หลังจากที่หว่านซีเข้าไปในวังทิงหลานและทิงเสวี่ยไม่ได้ถูกส่งไปทำงานที่เรือนอื่นแต่อยู่ต่อในเรือนที่หว่านซีอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ ต่อไป
ก่อนหน้านี้ทั้งหวังต้าและฉีเจียซื่อไม่คิดว่าหว่านซีจะเข้าวังดังนั้นการฝึกฝนสาวใช้ที่อยู่ข้างกายนางจึงเป็ไปตามมาตรฐานทั่วไปเท่านั้นตอนนี้หว่านซีกลายเป็สนมขององค์ชายเก้าการฝึกฝนสาวใช้ของนางจึงต้องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่ฉีเจียซื่อช่วยบุตรีจัดการร้านค้าและหมู่บ้านนางก็กระตุ้นให้บุตรชายแสวงหาความก้าวหน้าไปด้วยเพราะท้ายที่สุดแล้ว สตรีแม้แต่งออกไปแล้วก็จำเป็ต้องพึ่งบ้านเดิมเช่นกัน
หวันเหยียนเฉียนหนิงและหว่านซีผูกพันฉันพี่น้องมาั้แ่ยังเยาว์เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่คิดอะไรมากแต่ตอนนี้ทุกครั้งที่เขาได้ยินว่าใครประสบปัญหาหรือเผชิญโชคร้ายในวังเขาจะนึกอยู่เสมอว่าคนต่อไปก็อาจจะเป็น้องสาวของตนเองเข้าในวันหนึ่งดังนั้นไม่ว่าจะเป็วิชายุทธหรือตำราเขาก็พากเพียรบากบั่นฝึกฝนโดยไม่ต้องให้ใครเตือน ไม่ว่าจะเป็ฮูหยินผู้เฒ่า หวังต้าหรือฉีเจียซื่อเห็นเขาเป็เช่นนี้แล้วก็โล่งใจมากขึ้น
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับจดหมายจากหว่านซีซึ่งไม่เพียงบอกว่านางตั้งครรภ์แล้วองค์ชายเก้าเองก็กำลังจะออกจากวังไปสร้างจวนองค์ชายข่าวทั้งสองเื่นี้ทำให้คนที่บ้านทั้งหมดคลายความกังวลลงไปได้บ้าง
การตั้งครรภ์พิสูจน์ให้เห็นว่าหว่านซีเป็ที่โปรดปรานอย่างมากการออกจากวังเพื่อสร้างจวนองค์ชายยังหมายความว่าพวกเขาสามารถดูแลหว่านซีอย่างใกล้ชิดได้ในอนาคต
หลังจากได้ข่าว ฉีเจียซื่อสั่งให้ทิงหลานและทิงเสวี่ยเตรียมตัวทันทีเมื่อหว่านซีออกจากวัง นางก็จะส่งสาวใช้ทั้งสองไปโดยเร็ว
ทิงหลานและทิงเสวี่ยเตรียมตัวั้แ่ได้รับข่าว พวกนางเติบโตมาพร้อมกับหว่านซีั้แ่ยังเล็กต่างผูกพันกันฉันนายบ่าวอย่างลึกซึ้งแต่กลับต้องแยกกันเพราะสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยามนี้พวกนางกลับมารวมกันได้อีกครั้งการพบเจออีกคราจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีและเมื่อพวกนางทั้งสองเห็นท้องที่นูนยื่นออกมาของหว่านซี ดวงตาของสาวใช้ทั้งสองก็พลันแดงก่ำ
"บ่าว ทิงหลาน ทิงเสวี่ย คารวะอนุ”
"ลุกขึ้นเถิด มีพวกเ้าอยู่ที่นี่ข้าจะได้วางใจเสียที"กับทิงหลานและทิงเสวี่ยหว่านซียังรู้สึกผิดต่อพวกนางสองคนเสมอมาชาติที่แล้วสาวใช้ทั้งคู่ตรงหน้าต้องตายและเจ็บหนักเพราะนางเป็ต้นเหตุดังนั้นแม้ว่าชาตินี้นางไม่อาจทำให้ทั้งสองคนร่ำรวยเงินทองหรือมีชื่อเสียงกึกก้องแต่อย่างน้อยก็จะปกป้องให้พวกนางทั้งคู่มีชีวิตอย่างสุขสงบไปตลอดให้ได้
