“หัวหน้า มาดูนี่เร็วเข้า~!”
การขุดเจาะผ่านไปทั้งหมด 7 วัน ไรอันที่ขุดไปเจอบางอย่างรีบปิดการทำงานของหัวขุดเจาะพลางร้องตะโกนบอกให้แอชเชอร์มาดูสิ่งที่เขาขุดไปถึง
“มีอะไร”
“ดูเหมือนว่าผมจะเจาะไปจนถึงถ้ำใต้ดินแล้ว น่าจะเป็นหนึ่งในรังของพวกมัน”
แอชเชอร์มองไปยังกล้องที่ติดอยู่บนหัวเครื่องขุดพลางแสดงสีหน้าดีใจออกมา 7 วันที่พวกเขาขุดดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้ว จากสิ่งที่เห็นใต้พื้นลึก 545 เมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเป็นรังของแมงมุมที่โจมตีพวกเขาตลอด 7 วันที่ผ่านมา
“รายงานฐาน ทีมขุดเจาะตรวจพบถ้ำใต้พื้นดินลึก 545 เมตร”
แอชเชอร์ใช้งานวิทยุสื่อสาร แม้จะมีคลื่นรบกวนจำนวนมากก็ตาม พวกเขากลับใช้วิธีบ้านๆด้วยการวางสายสื่อสารลากยาวมาตั้งแต่ค่ายจนถึงตำแหน่งขุดเจาะ จากการประชุมกันหลายวันที่ผ่านมา ในที่ประชุมออกความเห็นว่าพวกเขาควรจะสร้างระบบการสื่อสารระหว่างทีมขุดเจาะและฐานขึ้นมาเพื่อให้สามารถรายงานได้รวดเร็วกว่าเดิม
“ร้อยตรีแอชเชอร์ ยืนยันได้หรือไม่ว่ามันเป็นถ้ำอะไร”
“ไม่ กล้องที่ติดอยู่บนหัวขุดเจาะไม่สามารถมองเห็นได้ในความมืด ผมจึงจะอาสาลงไปสำรวจ”
“ระวังตัวด้วย เน้นความปลอดภัยเป็นหลักเข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
แอชเชอร์วางสายผู้พันเจมส์แล้วเลือกคนที่จะเดินทางไปด้านล่างพร้อมกันจำนวน 4 คน การขุดน่าจะจบลงหากด้านใต้ที่เขาเดินทางลงไปเป็นรังของแมงมุม
“ไรอัน รอฟังคำสั่งให้ดี”
“ครับ”
ไรอันจับไปยังคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องขุดเจาะที่ตอนนี้ดึงหัวขุดขึ้นมาแล้วเปลี่ยนไปใช้งานสลิงสำหรับยกสิ่งของแทน สิ่งที่สลิงจะยกคือร่างของทีมที่จะลงไปสำรวจด้านล่าง โดยแอชเชอร์จะเป็นคนนำลงไปก่อน
“โชคดีครับ”
เครื่องหย่อนค่อยๆทำงานหย่อนร่างของแอชเชอร์ลงไปในหลุมขุดเจาะ ระหว่างนี้เองทีมขุดเจาะก็เริ่มบีบวงเข้ามาป้องกันเครื่องที่กำลังหย่อนแอชเชอร์ลงไป หลังจากการตายในครั้งที่แอชเชอร์แกล้งทำเป็นช่วยไม่ได้ หลายคนที่เข้ามาในทีมสำรวจแทนคนเดิมที่ตายไป ล้วนแล้วเชื่อฟังคำสั่งของแอชเชอร์ดีกว่าเดิม หลังจากรู้ว่าการอยู่ใกล้ระดับ S เป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขา จนหลายคนมองข้ามอายุแอชเชอร์ไป ไม่คิดนำมาใส่ใจ
[แจ้งเตือน ตรวจพบสิ่งมีชีวิตจำนวน 6 จุด]
ระบบที่แอชเชอร์ออกคำสั่งให้ตรวจสอบสิ่งมีชีวิตร้องเตือนถึงสิ่งที่ตรวจจับได้ใต้พื้นดิน หลังจากที่เขาเข้าใกล้ถ้ำที่ขุดลงไปถึง ยิ่งเขาลงไปลึกมากเท่าไหร่ระยะการตรวจจับของระบบก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นจนทำให้แอชเชอร์ได้ยินการแจ้งเตือนถึงจำนวนมอนสเตอร์ในถ้ำที่กำลังมุ่งหน้าไป
[แจ้งเตือน ตรวจพบสิ่งมีชีวิตจำนวน 8 จุด]
[แจ้งเตือน ตรวจพบสิ่งมีชีวิตจำนวน 15 จุด]
[แจ้งเตือน…]
…
“ไรอันหยุด”
แอชเชอร์ติดต่อไปหาไรอัลผ่านสายสื่อสารที่เชื่อมต่อเข้ากับชุดเกราะ จนทำให้ร่างของเขาลอยอยู่เหนือถ้ำ เหลือเพียงอีกแค่ 1 เมตรเขาก็จะถูกส่งเข้าไปในถ้ำแล้ว
“ปล่อยสลิงอีก 1 เมตร”
คลืด~!
