เทียนหัวสตูดิโอ
“บริษัทเถิงต๋าเน็ตเวิร์กเทคโนโลยีเหรอ”
“พวกเขาอยากมาดูงานที่บริษัทเรางั้นเหรอ”
โจวมู่หยันตะลึงงันไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบว่ามีบริษัทเกมอยากศึกษาดูงานบริษัทเกมอื่น!
ปกติแล้วมีแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้นที่มาศึกษาดูงานเก็บประสบการณ์ไว้ใช้หลังเรียนจบ
ไม่มีบริษัทเกมไหนจัดกิจกรรมแบบนี้ให้พนักงาน!
อย่างน้อยก็ภายในประเทศ
นั่นก็เพราะบริษัทเกมภายในประเทศส่วนใหญ่เน้นหากำไรการศึกษาดูงานระยะไกลมีค่าใช้จ่ายสูง!
ค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับคนประมาณสามสิบคนค่าโรงแรม รวมถึงรายจ่ายอื่นๆ ไหนจะต้องหยุดงานช่วงที่ไปศึกษาดูงานอีกเอามารวมกันแล้วก็เสียหายหลายแสนเลยทีเดียว
นอกจากนี้กิจกรรมแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับบริษัทเท่าไหร่ เป็นการเสียเงินไปเปล่าๆมากกว่า
ถึงจะบอกว่ามาศึกษาดูงานคำถามคือมีอะไรให้ศึกษา
บริษัทไหนจะโง่ยอมให้ศึกษากัน...
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวโจวมู่หยันคือบอกปฏิเสธไป
เขาเป็นโปรดิวเซอร์ประจำสตูดิโอเทียนหัวค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการทีเดียว
ว่ากันตามตรงแล้วเขามีชื่อเสียงในทางลบมากกว่า เนื่องจากมีหลายคนก่นด่าสตูดิโอเทียนหัวโจวมู่หยันจึงโดนด่าไปด้วยเพราะเป็นโปรดิวเซอร์
โจวมู่หยันเป็นชื่อเล่นของเขาไม่ใช่ชื่อจริง ทางภาคใต้ หลายๆ บริษัทมีการตั้งชื่อเล่นเพราะเป็นกระแสนิยมสตูดิโอเทียนหัวเองก็ทำเหมือนกัน
ตอนนี้สตูดิโอเทียนหัวกำลังสร้างเกมออนไลน์แนวFPS เริ่มกระบวนการสร้างมามากกว่าหนึ่งปีแล้วกำลังจะเปิดให้ทดลองเล่นเวอร์ชันเบต้า
ในช่วงวุ่นวายนี้โจวมู่หยันไม่คิดที่จะต้อนรับเหล่าพนักงานของบริษัทเกมจากมณฑลชายขอบอย่างฮั่นตงแน่
“บอสโจวบริษัทนี้ดังมากค่ะ! พวกเขาเป็นผู้สร้างเกมแม่ทัพผี!ดิฉันว่าเราควรแบ่งเวลาไปพบปะพูดคุยกับพวกเขา ถ้าบอสไม่มีเวลาเราให้พี่ซุนไปแทนก็ได้ค่ะดิฉันว่าพาพวกเขาชมรอบบริษัทก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเรามากมาย”สาวฝ่ายบริการจัดการที่ติดต่อกับซินไห่ลู่อธิบาย
“พวกเขาสร้างเกมแม่ทัพผีเหรอ!”
