ไลท์เดินซื้อขนมไว้สำหรับดูการต่อสู้ก่อนที่จะเดินไปยังช่องทางพิเศษที่ทอสโมย่าได้บอกเขาไว้
ที่ช่องทางพิเศษเขาก็เห็นเบเรียลและยูเทียยืนต่อแถวอยู่ ซึ่งทั้งสองเองก็เห็นไลท์ด้วยเหมือนกัน
“ ไลท์ ไม่คิดเลยว่านายจะมาด้วย ” เบเรียลแสดงสีหน้ายินดี ทางฝั่งของยูเทียเธอรีบทำความเคารพไลท์ด้วยความเคารพทันที
“ ขนาดเธอยังมาได้แล้วทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้ล่ะ? ” ไลท์ยิ้มขึ้น
“ นั้นสินะ ” เบเรียลยิ้มอย่างอายๆ
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มที่อายุประมาณยี่สิบปลายๆเดินมาพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยสายตาไม่พอใจ
“ เบเรียลนี้ใคร? ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ จะเป็ใครแล้วเกี่ยวอะไรกับนายด้วยเฟร็ดดิช” เบเรียลตอบอย่างเ็า
เฟร็ดดิชแสดงสีหน้าเ็ายิ่งกว่าเก่าก่อนที่จะเดินเข้าไปหาไลท์และพูดขึ้นว่า “ฉัน้าให้แกออกห่างจากเบเรียล จำเอาไว้ว่าเบเรียลต้องเป็คนฉันเท่านั้น คนธรรมดาอย่างแกคิดจะเป็คางคกกินเนื้อหงส์ ”
“ งั้นหรอแล้วถ้าหากฉันไม่ถอยล่ะแล้วนายจะทำอะไรฉันได้ ” ไลท์ขยับเข้ามาใกล้และพูดด้วยรอยยิ้ม
“ งั้นก็มาดูกันว่าใครจะได้อยู่เป็คนสุดท้าย ” เฟร็ดดิชหรี่ตามองไลท์ก่อนที่จะมองไปยังเบเรียลด้วยแววตาเ็า
“ ไลท์นายจะไปนั่งที่ห้องส่วนตัวของฉันไหม? ” เบเรียลถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ทำไมต้องให้เ้าหมอนี้เข้ามาในห้องส่วนตัวของเธอด้วยแล้วทีฉันทำไมเธอไม่ให้เข้าไปบ้าง! ” เฟร็ดดิชกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ ฉันจะชวนใครมันก็เื่ของฉันไม่ใช่หรอ ” เบเรียลมองไปยังเฟร็ดดิชด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เฟร็ดดิชกำหมัดแน่นด้วยความโกรธก่อนที่จะเดินจากไปด้วยท่าทีไม่พอใจ
หลังจากที่เฟร็ดดิชไปแล้วบรรยากาศก็กลับมาเป็ปกติ
“ ขอโทษด้วยนะไลท์ ” เบเรียลพูดขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ ไม่เป็ไรหรอกเบเรียล อีกอย่างเธอสวยขนาดนี้การที่จะมีหนุ่มๆมาจีบมันก็เป็เื่ปกติ ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อเบเรียลได้ยินที่ไลท์พูดใบหน้าก็กลายเป็สีแดงเล็กน้อย ยูเทียที่เห็นก็หัวเราะคิกคักจนเบเรียลมองมาด้วยแววตาไม่พอใจจึงทำให้ยูเทียหยุดหัวเราะไป
ไลท์ที่เห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มขึ้น
“ ฉันคงจะไม่สามารถไปห้องส่วนตัวของเธอได้ ” ไลท์พูดขึ้น
สีหน้าของเบเรียลกลายเป็ผิดหวังแต่เมื่อได้ยินคำพูดของไลท์สีหน้าของเธอก็กลายเป็สีแดงอีกครั้ง
“ ที่ฉันไม่ไปห้องส่วนตัวของเธอก็เพราะฉันจะชวนเธอไปห้องส่วนตัวของฉัน ” ไลท์พูด
“ นายนี้มัน.. ”เบเรียลมองค้อน
ไลท์หัวเราะและเดินนำทั้งสองคนไป
ห้องส่วนตัวเองก็มีการแบ่งระดับเหมือนกันเป็ห้องแบบทั่วๆไปกับห้องแบบพิเศษ