ร่างของแอชเชอร์ค่อยๆถูกหย่อนลงไปอีกกระทั่งได้ระยะตามที่เขาต้องการเคลื่อนหย่อนก็หยุดทำงานแอชเชอร์จึงใช้ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆผ่านหมวกเกราะที่ทำให้เขามองเห็นในที่มืด หลายคนที่เชื่อมต่อกับระบบชุดเกราะของแอชเชอร์ต่างมองภาพเดียวกันกับเขาเช่นกัน ทุกๆมุมที่แอชเชอร์กวาดตาไปนั้นล้วนแล้วเป็นภาพใหม่ที่คนในระบบเห็น
“เจอแล้วสินะ” ผู้พันเจมส์พูดออกมาอย่างตื่นเต้นหลังจากเขาและหัวหน้าหน่วยมากมายที่ถูกส่งมาประจำการที่ค่ายทหารเขต F47 มองเห็นภาพเดียวกันที่ถูกส่งมาจากมุมมองการสำรวจของแอชเชอร์
“ทำได้ดี” ผู้บัญชาการที่มองดูภาพถ่ายทอดสดล้วนฉีกยิ้มไปด้วยกัน เมื่อเห็นว่าแอชเชอร์และทีมของเขาทำงานได้ดีมาก เพียงแค่ไม่นานพวกเขาก็สามารถตามหารังของแมงมุมได้แล้ว หนำซ้ำยังเสียคนไปเพียง 15 คนเท่านั้นตลอดการลงมือที่ผ่านมาที่แอชเชอร์เป็นผู้นำทีม
—----------------
“ไรอัล ค่อยๆหย่อนฉันลงไปอีก จนกว่าฉันจะบอกให้หยุด”
ไรอันรับคำสั่งจากนั้นก็ค่อยๆหย่อนแอชเชอร์ลงไปภายในถ้ำ แอชเชอร์ที่กำลังถูกหย่อนตัวลงมานี้เองนั้นได้มองไปยังจุดต่างๆที่ระบบระบุจุดสีแดงให้เขารู้ว่ามีมอนสเตอร์หลบซ่อนตัวอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันตรวจพบเขาต่างก็รีบวิ่งเข้าไปในรูขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นทางเชื่อมของถ้ำแห่งนี้ กระทั่งแอชเชอร์ถูกวางลงไปยังพื้นถ้ำเขาก็ได้กวาดตามองรอบๆด้วยความตะลึงงัน เนื่องจากว่าถ้ำที่เขาลงมานั้นใหญ่มาก จากความกว้างของมันมากกว่าสนามฟุตบอลถึง 4 สนามรวมกัน บนเพดานถ้ำที่เขาจ้องมองนั้นล้วนแล้วเต็มไปด้วยใยแมงมุมเก่าผูกมัดไว้กับหินงอกหินย้อน
พอมองไปรอบๆในระดับสายตาแอชเชอร์เห็นแท่งหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน มันไม่เชิงว่าเป็นหินที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน หากให้นักวิทยาศาสตร์อธิบายแท่งหินเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากน้ำตะกอนที่หยดลงมาจากเพดานรวมตัวกันกลายเป็นชั้นหินที่แหลมคม แต่เมื่อยิ่งกวาดตามองให้ลึกขึ้น แอชเชอร์ก็พบเข้ากับเรื่องน่าตกใจเมื่อหมวกของเขามองเห็นตำแหน่งที่น่าจะเป็นสีขาวของโครงกระดูก
“ไรอัน นายคิดว่านั่นเป็นกระดูกหรือเปล่า”
