คำพูดของไมเคิลทำเอาทั้งดาวเหนือและชายสูทขาวชะงักไปพร้อมๆกัน
"ท่านประธานคนดีของแกเขาทิ้งแกไว้ที่นี่แล้ว" ไมเคิลย้ำพลางแสยะยิ้มเหมือนจะเยาะเย้ยอีกฝ่ายให้อกแตกตายแทนการฆ่า
"ไม่จริง!ท่านประธานไม่ใช่คนแบบนั้น แกโกหก ท่านกำลังไปตามคนมาช่วยฉันแน่ๆ"คนคนนั้นเถียงสวนทันควัน แม้ลึกๆ ข้างในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน
"แกน่าจะรู้ดีกว่าใครๆนะ ขนาดผมทำงานให้แทบจะถวายชีวิต เขายังยัดคดีให้เข้าคุกได้เลยนับประสาอะไรกับข้าทาสผู้จงรักภักดีอย่างแกเขาจะเขี่ยทิ้งให้ตายแทนวันไหนก็ได้"
ทั้งคำพูดและเสียงหัวเราะของรองหัวหน้ายมทูตทำเอาชายสูทขาวผู้เคยเป็อดีตหัวหน้างาน ถึงกับตัวสั่นเป็ตุ๊กตาสกายทูปริมฟุตบาทด้วยความโกรธ
"ฉันจะฟ้องท่านประธานว่าแกพูดอะไรบ้าง!"
ในสายตาดาวเหนือดูเหมือนคนคนนี้จะยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมตอนเป็มนุษย์ไปเลย แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นหนุ่มน้อยก็มั่นใจว่ารุ่นพี่ของเขาคงมีวิธีจัดการอย่างสาสม
"ก็ไปฟ้องสิถ้าแกรอดจากที่นี่ไปได้ล่ะก็นะ!" ไมเคิลไม่พูดเปล่า แต่ปลดล็อคส่วนหัวเคียวเผยให้เห็นโซ่เหล็กที่ซ่อนอยู่เวลานี้เคียวยมทูตของเขากลายร่างเป็เคียวติดโซ่ไปเสียแล้ว!!
"ถะ... ถะ...ถ้าแกฆ่าฉัน พรรคพวกของฉันไม่เอาแกไว้แน่ ท่านประธานจะต้องมาล้างแค้นให้ฉัน!"
ความหวังลมๆ แล้งๆ ของคนคนนั้นทำเอาไมเคิลถึงกับแค่นหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชหากแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขา... จะต้อง
"แล้วผมจะคอยดูก็แล้วกันนะ"
สิ้นเสียงของรองหัวหน้ายมทูตใบเคียวคมกริบติดโซ่ก็พุ่งเข้าหาชายสูทขาวทันที ทำเอาดาวเหนือซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆต้องรีบวาร์ปหนี พร้อมกับหลับตาหันไปทางอื่น เพราะไม่อยากเห็นภาพศีรษะขาดกระเด็นต่อหน้าต่อตาอีก
ทว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้เป็ไปอย่างที่ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือคาดเดา ไมเคิล...ไม่ได้ฆ่าคนคนนั้น
"กะ... กะ...แกจะทำอะไรฉัน!? ทำไมไม่ฆ่าฉันซะเลยล่ะ กลัวหรือไงกลัวว่าท่านประธานจะกลับมาแก้แค้นให้ฉันสินะ ฮ่าๆๆ"
ทั้งคำพูดและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังลอยมาเข้าหูเรียกให้ดาวเหนือลืมตา และหันขวับมามองสิ่งที่เกิดขึ้นเคียวติดโซ่พันเข้ากับร่างของชายสูทขาวจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ถึงอย่างนั้นหนุ่มน้อยก็อยากเข้าไปอุดปากที่กำลังพร่ำพูดนั่นเสีย แต่มันคง...ไม่ทันแล้ว
"ทำไมผมจะต้องฆ่าคุณซ้ำๆด้วยล่ะ ผมน่ะ... อยากเห็นคุณทุกข์ทรมานอยู่ในนรกมากกว่ามันน่าสนุกกว่ากันตั้งเยอะ" ไมเคิลตอบเสียงเยาะเย้ยนั้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นชวนขนลุก
ทั้งๆที่ดาวเหนือเดาว่ารองหัวหน้าของเขาคงโมโหและจัดการอะไรสักอย่างที่ทำให้คนคนนั้นพูดอะไรไม่ได้อีกต่อไป หากแต่เขา... เข้าใจผิด...อีกแล้ว
"แก... ไอ้มานะ!ไอ้โรคจิต! อะ... อะ... ไอ้..."