ห้องแบบทั่วๆไปถ้าหากมีเงินหรืออำนาจมากหน่อยก็สามารถจองได้ แต่ห้องแบบพิเศษจะมอบให้กับตัวตนระดับSเท่านั้น ซึ่งภายในโคลอสเซียมมีห้องแบบพิเศษเพียงแค่สามสิบห้องเท่านั้น แน่นอนว่าห้องของไลท์จะต้องเป็ห้องส่วนตัวแบบพิเศษ
“ นี้เป็ครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เข้ามาในห้องแบบพิเศษ ” เบเรียลพูดด้วยความตื่นเต้น
ไลท์ยิ้มขึ้นจากนั้นเขาก็สั่งอาหารทันที
ไม่นานพิธีกรของงานประลองก็เดินขึ้นมาบนลานประลองก่อนที่จะพูดถึงประวัติของงานประลองและกฏต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มงานประลอง
การแข่งขันผ่านไปหลายครู่ บางคู่ก็ต่อสู้อย่างดุเดือด บางคู่ก็ตัดสินแพ้ชนะในพริบตาเดียว
ไลท์ที่นั่งอยู่ในห้องตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าเบเรียลมาที่งานประลองทำไม
“ ที่แท้ก็เป็แบบนี้ ” ไลท์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมตามเมืองต่างๆเ้าเมืองถึงมีพวกระดับBเป็จำนวนมาก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
“ นั่นไม่ใช่ไลก้าหรอ? ” เบเรียลมองไปยังบนลานประลอง เธอเห็นไลก้าพร้อมกับหอกสีเงินเดินขึ้นลานประลอง
“ ฉันบอกให้เ้าพวกนั้นลงไปหาประสบการณ์ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ มิน่าล่ะฉันถึงไม่เห็นเดซี่และคนอื่นๆ ” เบเรียลเข้าใจทันที
“ ท่านไลท์มันจะไม่เป็การรังแกคนอื่นเกินไปหรอคะ? ” ยูเทียถามขึ้นด้วยความกังวล เพราะเธอเป็หนึ่งในคนที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ เกรงว่าภายในงานประลองคงจะหาคนที่แข็งแกร่งๆพอๆกับทั้งสามคนยาก
“ ไม่เป็ไรหรอก ฉันเชื่อว่ามีบางคนที่น่าจะเก็บซ่อนฝีมือไว้และมาแสดงในงานนี้อย่างเต็มที่ ” ไลท์ยิ้มสบายๆ
ยูเทียเมื่อได้ยินคำตอบเธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
คู่ต่อสู้ของไลก้าเป็ชายรูปร่างกำยำถือดาบใหญ่และยาวกว่าสองเมตร แน่นอนว่าการต่อสู้จบลงในพริบตา
หลังจากนั้นก็เป็คิวของเวโรนิก้าและเดซี่ตามลำดับ แน่นอนว่าทั้งสองเอาชนะคู่ต่อสู้ได้สบายๆ
ซึ่งวันแรกคนที่ชนะจะต้องแข่งขันอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะหาผู้แข่งขันสามสิบสองคน
สำหรับทั้งสามคนนั้นไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านคอลรุยเองก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบสามสิบสองคนได้
เพียงแต่การต่อสู้ของคอลรุยนั้นลำบากมากๆ เพราะเขาเป็สายต่อสู้ระยะไกลแถมอาวุธปืนก็ไม่เหมาะที่จะสู้แบบระยะประชิด โชคดีที่คู่ต่อสู้ของคอลรุยนั้นเคลื่อนไหวได้ช้าทำให้คอลรุยสามารถฉวยโอกาสและเอาชนะมาได้อย่างหวุดหวิด
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดห้ามออกนอกโคลอสเซียม เพราะป้องกันไม่ให้เกิดเื่ขึ้นและเพื่อไม่ให้มีปัญหาระหว่างการแข่งขัน
ไลท์ได้ย้ำเตือนทุกคนว่าอาหารและเครื่องดื่มห้ามกินของที่ทางโคลอสเซียมเตรียมไว้ให้ ถ้าจะกินก็ให้กินอาหารที่เตรียมไปเอง ซึ่งทุกคนก็เข้าใจเจตนาของไลท์
