วันถัดมา ไอรีนที่อยู่บ้านเพียงลำพังเพราะน้องชายของเธอต้องไปที่โรงเรียนและแม่ของเธอเองก็ต้องกลับไปทำงานเพื่อความเป็อยู่ของทั้งบ้าน ดังนั้นไอรีนจึงมีเวลาทำในสิ่งที่เธอวางแผนเอาไว้ในที่สุด
“แปดพันงั้นเหรอ” ไอรีนได้แต่เอ่ยอย่างจนใจกับจำนวนเงินที่เธอมีอยู่ในมือ เธอย่อมไม่สามารถกล่าวโทษผู้เป็แม่ที่ให้เงินเธอมาเพียงเท่านี้เพราะรู้ดีว่าสภาพการเงินของครอบครัวนั้นไม่เหมือนกับที่เธอจดจำได้อีกต่อไปแล้ว แม่ของเธอต้องแบกรับภาระการเงินของทั้งบ้านเอาไว้ด้วยตัวเองแทนคุณพ่อที่หายตัวไปจนถึงตอนนี้ เงินแปดพันที่เธอได้รับมานี้นับได้ว่าเป็เงินที่ใช้เป็ค่ากินทั้งเดือนของคนในบ้านก็ไม่ผิดนัก
เพราะเป็ห่วงลูกสาวที่เพิ่งฟื้นกลับมา รวมถึงสถานการณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากการที่ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาให้กับโรงพยาบาลอีก ไพลินจึงมอบเงินก้อนนี้ให้กับลูกสาวเพื่อให้เธอใช้ซื้อสิ่งที่้าได้อย่างสะดวก
จริงอยู่ที่เงินก้อนแค่นี้คงไม่สามารถซื้ออะไรหลายๆอย่างได้ในยุคสมัยนี้ แต่ไพลินก็ทำเท่าที่ตัวเองพอจะทำได้แล้ว
ไอรีนใช้มือถือเครื่องเก่าของน้องชายที่ยังถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็อย่างดีเพื่อค้นหาข้อมูลที่เธอ้า
“หวังว่าจะมีของที่น่าสนใจนะ” หญิงสาวมองดูแผนที่ที่ปรากฏบนหน้าจอก่อนจะมุ่งหน้าออกจากบ้านไปยังสถานที่เป้าหมายของตนเอง เธอเลือกที่จะเดินทางด้วยรถโดยสารแทนการวิ่งไปด้วยตนเองแม้ว่ามันจะรวดเร็วกว่ามาก เพราะเธอยังต้องใช้เวลาเพื่อศึกษาสถานการณ์ของโลกอีกสักพักและไม่อยากเปิดเผยความสามารถของตัวเองมากเกินไป
เื่เมื่อวานถือว่าเป็เื่ฉุกเฉินเธอจึงจำเป็ต้องเปิดเผยพลังและความสามารถของตัวเอง และเธอก็หวังว่าการเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้คงจะไม่ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นมากเกินไปนัก จนกว่าเธอจะแน่ใจสถานการณ์ต่างๆมากพอ นอกจากนี้เธอยังต้องใช้เวลาเพื่อฝึกฝนและพัฒนาร่างกายนี้อีกระยะหนึ่ง เพราะความแข็งแกร่งของเธอในตอนนี้ยังเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นของตัวเธอในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
สำหรับเื่นี้ไอรีนได้ทำใจเอาไว้แล้วว่าเธอคงไม่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งให้กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดได้ เพราะร่างกายของเธอได้ย้อนกลับมาในจุดเริ่มต้นอีกครั้ง มีแค่จิติญญาที่ยังคงเดิมแต่ก็มีร่องรอยความเสียหายและอาการาเ็ที่ไม่อาจฟื้นฟูในเวลาสั้นๆ ต่อให้เธอมีประสบการณ์และเคล็ดวิชาต่างๆมากมายในหัวแต่ก็ยังต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการปรับปรุงร่างกายและฟื้นฟูพลังิญญากลับคืนมา
แต่จากการประเมินของเธอ ไม่จำเป็ต้องกลับไปถึงจุดสูงสุด อาศัยพลังเพียงแค่ขั้นหลอมิญญาก็น่าจะเพียงพอสำหรับโลกใบนี้แล้ว