ทั้งคำพูด รอยยิ้มและท่าทางของไมเคิล เหมือนจะเป็การแกล้งยั่วให้อีกฝ่ายโมโหหนักขึ้นตรงข้ามกับดาวเหนือที่โล่งอกกับการตัดสินใจของรองหัวหน้ายมทูต
"เราจะพาหมอนี่ไปส่งท่านยมเลยใช่ไหมครับรุ่นพี่?"หนุ่มน้อยเอ่ยถามเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง
"อยากจะถามอะไรอีกไหมล่ะเื่ของผมน่ะ?" ไมเคิลไม่ได้ตอบคำถามของดาวเหนือแต่กลับย้อนถามจนอีกฝ่ายถึงกับยืนอึ้งเพราะไม่ทันตั้งตัวและไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำถามนี้
"เอ่อ...คือผม... ไม่อยากถามอะไรแล้วครับ" ดาวเหนือก้มหน้าตอบตะกุกตะกักเริ่มรู้สึกผิดในความอยากรู้อยากเห็นเกินขนาดของตัวเอง
"งั้นเหรอ..."ไมเคิลพยักหน้า ระหว่างที่ลากชายสูทขาวผู้เป็อดีตหัวหน้างานเข้ามาข้างตัวโดยมีมูนวอล์กเลื้อยเข้าไปช่วยพันธนาการใบหน้าและปากของคนคนนั้นอย่างรู้งาน
"แต่ผมอยากบอก..."
คำพูดประโยคถัดมาของไมเคิลทำเอาดาวเหนือนิ่งอึ้งไปอีกรอบ แน่ล่ะ! ก็ทั้งๆที่ตอนแรกเขาทำท่าเหมือนไม่อยากเล่าแท้ๆ แล้วทำไม...
"ถ้ารุ่นพี่อยากบอกผมก็จะฟังครับ" ดาวเหนือตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อไม่ให้แลดูสอดรู้สอดเห็นจนเกินไป แม้ที่ผ่านมาจะเป็แบบนั้นก็ตาม
"ก็ไม่มีอะไรมากแค่ผมฆ่าคนสองคนที่ป้ายความผิดให้ผม จนต้องไปอยู่ในคุก แล้วก็ถูกสั่งเก็บตายอนาถอยู่ในนั้น จบ" ไมเคิลย่ออัตชีวประวัติของตัวเองให้เหลือแค่ 2 บรรทัดสั้นๆ ทว่ามันกลับได้ใจความกว่าคำพูดทั้งหมดทั้งมวลที่ผ่านๆมาของเขา น้ำเสียงของชายหนุ่มคล้ายจะเย้ยหยันให้กับความอยุติธรรม และบัดซบของสังคมจนดาวเหนือนึกสะท้อนในใจ
...เพราะไม่ได้มีแค่ไมเคิลหรอกที่รู้สึกแบบนั้น
"ผม...ขอโทษครับ" ดาวเหนือยังคงก้มหน้านิ่งหนุ่มน้อยรู้สึกผิดหนักขึ้นที่ดันอยากรู้อยากเห็นในเื่ที่ไม่ควรถูกนำมาเล่าซ้ำ ให้เ้าของเื่ต้องรู้สึกเหมือนสิ่งเ่าั้กำลังวนลูปกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งและทุกครั้งที่มีคนพูดถึง
"ขอโทษผมเื่อะไรเคยบอกแล้วไงว่าผมดีใจที่นายถาม"
คำตอบของไมเคิลยังคงเหมือนเดิมและแม้มันจะทำให้ชายสูทขาวดิ้นรนอยากจะพ่นคำพูดบางอย่างออกมาสักแค่ไหน แต่มูนวอล์กก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมมันรัดใบหน้าของคนคนนั้นแน่นขึ้น... แน่นขึ้น... และแน่นขึ้นเรื่อยๆเหมือนอยากจะให้คำพูดเ่าั้ไหลกลับลงคอเ้าของใบหน้าอัมพาตกินนี่เสีย