ทิงจู๋มองไปที่คนทั้งสองที่ต่างร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ก่อนเอ่ยว่า "เอาล่ะ อย่าร้องไห้อีกเลย ได้มาอยู่ข้างกายนายหญิงแล้ว ก็ทุ่มเททำงานเพื่อนายหญิงต่อไปเถอะ”
“เ้าค่ะ"
“เอาล่ะทิงจู๋พาพวกนางไปพักก่อน ส่วนคนอื่นๆ ที่เพิ่งมาถึง ให้สอนกฎระเบียบให้กับพวกเขาไม่จำเป็ต้องให้ทำงานทันที” หว่านซีสั่งสองสามคำด้วยรอยยิ้มขณะดื่มชานม
บ่าวที่สามารถเข้าวังหลังได้นั้นล้วนแล้วแต่อายุไม่มากนักโดยส่วนใหญ่แล้วเมื่ออายุได้สิบเอ็ดถึงสิบสองปีพวกนางจะถูกส่งไปทำงานที่วังชั้นนอก ดรุณีน้อยที่ส่วนใหญ่อายุประมาณห้าถึงสิบปีนั้นพวกนางยังเยาว์วัยเกินกว่าจะช่วยงานหลายๆอย่างได้ หว่านซีจึงให้ทิงจู๋และคนอื่นๆสอนกฎระเบียบให้แก่พวกนางก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็
สองวันต่อมา พิธีการเข้าจวนของพระชายาต่งเอ้อซื่อนั้นดูเหมือนจะยิ่งใหญ่อลังการแต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วต่งเอ้อซื่อในยามนี้ก็เหลือเพียงเปลือกนอกอันงดงามเท่านั้นตอนนี้ในฐานะที่นางเป็อนุที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นางไม่จำเป็ต้องไปร่วมพิธีต้อนรับต่งเอ้อซื่อก็ได้แต่เมื่อคิดถึงงานเลี้ยงรับรองแขก หว่านซีก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ผู้เป็องค์ชายไม่ได้รับอนุญาตให้คบค้ากับขุนนาง นับเป็การห้ามอย่างเป็ทางการแต่การฉลองการเข้าจวนใหม่นั้นเป็สิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้
ในชีวิตที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็อิ้นถังหรือองค์ชายแปดงานเลี้ยงฉลองนั้นต่างก็เป็ไปอย่างคึกคักยิ่งใหญ่ทว่าเื้ัความรุ่งโรจน์นั้นกลับทำให้องค์ชายทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความหวาดระแวงจากฮ่องเต้โดยไม่จำเป็
หว่านซีรู้ว่าอิ้นถังไม่สนใจบัลลังก์แต่เขายังคงกลับติดตามองค์ชายแปดเข้าไปพัวพันกับเื่ยากลำบากเมื่อองค์ชายแปดชื่อเสียงที่เล่าลือไปในด้านดีแล้วชื่อเสียงที่ไม่ดีทั้งหมดย่อมกลายเป็อิ้นถังที่ต้องแบกรับเอาไว้ ด้วยเหตุนี้เองอิ้นถังจึงถูกองค์ชายที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามบีบบังคับและทำลายชื่อเสียงของเขาลงเพียงเพราะเขามีบุตรสาวเป็บุตรคนโต
