเร่งล่ะก็

            ความเงียบปกคลุมตลอดการเดินทางมีเพียงเสียงเพลงร็อกแอนด์โรลดังก้องไปทั่วรถและในที่สุดโม่เชี่ยนนีก็หยุดรถพลางกล่าวว่า

            "เรามาถึงแล้ว"

            หยางเฉินมองออกไปนอกหน้าต่างรถและรู้สึกทะแม่งๆ เขามองไปที่ป้ายไฟนีออนพลางถามว่า

            "คุณแน่ใจนะว่าที่นี่"

            "ฉันมาที่นี่ไม่ได้หรือไง"โม่เชี่ยนนีถามเสียงเรียบ

            หยางเฉินส่ายหัวกล่าวว่า

            "ผมแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงอยากมากินที่นี่ผมคิดว่าคุณจะพาไปร้านอาหารตะวันตกหรูๆ ซึ่งเหมาะสมกับฐานะของคุณ"

            "ฉันชอบกินอาหารข้างทางมากกว่าน่าเสียดายที่นายเดาผิด" โม่เชี่ยนนีกล่าวพลางมองหยางเฉิน"ลงจากรถได้แล้ว"

            "อาหารข้างทาง? เยี่ยม!!"หยางเฉินไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์มาด้วยพอดี

            ตามทางริมแม่น้ำของเมืองจงไห่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร ยาวสุดลูกหูลูกตา แผงลอยหลายขนาดและหลากสีเรียงราย เต็มไปด้วยสีสันฝูงชนเดินขวักไขว่ แต่สิ่งที่ทำให้หยางเฉินประหลาดใจคือ  พนักงานบริษัทในกลางเมือง หลายคนใส่สูทถือเทกไทในมือ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

            สายลมริมแม่น้ำไม่ได้ทำให้บรรยากาศเย็นขึ้นเท่าไหร่แต่กลิ่นของอาหาร ผลไม้ และพืชผักนั้น เป็นกลิ่นของธรรมชาติบางทีนี่อาจเป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้คนจากในเมืองมาเยือนที่นี่

            แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามโม่เชี่ยนนีที่เดินท่ามกลางฝูงชนนั้นก็งามเฉิดฉายอย่างยิ่งถึงเธอจะไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนมากนักแต่เธอก็สง่างามและมีเสน่ห์ยิ่ง

            เมื่อเดินข้างๆหญิงสาวเช่นนี้ หยางเฉินจึงตกเป็นที่อิจฉาของชายหนุ่มทั้งหลาย

            "คุณมาที่นี่บ่อยงั้นเหรอ"

            หยางเฉินเอ่ยถามเขาไม่รู้มาก่อนว่ามีสถานที่เช่นนี้ภายในเมือง มันแปลกใหม่น่าสนใจอย่างมาก

            โม่เชี่ยนนีพยักหน้ากล่าวว่า

            "ฉันเคยมาที่นี่บ่อยๆแต่หลังๆ ก็ไม่ค่อยได้มาแล้ว"

            "มีหลายร้านเต็มไปหมดเราไปร้านไหนดี" หยางเฉินมองร้านอาหารน้อยใหญ่หลากหลายจนตาลาย

            โม่เชี่ยนนีเพียงเหลือบมองมาพลางกล่าวว่า"เดินตามมาก็พอ"

            หยางเฉินไม่ได้ถามอะไรอีกเขารู้สึกว่าโม่เชี่ยนนี เงียบขรึมขึ้นตั้งแต่เข้ามายังที่นี่เหมือนมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ เพียงไม่กี่อึดใจ ภายใต้การนำทางของโม่เชี่ยนนีพวกเขาก็มาถึงร้านอาหารที่ชื่อว่า 'เซียงฉวน'

            ภายในร้านหญิงสาวรูปร่างท้วมผมสีดอกเลาเห็นโม่เชี่ยนนีเดินเข้ามา เธอแสดงท่าทีดีใจรีบเดินเข้ามาหาพร้อมกล่าวว่า

            "น้องนีเธอไม่ได้มานานเลยนะ พี่สาวคิดถึงเธอเหลือเกิน"

            โม่เชี่ยนนีเผยรอยยิ้มอบอุ่นพร้อมสวมกอดโดยไม่สนใจคราบสกปรกจากชุดของหญิงสาวร่างท้วมเลยแม้แต่น้อย

            "พี่เซียงฉันยุ่งมากเลย วันนี้ฉันพาเพื่อนมากินข้าวด้วย เลยพามาหาพี่ที่นี่"

            พี่เซียงส่งรอยยิ้มยียวนมาทางหยางเฉินเหมือนเธอเข้าใจอะไรบางอย่าง

            "นี่เป็นแฟนเธอใช่ไหมล่า พาเพื่อนมากินข้าวอะไรกัน ทำไมไม่บอกพี่สาวคนนี้เลยว่ามีแฟนเหมือนคนอื่นเขาด้วย"

            โม่เชี่ยนนีรีบส่ายหน้าโบกมือเป็นพัลวัน

            "ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะพี่เขาเป็นสามีเพื่อนฉันเอง และเป็นเพื่อนร่วมงานกับฉันด้วย วันนี้เขาช่วยฉันไว้ฉันเลยจะเลี้ยงอาหารตอบแทนค่ะ"

            "เพื่อนของน้องนีไม่ต้องกังวลนะหาที่นั่งก่อน มาที่นี่ครั้งแรกใช่ไหม พี่เซียงจะทำอาหารอร่อยๆ ให้ทานเองกินฟรีไม่ต้องจ่าย"