"ทำไมถึง...ดีใจล่ะครับ" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มรุ่นน้องอดสงสัยไม่ได้ ิญญาเ้าหนูจำไมเริ่มสำแดงอภินิหารสิงสู่ดาวเหนืออีกแล้ว
"อย่างน้อยก็แปลว่ายังมีคนสนใจผมหรืออย่างน้อยก็เื่ของผม"
น้ำเสียงของไมเคิลอาจฟังดูราบเรียบแต่คำตอบของเขากลับทำให้ข้างในคอของดาวเหนือมีก้อนแข็งๆ ขึ้นมาจุกจนหนุ่มน้อยพูดอะไรไม่ออก เขา... ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก แม้แต่คำปลอบใจ
"ข้าดีใจที่เ้าเข้าใจเสียทีว่าการนำตัวมารสูทขาวมาส่งที่ยมโลก เพื่อรับโทษทัณฑ์ที่พวกเขาเคยก่อเป็สิ่งที่ควรทำมากกว่าการเข่นฆ่า"
เสียงของท่านยมปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์เวลานี้ทั้งเขา ไมเคิล มูนวอล์ก และคนคนนั้น วาร์ปมาอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์พิพากษาภายในยมโลกแล้วในที่สุด... บุคคลผู้สมควรได้รับโทษก็จะไม่ต้องลอยนวลลอยหน้าลอยตาไปคอยแย่งดวงิญญาของพวกเขาอีกแม้จะเป็การลดจำนวนไปแค่คนเดียวก็ตาม
"พรุ่งนี้พระองค์จะได้รับนักโทษจากกลุ่มมารสูทขาวมาพิพากษาโทษอีกแน่นอนขอรับกระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง" ไมเคิลก้มหัวน้อมรับคำชมพร้อมให้คำสัญญากับท่านยมถึงสิ่งที่เขาได้คิดใคร่ครวญวางแผนไว้เป็อย่างดี
"แล้วข้าจะรอ...รองหัวหน้ายมทูตมานะ"
น้ำเสียงของท่านยมทรงเปี่ยมไปด้วยความเมตตาจนดาวเหนืออยากทูลขอเคียวประจำตัวไว้ใช้งานอีกสักวันเพราะมั่นใจว่าเคสของนายประวิงนั้นคงมีพวกมารสูทขาวมาคอยแย่งชิงดวงิญญาไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่ แต่ทำไงได้ล่ะ...ในเมื่อหนุ่มน้อยให้คำสัตย์ไว้เช่นนั้นแล้ว
"เอ่อ... กะ...กระหม่อมขออนุญาตคืนเคียวประจำตัวขอรับ"ดาวเหนือคุกเข่าลงส่งคืนเคียวยมทูตที่เขาเคยทูลขอท่านยมมาใช้เป็กรณีฉุกเฉินในการช่วยไมเคิลสู้รบปรบมือกับพวกมารสูทขาว
"ข้าอนุญาตให้เ้าเก็บไว้ใช้อีกวันมันจำเป็สำหรับการรับดวงิญญาในคืนวันพรุ่งนี้"ท่านยมทรงตรัสราวกับล่วงรู้ความคิดของยมทูตฝึกหัดในบัญชารวมไปถึงเหตุการณ์อันอาจจะเกิดขึ้น ไม่สิ... มันจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ
"ขอรับท่านยม"หนุ่มน้อยเก็บเคียวไว้ในรูปแบบปากกา แล้วใส่มันไว้ในกระเป๋าลับด้านในเสื้อสูทและแม้จะมีอาวุธพร้อมรับมืองานรวมญาติมารสูทขาวในวันพรุ่งนี้แต่ท่าทางของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความกังวล
"ไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้ผมจะไม่ให้นายต้องเหนื่อยเหมือนอย่างวันนี้อีก"ไมเคิลพูดขึ้นทันทีที่ทั้งคู่วาร์ปมาเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจถัดไปตรงหน้าประตูยมโลกราวกับกำลังรอเวลานี้อยู่แล้ว รวมทั้งล่วงรู้สิ่งที่อยู่ในความคิดของดาวเหนือ
"ผมไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยครับ"หนุ่มน้อยตอบได้แค่นั้นแล้วนิ่งเงียบไป เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองควรพูดอะไรกันแน่ระหว่างคำพูดให้กำลังใจกับคำพูดแสดงความเป็ห่วงรุ่นพี่
"ขอบใจนะที่มาช่วยวันนี้นายไปพักเถอะ ผมฝากเช็ควงแหวนเวทย์ตอนเที่ยงคืนด้วย ตี 1 ผมจะมารับเหมือนเดิม" ไมเคิลยิ้มให้ดาวเหนือก่อนจะวาร์ปหายไปจากตรงนั้นทันที ทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับยืนอ้าปากค้าง
"อ้าว...อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะเที่ยงคืน แล้วผมจะไปอยู่ไหนล่ะครับ"ดาวเหนือบ่นกระปอดกระแปด พลางมองรอบตัวอย่างเคว้งคว้างนี่ถ้าต้นงิ้วตรงทางเข้ายมโลกมีเปลญวณล่ะก็ เขาก็คงรีบไปจองที่ไว้นอนรอเวลาสบายๆได้ แต่นี่...
เฮ้อ... บางทีรุ่นพี่ไมเคิลอาจจะอยากอยู่เงียบๆคนเดียวล่ะมั้ง แล้วเขาก็ดันถามนู่นถามนี่เยอะแยะไปหมด
"งั้นก็..."ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยลอบถอนหายใจเบาๆ มือเกาหัว แล้วตัดสินใจวาร์ปหายไปจากตรงนั้นเวลานี้เขามีเพียงตัวเลือกเดียว และตัวเลือกที่ว่านั่นก็คือ...
"ฉันเดาถูกจริงๆด้วย ว่านายจะมาที่นี่"
เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดและความเงียบภายในห้องพักฟื้นโรงพยาบาลทำเอาดาวเหนือที่กำลังตั้งท่าจะหย่อนก้นลงบนโซฟาถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว
"จะพูดอะไรก็ให้สุ้มให้เสียงกันบ้างสิผมในะครับ!!" หนุ่มน้อยโวยวาย ตาเหลือบมองไปที่มุมเสาข้างโซฟาเพื่อสำรวจว่ามีใครนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หรือไม่ และเมื่อไม่เห็นว่ามีใครก็เบนสายตากลับมาทางเ้าของเสียงเมื่อครู่
"โทษทีๆฉันแค่ดีใจที่นายมาน่ะ นี่หลงกับรุ่นพี่อีกแล้วเหรอ?" ก้อนดินตั้งคำถามด้วยอาการร่าเริงสุดขีดแต่นั่นดูจะเป็เหมือนดังแท่นปูนที่ถล่มลงกลางหัวดาวเหนือเสียมากกว่า
...เขาไม่ได้หลงแต่พึ่งโดนรุ่นพี่ทอดทิ้งต่างหาก!