โจวมู่หยันนิ่งงันไปเขาคิดว่าที่หญิงสาวพูดมานั้นดูมีเหตุผล
อย่างที่เขาว่ากันยิ่งมีเพื่อนเยอะ ก็ยิ่งมีตัวเลือกในชีวิตเยอะขึ้น
ถึงพวกเขาจะเป็นคู่แข่งกันการปฏิเสธน้ำใจอีกฝ่ายที่เดินทางมาไกลเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็จะดูใจดำเกินไป
นอกจากนี้โจวมู่หยันรู้จักเกมแม่ทัพผีที่เป็นเกมมือถือสุดฮิตในช่วงนี้ชัดเจนเลยว่าผู้สร้างเกมนี้ไม่ใช่คนโง่
บางทีอาจเป็นความคิดที่ดีที่จะทำความรู้จักกับคนแบบนี้เอาไว้
ถึงอย่างไรก็ใช้เวลาอย่างมากสุดแค่วันเดียวพาพวกเขาเดินรอบๆ ออฟฟิศก็ไม่ได้รบกวนงานอะไรด้วย
พอคิดแบบนั้นโจวมู่หยันก็พยักหน้า “โอเค ตอบตกลงไป ตกลงวันกับพวกเขาก่อนเดี๋ยวผมจะเป็นคนไปทักทายพวกเขาเอง”
“ได้ค่ะบอสโจว แล้วก็รายชื่อคัดเด็กใหม่ออกเสร็จเรียบร้อยแล้ว รบกวนช่วยตรวจดูด้วยค่ะ”
โจวมู่หยันไล่สายตามองรายชื่อ
“นอกจากหลินหวานไล่ที่เหลือออกให้หมดตามกระบวนการ”
“รับทราบค่ะ”หญิงสาวไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วกลับออกไปพร้อมรายชื่อ
ระบบไล่พนักงานระดับล่างสุดออกเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในบริษัทเกมหลายแห่งโดยเฉพาะบริษัทที่จ้างคนส่วนใหญ่จากมหาวิทยาลัย
เทียนหัวสตูดิโอเองก็เป็นหนึ่งในนั้นพวกเขาจ้างเด็กจบใหม่และจัดประเมินงานหลังจากทำงานไปได้สองสามเดือนสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพนักงานระดับล่างสุดจะโดนไล่ออก
พวกเด็กจบใหม่ที่โดยไล่ออกจะตกอยู่ในสถานการณ์สุดเลวร้าย
อย่างแรกเลยคือพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในสถานะเด็กจบใหม่อีกต่อไป ไม่สามารถเข้าร่วมการรับสมัครนักศึกษามหาวิทยาลัยของบริษัทต่างๆได้ อย่างที่สองคือ พวกเขาทำงานได้แค่ไม่กี่เดือนก็โดนไล่ออกซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อการหางานในอนาคต
พูดอีกอย่างก็คือการตัดสินใจเดียวของโจวมู่หยันได้สร้างอุปสรรคหนักหนาในเส้นทางการทำงานให้กับเหล่าเด็กจบใหม่ที่โดนไล่ออก!
แต่โจวมู่หยันกลับไม่ได้มองว่าระบบนี้มีปัญหาอะไรถึงจะรู้ดีว่าพวกเด็กจบใหม่ที่โดนไล่ออกจะต้องก่นด่าสาปแช่งตนเองและครอบครัวเขาก็ไม่ได้สนใจ
สำหรับโจวมู่หยันอุตสาหกรรมเกมนั้นมีเพียงผู้ที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด!
ไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆในสภาพแวดล้อมอันแสนโหดร้ายนี้
แต่ก็แน่นอนว่ามีคนหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับการยกเว้นซึ่งก็คือหลินหวาน
หลินหวานเป็นเด็กสาวที่ก็เหมือนคนอื่นๆเธอจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในปักกิ่งและมีคุณสมบัติสูงทีเดียว
ถ้าดูจากรายชื่อประเมินคัดออกหลินหวานอยู่ในกลุ่มสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพนักงานระดับล่าง
ความผิดพลาดของเธอก็เหมือนกับหนุ่มสาวคนอื่นๆคือใสซื่อและมองโลกในแง่ดีจนเกินไป
เกมเป็นเพียงธุรกิจสำหรับโจวมู่หยัน
แต่สำหรับหลินหวานและหนุ่มสาวคนอื่นๆพวกเขามองเกมเป็นงานศิลปะ หรือไม่ก็ความฝันที่ต้องทำให้เป็นจริง เพราะแบบนี้พวกเขาจึงทำสิ่งที่ตรงข้ามกับเกณฑ์ประเมินของระบบคัดออก
พูดอีกอย่างก็คือเธอไม่ใช่คนแบบที่เทียนหัวสตูดิโอต้องการ
แต่มีอยู่เหตุผลหนึ่งที่ทำให้โจวมู่หยันไม่ได้คัดเธอออก
นอกเหนือจากเรื่องอื่นๆแล้ว ภูมิหลังของเธอน่ากลัวจนเกินไป...