วันต่อมา
ที่ห้องส่วนตัว
ไลท์ที่เห็นคู่ต่อสู้บนลานประลองก็หัวเราะออกมา ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับเบเรียลและยูเทีย
“ นายหัวเราะอะไรไลท์? ” เบเรียลสงสัย
“ เปล่าๆไม่มีอะไร มาดูการต่อสู้กันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เวทีด้วยรอยยิ้ม
บนลานประลองเป็การต่อสู้ระหว่างคอลรุยและเดซี่
‘ โชคร้ายชะมัดเลยคอลรุยที่ต้องมาเจอกับเดซี่ ’ ไลท์คิดพร้อมกับไว้อาลัยให้คอลรุย
บนลานประลอง
“ นึกไม่ถึงเลยว่าคู่ต่อสู้ของฉันจะเป็เธอ ” คอลรุยพูดด้วยน้ำเสียงกังวล
“ พูดอย่างกับรู้จักฉันอย่างนั้นแหละ? ” เดซี่สงสัย
“ ก็วันนั้นฉันเป็คนยิงปืนไปช่วยเธอยังไงล่ะ ” คอลรุยตอบพร้อมกับรีบหยิบปืนไรเฟิลออกมา
“ อ่อที่แท้ก็เป็นายนิเอง ” เดซี่มองไปที่คอลรุย ในวันนั้นแม้ว่าเธอจะรู้ว่ามีคนซุ่มยิงและรู้ว่าเขาอยู่ตรงไหนแต่ใบหน้าของคอลรุยอยู่ด้านหลังลำกล้องปืนทำให้เธอมองเห็นไม่ชัด จึงทำให้ไม่รู้ว่าเป็คอลรุย
“ งั้นฉันต้องบอกว่านายจะเข้ามายุ่งทำซากอะไร! ” เดซี่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ นี้ฉันช่วยเธออยู่นะ! ” คอลรุยงุนงง ทั้งๆที่เขาช่วยเธอไว้แท้ๆแต่ทำไมเขาถึงถูกด่าล่ะเนี้ย
“ ถึงไม่มีนายฉันก็สามารถจัดการเ้าพวกบ้านั้นได้สบายๆ ” เดซี่หยิบดาบออกมาชี้ไปด้านหน้า
“ แม้ว่าเธอจะเป็ผู้หญิงฉันก็จะไม่อ่อนข้อให้เธอหรอกนะ ” คอลรุยพูดขึ้นด้วยแววตาจริงจัง
ทันใดนั้นกรรมการก็ะโให้เริ่มการต่อสู้
คอลรุยะโถอยหลังอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยิบลูกบอลเล็กๆออกมาสามลูกและปาไปด้านหน้า
ทันทีที่ลูกบอลโดนพื้นก็ะเิออกมาเป็ควันสีเทา
“ เ้าหมอนี้เป็มือปืนไม่ใช่หรอแล้วมันจะโยนะเิควันบังวิสัยทัศน์ของตัวเองทำไม? ” เดซี่สงสัย ทันใดนั้นเธอก็รีบวาดดาบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เคร้ง
เสียงะุปืนปะทะกับดาบดังขึ้น
“ มองเห็นฉันงั้นหรอ แต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ดันเป็ฉันถ้าหากเป็คนอื่นนายก็มีโอกาสชนะอยู่หรอก ” เดซี่พูดจบก็หายตัวไป
ผู้ชมต่างก็มองไม่เห็นว่าภายในควันเกิดอะไรขึ้นจนกระทั้งผ่านไปสิบนาที ควันก็ค่อยๆไปหายก่อนที่จะเป็คอลรุยที่นอนบนพื้นในสภาพใบหน้าบวมเป่ง
“ ผู้ชนะเดซี่ ” เสียงกรรมการดังขึ้น
ผู้ช่วยรีบมาแบกร่างของคอลรุยขึ้นเปลและพาไปให้จอมเวทย์รักษา
จากนั้นก็เป็คิวของไลก้าและเวโรนิก้าตามลำดับ ทั้งคู่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แบบสบายๆ
“ พรุ่งนี้จะต้อสนุกแน่ๆ” ไลท์พูดขึ้น เพราะว่าจะต้องมีใครสักคนในกลุ่มของเขาต้องแพ้ โดยการเจอกันเอง
“ นั้นสินะ ” เบเรียลเองก็เห็นด้วยและเธอก็คาดหวังในการต่อสู้วันพรุ่งนี้
รายชื่อของคนที่เข้ารอบแปดคนสุดท้ายได้แก่