แม้ว่าทุกอย่างจะแตกต่างออกไปในยามนี้แต่หว่านซีเองก็ไม่ได้รู้เื่ภายนอกมากนักเพราะนางเองก็ไม่ทราบข่าวสารอันใดเลยนางจึงกลัวว่าอิ้นถังยังจะติดตามองค์ชายแปดและสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเสียสละอย่างไร้ค่าเช่นเดียวกับในชีวิตก่อน
อิ้นถังออกจากวังพร้อมกับต่งเอ้อซื่อ หลังจากเข้าไปในจวนแล้วเขาก็ตรงไปที่ห้องหนังสือในทันที
การแตกหักกับองค์ชายแปดอิ้นซื่อในตอนนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองไม่สนิทสนมเหมือนเมื่อก่อนแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากพระชายาขององค์ชายแปดอย่างกัวลั่วหลัวซื่อเพื่อสลายความบาดหมางของคนทั้งคู่แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ยากที่จะกลับไปเป็เหมือนเดิม ทว่ายังพอพบปะกันได้เพราะไม่ว่าอย่างไร อิ้นซื่อก็เป็ทั้งพี่ชายแท้ๆ ของเขาและยังเป็สามีของลูกพี่ลูกน้องเขาอีกด้วย
รายชื่อผู้ร่วมงานเลี้ยงของอิ้นถังนั้นเต็มไปด้วยผู้สูงศักดิ์รายชื่อขององค์ชายทั้งหลายไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งตระกูลมารดาเขาอย่างสกุลกัวลั่วหลัวและตระกูลภรรยาอย่างสกุลต่งเอ้อรวมอยู่ด้วยเพียงเท่านี้ก็สามารถบอกได้ว่าอิ้นถังนั้นคำนึงถึงสถานการณ์รอบด้านโดยรัดกุม
อิ้นถังไม่ได้ให้หว่านซีซึ่งกำลังตั้งครรภ์เข้าร่วมงานเลี้ยงเพียงให้หวังอันไปรับฉีเจียซื่อท่านแม่ของนางมาหานางเป็การส่วนตัวซึ่งทำให้หว่านซีทั้งประหลาดใจทั้งดีใจเป็อย่างมาก
ในตอนบ่าย อิ้นถังสั่งให้บ่าวนำรายชื่อแขกไปมอบให้แก่ต่งเอ้อซื่อในขณะที่เขาพาหลินชูจิ่วตรงไปที่เรือนชิงอี้ของหว่านซี
หว่านซีรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นอีกฝ่ายมาเยือนถึงเรือนเดิมนางคิดว่าอิ้นถังเพิ่งย้ายมาอยู่ในจวนใหม่คงจะต้องใช้เวลาสองสามวันเพื่อจัดการเื่จวนและเื่งานเลี้ยงกับต่งเอ้อซื่อ
นางรีบลุกขึ้นคำนับ อิ้นถังรีบเข้ามาพยุงนางก่อนที่นางจะเอ่ยจบประโยคพลางพูดเบาๆ "เคยบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าเ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ ไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้”
หว่านซีกอดแขนอีกฝ่าย เผยรอยยิ้มอ่อนหวานออกมาเต็มใบหน้า “องค์ชายรับสั่งว่าไม่ควรละเลยมารยาทอันเหมาะสมมิใช่หรือเพคะ
อิ้นถังช้อนร่างนางขึ้นอุ้มพาเดินไปยังห้องด้านในวางร่างนุ่มนิ่มลงบนเตียง"จำไม่ได้เลยว่าเ้าเป็คนที่เชื่อฟังถึงเพียงนี้”
หว่านซีไม่คาดคิดว่าอิ้นถังจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ดวงหน้าอ่อนเยาว์ฉายแววซุกซนเล็กน้อยขณะเอ่ยเสียงเบา“เห็นกันอยู่ชัดๆว่าหม่อมฉันเป็คนที่ว่านอนสอนง่ายที่สุด"
เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปประคองใบหน้าเล็กๆ นั้นใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ผิวพรรณนุ่มเนียนแ่เบาก่อนจะเลื่อนลงไปบีบคางอันบอบบางของนาง จุมพิตริมฝีปากแดงสดคู่นั้นอย่างเสน่หา "เจียวเจียวของข้าช่างมีฝีปากแหลมคมนัก”
“ไม่โปรดหรือเพคะ”เห็นเขาหยอกล้อตนเองเช่นนี้หว่านซีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกล้าหาญขึ้นเล็กน้อย นางอ้าปากและกัดลูกกระเดือกของอิ้นถังแล้วถามเสียงแ่หวิว
"ข้าชอบมาก" อิ้นถัง โน้มตัวไปจูบริมฝีปากอิ่มเอิบคู่นั้นอีกครั้งรุกเร้าพัวพันหนักขึ้นเรื่อยๆ
ตกเย็น อิ้นถังที่ความปรารถนาถูกเติมเต็มแล้วกลับลืมบอกหว่านซีว่ามารดาของนางกำลังมาหาขณะเดียวกันหว่านซีหยิบยกเื่การเพิ่มคนในเรือนชิงอี้มาบอกเขา แม้ว่ามันจะเป็เพียงเื่เล็กน้อยแต่นางก็ชอบที่ได้แบ่งปันทุกเื่ให้อีกฝ่าย
เห็นนางเป็เช่นนี้แล้วอิ้นถังก็รู้สึกว่าหว่านซีคือสตรีที่ไร้แผนการและ้าการปกป้องจากเขานับั้แ่วันที่ย่างเท้าเข้าตำหนักในนางไม่เคยวางอุบายหรือยั่วยุผู้ใดเลยสักครั้ง
อิ้นถังไม่รู้สักนิดว่าลับหลังเขาหว่านซีพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ผู้คนรังเกียจพึงพอใจกับการที่ทำให้ใครต่อใครไม่อาจหลับตานอนได้ลงและเต็มไปด้วยความทุกข์กัดกินหัวใจ
พริบตาเดียวก็ถึงวันงานเลี้ยง หว่านซีได้ยินว่านอกจากแขกในเรือนหลักแล้วสนมชายาทุกคนในเรือนหลังต่างก็รวมตัวเพื่อกินอาหารร่วมกันนางไม่คิดแสดงตนที่เรือนหลักเพื่อดึงดูดความสนใจ และไม่คิดจะไปรวมกับคนอื่นๆในเรือนหลังที่ยามนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นางเพียงอยู่อย่างเงียบๆในเรือนชิงอี้และใช้ชีวิตไปตามปกติเท่านั้น
นับั้แ่นางตั้งครรภ์ หว่านซีพยายามคิดและกังวลให้น้อยลงวันธรรมดาหากไม่ทำงานเย็บปัก นางก็คัดลอกพระสูตร ่นี้นางกำลังชมชอบการเล่นหมากรุกได้นั่งอยู่บนเตียงเตาอุ่นๆ มือหนึ่งถือตำราเดินหมากอีกมือจัดเรียงตัวหมากให้เดินไปในกระดานนับเป็ประสบการณ์แปลกใหม่และให้ความสำราญกับนางได้ดีทีเดียว
หว่านซีถือหนังสือในมือข้างหนึ่งและอีกมือหนึ่งถือตัวหมากมีสมาธิจดจ่อกับความคิดของตนเองทิงจู๋และทิงหลานที่อยู่ด้านข้างพยายามไม่ส่งเสียงรบกวนแต่เกาหมัวมัวที่เดินมาจากด้านนอกกลับเข้ามาหานางด้วยสีหน้าเบิกบาน
หว่านซีเงยหน้าขึ้น เห็นท่าทางของเกาหมัวมัวที่เต็มไปด้วยความสุขนางอดไม่ได้ที่จะวางบันทึกหมากรุกในมือแล้วถามด้วยรอยยิ้ม“เหตุใดหมัวมัวถึงดูมีความสุขขนาดนี้เล่า"
