6.....
เมื่อใกล้วันหมดสภาพการเป็พนักงานบีบีซี.เข้ามา เปมิกาก็ยิ่งรู้สึกทุรนทุรายมากขึ้นหล่อนได้รับค่าจ้างครั้งสุดท้ายสำหรับชีวิตการทำงาน เป็เงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับระยะเวลาเกือบเจ็ดปีที่ทำงานมาก็ยังถือว่าไม่มากนัก หลายคนต่างก็บ่นว่าได้รับเงินชดเชยค่าจ้างออกไม่คุ้มกับระยะเวลาที่ทำงานมาเพราะบางคนทำงานมาเกือบสามสิบปีก็บอกว่าได้รับเงินมาไม่พอกับภาระหนี้สินและอนาคตที่ต้องตกงาน ทำให้มีใบปลิวออกมาให้พนักงานเข้าร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องในเื่นี้แต่เปมิกาถอดใจเสียแล้ว เพราะเท่าที่เคยไปร่วมชุมนุมมาก็ไม่เห็นว่าจะได้รับความช่วยเหลืออะไรเลยโดยเฉพาะในเื่งานที่หล่อนยังไม่เห็นว่าเพื่อนร่วมงานที่สาขาคนใดคนหนึ่งจะได้รับการช่วยเหลือ
“อัตตาหิ อัตตาโน นาโถตนเป็ที่พึ่งแห่งตน จริงแท้อย่างที่สุด”
เปมิกา ยึดสัจธรรมข้อนี้เป็เครื่องเตือนใจเพื่อจะได้ไม่ฝากความหวังไว้กับใครทั้งสิ้น
หลังจากทุกคนได้รับเงินชดเชยจ้างออกแล้วต่างก็หันมาลุ้นรับซองขาวที่จะแจ้งให้ทราบว่าใครคือผู้โชคดีได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำงานต่อกับบริษัทติดตามหนี้เสียของบีบีซี.ที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากปิดกิจการธนาคาร
สมุห์บัญชี เป็คนเดินแจกซองขาวที่มาจากสำนักงานใหญ่ที่จ่าหน้าซองถึงแต่ละคนเพื่อให้ทุกคนนำไปเปิดลุ้นเอาเองว่า ข้อความข้างในจะเป็คำตอบรับเข้าทำงานหรือปฏิเสธ
“ฉันขอไปเปิดอ่านที่ห้องน้ำก่อนนะป่าน…เวลาร้องไห้จะได้ไม่มีใครเห็น”
สิตาบอกแก่เปมิกา ก่อนจะเดินถือซองขาวเดินลิ่วออกไปด้านหลังส่วนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็ไม่แตกต่างกัน ต่างรับซองมาด้วยสีหน้าเหมือนคนรอลุ้นอะไรบางอย่างไม่มีเสียงพูดคุยกันเหมือนเช่นทุกวัน เนื่องจากวันนี้ ได้กำหนดให้เป็วันสุดท้ายสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับเลือกให้ทำงานต่อ
เปมิกาเดินถือซองขาว หลบมุมไปที่ห้องเก็บเอกสารเพียงลำพังหล่อนดึงแผ่นกระดาษออกจากซอง ด้วยการตั้งสติเพื่อให้จิตใจเข้มแข็งพร้อมที่จะยอมรับความจริง
การคัดเลือกจะใช้การประเมินผลงานหรือจับสลากก็สุดจะเดาได้เพราะมีมาหลายกระแส บางคนก็บอกว่ามีพวกที่วิ่งเต้นที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งอาจจะหมายถึงต้องใช้เส้นใช้เงินทอง แต่เปมิกาก็ได้แต่รับฟังคนอื่นพูดต่อ ๆ กันมาอีกที ความจริงเป็เช่นใดหล่อนก็มิอาจจะรู้ได้แต่ที่หล่อนรู้มาคือ ที่แผนกสินเชื่อจะได้รับเลือกเพียงคนเดียว