ระดับขั้นของการบำเพ็ญเพียรนั้นแบ่งออกเป็จตุวิถีหรือสี่วิถีใหญ่ได้แก่ วิถีมนุษย์ วิถีิญญา วิถีดินและวิถีฟ้า แต่ละวิถีมีการแบ่งลำดับขั้นแยกย่อยอีกห้าลำดับ ในวิถีมนุษย์นั้นหากไปถึงลำดับขั้นห้าที่ปลายทางจึงจะถือเป็จุดเริ่มต้นของเส้นทางการบำเพ็ญเพียร โดยจะมีการแบ่งลำดับขั้นเป็ หลอมกระดูก ผลัดเส้นเอ็น แปรโลหิต กรุยชีพจรและหลอมิญญา
ระดับหลอมิญญานั้นถือว่าเป็แค่ปลายทางของวิถีมนุษย์หรือก็คือจุดเริ่มต้นเส้นทางบำเพ็ญเพียร หากเป็ในโลกแห่งการบำเพ็ญแล้วก็ไม่ต่างจากระดับขั้นของเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่จุดสูงสุดในโลกใบนั้นไอรีนไปถึงจุดสูงสุดของวิถีดิน ขาดเพียงครึ่งก้าวก็จะทะลวงเข้าสู่วิถีฟ้าได้สำเร็จ นับเป็อัจฉริยะที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและโดดเด่นคนหนึ่งของโลกใบนั้น
น่าเสียดายที่เมื่อเทียบกับศิษย์พี่และจอมอสูรราชันย์ที่ล้วนบรรลุขอบเขตวิถีฟ้า พลังของเธอยังไม่อาจเทียบชั้นกับพวกเขาได้ ดังนั้นในตอนที่เข้าไปรับการโจมตีแทนศิษย์พี่เธอจึงไม่สามารถทนรับอาการาเ็ได้จนตกตายไป และด้วยเหตุผลบางอย่างิญญาเของเธอก็ได้กลับเข้ามาในร่างนี้อีกครั้ง
ส่วนที่คิดว่าระดับพลังขั้นหลอมิญญาเพียงพอสำหรับโลกใบนี้ทั้งที่มันเป็เพียงจุดสูงสุดของวิถีมนุษย์ ก็เพราะเธอได้ลองประเมินความแข็งแกร่งของนักล่าระดับสูงที่มีชื่อเสียงจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต จากมุมมองของเธอความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมิญญาในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
ถ้าหากเธอสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งของร่างปัจจุบันให้ไปถึงขอบเขตหลอมิญญาได้สำเร็จก็จะทำให้ร่างกายของเธอมีความแข็งแกร่งเหนืุ์และจิติญญาของเธอเองก็จะฟื้นฟูกลับคืนมาจนแข็งแกร่งกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมิญญาด้วยกันหลายเท่า ดังนั้นเธอจึงพิจารณาว่ามันเพียงพอในระดับหนึ่ง
อีกเหตุผลที่เธอตั้งเป้าเอาไว้ในระดับนั้นก็เพราะเธอตระหนักได้เป็อย่างดีว่ามันไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะฝึกฝนและพัฒนาระดับพลังของตัวเองในโลกใบนี้ แม้โลกนี้จะมีพลังฟ้าดินและพลังเวทมนตร์แต่มันก็ไม่เหมือนกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่เต็มไปด้วยพื้นที่พิเศษที่มีพลังฟ้าดินอันหนาแน่นและมีทรัพยากรสำหรับใช้ในการฝึกฝนต่างๆที่เหมาะกับการขัดเกลาพลัง
ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มในที่สุดหญิงสาวก็เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมายของตัวเอง
สถานที่แห่งนี้ก็คือตลาดของโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กลางเมือง แม้จะเรียกว่าตลาดแต่ที่จริงแล้วมันก็เป็เพียงถนนเส้นหนึ่งที่มีระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร ถนนเส้นนี้ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งเข้าออกเพราะตามเส้นทางจะมีร้านขายของโบราณวางแผงเรียงรายกันจำนวนมาก นอกจากแผงร้านบนถนนแล้วอาคารต่างๆบนถนนเส้นนี้ก็ล้วนแต่เป็ร้านขายของโบราณรวมทั้งสิ้นกว่าห้าสิบร้านตั้งเรียงรายกันไป