"คุณดีใจที่มียมทูตมาอยู่ในห้องเนี่ยนะบ้าหรือเปล่า ตอนรถชน สมองกระทบกระเทือนด้วยหรือไง?" ดาวเหนือโวยวายใส่ก้อนดินท่าทางผ่อนคลายขึ้นเมื่อมีคนให้บ่นว่า
"ก็... มันเหงานี่ไม่มีคนพูดด้วยตั้งหลายชั่วโมง ปกติฉันพูดกับลูกค้าทั้งวัน นายก็รู้"
แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดแต่น้ำเสียงของก้อนดินก็บ่งบอกว่าเขากำลังพูดไปยิ้มไป
"ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าคุณพูดกับลูกค้าทั้งวันอย่าพูดเองเออเองแบบนี้สิ" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดยังไม่หยุดบ่นราวกับอัดอั้นมาจากที่ไหนสักที่
"อ้าว...นายไม่ได้ตามดูฉันทั้งวันหรอกเหรอ?"
คำถามของก้อนดินทำเอาดาวเหนือเกิดอาการแน่นท้องจุกเสียดขึ้นมาเฉียบพลันจริงอยู่ที่เขาเคยไปแอบดูพฤติกรรมของก้อนดิน่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำแต่ก็ไม่ได้ตามดูทั้งวันสักหน่อย!!
"ผมไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นนะเฟ้ย!!"
ว่ากันว่าอะไรที่ปลอมฟอร์มมักจะแตกในไม่ช้า ท่าทางเก๊กๆ ของดาวเหนือก็เช่นกัน
"ฉันก็ไม่ได้ว่านายโรคจิตแค่หลงคิดว่ายมทูตต้องคอยตามดูิญญาที่ตัวเองจะพาไปลงนรกตอนใกล้ตายฉันถึงได้เจอนายบ่อยขนาดนี้"
คำพูดของก้อนดินแทงใจดำดาวเหนือซ้ำๆราวกับธนูหน้าไม้ที่ถูกยิงเข้ามาปักกลางอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดอกแล้วดอกเล่านั่นสินะ... ทำไมเขาจะต้องหาเื่ให้ตัวเองได้เจอหมอนี่ด้วย
"คิดว่าผมว่างขนาดนั้นหรือไงโรงพยาบาลนี้มีคนตายทุกวัน ผมจะมาวันละกี่รอบก็ได้ แล้วโรงพยาบาลก็ออกจะกว้างผมจะหลงทางทุกครั้งก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน" ดาวเหนือแถสุดลิ่มทิ่มประตูจนสีข้างแทบเปลี่ยนสี
ก็นะ...เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อรับดวงิญญา แถมยังพลัดหลงกับไมเคิลแค่หนเดียวด้วย
"แล้ว...ที่หมู่บ้านนั้นกับริมฟุตบาทนั่นล่ะ?" ก้อนดินมิวายสงสัยอีก
"ผมก็ไปรับิญญาคนตายไงเล่าไม่เชื่อก็ไปหาข่าวมาอ่านสิครับ!!" ดาวเหนือตั้งหน้าตั้งตาเถียงเสียจนหน้าดำหน้าแดงนี่ถ้าในห้องนี้เปิดไฟสว่างล่ะก็ หมอนั่นต้องล้อเขาอีกแน่ๆ
"โทษทีๆ ที่ฉันเข้าใจนายผิดไม่ใช่ก็บอกไม่ใช่สิ ไม่เห็นต้องหัวเสียเลย"
และแม้จะมองแทบไม่เห็นว่าสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายเป็ยังไงแต่ก้อนดินก็พออ่านมันออกจากน้ำเสียงสูงปานกระดิ่งนั่น
"ผมไม่ได้หัวเสียสักหน่อยทำไมผมจะต้องหัวเสียด้วย ในเมื่อมันคือความจริง"หนุ่มน้อยอ้อมแอ้มประโยคสุดท้ายออกมาได้ไม่เต็มเสียงนักและพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเฉไฉมองหาสิ่งแปลกปลอมไปรอบๆ ห้องแทน
"ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยแค่นายมาอยู่เป็เพื่อนนี่ก็ดีมากแล้ว"
คำพูดจากใจของก้อนดินทำให้ดาวเหนือถึงกับชะงัก... ทำไมหมอนี่จะต้องเป็คนเลวด้วยนะทำไมเขาจะต้องมาทำหน้าที่พาิญญาของคนคนนี้ลงนรกด้วยทำไมถึงไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้ ทำไมไม่มาเจอกันก่อนที่เขาจะตาย
...เฮ้ย!! นี่เขาคิดบ้าอะไรฟะเนี่ยยยยยยย
"ผมบอกแล้วไงว่าหลงกับรุ่นพี่เลยมาตั้งหลักที่นี่ ไม่ได้มาอยู่เป็เพื่อนคุณสักหน่อย"ยมทูตหนุ่มน้อยย้ำคำเดิม เหมือนเป็การหลอกให้สมองของตัวเองคิดแบบนั้นไปด้วย
"ฉันก็ยังดีใจอยู่ดีที่นายเห็นว่าที่นี่ดีพอจะใช้เป็ที่ตั้งหลัก" ก้อนดินยังคงยิ้มอยู่ท่ามกลางความมืดที่รายล้อมและทั้งหมดที่เขาพูดก็คือความรู้สึกแท้จริงในใจ เื่นี้ดาวเหนือเองก็ใช่จะไม่รู้
"แล้วคุณไปเยี่ยมรุ่นพี่มาเป็ยังไงบ้างล่ะ?" ดาวเหนือรีบเปลี่ยนเื่พูดเพราะไม่อยากให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้
"ยังไม่พ้นขีดอันตรายเลยอาการยังทรงๆ"
ทันทีที่คำถามเปลี่ยนน้ำเสียงของก้อนดินก็เปลี่ยนไปจนดูราวกับจะไม่สามารถเรียกความร่าเริงเมื่อครู่กลับมาได้อีกทำเอาดาวเหนือรู้สึกผิด และสำนึกได้ว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่าง
"รุ่นพี่บอกว่าคนคนนั้นยังไม่ถึงฆาตแต่ผมก็บอกคุณไม่ได้หรอกนะว่า เขาจะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้หรือเปล่ามันเป็กฎ" ดาวเหนือตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้อีกไม่กี่นาทีเขาจะต้องไปที่ห้องห้องนั้นแล้วและก็ได้แต่หวังว่าพวกมารสูทขาวคงไม่ได้มาวุ่นวายอะไร
"ขอบคุณที่ช่วยยืนยันอีกครั้งนะถึงไปดูแล้วจะรู้สึกสิ้นหวังแปลกๆ แต่พอได้ยินนายพูดแบบนี้ มันก็เหมือนจะมีความหวังขึ้นมาอีก"
แม้เวลาจะผ่านไปอีกวันและเวลาของเขาน้อยลงไปอีก 1 วัน แต่ความคิดของก้อนดินก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมันทำให้ดาวเหนือต้องเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆ ว่าการที่เขาตัดสินหมอนี่ว่าเป็คนเลวนั้น มันถูกต้องแล้วหรือเปล่า
"เดี๋ยวผมมานะ" หนุ่มน้อยบอกชายผู้เป็เหยื่อของตัวเองแล้ววาร์ปหายไปจากห้องทันที โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ห้องไอซียูของโรงพยาบาลสถานที่ซึ่งชายผู้เป็ที่้าของมารสูทขาวกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่
"มีรอยขาดหายของวงเวทย์!!"ดาวเหนือแทบจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก เมื่อเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงเตียงเป้าหมายแล้วพบร่องรอยแหว่งเว้าของวงเวทย์ที่ไมเคิลเคยกางเอาไว้ซึ่งบ่งบอกว่าพวกมารสูทขาวมาที่นี่เพื่อทำอะไรสักอย่างในการพาดวงิญญาของชายคนนี้ไป