พ่อของหลินหวานคือประธานบริษัทเฉินฮว่าคอร์ปอเรชันตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์อัจฉริยะและการติดต่อสื่อสารที่ใหญ่ที่สุด! โจวมู่หยันไม่กล้าทำอะไรผิดใจคนใหญ่คนโตแบบเขา
เอาเข้าจริงเขาอยากสร้างเส้นสายกับคนแบบพ่อของหลินหวานใจแทบขาด
แน่นอนว่าหลินหวานไม่รู้เลยว่าตัวตนของเธอถูกเปิดเผยเพราะเธอเข้าเทียนหัวสตูดิโอผ่านการรับสมัครนักศึกษามหาวิทยาลัยตามปกติ
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าหลินหวานประเมินความกังวลและเป็นห่วงของพ่อเธอต่ำไป...
วันที่สองหลังจากเธอเข้าทำงานโจวมู่หยันได้รับสายตรงจากประธานบริษัทเฉินฮว่าคอร์ปอเรชัน
คำขอของเขามีอยู่สองอย่าง
อย่างแรกคือเขาหวังว่าโจวมู่หยันกับเทียนหัวสตูดิโอจะช่วยดูแลหลินหวานไม่ให้เธอทำงานหนักเกินไปจนล้มป่วย
อย่างที่สองคือเขาหวังให้โจวมู่หยันทำลายความฝันของหลินหวานในวงการอุตสาหกรรมเกมให้เร็วที่สุดเพื่อที่เธอจะได้ล้มเลิกความตั้งใจในสายงานนี้!
ถึงเขาจะพูดอย่างอ้อมค้อมแต่คนฉลาดอย่างโจวมู่หยันก็เข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายทันที
พ่อของหลินหวานไม่ได้อยากให้ลูกของตัวเองเข้ามาทำงานในวงการเกมแต่เขาก็ไม่อยากต่อต้านเธออย่างเปิดเผย เพราะกลัวจะกระทบความสัมพันธ์ ทำให้ต้องใช้วิธีอ้อมๆเอา!
เมื่อเป็นแบบนี้โจวมู่หยันก็ตอบตกลงทันที
อีกฝ่ายคือเฉินฮว่าคอร์ปอเรชัน! ถ้าเชื่อมสัมพันธ์ได้ก็จะเป็นประโยชน์กับเทียนหัวสตูดิโอในอนาคต!
ดังนั้นหลินหวานจึงเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้โดนคัดออกตามรายชื่อ
โจวมู่หยันคิดหาวิธีดับไฟรักในวงการเกมของเธอให้ได้เร็วที่สุดมาตั้งนานแล้ว
ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
ขอแค่เขาแสดงความเป็นจริงของวงการนี้ให้เธอรับรู้ก็พอ
วงการเกมอย่างน้อยก็ภายในประเทศ คือโรงงานนรก
รายชื่อคัดคนออกระบบ 996 ล้มเลิกความฝันและดับไฟรักในเกมเพื่อเงินเปลี่ยนงานศิลปะให้กลายเป็นเครื่องมือทำเงิน...
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวงการอุตสาหกรรมเกมภายในประเทศ
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่ทุกที่ภายในประเทศยังมีนักออกแบบมากความสามารถและสตูดิโอที่มีใจรักในเกมเหลืออยู่บ้าง
แต่ก็หายากแสนยาก
โจวมู่หยันเชื่อว่าหลังจากที่ตนแสดงความเป็นจริงของอุตสาหกรรมนี้ให้หลินหวานรับรู้เธอจะผิดหวังและออกจากวงการนี้ไปเองอย่างแน่นอน!