คนทั่วไปไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพราะมันเป็สถานที่สำหรับคนบางกลุ่มที่มีความสนใจในของโบราณโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนประเภทนี้มักจะเป็คนที่มีทรัพย์สิน อำนาจและอิทธิพลมากกว่าคนทั่วไป เหตุผลสำคัญก็เพราะของโบราณเหล่านี้มีคุณค่าสูงจึงเป็สินค้าที่มีราคาแพงลิบจนเรียกได้ว่าเป็สิ่งที่มีไว้เพื่อใช้อวดบารมีสำหรับชนชั้นสูงก็ไม่ผิดนัก
ในอดีตการค้าขายของโบราณหลายๆอย่างนั้นเป็สิ่งที่ผิดกฎหมายเพราะของโบราณทั้งหลายล้วนแต่นับได้ว่าเป็สิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เมื่อมีการค้นพบแล้วก็จะถือว่าเป็สมบัติของประเทศชาติและไม่อนุญาตให้นำไปซื้อขาย โดยเฉพาะการขายให้กับประเทศอื่นๆ แต่แน่นอนว่ามีคนบางส่วนใช้ช่องโหว่เพื่อค้าขายและทำกำไรจากของโบราณเหล่านี้ได้อย่างมากมายมหาศาล
ไอรีนรู้จักตลาดของโบราณนี้ก็เพราะครั้งหนึ่งครอบครัวของเธอเองก็นับได้ว่าเป็กลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นร่ำรวย มีเส้นสายและเงินทองไม่น้อย ทว่ามันก็ยังไม่มากพอที่จะนำมาใช้ซื้อของโบราณเพื่ออวดอ้างบารมี อีกทั้งพ่อของเธอนั้นเป็คนที่ซื่อตรง ดังนั้นแม้จะมีคนรอบข้างชักชวนให้เล่นของโบราณเหล่านี้เพื่อเก็งกำไร พ่อของเธอก็เลือกที่จะปฏิเสธออกไปโดยตรงเพราะไม่อยากเสี่ยงยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย
ของโบราณเหล่านี้มีราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด อายุ ประวัติความเป็มาและคุณค่าของมันเอง และต่อให้เป็ของโบราณที่มีคุณค่าน้อยที่สุดไอรีนก็ไม่มีทางซื้อพวกมันได้ด้วยเงินอันน้อยนิดที่เธอมีอย่างแน่นอน
แล้วทำไมเธอถึงเลือกมาที่นี่งั้นหรือ?
นั่นก็เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ของโบราณล้ำค่าราคาแพงที่วางเอาไว้ในร้านค้าเท่านั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยของเลียนแบบจำนวนมากที่ตั้งอยู่ตามร้านแผงลอยกลางถนน เพราะนอกจากเหล่าผู้ร่ำรวยแล้ว คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาที่นี่ก็คือเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของโบราณนั่นเอง
อาคารร้านค้าที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ได้รับความเชื่อถือในระดับที่ค่อนข้างสูงในความเป็มืออาชีพของพวกเขา ของโบราณที่วางขายในร้านจึงมีราคาแพงเพราะถือว่าเป็ของโบราณที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง ขณะที่ร้านแผงลอยต่างๆนั้นยากที่จะบอกได้ว่าพวกเขาขายของโบราณหรือของที่ทำเลียนแบบขึ้นมากันแน่ มีเพียงคนที่ศึกษาของโบราณเป็อย่างดีจึงจะบอกได้ว่าสินค้าของพวกเขาเป็ของแท้หรือของปลอม
ร้านแผงลอยเหล่านี้เองก็มีวิธีหาลูกค้าให้กับตัวเองเช่นกัน เพราะต่อให้เป็เศรษฐีที่ร่ำรวยและผู้มีอิทธิพลทั้งหลายก็ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถใช้จ่ายอย่างมหาศาลเพื่อซื้อของโบราณไปใช้อวดอำนาจบารมีได้ตลอดเวลา ยังมีพวกลูกหลานรุ่นสองรุ่นสามของตระกูลใหญ่ๆที่ไม่สามารถใช้จ่ายก้อนโตจนเกินไปได้ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็ลูกค้าชั้นยอดของพ่อค้าแม่ค้าแผงลอย