เดซี่ เวโรนิก้า ไลก้า บามุธ ลูเฟิร์ส เรย์ฟิส มอสโม่ รูฟ
ทั้งแปดคนนี้ต่างก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับA เรียกได้ว่าพวกเขาเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งอันต้นๆบนโลกถ้าหากไม่นับพวกระดับSและSS ที่ไม่ค่อยได้ปรากฏตัวเท่าไหร่
ในฐานะที่เดซี่และเวโรนิก้าเป็ผู้หญิงเพียงสองคนทำให้พวกเธอกลายเป็ที่นิยมอย่างมาก รวมไปถึงการที่บุคคลระดับสูง้าดึงตัวพวกเธอให้เข้าร่วมกับพวกเขา แต่ก็ถูกทั้งสองคนปฏิเสธ
ตอนกลางคืนที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งไลท์และเบเรียลนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน ส่วนทางด้านยูเทียได้ถูกเบเรียลสั่งให้ไปทำงานของตัวเอง
ในฐานะที่เบเรียลเป็ผู้หญิงที่สวยและงดงามทำให้ผู้ชายหลายคนต่างมองมาที่เบเรียลด้วยแววตาหื่นกระหายและมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาอิจฉา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินมาหาทั้งสองเพราะออร่าของเบเรียลทำให้คนอื่นไม่กล้ามาปัญหา
ชายหนุ่มที่อายุประมาณยี่สิบปีนิดๆใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสมส่วนเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเพื่อนของเขาอีกสามคน ซึ่งแต่ละคนต่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็ลูกหลานขุนนาง
ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นเบเรียลแววตาของเขาก็สั่นไหวพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง
“ พี่ใหญ่ดูเหมือนว่าพี่จะเจอเป้าหมายแล้วนะ ”ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างยิ้มขึ้น
“ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็สวยจริงๆนะ ” ชายอีกคนเห็นด้วย
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่าโทเร็ตบุตรชายคนที่สองของมาร์ควิสสแตนเบิ้ลและยังเป็ถึงจอมเวทย์ระดับAอีกด้วย ส่วนเพื่อนๆของเขาก็เป็ลูกขุนนางระดับไวเคานต์
พวกเขามาจากอาณาจักรซิลเวอร์สโตน ซึ่งเป็หนึ่งในอาณาจักรที่มีหอคอยแห่งนิรันดร์ตั้งอยู่ ทางด้านความแข็งแกร่งของอาณาจักรก็แข็งแกร่งไม่แพ้อาณาจักรไวท์บาเบลของแคสเตอร์
โทเร็ตเดินเข้ามาหาเบเรียลด้วยท่าทีสบายๆและพูดขึ้นว่า “ คุณผู้หญิงได้โปรดมานั่งดื่มกับผมได้ไหมครับ? ”
ไลท์และเบเรียลหันไปมองโทเร็ตด้วยความประหลาดใจ ไลท์ไม่ได้พูดอะไรและเบเรียลก็ตอบปฏิเสธไป
“ น่าเสียดายจริงๆนะครับ ” โทเร็ตที่ถูกปฏิเสธก็ไม่ได้โกรธหรือชักสีหน้าอะไร จากนั้นเขาก็หันมามองไลท์และพูดขึ้นว่า “ ผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็ของฉันและฉันหวังว่าแกจะออกไปจากตรงนี้ ”
ไลท์ที่กำลังดื่มเหล้าอยู่ก็เกือบสำลักเหล้าจากนั้นเขาก็ชี้นิ้วมาที่ตัวเองและถามขึ้นว่า “ แกพูดกับฉันงั้นหรอ ”
“ ก็ใช่น่ะสิ ” โทเร็ตเย้ยหยัน เขาไม่ได้เห็นไลท์อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
