ตอนที่ 14 คุณปู่ (1)
เสี่ยวจือจือเห็นคุณปู่ตอบตกลงอย่างไม่คาดคิด
เธอจึงมีความสุขมาก หลังจากนี้เวลาที่พ่อไม่อยู่ ก็จะมีคุณปู่อยู่ที่บ้าน คุณน้าน่ารำคาญที่มาครั้งที่แล้วก็จะได้ไม่ต้องมาอีก
เธอเป็คนคิดเร็วทำเร็วปานฟ้าแลบ
เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ตัดสินใจให้คุณปู่ย้ายเข้ามาทันที
เดิมทีหยางชีจินคนเสเพลตั้งใจจะขโมยเหล้าของปราชญ์เฒ่า คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันจะได้กระดกเหล้าเข้าปาก ก็ต้องกลายมาเป็คนขนของไปอย่างงงๆ เสียแล้ว
เสี่ยวจือจือแกว่งเสี่ยวฮวาในมือไปมา พลางะโออกมาอย่างมีความสุข “คุณลุง เร็วๆ สิคะ กล่องนั้นก็ต้องขนไปด้วยนะคะ”
อันที่จริงปราชญ์เฒ่าออกจะมึนงงอยู่เล็กน้อย เขาเองก็ใกับเสือและงูตัวเป็ๆ เช่นกัน
เหมือนกับเยี่ยกงชื่นชอบั[1]ก็ไม่ปาน เดิมทีก็ได้แต่ฟังคนอื่นเล่ามาเลยสร้างเื่โกหกตามใจนึก หลอกลวงชาวบ้านชาวช่อง ทว่ากลับคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้ถึงกับเอาเสือเอางูตัวเป็ๆ มาแหย่เข้าให้จริงๆ
ปราชญ์เฒ่าได้ขี่เสือเป็ครั้งแรกในชีวิต ถูกพาไปยังบ้านเก่าๆ ที่ซีโข่วอย่างมึนงงสับสน
หยางชีจินที่กลายเป็คนขนของก็เหงื่อแตกท่วมตัว พอทำงานเสร็จเรียบร้อยรีบวิ่งถลาราวกับบินออกไปทีเดียวเชียว
“คุณปู่คะ กล่องของปู่หนักมากเลย จือจือถือไม่ไหว” เสี่ยวจือจือดันกล่องเข้าลานบ้านอย่างงกๆ เงิ่นๆ เอ่ยไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลซ่ก
ปราชญ์เฒ่าเห็นเด็กหญิงตัวเท่าเมล็ดถั่วขยับกล่องที่เต็มไปด้วยภาพวาดพู่กันของเขาได้อย่างคาดไม่ถึง ทั้งยังเหงื่อไหลท่วมหัว...
ขาที่ขาดทำให้เขาไร้ลูกหลานสืบสกุล เขามักถูกเด็กเกเรในหมู่บ้านอย่างหยางชีจินรังแกอยู่บ่อยครั้ง อารมณ์ก็เลยไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก
ผู้คนในหมู่บ้านก็มักหัวเราะเยาะเขาเช่นกัน
ดังนั้นพอมองดูยายหนูที่กำลังดันกล่องอย่างเหน็ดเหนื่อย ปราชญ์เฒ่าเลยเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที
“ข้างในนี้เป็พวกภาพวาดพู่กันจีน หนูอยากเรียนวาดภาพกับปู่หรือเปล่าล่ะ”
เสี่ยวจือจือคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ยถามว่า “ถ้าเรียนวาดภาพแล้ว ต่อไปหนูก็จะวาดรูปพ่อลงไปในภาพวาดได้ใช่ไหมคะ”
ปราชญ์เฒ่าคิดในใจว่าคนขี้คุกอย่างโจวมู่นั้นโชคดีจริงๆ ถึงได้มีลูกสาวที่ช่างเป็ห่วงเป็ใยเช่นนี้ เขาพยักหน้าด้วยความอิจฉาเล็กๆ
“ถ้าอย่างนั้นหนูจะเรียนค่ะ” เสี่ยวจือจือตอบอย่างมีความสุข
ลองคิดดูแล้วพูดขึ้นมาอีกว่า “ต่อไปพอหนูวาดเสร็จแล้ว ก็จะวาดคุณปู่เข้าไปด้วยค่ะ”
ปราชญ์เฒ่าที่เมื่อครู่นี้กำลังอิจฉาโจวมู่อยู่ ก็ถึงกับตะลึงงันในบัดดล เขาขยับปากงึมงำ ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร
เขาเปิดกล่องของตัวเองออก แล้วค้นภาพภาพหนึ่งออกมาจากข้างใน นำมาวางบนโต๊ะเล็กๆ จากนั้นก็เรียกยายหนูให้เข้ามาดู
ตอนที่โจวมู่กลับมาถึงบ้านก็เห็นภาพนี้เข้าให้
คนสองคน คนหนึ่งแก่คนหนึ่งเด็ก ส่วนสูงก็ไม่ต่างกันเท่าไรกำลังนอนดูภาพวาดเบื้องหน้าด้วยความสนใจยิ่ง ไม่สังเกตเห็นเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
“ปู่คะ ลูกเจี๊ยบตัวนี้สวยมากเลย ถ้าโตขึ้นมันจะต้องอร่อยมากแน่ๆ” เสี่ยวจือจือกำลังมองดูไก่จำนวนมากในภาพวาด แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
“อะแฮ่ม” โจวมู่ส่งเสียงกระแอมสองครั้ง
นั่นแหละ เสี่ยวจือจือถึงได้เห็นว่าพ่อกลับมาแล้ว เธอวิ่งไปตรงหน้าของพ่อด้วยความดีใจ พลันกอดขาของพ่อไว้และพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พ่อคะ หนูมีปู่แล้ว ต่อไปนี้พ่อก็จะมีคุณปู่แล้ว พ่อจะได้ไม่ต้องมุดดินลงไปหาปู่แล้ว”
เชิงอรรถ
^ สำนวนที่ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่บอกว่าชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ชอบอย่างที่ปากว่า