ต้องทราบว่าร้านแผงลอยเหล่านี้ส่วนใหญ่พวกเขาก็รับสินค้ามาจากแหล่งรับซื้อของพวกเขาอีกทีหนึ่ง ซึ่งแม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าที่ได้มานั้นเป็ของจริงหรือของปลอม พวกเขาจะรับซื้อในราคาถูกและนำมาขายในราคาแพง มีบางครั้งที่สินค้าของพวกเขาถูกพิสูจน์ในภายหลังว่าเป็ของโบราณที่มีคุณค่าสูงทำให้คนที่ซื้อไปได้กำไรหลายสิบเท่าจนถึงหลายร้อยเท่า
จะว่าไปแล้วการซื้อของจากร้านแผงลอยเหล่านี้ก็เหมือนการสุ่มเลขสลากที่มีโอกาสถูกน้อยนิด แต่ถ้าหากบังเอิญโชคดีถูกขึ้นมาก็ได้กำไรอย่างมากมายมหาศาล
และร้านแผงลอยเหล่านี้เองที่เป็เป้าหมายของไอรีน
ไม่ใช่ว่าเธอเป็ผู้ที่มีความเข้าใจหรือชำนาญด้านของโบราณในโลกใบนี้ แต่เป็เพราะของโบราณเหล่านี้หากเป็ของแท้ก็มักจะแฝงเอาไว้ด้วยพลังฟ้าดิน แน่นอนว่าไม่ใช่ของโบราณทุกชิ้นที่จะมีพลังฟ้าดินแฝงอยู่ภายใน แต่การที่สิ่งของเหล่านี้ดำรงอยู่มาอย่างยาวนานจึงมีโอกาสที่พวกมันจะซึมซับพลังฟ้าดินเอาไว้ภายใน เมื่อซึมซับนานเข้าจนเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี พลังฟ้าดินที่แฝงอยู่ในวัตถุเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์บางอย่างได้
ยกตัวอย่างเช่นการสร้างค่ายกล โดยอาศัยพลังฟ้าดินที่แฝงอยู่ในวัตถุนำมาจัดเรียงในรูปแบบต่างๆตามหลักการของค่ายกลรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังสามารถนำเอาพลังฟ้าดินที่อยู่ในวัตถุมาใช้เสริมพลังของตัวเองได้เช่นกัน เพียงแต่พลังที่แฝงอยู่ในวัตถุเหล่านี้จะฝังรากหยั่งลึกอยู่ภายในวัตถุ ต้องใช้เวลายาวนานอย่างยิ่งกว่าจะดูดซับออกมาได้ ว่าไปแล้วก็ถือว่าได้ไม่คุ้มเสียสักเท่าไหร่นัก
เพราะแบบนั้นในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจึงมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลาฟ้าดิน’ อยู่ พวกมันเป็วัตถุที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากของวิเศษอื่นๆตรงที่สามารถถ่ายพลังฟ้าดินออกไปได้ง่าย เรียกได้ว่าเป็ทรัพยากรสำหรับใช้ฝึกฝนขัดเกลาพลังอย่างแท้จริง และศิลาฟ้าดินเหล่านี้ก็นับได้ว่าเป็ตัวกลางแลกเปลี่ยนเหมือนกับเงินตราในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรด้วยเช่นกัน
“คุณลุงคะ กระดาษพวกนี้ราคาเท่าไหร่?” ไอรีนแต่งกายด้วยชุดเดรสตัวเก่าของเธอั้แ่ตอนก่อนจะประสบอุบัติเหตุ แม้มันจะเป็ชุดเก่าแต่สภาพของมันก็ยังดูดีอยู่ไม่น้อย รวมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูงดงามและมีบรรยากาศสูงสง่าโดยธรรมชาติจากการฝึกบำเพ็ญเพียร เธอจึงดูคล้ายกับลูกหลานทายาทตระกูลใหญ่คนหนึ่งที่เข้ามาเล่นสนุกในตลาดของโบราณแห่งนี้
ชายที่ถูกเรียกว่าคุณลุงกวาดสายตาไปที่ม้วนกระดาษเก่าที่แห้งกรอบพวกนั้นก่อนจะกลอกตาอย่างเ้าเล่ห์ “คุณหนูตาแหลมไม่เลวเลยนะครับ นี่คือม้วนกระดาษโบราณที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปี ถึงแม้จะเป็เพียงกระดาษเปล่าที่ไม่มีบันทึกอะไรเขียนเอาไว้แต่ก็ยังถือว่าเป็สมบัติโบราณที่มีคุณค่าในตัวเองในระดับหนึ่ง ผมตั้งราคาเอาไว้ที่ห้าหมื่นบาท แต่เห็นแก่คุณหนูผมจะลดให้เหลือสี่หมื่นห้าพันบาทก็แล้วกัน”