"ทำไงดี รุ่นพี่ก็ไม่รู้อยู่ไหนแถมไม่ได้ให้เคียวของตัวเองมาอีก ทำไง ทำไง ทำไงดีล่ะ!?" หนุ่มน้อยเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก จะไปตามหาไมเคิลก็กลัวกลับมาไม่ทันเวลาเที่ยงคืน จะติดต่อหาไมเคิลยมทูตฝึกหัดอย่างเขาก็ยังไม่มีอุปกรณ์สื่อสารใดๆ จะอยู่เฝ้าเป้าหมายรอให้ไมเคิลมาหา ก็เกรงพวกมารสูทขาวจะโผล่มาเสียก่อน
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้ากระทบพื้นห้องทำเอาดาวเหนือแทบหยุดหายใจ ก่อนจะหันไปพบว่ามันคือเสียงของ... พยาบาลเวรประจำวัน
"นึกว่าพวกมารสูทขาว"หนุ่มน้อยยกมือขึ้นทาบอกพร้อมกับถอนหายใจนั่นเองที่ทำให้มือของเขาคลำไปเจออะไรบางอย่างด้านในกระเป๋าเสื้อ
"ปะ... ปากกา... ทำไมมีสองด้าม!?" ดาวเหนือพึมพำและรีบดึงมันทั้งคู่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เพื่อที่จะพบว่า..."ถ้าด้ามที่มีโซ่คล้องเป็ของรุ่นพี่ ด้ามนี้ก็ต้องเป็ของเรา"
หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดไม่รู้จริงๆ ว่ารองหัวหน้ายมทูตของเขาใส่ปากกานี่ไว้ให้ตอนไหนแต่นั่นก็ถือเป็เื่ดีที่บ่งบอกว่า ไมเคิลไม่เคยลืมหน้าที่ของตัวเองรวมทั้งหน้าที่ที่มอบหมายไว้ให้เขาด้วย เพียงแต่...ดาวเหนือนั่นแหละที่ดันคิดมากและตีโพยตีพายไปเอง
"เที่ยงคืนแล้วต้องรีบเติมวงเวทย์ให้ครบ"
ท่าทางจับเคียวของดาวเหนือดูเก้ๆกังๆ แปลกๆ เพราะนี่เป็ครั้งแรกในการเขียนวงเวทย์สำหรับป้องกันการแย่งชิงดวงิญญาจากเหล่ามารสูทขาวซึ่งหมายความว่าถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น คนคนนึงจะต้องหายไปตลอดกาลและไม่มีวันได้กลับมาพบเจอคนที่รักเขากับคนที่เขารักบนโลกนี้อีก
"ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ เราทำได้เราทำได้" หนุ่มน้อยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและปลุกใจตัวเองด้วยคำพูดอย่างคนคิดบวก ทั้งที่ในหัวไม่มีอะไรบวกเลยสักอย่างเดียว
ทว่าในที่สุด...วงเวทย์ก็ได้รับการเติมจนกลับมาส่งพลังงานได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
"เฮ้อออออ..."ดาวเหนือถอนหายใจยาวที่สุดในชีวิต แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงเขาเก็บเคียวของไมเคิลให้กลับไปอยู่ในรูปแบบปากกาตามเดิม และใส่มันกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อถึงอย่างนั้นแข้งขาของดาวเหนือก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะยืนขึ้น
"วาร์ปกลับไปสภาพนี้เลยได้ไหมขอเน้นๆ ตรงโซฟาเลยนะ" หนุ่มน้อยพึมพำแล้วจัดการวาร์ปตัวเองให้กลับไปที่ห้องพักฟื้นของก้อนดินหวังจะพักผ่อนสักครึ่งค่อนชั่วโมง แล้วค่อยไปเจอกับไมเคิลตามนัด
"กลับมาแล้วเหรอนายหายไปนานมากเลย ไปส่งิญญาลงนรกมาเหรอ?"
เสียงของก้อนดินดังขึ้นทันทีที่หลังของดาวเหนือััโซฟาทั้งๆ ที่ภายในห้องยังคงมืดสนิท ดูเหมือนประสาทััทั้ง 6 ของหมอนั่นจะดีมากที่จริงคนแบบนี้ไม่น่าจะถูกรถชนได้เลย ให้ตายเถอะ! แต่ก็อาจจะเพราะใกล้ถึงฆาตก็ได้ยมทูตหนุ่มน้อยนึกนินทาเหยื่อของตัวเองในใจ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นทว่านั่นเองที่ทำให้เขามองเห็นใครคนหนึ่งตรงข้างโซฟา
"เหวอออออ!!"ดาวเหนือร้องเสียงลั่น ทันทีที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแข้งขาที่เคยไร้เรี่ยวแรงของเขา ดีดขึ้นอัตโนมัติมิหนำซ้ำยังวิ่งหนีไปทางเตียงของก้อนดินด้วย และไม่ใช่แค่นั้น...
"ทะ... ทะ... ทำไมนายไม่บอกฉันวะ... ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ตรงนั้น!?"
สรรพนามเรียกขานของหนุ่มน้อยเปลี่ยนไปเพราะสติสตังที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำเอาก้อนดินอดขำไม่ได้
"ก็ฉันนึกว่านายรู้ นายเป็ยมทูตน่าจะรู้ดีกว่ามนุษย์ธรรมดาๆ อย่างฉันไม่ใช่เหรอ?"
คำถามของก้อนดินแทงใจดำเสียจนดาวเหนือพูดอะไรไม่ออก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะสรรหาเหตุผลมาแถไม่ได้
"กะ... ก็ฉันไม่ทันตั้งตัวนี่ใครจะไปคิดว่าลืมตาขึ้นมาแล้วจะเจอหน้าแบบนั้น หรือว่า... นายรวมหัวกันแกล้งฉันใช่ไหม!?" ดาวเหนือมิวายโยนความผิดให้ก้อนดิน
"ฉันจะไปรู้ได้ไงว่านายจะกลับมาที่ห้องนี้รึเปล่าจู่ๆ ก็วาร์ปหนีกันไปเฉยๆ แบบนั้น" ก้อนดินตอบพลางหัวเราะขำ
"ก็ฉันบอกนายไปแล้วไงว่าเดี๋ยวมาฉันก็ต้องกลับมาสิ" ยมทูตดาวเหนือยังคงโวยวายไม่หยุด เพราะแม้จะสติหลุดแต่เขาก็ยังจดจำคำพูดของตัวเองได้เป็อย่างดี
เอ่อ...ถ้าไม่นับสรรพนามแทนตัวเองกับก้อนดิน ที่เขาพยายามทำให้ดูห่างเหินในฐานะยมทูตกับดวงิญญาชายโฉดนั่นน่ะนะ
"แล้ว... นายจะมาที่นี่อีกไหม?" ก้อนดินถามอย่างมีความหวังไม่ใช่เพราะเหงา อยากมีใครสักคนมาอยู่ด้วย แต่เพราะรู้สึกดีเวลาเจอกันแม้อีกฝ่ายจะเป็ยมทูตที่อีกไม่นานจะรับดวงิญญาเขาไปรับโทษในนรกก็ตาม
"ฉัน... เอ้ย!ผมก็ต้องมารับคุณไปลงนรกอยู่แล้ว ลืมหรือไง" ดาวเหนือเริ่มได้สติรีบแก้ไขสรรพนามที่ใช้เรียกตัวเองกับก้อนดิน ให้กลับไปเป็เหมือนวันแรกที่เจอกัน
"ไม่สิ... ฉันหมายถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้ หรือว่า... ฉันจะต้องตายวันนี้แล้ว?"