“นายหญิงฮูหยินมาเ้าค่ะ"
"อะไรนะ! ท่านแม่มาหรือ!" หว่านซีใจนผุดลุกขึ้นจากเตียงเตา
เห็นเ้านายตื่นเต้นยินดีถึงเพียงนั้น เกาหมัวมัวก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวโดยไม่รู้ตัวด้วยเกรงว่านางจะพลั้งล้มลง“นายหญิงระวังด้วย"
“ท่านแม่ล่ะ อยู่ที่ไหน” หว่านซีถามพลางเอื้อมมือมาจับมืออีกฝ่าย
“ฮูหยินเข้าประตูชั้นในมาแล้วเ้าค่ะประเดี๋ยวก็ถึงเรือนชิงอี้เ้าค่ะ”
หว่านซีได้ยินคำพูดนั้นก็รีบสั่งให้ทิงจู๋และคนอื่นๆเก็บตำราหมากรุกและข้าวของอื่นๆ ออกไป ก่อนที่นางจะให้เกาหมัวมัวประคองนางออกไปด้านนอกจึงได้พบฉีเจียซื่อซึ่งเข้ามาถึงลานหน้าเรือนพอดี แม่ลูกทั้งคู่ได้พบหน้ากันด้วยดวงตาแดงก่ำรื้นน้ำตา
โชคดีที่เกาหมัวมัวตอบสนองอย่างรวดเร็ววันนี้เป็วันที่จวนองค์ชายเก้ารับรองแขก ถือเป็วันมงคลอย่างยิ่งการหลั่งน้ำตานั้นเป็สิ่งที่อาจนำพาความโชคร้ายมาให้แก่หว่านซีโดยเฉพาะเมื่อมีสายตาผู้คนคอยจับจ้องหาความผิดพลาดของนางอยู่อย่างไม่ลดละเช่นนี้
“นายหญิงได้พบกับฮูหยินถือเป็เื่น่ายินดีนะเ้าคะ"
"จริงของท่าน ได้พบกันถือเป็เื่น่ายินดีจริงๆ"หว่านซีเม้มริมฝีปากดวงตาแฝงรอยยิ้มยินดี
เห็นผิวของบุตรสาวเป็สีชมพูระเรื่อเช่นนี้ ฉีเจียซื่อรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเดิมนางกลัวว่าชีวิตของหว่านซีดำเนินไปอย่างยากลำบากแต่ตอนนี้บุตรสาวนางกลับได้รับการโปรดปรานจากองค์ชายเก้าช่างเป็เื่ที่ดียิ่งนัก
หลังจากที่ฉีเจียซื่อคำนับนางตามพิธีการแล้ว ทั้งสองก็เข้าไปในห้องด้านใน หว่านซีโบกมือให้คนอื่นๆออกไปจากห้อง แล้วจึงเริ่มคุยกับมารดาเป็การส่วนตัว
ในชีวิตที่แล้ว หว่านซีไม่เคยได้เห็นครอบครัวของนางอีกเลยนับั้แ่นางเข้าวังออกจากวังไปมาอยู่ที่จวน กระทั่งนางจากไปในเวลานั้นทุกอย่างถูกต่งเอ้อซื่อควบคุมไว้ในกำมือหว่านซีเองก็ทั้งเชื่อฟังทั้งปฏิบัติตัวตามกฎเกณฑ์ ไม่เคยจะข้ามเส้นแม้สักครั้งส่งผลให้นางพลาดโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เมื่ออำนาจของต่งเอ้อซื่อถูกแบ่งออกเป็ส่วนๆ เื่ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก
“ท่านแม่ ท่าน ท่านย่ากับท่านพี่สบายดีหรือไม่”หว่านซีรอกระทั่งนางและฉีเจียซื่ออยู่ตามลำพังจึงค่อยจับมืออีกฝ่ายพลางถามอย่างกระตือรือร้น
"ดี ทุกอย่างเป็ไปด้วยดี โดยเฉพาะพี่ชายของเ้าที่มีความก้าวหน้าดียิ่งตอนนี้เขาขยันเรียนรู้ทั้งวิชาต่อสู้ทั้งเื่ตำรับตำราแม้แต่อาจารย์ก็ยังชมเขาไม่หยุดทีเดียว" เมื่อพูดถึงบุตรชายของเขารอยยิ้มที่มุมปากของฉีเจียซื่อลึกลงไปมาก