ไอรีนเลิกคิ้วก่อนจะถอนหายใจ “กระดาษอะไรถึงจะแพงขนาดนี้กัน ฉันคงซื้อไม่ได้หรอกค่ะ”
สิ้นคำเธอก็หมุนตัวและเดินจากไปทันที ชายวัยกลางคนคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถอดใจทันทีโดยไม่คิดจะต่อราคาเลยแม้แต่น้อยเขาจึงรีบเอ่ยว่า “เดี๋ยวก่อนสิครับคุณหนู ถ้าคุณหนูคิดว่าแพงเกินไปผมยังสามารถลดราคาให้ได้อีกสักหน่อยนะครับ”
ไอรีนหันกลับมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ “บอกกับคุณลุงตามตรงเลยแล้วกันนะคะ ฉันกับเพื่อนทำงานกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของโบราณ เพราะแบบนั้นพวกเราทุกคนจึงรวมเงินกันเพื่อใช้เป็งบประมาณสำหรับการทำงานและจะมีการตรวจสอบอย่างจริงจังโดยอาจารย์ว่างานของพวกเราอยู่ในงบประมาณที่วางเอาไว้หรือเปล่า”
เธอเอ่ยต่อว่า “ฉันรู้มาจากคุณพ่อว่าที่นี่มีตลาดขายสินค้าโบราณก็เลยอาสามาซื้อของให้กับทุกคนในกลุ่ม แต่คิดไม่ถึงเลยว่าของในตลาดจะราคาสูงกว่าที่คิดไว้มากแบบนี้”
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นงบของกลุ่มคุณหนูอยู่ที่เท่าไหร่งั้นเหรอครับ” พอคิดว่าม้วนกระดาษเก่าๆที่ไม่มีใครกล้านำไปใช้งานเพราะกลัวว่ามันจะเปื่อยจนขาดตลอดเวลามีโอกาสขายออกไปได้ ชายวัยกลางคนก็รีบเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงในทันที
“พวกเราห้าคนรวมเงินกันไว้ที่ห้าพันค่ะ พูดตามตรงฉันอึดอัดมาก ถ้าไม่ติดว่าอาจารย์คุมงบประมาณอย่างเข้มงวดฉันคงจะกว้านซื้อของตามร้านพวกนั้นไปให้หมดจะได้ไม่ต้องมานั่งหาของราคาถูกพวกนี้” ไอรีนเอ่ยด้วยสีหน้าอึดอัดและลำบากใจ ดูราวกับเด็กสาวที่กำลังอับอายเพราะไม่สามารถใช้จ่ายได้ตามที่ตัวเองคุ้นชิน
“ห้าพันเหรอครับ” ชายวัยกลางคนมีสีหน้าลังเล กระดาษนี้เขารับซื้อมาแค่ไม่กี่ร้อย ถ้าขายได้ห้าพันก็ถือว่ากำไรเป็สิบเท่าแล้ว แต่ถ้าอยู่ๆลดให้อีกฝ่ายทีเดียวจากห้าหมื่นเหลือห้าพันจะไม่กลายเป็การเปิดโปงตัวเองหรอกหรือ
ดวงตาของเขาสาดประกายเ้าเล่ห์และเอ่ยว่า “เอาแบบนี้ดีไหมครับ ผมจะขายกระดาษม้วนนี้ให้คุณหนูในราคาห้าพันบาทก็ได้”
“เอ้ะ ห้าพัน?” ไอรีนแสร้งประหลาดใจ
“ใช่ครับ แต่ว่ามีเงื่อนไขก็คือ คุณหนูจะต้องซื้อสินค้าอย่างอื่นจากร้านของผมไปด้วยอีกหนึ่งอย่างซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานกลุ่มของคุณหนูเลย ดังนั้นก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมละครับ?”
“จริงสิ วิธีนี้ก็ใช้ได้นี่นา” ไอรีนอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามที่คุณว่า แต่ฉันไม่สามารถซื้อของอีกชิ้นจากคุณได้ตอนนี้ทันที เอาแบบนี้ได้ไหมคะ ฉันจะซื้อแค่กระดาษจากคุณและออกไปจากที่นี่ หลังจากนั้นฉันจะส่งคนของฉันมาซื้อของจากคุณอีกทีหนึ่ง เพื่อตอบแทนที่คุณช่วยแก้ปัญหาที่น่ารำคาญใจนี้ ฉันยินดีจะซื้อสินค้าจากคุณอีก… อืม เอาสักสองล้านก็แล้วกัน”