“ งั้นฉันไปก็ได้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันมามองเบเรียลและพูดต่อว่า “ ไปกันเถอะ ”
เบเรียลยิ้มและลุกขึ้นเดินตามไลท์ไป
“ ฉันบอกให้แกไปคนเดียว ” โทเร็ตะโอย่างเ็า
ไลท์มองไปที่โทเร็ตก่อนที่จะเดินเข้าไปต่อยท้องของโทเร็ต
อุกกกก
โทเร็ตลงไปนอนกอดท้องพร้อมกับดิ้นไปมาด้วยความเ็ป
“ ไอบัดซบเอ้ย ” เพื่อนของโทเร็ตะโด้วยความโกรธและจะเข้ามาหาเื่ไลท์ เพียงแต่พวกเขาจะสู้กับไลท์ได้ที่ไหน แน่นอนว่าก็ต้องลงไปนอนกองกับพื้น
“ แกจะต้องชดใช้!! ” โทเร็ตกัดฟันพูดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ไลท์นั่งย่อเข่าข้างหน้าโทเร็ตแล้วก็เอานิ้วชี้จิ้มไปที่หัวของโทเร็ตและพูดขึ้นว่า “ แล้วนายจะทำอะไรฉันล่ะ? เรียกให้คนมาช่วยหรอ อื้ม..อันนั้นก็น่าสนใจอยู่นะ งั้นฉันเปลื่ยนใจละฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าพวกของแกจะมา ไม่งั้นฉันจะให้แกนอนบนพื้นจนถึงเช้าเลย ”
“ แก!! ” โทเร็ตหยิบเครื่องมือสื่อสารแล้วก็โทรหาคนของเขาทันที
“ ออลเวย์แกมาหาฉันที่ร้านเหล้าเดี๋ยวนี้ ” โทเร็ตพูดใส่เครื่องมือสื่อสารก่อนที่จะวางสายไป
ไลท์หันไปมองรอบๆและะโขึ้น “ ถ้าหากใครยังไม่อยากตายก็ออกไปจากร้านนี้ซะ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดเดี๋ยวฉันเป็คนออกให้ ”
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงไลท์พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นแน่ๆ คนที่อ่อนแอก็พากันเดินหนีออกไปด้านนอกทันที ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งก็ไม่ได้ลุกไปไหนแต่นั่งรอดูความสนุก
ไลท์ไม่ได้สนใจคนเ่าั้เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์และพูดกับบาร์เทนเดอร์ว่าให้เรียกเ้าของร้านมาหาเขาหน่อย
บาร์เทนเดอร์เป็ผู้ชายและผู้หญิงอย่างละหนึ่งคน จากนั้นก็เป็บาร์เทนเดอร์ผู้หญิงที่วิ่งออกไปด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว
ไม่นานบาร์เทนเดอร์หญิงก็พาชายวัยกลางคนที่วิ่งมาด้วยท่าทีรีบร้อน เพราะพนักงานของเขามาแจ้งว่ามีการตีกันในร้านเกิดขึ้นแถมดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็คนใหญ่คนโตเสียด้วย
“ คุณคือเ้าของร้านใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ใช่ฉันคือเ้าของร้านเหล้าแห่งนี้ ” ชายวัยกลางคนตอบด้วยความกังวล
ไลท์ยื่นเงินจำนวนหนึ่งล้านจีเซลให้กับเ้าของร้านและพูดขึ้นว่า “ เป็ค่าชดเชยที่ทำให้ร้านของคุณเกิดเื่ขึ้นและก็ไว้เป็ค่าทำความสะอาดร้านหลังจากนี้น่ะ ”
เ้าของร้านมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ให้ฉันใช่ไหม? ”
“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้าและวางไว้บนมือของเ้าของร้าน
หลังจากที่เ้าร้านรับเงินมาแล้วเขาก็สั่งให้พนักงานนำเหล้าหรูมาให้กับไลท์และเบเรียลทันที