“อยากนอนต่ออีกสักพักหรือไม่” เซี่ยลี่หยางกอดภรรยา “ยังมีเวลาอีกนานกว่าที่ร้านจะเปิด”
“ไม่นอนต่อแล้วเ้าค่ะ ท่านก็รีบลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว วันนี้เป็วันที่โรงสุราของเรากลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง ท่านต้องดูดีและหล่อเหลาที่สุด” หลี่เหิงเยว่จุมพิตสามี “ลุกขึ้นได้แล้วเ้าค่ะ”
“ข้ารู้สึกว่ายังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเลย ขอเติมพลังอีกหน่อยก็แล้วกัน” จากนั้นเซี่ยลี่หยางก็จู่โจมไปที่ริมฝีปากของภรรยาจนหนำใจ “เมื่อคืนเห็นว่าเ้าเพิ่งทำการผ่าตัดให้ท่านอาสี่มา ข้ากลัวว่าเ้าจะเหนื่อยเกินไป แต่คืนนี้...ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแน่”
“ในหัวของท่านคิดแต่เื่นี้หรืออย่างไรเ้าคะ” หลี่เหิงเยว่ทุบหน้าอกสามี “ตอนนี้ท่านเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบหกย่างสิบเจ็ดปีเท่านั้นนะเ้าคะ หมกมุ่นเื่นี้มากไประวังไตจะพัง”
“แม้ร่างนี้จะเป็เพียงเด็กหนุ่ม แต่ภายในของข้ามันคือผู้ชายอายุสามสิบแล้วนะ ข้าไม่เด็กแล้ว ถ้าเ้าไม่เชื่อข้าจะแสดงให้เ้าดูตอนนี้ก็ยังได้”
“ข้าเชื่อแล้วเ้าค่ะเชื่อแล้ว” หลี่เหิงเยว่รีบห้าม นางจำคืนเข้าหอได้เป็อย่างดี หากนางไม่เพลียจนสลบไป มีหรือที่สามีจะปล่อยให้นางได้พัก แต่...นางกับเขาโชคดีที่มีโอกาสได้มาใช้ชีวิตที่สอง นางก็ไม่อยากจะเสียเวลาอีกแล้ว ความสุขใดที่สามารถสร้างได้ นางก็อยากจะตักตวงให้เต็มที่ คิดได้อย่างนั้นนางก็เริ่มเปลี่ยนใจ “แต่เพื่อให้มั่นใจ เรามาพิสูจน์กันสักรอบดีกว่า”
เซี่ยลี่หยางหรี่ตามองภรรยาพร้อมกับยิ้ม “เ้ากำลังสงสัยในความสามารถของข้าอยู่หรือ เช่นนั้นข้าก็จะจัดให้”
เซี่ยลี่หยางกอดภรรยาแล้วพานางเข้าไปหาความสุขในมิติทันที อย่างไรเวลานี้ก็เช้าแล้ว หากใครมาได้ยินเสียงสุขสันต์ของพวกเขาเข้าคงไม่ดีแน่ ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม สองสามีภรรยาก็เดินจูงมือกันออกไปยังห้องรับประทานอาหาร
ที่โต๊ะอาหาร เซี่ยฮูหยิน เซี่ยเหวินซู และเซี่ยหรงซิ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“พี่สะใภ้ วันนี้ท่านสวยกว่าวันแรกที่ข้าเจอท่านอีกเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพอจะแนะนำวิธีการบำรุงผิวหน้าของท่านให้ข้ารู้ได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากมีใบหน้างดงามเหมือนท่านจริงๆ” เซี่ยหรงซิ่งทักพี่สะใภ้
เซี่ยฮูหยินเหลือบมอบลูกสะใภ้คนโตก็แอบอมยิ้ม ใบหน้างดงามเปล่งปลั่งเช่นนี้คงเกิดจากการผสมผสานพลังหยินหยางของลูกชายและลูกสะใภ้เป็แน่ วิธีนี้มีแต่คู่สามีภรรยาเท่านั้นที่จะทำได้ “ซิ่งเอ๋อ...อย่าพูดจาเหลวไหล รีบตักโจ๊กให้พี่ชายกับสะใภ้เร็วเข้า พวกเขาคงหิวมากแล้ว”
หลี่เหิงเยว่หน้าแดงเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาเอ็นดูของแม่สามี นางแอบเอื้อมมือไปบิดเอวสามีแก้เขินก่อนจะพูดกับน้องสามี “เอาไว้วันหลังข้าจะสอนวิธีดูแลผิวหน้าให้เ้าก็แล้วกัน”
“ท่านไม่สบายหรือขอรับพี่สะใภ้ ทำไมถึงได้หน้าแดงเช่นนี้” เซี่ยเหวินซูถามขึ้น “พี่ใหญ่ดูสิ อยู่ดีๆ พี่สะใภ้ก็หน้าแดง หรือว่าพี่สะใภ้จะป่วยเพราะการรักษาท่านอาสี่”
“อะแฮ่ม...นางแค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้น แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว” เซี่ยลี่หยางถลึงตาใส่น้องชาย “เ้าอย่าเพิ่งถามให้มากความ รีบกินข้าวแล้วก็รีบออกไปช่วยลุงฝูกับเจ๋อกั๋วดูความเรียบร้อยหน้าร้านเถอะ”
เซี่ยเหวินซูได้แต่มองพี่ชายอย่างน้อยใจ เขาเป็ห่วงพี่สะใภ้แล้วมันผิดหรือ ก็พี่สะใภ้หน้าแดงออกปานนั้น หากไม่สบายขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร ทำไมต้องดุเขาด้วยเล่า
หลี่เหิงเยว่เห็นสีหน้าน้อยใจของน้องชายสามีก็นึกสงสาร “ขอบใจเ้ามากเหวินซู แต่ข้าสบายดี เ้าไม่ต้องห่วงนะ”
“ท่านแม่กับซิ่งเอ๋ออยากไปดูการประมูลสุราหรือไม่ขอรับ” เซี่ยลี่หยางเปลี่ยนเื่
“ข้าอยากไปเ้าค่ะ ข้าไม่เคยเห็นวิธีการประมูลซื้อสินค้ามาก่อน พี่ใหญ่อนุญาตให้ข้าไปดูสักครั้งเถิดนะเ้าคะ” เซี่ยหรงซิ่งรีบพูดขึ้น “ท่านแม่ ท่านก็ต้องไปด้วยนะเ้าคะ หากท่านไม่ไป พี่ใหญ่คงไม่อนุญาตให้ข้าไปแน่”
“แต่เราจะไปเกะกะการทำงานของพี่ใหญ่เสียเปล่าๆ แม่ว่าเรารออยู่ที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ” เซี่ยฮูหยินบอกลูกสาว
“ข้าให้ลุงฝูจัดห้องส่วนตัวไว้ให้แล้วขอรับ และห้องนั้นก็เป็ห้องทำงานส่วนตัวของข้าด้วย ท่านแม่กับซิ่งเอ๋อสามารถไปดูการประมูลจากห้องนั้นได้ เยว่เยว่ก็จะไปอยู่ที่นั่น” เซี่ยลี่หยางบอก
“ถ้าไม่รบกวนการทำงานของพวกเ้าแม่ก็อยากไป”
“เช่นนั้นเราก็ไปกันทั้งหมดนี่เลยเ้าค่ะ พวกท่านรีบทานข้าวเร็วเข้า อีกไม่นานก็จะได้เวลาเปิดร้านแล้ว ข้าอยากดูงานประมูลเต็มที่แล้วเ้าค่ะ” เซี่ยหรงซิ่งบอกอย่างดีใจ
ผ่านไปแล้วสองชั่วยามนับจากเวลาเปิดร้าน ลูกค้าที่คิดว่าจะมีมากมาย กลับไม่มีใครเดินเข้ามาในร้านแม้แต่คนเดียว
“ท่านพ่อ ทำไมยังไม่เห็นมีลูกค้าเข้ามาในร้านเลยสักคนขอรับ” ฝูเจ๋อกั๋วพูดอย่างร้อนใจ
“เ้าจะร้อนใจไปทำไม นี่เพิ่งผ่านมาแค่...แค่ครึ่งวันเท่านั้น” ฝูเกาบอกกับลูกชายอย่างไม่มั่นใจ เมื่อเช้าเขายังตื่นเต้นที่โรงสุราของนายท่านกำลังจะกลับมาโด่งดังอีกครั้ง อำพันเรืองรองกับมรกตมั่งมี หรือแม้แต่เหล้าหวานทั้งสี่รสชาติ ล้วนแต่เป็เหล้าดีที่ยังไม่เคยมีที่ใดนำออกมาขาย นับว่าเหล้าของโรงสุราหยางซูซิ่งเป็เหล้าที่หายากที่สุดในแคว้นแล้ว ลูกค้าควรจะหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ใช่หรือ แล้วนี่อะไร ไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านแม้แต่คนเดียว
“หรือว่าลุงหม่าไม่ได้ประกาศข่าวการประมูลเหล้าของเราออกไป ไม่ได้แล้ว...ลุงหม่ารับข้าวสารกับแป้งจากคุณชายใหญ่เป็ค่าจ้างแต่ไม่ยอมทำงาน ข้าต้องไปถามเขาให้รู้เื่” ฝูเจ๋อกั๋วพูดขึ้นอย่างโมโห
“พวกเ้าอย่าเพิ่งใจร้อน โรงสุราของเราซบเซามานานแล้ว อีกทั้งชื่อเสียงของข้าก็ไม่นับว่าดี แม้จะประกาศออกไปว่าเรามีเหล้าดีขาย แต่ใครจะเชื่อ อีกอย่างยังมีสาเหตุอื่นอีก” เซี่ยลี่หยางพูดอย่างใจเย็น
“สาเหตุอื่นคืออะไรขอรับคุณชาย แล้วปล่อยไว้อย่างนี้จะดีหรือขอรับ เราเสียเงินปรับปรุงร้านไปมากมาย หากขายหรือประมูลเหล้าไม่ได้สักขวดจะทำอย่างไร” คราวนี้ฝูเกาอดที่จะร้อนใจไม่ได้แล้ว เมื่อนึกถึงเงินหลายพันตำลึงที่เพิ่งเอามาลงทุนตกแต่งร้านไป
“ไหนว่าโรงสุราของพวกเ้ามีเหล้าดีมาขายอย่างไรเล่า แล้วทำไมไม่เห็นมีลูกค้าเข้ามาเลยสักคน” อาห้าเซี่ยเดินเข้ามาด้วยท่าทางสบาย และยังหยุดยืนอยู่หน้าร้านโดยมีผู้ติดตามของเขายืนปิดทางเข้าร้านไว้อย่างถือวิสาสะ
“อาห้า ท่านบอกให้คนของท่านย้ายไปยืนอยู่ที่อื่นได้หรือไม่ขอรับ มายืนขวางหน้าร้านอย่างนี้ ประเดี๋ยวมีลูกค้าผ่านมาแล้วเขาจะเข้ามาในร้านได้อย่างไร” เซี่ยเหวินซูบอก
“เด็กที่ไม่ได้รับการอบรมมักจะเป็เช่นนี้ พูดจาไม่มีสัมมาคารวะ ข้าจะช่วยสั่งสอนเ้าแทนบิดาของเ้าเอง” อาห้าเซี่ยยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าเซี่ยเหวินซู เขาไม่ชอบใจหลานชายคนนี้มานานแล้ว เป็เพราะเ้าเด็กนี่มักจะทำให้เขาเสียโอกาสเข้าใกล้พี่สะใภ้
เซี่ยลี่หยางจับมืออาห้าเซี่ยไว้แน่น “ท่านเป็ใคร? แล้วมีสิทธิ์อะไรจะมาทำร้ายน้องชายของข้า อีกอย่างน้องชายของข้าก็พูดไม่ผิด พวกท่านมายืนขวางหน้าร้านเพราะอยากมาก่อกวนข้าหรือ”
อาห้าเซี่ยตั้งใจจะสะบัดมือออก แต่เซี่ยลี่หยางกลับบีบข้อมือเขาแรงขึ้น “เ้ากล้ากระทั่งทำร้ายผู้าุโ อยากโดนลงโทษด้วยกฎของตระกูลหรืออย่างไร”
“ฮ่าๆๆ กฎของตระกูลหรือ กฎของตระกูลใดไม่ทราบ ข้าใช้แซ่เซี่ยก็จริง แต่ข้าไม่ใช่คนในตระกูลเซี่ยของท่าน หรือท่านจะให้ข้าเอากระดาษแผ่นนั้นออกมาให้ดู” เซี่ยลี่หยางยิ้มหยัน “ข้าไม่อายหรอกนะที่จะนำมันไปติดประกาศให้คนรู้ให้ทั่วเมือง แต่ท่านยอมรับผลที่จะตามมาได้จริงหรือ”
อาห้าเซี่ยนึกถึงคำสั่งของมารดาที่อย่าให้เขามาหาเื่ครอบครัวสายสาม เพราะหากเซี่ยลี่หยางประกาศเหตุผลที่ครอบครัวสายสามถูกตัดสัมพันธ์และนำชื่อของจากผังของตระกูล ถึงตอนนั้นตระกูลเซี่ยย่อมไม่มีหน้าอาศัยอยู่ในอำเภอเสียนโจวอีกแล้ว
“ถึงแม้จะตัดสัมพันธ์กันแล้ว แต่ข้าก็ยังเป็ท่านอาห้าของพวกเ้าอยู่นะ”
“ความหมายของการตัดสัมพันธ์และแยกตัวออกจากตระกูลคืออะไรท่านก็ไม่รู้หรือขอรับ ท่านได้รับการอบรมสั่งสอนจากที่ใดมา หรือว่า...ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่เคยสอนความรู้ให้ท่านเลย” เซี่ยลี่หยางทวนคำที่อาห้าเซี่ยเคยต่อว่าน้องชายของเขาก่อนหน้านี้
“เ้า!” อาห้าเซี่ยโมโหจนอยากจะด่าเซี่ยลี่หยางออกไปสักหลายคำ แต่เวลานี้เขาเจ็บข้อมือจนรู้สึกว่าข้อมือกำลังจะหักแล้ว “เ้าปล่อยมือข้า แล้วข้าจะไม่ถือสาคำพูดของเ้า”
“ถือสา!” เซี่ยลี่หยางยิ้ม “แต่ข้าอยากให้ท่านถือสา เพราะข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะทำอะไรข้าได้”
“เ้าห้า! ลี่หยาง! พวกเ้าหยุดสร้างปัญหาเสียที” ลุงใหญ่เซี่ยเดินเข้ามาห้าม
“ที่นี่คือโรงสุราของครอบครัวข้า เพราะฉะนั้นคนที่มาสร้างปัญหาน่าจะเป็คนตระกูลเซี่ยของท่านมากกว่านะขอรับ”
“ลี่หยาง นี่เ้าไม่นับถือข้าที่เป็ลุงใหญ่ของเ้าแล้วหรือ ทำไมถึงกล้าเถียงข้าเช่นนี้”
เซี่ยลี่หยางกำลังรออยู่ทีเดียวว่าลุงใหญ่เซี่ยจะปรากฏตัวเมื่อไหร่ สาเหตุที่ร้านของเขาไม่มีลูกค้าก็เป็ฝีมือของลุงใหญ่เซี่ย เพราะลุงใหญ่เซี่ยอยากบีบให้ธุรกิจของเขาไปไม่รอด ก็เหมือนกับที่ร่างเดิมเคยหลงกลและขายกิจการทั้งหมดออกไป เื้ัของคนที่มาซื้อกิจการทั้งหมดของครอบครัวเขาก็คือท่านลุงใหญ่เซี่ยคนนี้นั่นเอง