“จากที่ผมเคยศึกษาการขุดเจาะ นี่เป็นกระดูกแน่ครับ เพียงแต่ว่าไม่ใช่กระดูกที่เป็นฟอสซิล มันเป็นกระดูกใหม่จากมอนสเตอร์ที่เหมือนจะถูกแทะเนื้อหนังออกไปจนหมด”
แอชเชอร์ค่อยๆก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าถ้ำแห่งนี้เชื่อมต่อไปยังส่วนไหน ที่เขารู้ได้มีเพียงแค่ว่าถ้ำแห่งนี้ถูกใช้เหมือนกับหลุมขยะที่เหล่าแมงมุมเอาไว้ทิ้งกระดูกและสิ่งที่พวกมันไม่ต้องการ
“กระดูกจริงๆด้วย”
แอชเชอร์มองไปยังกองกระดูกมากมาย เขาไม่รู้ว่ามันเป็นกระดูกของมอนสเตอร์ชนิดใดบ้าง แต่เมื่อเขากวาดตามองให้กว้างมากยิ่งขึ้น แอชเชอร์ก็เริ่มมองเห็นชุดเกราะมาร์คเซเว่นหลายตัวถูกทิ้งไว้รอบๆ มีชุดเกราะรุ่นที่ต่ำกว่านั้นด้วยเช่นกัน ด้านข้างชุดเกราะมีโครงกระดูกมนุษย์หล่นอยู่ ทำให้เขารู้ว่าคนที่ถูกลากตัวมาตกตายไปแล้วทุกๆคน
นอกจากจะมีชุดเกราะแล้ว เขายังเห็นรถหุ้มเกราะของทางกองทัพตกอยู่ในสภาพเละเทะเหมือนกับถูกบางอย่างบีดอัด พอกวาดตาออกไปให้กว้างมากยิ่งขึ้นเขาเห็นแม้กระทั่งซากตึกที่ถูกดึงลงมา ยิ่งมองสถานที่แห่งนี้ก็เหมือนกับหลุมขยะที่มอนสเตอร์นำทุกๆอย่างที่กินไม่ได้มาทิ้งรวมกัน
“รายงาน คาดว่าจะเจอทีมสำรวจและคนที่สูญหายไปก่อนหน้าแล้ว ”
แอชเชอร์พูดเป็นทางการเพื่อให้คำพูดของเขาไปถึงฐาน ระหว่างนี้เองเขาก็เริ่มตรวจสอบรอบๆด้วยตัวคนเดียว ยังไม่ให้คนที่เลือกลงมาช่วยเหลือ เพราะถ้าหากมีเรื่องเกิดขึ้นการลากเขากลับขึ้นไปคนเดียวรวดเร็วกว่า
เหล่าคนที่กำลังมองจ้องดูภาพจากหมวกเกราะของแอชเชอร์ล้วนนั่งไม่ติดพื้น บางคนรู้สึกกลัวเพราะพื้นที่มืดเต็มไปด้วยกระดูก แล้วพวกเขาไม่รู้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะมีมอนสเตอร์โผล่ออกมาช่วงไหน จึงทำให้หลายคนที่กำลังมองดูวิตกกลัวจะมีมอนสเตอร์กระโจนเข้ามาในมุมมองของพวกเขา
ติ๊ดติ๊ดติ๊ด!
ปลอกแขนที่มีฟังก์ชันในการตรวจสอบรอบๆตัวถูกเปิดใช้งาน แม้ว่าเซนเซอร์จะไม่สามารถกระจายออกไปได้ แต่ถ้าให้เซนเซอร์ตรวจสอบแก๊สและอากาศภายในทำได้ง่ายๆ กระทั่งปลอกแขนตรวจพบว่าด้านใต้มีอากาศให้หายใจแอชเชอร์จึงส่งตัวอย่างนี้กลับไป ไม่คิดที่จะเปิดหมวกออกไปสูดดมอากาศ จากโครงกระดูกที่เขาเห็นแอชเชอร์คิดว่าห้องแห่งนี้คงจะมีกลิ่นเหม็นมาก จากเศษเนื้อเน่าที่ติดอยู่บนกระดูกบางชิ้น
ติ๊ด~!