            หยางเฉินขอบคุณเธอจากนั้นมองหาโต๊ะว่างนั่งลงไป พี่เซียงเสิร์ฟชาจากนั้นกลับเข้าครัวไป

            "ดูคุณคุ้นเคยกับพี่เซียงนะเธอเป็นญาติคุณงั้นเหรอ" หยางเฉินเอ่ยถาม

            โม่เชี่ยนนียกชาซดหนึ่งอึกตบโต๊ะดังฉาด ตอบว่า

            "เรามาจากหมู่บ้านเดียวกันหลายปีก่อน ฉันมาที่เมืองจงไห่นี้ และเธอก็ช่วยฉันไว้มาก เธอเป็นคนดีคนหนึ่ง"

            "งั้นคุณก็มาจากเสฉวน"หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจ

            "ตอนที่อยู่โรงพยาบาลคุณบอกว่าคุณรู้จักกับรั่วซีมานานนั่นหมายความว่าคุณมาที่เมืองจงไห่นี้ตั้งแต่อายุ 1314?"

            "ทำไม?มันแปลกนักเหรอ" โม่เชี่ยนนีตอบด้วยคำถาม

            หยางเฉินส่ายหัว

            "ผมแค่รู้สึกชื่นชมเด็กสาวอายุ 13 14 เข้ามาที่เมืองใหญ่ด้วยเจตจำนงของตนเองหนำซ้ำยังไต่เต้าจนกลายมาเป็นผู้จัดการภายในเวลาไม่กี่ปีแต่ผมสงสัยว่าพ่อแม่คุณอนุญาตให้คุณมาเมืองนี้เพียงลำพังงั้นหรือ?"

            โม่เชี่ยนนีสีหน้าอึมครึมตอบว่า

            "บ้านเกิดของฉันอยู่ในภูเขาที่นั่นยากจนข้นแค้น ต้องทำไร่เพื่อความอยู่รอดพ่อฉันเสียด้วยอาการเจ็บป่วยเมื่อฉันอายุ 13  ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านเป็นโรคอะไรหลังจากนั้นแม่ของฉันก็ลำบากมากยิ่งขึ้นสุดท้ายเธอก็แต่งงานกับชายคนอื่นในหมู่บ้าน"

            หยางเฉินไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาพูดเขาไม่คิดว่าเบื้องหลังความงามนั้น เธอมีอดีตที่ดำมืดมาก่อน

            "งั้นคุณคงไม่ยอมรับการแต่งงานของแม่ และออกจากหมู่บ้านมาใช่ไหม?"

            "ไม่ใช่"โม่เชี่ยนนีหันหน้าหนี เอามือข้างหนึ่งกดที่ขอบตาพลางกล่าวว่า

            "ฉันมีเหตุผลที่ออกมาจากที่นั่นที่แห่งนั้นไม่มีโรงเรียนมัธยม มหาวิทยาลัยยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉันเลยไม่ต้องการเสียเวลาที่นั่น"

            หยางเฉินสังเกตขอบตาของโม่เชี่ยนนีเปลี่ยนเป็นสีแดงและรู้ว่าเธอไม่ต้องการพูดถึงเรื่องในอดีต

            "ในเมื่อคุณพาผมมาที่นี่แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อรำลึกถึงบ้านเกิดใช่ไหม"

            โม่เชี่ยนนีจ้องมองหยางเฉิน

            "อาหารที่พี่เซียงทำนั้นอร่อยมากถึงแม้ว่าการพานายมาที่นี่ก็เพื่อที่ฉันจะได้มาเจอเธออีกครั้งแต่ยังไงก็ต้องขอบคุณนายที่ช่วยฉันเอาไว้"

            "ผมแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำท่ามกลางคุณทั้งสอง คนหนึ่งเป็นภรรยา อีกคนหนึ่งเป็นหัวหน้า ผมไม่สามารถปล่อยพวกคุณให้ตกอยู่ในอันตรายได้"

            "หน้าที่ของฉันคือต้องขอบคุณนายสำหรับรั่วซีนั้น เธอโชคร้ายพอแล้วที่เป็นภรรยาของนายแน่นอนว่าเธอไม่จำเป็นต้องขอบคุณนายด้วยการเลี้ยงข้าวแบบฉัน"

            "เฮ้หมายความว่าไงที่รั่วซีโชคร้ายที่มีสามีแบบผม"หยางเฉินเอ่ยท้วง "แต่งกับผมเลวร้ายมากหรือยังไง?ผมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอนะ ด้วยเกียรติของสามีเลยเอ้า"

            "เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นายต้องทำอยู่แล้วแต่เรื่องอื่นๆ นั้นไม่อาจเอามาเปรียบเทียบกันได้ นายเอาแต่เล่นเกมไปวันๆทำตัวเหมือนโจร แล้วนายทำอะไรอย่างอื่นอีก นายไม่มีแรงจูงใจหรือความทะเยอทะยานใดๆ  และไม่มีคุณค่าใดๆจบจากฮาร์วาร์ด พูดได้หลายภาษาแล้วยังไง ไร้สาระสิ้นดีในโลกนี้นั้นคนที่ไม่มีความสามารถนั้นไม่น่าอับอายเท่ากับคนที่มีความสามารถแต่ไม่เคยใช้ให้เกิดประโยชน์ใดๆ"

            หยางเฉินตกตะลึงโดยสมบูรณ์เธอสามารถทำให้เขากลายเป็นคนที่น่าอับอายได้อย่างง่ายดาย ไม่แปลกใจเลยว่าเธอกลายมาเป็นผู้จัดการในแผนกพีอาร์ได้อย่างไร

           เธอมีฝีปากที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก