เข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย

    ตอนที่ 23 เช่นนั้นก็แบ่งสามส่วนเจ็ดส่วนก็แล้วกัน

            หลินซียิ้มอย่างอ่อนโยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ป้าจาง ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹อื่น เพียงที่ผ่านมา ท่านกับท่านลุงผู้นำหมู่บ้านก็ให้ความช่วยเหลือดูแลครอบครัวเรามามากมายแล้ว ทั้งข้าและเสิ่นเฉินต่างก็ไร้บิดามารดา ในสายตาพวกเรา ท่านทั้งสองก็เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดที่สุด บัดนี้พอมีช่องทางทำมาหากินดี ๆ พวกเราย่อมนึกถึงท่านเป็๲อันดับแรก พวกท่านมีน้ำใจกับบ้านเรา เราก็อยากตอบแทนบ้าง จะได้มีปีใหม่ที่ดีกันทั่วหน้าอย่างไรล่ะเ๽้าคะ”

            ถ้อยคำจริงใจและน้ำเสียงเปี่ยมความนับถือของหลินซีทำให้ป้าจางรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง

            ทว่านางก็ยังคงลังเลอยู่ “แต่พวกเ๽้าหาเงินมาได้ก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายเลยนะ หากจะให้พวกข้าเข้ามาร่วมแบ่งปันผลประโยชน์ด้วยเสียมากมาย มันจะ…”

            หลินซีรีบกล่าวเสริม “เมื่อครู่ข้าบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือเ๯้าคะ ว่าที่บ้านยังมีภาระอื่น ๆ อีกมาก เสิ่นเฉินเองก็ไม่อาจปลีกตัวมาช่วยได้เต็มที่ ส่วนเด็ก ๆ ยังเล็ก จะให้มาตรากตรำทำงานด้วยก็ไม่ได้ ลำพังข้าคนเดียวทำไม่ไหวจริง ๆ เ๯้าค่ะ หากท่านไม่รับงานข้าคงต้องร้องขอกับคนอื่น ป้าจาง โอกาสดี ๆ เช่นนี้ ไม่ควรปล่อยให้ตกไปถึงมือคนนอก ท่านตอบตกลงเถิดนะเ๯้าคะ”

            “แต่ว่า…” ภรรยาผู้นำหมู่บ้านยังคงลังเล สายตาเหลือบไปมองเสิ่นเฉินที่ยืนเงียบอยู่

            อันที่จริง หากครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น นางย่อมยินดีเป็๞อย่างมาก เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเสิ่นเฉินรับรู้การตัดสินใจเช่นนี้ของหลินซีมาก่อนหรือไม่ เพราะเ๹ื่๪๫นี้ดูเหมือนหญิงสาวจะเพิ่งตัดสินใจและเรียกนางมาพูดคุยอย่างกะทันหัน 

            บัดนี้นางมองออกแล้วว่าแม่นางหลินผู้นี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากจริง ๆ 

            เช่นนี้ หากคู่สามีภรรยาบ้านสกุลเสิ่นจะสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้อย่างราบรื่นก็คงจะดีไม่น้อย สะสางเ๹ื่๪๫เด็ก ๆ ปรับปรุงเ๹ื่๪๫นิสัยใจคอกันลงตัวแล้ว นางในฐานะผู้หวังดีก็ไม่อยากให้มีเ๹ื่๪๫อื่นใดต้องมาเป็๞เหตุให้ทั้งสองเกิดความขัดแย้งกันอีก โดยเฉพาะกับเ๹ื่๪๫เงิน ๆ ทอง ๆ

            เสิ่นเฉินมองออกถึงความกังวลในแววตาของป้าจาง เขาจึงเป็๲ฝ่ายเอ่ยขึ้น "ข้าเห็นด้วยกับความคิดของหลินซีทุกประการ ป้าจาง ท่านก็ทราบสถานการณ์ของบ้านข้าดี หากท่านไม่รังเกียจ ก็ขอเชิญมาร่วมกิจการนี้ด้วยกันเถอะขอรับ"

            ป้าจางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจกล่าว “เสิ่นเฉินเอ๋ย พวกเ๯้าอุตส่าห์นึกถึงครอบครัวป้า ป้าก็รู้สึกขอบคุณและดีใจมาก แต่ในเมื่อนี่เป็๞ช่องทางที่สะใภ้เสิ่นเป็๞ผู้ค้นพบ ป้าจะมาร่วมแบ่งผลประโยชน์เท่าเทียมได้อย่างไร เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ป้าตอบตกลง แต่เ๹ื่๪๫ส่วนแบ่งนั้นจะแบ่งตามจำนวนคนไม่ได้หรอก ขอแบ่งเป็๞สัดส่วนสามส่วนต่อเจ็ดส่วนก็แล้วกัน พวกเ๯้ารับไปเจ็ดส่วน ส่วนอีกสามส่วนที่เหลือค่อยเป็๞ของบ้านข้า” กล่าวจบนางก็มองหน้าหลินซีสลับกับเสิ่นเฉินอย่างรอคำตอบ

            ปฏิกิริยาแรกของหลินซีคือคัดค้านในใจ 

            ‘ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!’ 

            การร่วมทำธุรกิจนั้น สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือความไม่เท่าเทียมในการแบ่งผลประโยชน์ แม้ครอบครัวป้าจางจะเป็๲คนซื่อสัตย์และมีน้ำใจ—-ซึ่งเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ปฏิเสธไม่ได้—-แต่ความคิดและจิตใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากวันเวลาผันผ่านไปนานเข้า  เกิดมีเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ความคิดฝ่ายที่ดูเสียเปรียบเปลี่ยนแปลง ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ง่าย 

            อีกอย่าง แม้จะกล่าวว่าร่วมหุ้น แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ฝั่งนางแท้จริงก็มีเพียงนางแค่คนเดียว หากไม่หารผลประโยชน์ตามจำนวนคน นางย่อมได้เปรียบอีกฝ่ายมาก และมากจนเกินไป ตัวนางเองก็จะรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย!

            หลินซีกำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมป้าจางอีกครั้ง แต่กลับถูกเสิ่นเฉินชิงพูดตัดบทขึ้นเสียก่อน “ป้าจาง วันนี้พวกเราหารือกันเพียงเท่านี้ก่อนเถอะขอรับ ท่านกลับไปแจ้งข่าวให้คนที่บ้านรู้ก่อน พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาพบกันแต่เช้า”

            หลินซีหันขวับไปมองชายหนุ่มทันที เมื่อเห็นสายตาที่เขาส่งมาเป็๞นัย แม้จะนึกสงสัย แต่นางก็เลือกที่จะเงียบไว้ไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก

            ส่วนป้าจางนั้นเข้าใจว่าทุกอย่างตกลงกันเรียบร้อยแล้ว นางจึงกล่าวลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยินดีแล้วจากไป

            ครั้นเมื่อร่างของแขกยามค่ำลับสายตา หลินซีก็ขมวดคิ้วหันมาเอ่ยถามเสิ่นเฉิน “จะแบ่งสามเจ็ดส่วนได้อย่างไร นี่มันเท่ากับพวกเราเอาเปรียบครอบครัวป้าจางชัด ๆ”

            เสิ่นเฉินวางชามที่ล้างสะอาดแล้วลงซ้อนกัน เอ่ยตอบเสียงเรียบ “ต่อให้พูดตอนนี้ ป้าจางก็คงไม่ยอมรับส่วนแบ่งเท่ากันอยู่ดี รอให้ขายของได้เงินมาก่อน ถึงตอนนั้นค่อยหาวิธีนำเงินส่วนที่ครอบครัวนางสมควรได้รับไปมอบให้โดยตรงก็แล้วกัน”

            เมื่อได้ฟัง หลินซีก็เกิดความคิดดี ๆ บางอย่าง มือบางตบเข่าฉาดใหญ่ ดวงตามีประกายสว่างวาบ “จริงด้วย! ทำไมข้าถึงคิดวิธีนี้ไม่ออกนะ! เมื่อครู่ข้าเข้าใจเ๯้าผิดไป ต้องขอโทษเ๯้าด้วย”

            เสิ่นเฉินเหลือบมองอีกฝ่ายวูบหนึ่ง ในดวงตาปรากฏความหมายลึกซึ้ง แต่เพียงวูบเดียวก็หายไปเหมือนลมพัด 

            “การร่วมมือกันหาเงินเช่นนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ ‘เ๯้า’ คนก่อนจะคิดได้เช่นกัน”

            เปลือกตาของหลินซีกระตุกยึก เริ่มเกรงว่าหากสนทนาเ๱ื่๵๹นี้ต่อไปอาจนำพาไปสู่ประเด็นซับซ้อน…และละเอียดอ่อนจนเกินอธิบาย ร่างบางจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ “เอ่อ... เ๽้าเอาชามไปเก็บในครัวเถอะ ต้าเป่ากับน้อง ๆ ออกไปเล่นนานแล้ว ข้าจะไปตามพวกเขากลับเข้าบ้านก่อน”

            ทว่าคาดไม่ถึง ไม่กี่อึดใจต่อมา ต้าเป่ากลับวิ่งพรวดเข้ามาจากด้านนอกเสียก่อน

            “ข้ากลับมาแล้วขอรับ!”

            หลินซีถึงกับสะดุ้ง๻๷ใ๯ แต่เมื่อเห็นว่าด้านหลังต้าเป่าไม่มีผู้ใดตามมาเลย จึงรีบเอ่ยถาม “แล้วเอ้อร์เป่ากับน้อง ๆ เล่า?”

            “พวกเขายังเล่นกันอยู่ อีกสักเดี๋ยวคงตามกลับมา” 

            พูดจบเด็กชายหกขวบก็เม้มริมฝีปากแน่น แล้วสาวเท้าเข้าหาหลินซี สีหน้าดูมีบางอย่างอยากจะเอ่ย…แต่ยังไม่มั่นใจนัก

            หลินซีสังเกตเห็นท่าทีเช่นนั้นของเด็กชาย จึงค่อย ๆ ย่อตัวลง ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “เป็๲อะไรไปหรือ ต้าเป่า? …หรือว่าเมื่อครู่ตอนออกไปเล่นข้างนอก มีผู้ใดมารังแกพวกเ๽้าอีกแล้ว?”

            “ไม่ใช่ขอรับ” ต้าเป่าส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะรวบรวมความกล้าจนเพียงพอแล้วเอ่ยขึ้น “เมื่อครู่...ข้าแอบได้ยินที่พวกท่านคุยกัน พรุ่งนี้ ข้าขอตามท่านไปเก็บผักป่าด้วยได้หรือไม่ขอรับ?”

            “เ๽้าอยากจะไปด้วยรึ?” หลินซีเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

            “ขอรับ! ข้าโตแล้ว สามารถช่วยงานได้!” เด็กชายตอบเสียงหนักแน่น ในดวงตาฉายแววจริงจัง…ตั้งใจอย่างที่สุด

            ต้าเป่าเป็๲เด็กฉลาดเกินวัย ทั้งยังมีไหวพริบและช่างสังเกต เช่นเมื่อครู่ตอนที่ป้าจางเพิ่งมาถึง แล้วท่านพ่อใช้ให้เขาออกไปตามน้อง ๆ กลับเข้าบ้าน มันทำให้เขารู้สึกสะกิดใจ และเริ่มนึกสงสัย …คล้ายกับว่าท่านพ่อจงใจให้เขาไปที่อื่นเพื่อไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ของผู้ใหญ่ 

            ในตอนแรก เขาถึงกับคิดไปว่าท่านพ่ออาจเชิญป้าจางมาเพื่อเป็๞พยานในการหย่าร้าง ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็๞การพูดคุยเ๹ื่๪๫ช่องทางทำมาหากินกัน เ๹ื่๪๫นี้ต้าเป่าที่แอบฟังอยู่๻๷ใ๯อย่างยิ่ง 

            เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลินซีจะเป็๲ผู้ริเริ่มทำเช่นนี้... ‘ดูเหมือนว่านางจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริง ๆ’

            ครั้นพอตั้งสติได้ เด็กชายก็คิดต่อไปอีกว่า ‘หากช่วยกันเก็บผักป่าได้มากขึ้น ก็ย่อมหมายถึงการหาเงินได้มากขึ้นด้วยไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเขาจะตามไปด้วยไม่ได้เล่า!’

            “เอ่อ…” หลินซีรู้สึกประหลาดใจระคนลังเล อดไม่ได้ที่จะหันไปสบตากับเสิ่นเฉินเพื่อขอความเห็น

            เสิ่นเฉินวางชามในมือลง เดินเข้ามาใกล้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ต้าเป่า เ๯้ายังเด็กเกินไป ไม่เหมาะที่จะขึ้นเขา”

            “แต่ว่า... นาง…” ต้าเป่าเกิดความกระอักกระอ่วน ไม่รู้ควรจะเอ่ยเรียกขานหลินซีว่าอย่างไร จึงทำได้เพียงชี้มือไปที่หญิงสาว “บอกว่าผักป่าพวกนั้นอยู่แค่บนเนินเขาแถวตีนเขาเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในป่าลึกเสียหน่อยนี่ขอรับ”

            เสิ่นเฉินตอบกลับเสียงเรียบ “นี่เป็๞เ๹ื่๪๫ของผู้ใหญ่ หน้าที่ของเ๯้าคือดูแลน้อง ๆ ให้ดี”

            ทว่าคนเป็๲บิดาเพิ่งพูดจบ เอ้อร์เป่ากับเ๽้าตัวเล็กอีกสองคนก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านนอก เอ้อร์เป่ารีบกล่าวอย่างรู้ความ “พวกเราไม่ต้องให้พี่ใหญ่คอยดูแลหรอกขอรับ! ข้าก็โตแล้วดูแลน้อง ๆ เองได้!”

            ซานเป่ากับซื่อเป่าที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบพยักหน้าหงึกหงักรับคำ กล่าวเสียงใสอย่างว่าง่าย “ใช่เ๯้าค่ะ/ขอรับ! พวกเราจะอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหนแน่นอน!”

            ต้าเป่าหันกลับไปมองเสิ่นเฉินด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวัง สายตาเว้าวอนผสมความจริงจังและตั้งใจเกินกว่าวัยจากเด็กชายแค่หกขวบนั้นช่างทำให้ผู้ใหญ่ใจอ่อนได้โดยง่าย …ไหนจะดวงตากลมโตที่มองมาอย่างออดอ้อนอีกสามคู่ด้วยเล่า

            เสิ่นเฉินและหลินซีสบตากัน ต่างเห็นแววกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในดวงตาของอีกฝ่าย

            สุดท้าย เป็๲หลินซีที่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วตัดสินใจตกปากรับคำ

            ส่วนเสิ่นเฉินยังคงขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด หลินซีจึงเขยิบเข้าไปกระซิบข้างหู  “ปล่อยให้เด็ก ๆ อุดอู้อยู่แต่ในบ้านตลอดไปก็ไม่ดีนักหรอก ต้าเป่าโตพอจะรู้ความแล้ว ให้ข้าพาเขาไปด้วย... ถือเสียว่าพาไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน”

            เสิ่นเฉินยังคงนิ่งเงียบอยู่ราวสองสามอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำนน “ก็ได้”

            “ขอบคุณขอรับท่านพ่อ!” ต้าเป่าดีใจจนยิ้มตาหยี ดวงตาที่เคยกลมโตบิดโค้งเป็๞รูปเสี้ยวจันทร์ทันที

            เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ต้าเป่าจึงรีบกระตือรือร้นพาน้อง ๆ ไปจัดการธุระส่วนตัวอย่างแข็งขัน แล้วพาเข้านอน โดยซื่อเป่ายังคงนอนร่วมห้องกับหลินซีเช่นเดิม 

            เพราะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ทุกคนในบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงต่างพากันเข้านอนแต่หัวค่ำ และไม่นานนักก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

    ++++++++++

            ณ บ้านของผู้นำหมู่บ้าน 

            หลังจากป้าจางกลับถึงบ้าน นางก็เล่าเ๱ื่๵๹ราวทั้งหมดที่ได้พูดคุยกับบ้านสกุลเสิ่นให้สามีและลูก ๆ ฟัง

            ผู้นำหมู่บ้านเมื่อฟังจนจบก็๻๷ใ๯ไม่น้อย เอ่ยถามซ้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อหู “นี่... สะใภ้เสิ่นเป็๞คนเอ่ยปากเองจริง ๆ หรือ?”

            ป้าจางพยักหน้าหนักแน่น “จริงสิ! ตอนแรกนางถึงกับเสนอจะแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเราตามจำนวนคนเชียวนะ!”

            ผู้นำหมู่บ้านเป็๞คนดีมีคุณธรรมไม่ต่างจากภรรยา โพล่งออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “นั่นไม่ได้เด็ดขาด! พวกเขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาชักชวนพวกเราให้มีช่องทางทำกินด้วย ก็นับว่าดีมากแล้ว พวกเราจะไปเอาเปรียบพวกเขาได้อย่างไร”

            จางเจ๋อและจางอวี้เอ๋อร์ที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ สบตากัน ก่อนที่คนเป็๲บุตรชายจะเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินพวกท่านพูดถึงภรรยาของน้าเสิ่นอยู่บ้าง แต่วันนี้พอได้เจอ นางดูไม่เหมือนกับในเ๱ื่๵๹ที่ลือกันเลยนะขอรับ”

            จางอวี้เอ๋อร์พยักหน้าเห็นพ้อง นางยังรู้สึกว่ารอยยิ้มของหลินซีเมื่อตอนกลางวันนั้นดูงดงามและเป็๞มิตรอย่างยิ่งเสียด้วย

            “เฮ้อ~ พวกเ๽้าไม่เคยเห็นนางเมื่อก่อนน่ะสิ ตอนนั้นนางทั้งเกียจคร้านทั้งร้ายกาจ แต่ตอนนี้กลับราวกับเปลี่ยนไปเป็๲คนละคน... ต้องนับว่าเป็๲การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก! ดีมากจริง ๆ! …ดูท่าทาง วันเวลาดี ๆ ของครอบครัวเสิ่นเฉินคงจะอยู่ไม่ไกลแล้ว” 

            ท่านผู้นำหมู่บ้านกล่าวด้วยความรู้สึกยินดีระคนซาบซึ้งใจ ก่อนจะหันไปกำชับบุตรหญิงชาย 

            “เจ๋อเอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ พรุ่งนี้เมื่อพวกเ๽้าไปช่วยงานบ้านนั้นแล้ว ต้องตั้งใจทำงานให้ดี อย่าทำให้ความปรารถนาดีที่พวกเขามีต่อครอบครัวเราต้องเสียเปล่าเล่า เข้าใจหรือไม่?”

            อันที่จริง ตัวเขาเองก็อยากจะไปช่วยลงแรงด้วยเช่นกัน แต่ติดขัดที่ตนเองมีตำแหน่งเป็๞ถึงผู้นำหมู่บ้าน หากไปร่วมวงทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ด้วย เกรงว่าจะเป็๞ที่ครหาในสายตาคนในหมู่บ้านเอาได้

            “พวกข้าจำไว้ขอรับ/เ๽้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่!” จางเจ๋อและจางอวี้เอ๋อร์ขานรับคำอย่างแข็งขันและพร้อมเพรียง

            .

            .

            .