ภาพถ่ายชุดเกราะที่ถูกฉีกกระชากจนขาดเป็นชิ้นๆกองอยู่บนพื้นถูกส่งกลับไปยังฐานเพื่อยืนยันตัวบุคคลผู้สวมใส่ ทางกองทัพจะได้ระบุให้พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ตายไม่ใช่ผู้สูญหาย ระหว่างที่แอชเชอร์ค่อยๆเดินเกาะหินงอกหินย้อยไต่ไปตามโขดหินต่างๆ เพื่อส่องหาเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างห้องแห่งนี้ เขาก็พบว่าในส่วนลึกถ้ำที่มืดมิดนี้ มีเส้นทางแตกแยกออกไป 3 เส้นทาง จึงเดินกลับไปยังจุดที่ส่งเขาลงมาเพื่อติดตั้งกล้อง ต่อจากนี้ไปดูท่าพวกเขาคงจะต้องสร้างค่ายเอาไว้ปากหลุมที่ขุดเจาะ เพื่อทำการสำรวจที่นี่ 24 ชั่วโมง
“ไรอัน ส่งกล่องอุปกรณ์ลงมาหน่อย ผมจะติดตั้งพวกมัน”
แอชเชอร์ส่งคำขอกลับขึ้นไปด้านบน ก่อนจะมีคนเดินทางลงมาพร้อมกับกล่อง ทุกๆคนที่แอชเชอร์เลือกทั้ง 4 คนที่เดินทางลงมาล้วนเป็นหน่วยสำรวจทั้งหมด ความเชี่ยวชาญของพวกเขาในการใช้งานเครื่องมือสำรวจถือว่ามาก เขาจึงปล่อยให้การติดตั้งกล้องเพื่อจะจับภาพส่งกลับไปยังฐานดำเนินต่อไป ส่วนตัวของเขาเฝ้าระวังรอบๆให้เพราะภายในนี้คือรังของมอนสเตอร์
“กล้องตัวที่ 1 ติดตั้งสำเร็จ~!”
“กล้องตัวที่ 2 สำเร็จ”
เสียงรายงานจากทีมสำรวจดังขึ้นเบาๆ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มวางกล่องสื่อสารพลางนำสายสื่อสารที่ต่อมาจากด้านบนเสียบเข้ากับกล่องรับสัญญาณ ต่อจากนี้ไปกล่องสื่อสารจะปล่อยสายสื่อสารเพื่อให้พวกเขาเดินไปได้ไกลมากกว่านี้ หลังจากที่กล้องทั้ง 5 ตัวถูกติดตั้งจนสามารถมองเห็นรอบๆได้ทั้งหมด กลุ่มของแอชเชอร์ก็เริ่มนำลวดสลิงที่เชื่อมต่อมาจากด้านบนล็อกเข้ากับชุดเกราะ หากเกิดเรื่องขึ้นพวกเขาทั้ง 5 จะถูกลากขึ้นไปในทันที
“เริ่มทำภารกิจสำรวจ เวลา 18:32:02 ”
แอชเชอร์พูดผ่านระบบเพื่อให้มันบันทึกจากนั้นเขาและหน่วยสำรวจทั้ง 4 ก็เริ่มชักอาวุธเพื่อสำรวจภายในห้องแห่งนี้อย่างละเอียด ก่อนจะเดินทางไปยังส่วนลึก พวกเขาจำเป็นต้องมีเขตปลอดภัย เพื่อให้กลุ่มต่อไปที่จะลงมาใช้เป็นฐานที่มั่น ระหว่างที่แอชเชอร์และทีมของเขาเดินสำรวจโครงกระดูกเพื่อตามหาคนที่หายไปนั้น ทางไรอัลก็ได้ส่งกล่องวัสดุลงมาเรื่อยๆ เพื่อให้พวกเขาใช้ตั้งค่ายรับส่งของที่ดีกว่านี้
“มาร์คเซเว่น X422” รหัสบนชุดเกราะส่งเข้าไปในระบบ เพื่อให้คนที่จับตามองนำรหัสไปตรวจหาเจ้าของเพื่อระบุว่าตาย จากนั้นทีมของแอชเชอร์ก็เริ่มเดินผ่านไปเรื่อยๆกระทั่งมาถึงส่วนลึกที่จะต้องเข้าไปสำรวจ หลังจากที่ทุกๆอย่างภายในห้องแห่งนี้ถูกพวกเขาสำรวจไปจนหมด
“อย่าส่งเสียดัง”
แอชเชอร์หันไปบอกทุกๆคน แม้ 100 เมตรรอบตัวจะยังปกติดีจากการตรวจสอบของระบบ เขายังไม่อยากให้ใครสร้างเสียงก้องจนไปถึงถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน
“เราจะสำรวจถ้ำด้านซ้ายเป็นที่แรก”
แอชเชอร์ก้าวเท้าเดินพลางเปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานต่ำของชุดเกราะ เพื่อลดการปลดปล่อยพลังงานออกไปรอบๆ ทีมสำรวจที่อยู่ด้านหลังทำไม่ต่างจากแอชเชอร์ ด้วยการลดปริมาณการใช้งานพลังของชุดเกราะลงเหลือไว้เพียงแค่พลังงานที่ใช้พยุงชุดเกราะเพื่อเดินเท่านั้น