หว่านซีตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหัวเราะ "ทุกคนสบายดี ข้าเองก็สบายใจ”
"เ้าไม่ต้องเป็ห่วง มีข้าอยู่ทั้งคนทุกอย่างจะเรียบร้อยดีแน่" ฉีเจียซื่อตบมือบุตรีของนางและพูดอย่างอดไม่ได้ที่จะห่วงใยว่า "เ้ากำลังท้องอยู่ จะทำอะไรก็ต้องระวังตัวให้ดี”
"ท่านแม่อย่าได้กังวลเลยเ้าค่ะ!องค์ชายกับเกาหมัวมัวคอยดูแลปกป้องข้าเป็อย่างดีไม่มีทางผิดพลาดได้เลยเ้าค่ะ" หว่านซียิ้มพลางเอ่ย
วันเวลาที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ถึงแม้จะมีใครลงมือก็ไม่มีทางน่ากลัวไปกว่ากลอุบายในวังเป็แน่
ฉีเจียซื่อพยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงเื่ข้อห้ามบางอย่างในระหว่างตั้งครรภ์และสิ่งที่ต้องให้ความสนใจระหว่างการคลอดบุตรเพราะถึงเวลานั้นนางเองไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซงอะไรได้จึงทำได้เพียงเตือนในตอนนี้เท่านั้น
หว่านซีฟังพลางอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของฉีเจียซื่อแม่ลูกพูดคุยกันอยู่นานทว่าเวลากลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนฉีเจียซื่อจะกลับนางมอบร้านค้าและโฉนดที่ดินที่เป็สินเดิมของบุตรสาวให้กับหว่านซีคิดในใจว่าการมีทรัพย์สินในมือจะช่วยให้บุตรสาวของนางนั้นสามารถกระทำการต่างๆได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
หลังจากส่งฉีเจียซื่อไปแล้ว หว่านซีก็นั่งอยู่คนเดียวบนเตียงเตา ถือโฉนดที่ดินที่ท่านแม่มอบให้พลันรู้สึกเ็ปในใจขึ้นมาทันที
ในฐานะบุตรี นางไม่เคยทำอะไรให้ครอบครัวเลยจริงๆ ชาติก่อนเป็เช่นนี้ชาตินี้ก็ยังเป็เช่นนี้ ทั้งที่ไม่ว่าจะบิดามารดาหรือพี่ชายต่างก็ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อเป็แรงสนับสนุนนางเต็มกำลัง
เมื่อเกาหมัวมัวเข้ามา นางจึงได้เห็นหว่านซีที่พิงหน้าต่างข้างเตียงกำลังกอดตัวเองแน่นท่าทางราวกับเด็กหญิงตัวน้อยเช่นนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกใจอ่อนโดยไม่มีเหตุผล "นายหญิง เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้เ้าคะ!“
“หมัวมัวข้าสบายดี เพียงแค่รู้สึกไม่ดีเล็กน้อยเท่านั้น”หว่านซีลูบท้องของนางเบาๆรู้สึกถึงการตอบสนองของลูกน้อยในครรภ์ เพียงเท่านี้ก็ทำให้นางเผยรอยยิ้มออกมาได้“หมัวมัว ข้าหิวแล้ว”
“เ้าค่ะบ่าวจะไปเตรียมอาหารเดี๋ยวนี้เลย" เมื่อเห็นหว่านซีอยากอาหารแล้ว เกาหมัวมัวก็เดินออกไปทันทีอย่างมีความสุข