เปมิกา ได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้แล้วว่านิกร น่าจะได้รับเลือกเพราะข้อแรก นิกรเป็ผู้ชาย เปมิกา ยอมรับความจริงในข้อนี้เสมอจากประสบการณ์ที่สังคมส่วนใหญ่มักจะเลือกเพศชายไว้ก่อน ดังนั้นก็ป่วยการที่เปมิกา จะคิดไปแปลงเพศในตอนนี้ ไม่ทันการเสียแล้ว
ข้อสอง นิกรมีประสบการณ์ทำงานพอสมควรและอายุยังน้อย เหมาะแก่การทำงานที่ต้องอาศัยความคล่องแคล่วยังถือว่ามีไฟในการทำงานสูงกว่าคนที่อายุมากกว่า
สุดท้าย นิกร อายุการทำงานน้อย ทำให้ฐานเงินเดือนน้อยกว่าทุกคนในแผนกซึ่งเป็ผลดีต่อเขา ทำให้บริษัทใหม่ได้ประหยัดงบการจ้างงานจบคำวิเคราะห์ของตัวเองแล้ว เปมิกาก็ค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมาช้า ๆ
เปมิกา เริ่มอ่านั้แ่หัวกระดาษ ที่บอกแหล่งที่มาของจดหมายจากสำนักงานใหญ่ก่อนจะไล่มาที่วันเดือนปีที่ออกจดหมายแล้วก็ตามด้วยมุมซ้ายมือ
เื่ แจ้งผลการคัดเลือกพนักงานเพื่อเข้าทำงานกับ
บริษัทบริหารสินทรัพย์ บีบีซี.
เรียน นางสาวเปมิกา ประสงค์ดีเด่น
ย่อหน้าแรกเป็ข้อความที่กล่าวถึงสาเหตุการสั่งปิดธนาคารบีบีซี.กระทั่งมาถึงประโยคสำคัญที่เปมิการอคอย
“ธนาคารยังไม่สามารถรับท่านเข้าทำงานได้”
อ่านได้ถึงประโยคนี้หัวใจของเปมิการู้สึกชาวูบ ทั้ง ๆ ที่ทำใจไว้ก่อนแล้ว
“แต่หาก บบส. มีอัตราว่าง ฝ่ายการพนักงานจะติดต่อมายังท่านตามที่อยู่ที่ให้ไว้…..”
มีการให้ความหวังแบบริบหรี่ทิ้งท้ายไว้พอเป็ยาหอมกันเป็ลมล้มพับเสียด้วย
เปมิกาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องสินเชื่อ เพื่อแสดงสปิริตลูกผู้หญิงด้วยการแสดงความยินดีกับคนที่ได้รับเลือก ซึ่งปรากฏว่าเป็ไปตามคำวิเคราะห์ของ เปมิกา
“นิกรได้รับเลือกว่ะป่าน”
สุรพลหันไปบอกเปมิกาทันทีที่หล่อนก้าวเท้าเข้ามาในห้องสินเชื่อ
“ดีใจด้วยกร…”
เปมิกา เดินไปจับมือเพื่อนร่วมแผนกรุ่นน้องด้วยความรู้สึกยินดีจากใจจริง
“เสียใจกับทุกคนด้วยครับ…”
นิกร ไม่กล้าแสดงสีหน้าดีใจมากด้วยเกรงว่าจะะเืถึงเพื่อนร่วมงานอีกสามคน
“เฮ้ย…นายได้รับเลือกจะทำหน้าเศร้าอยู่ทำไมวะกร..ยิ้มสิวะไอ้น้อง..”
สุรพล พูดทำลายความเงียบเปมิกาเข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าดี แม้จะไม่ได้รับเลือกแต่การแสดงความยินดีก็เป็หน้าที่ที่หัวหน้าควรแสดงต่อลูกน้อง
“ผมกลัวพวกพี่จะเสียใจ…”
นิกรพูดเสียงสั่น ๆ เหมือนจะร้องไห้
สุรพล เข้าไปตบไหล่แต่นั่นยิ่งทำให้นิกรสุดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้เป็น้ำตาของผู้มีชัยที่ได้รับเลือก แต่เจือด้วยความเศร้าใจที่เขาได้ไปเพียงคนเดียวโดยปราศจากเพื่อนร่วมแผนกอีกสามคน
“ผู้ชายอะไรขี้แยชะมัด”
เปมิกาต่อว่านิกรด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นไม่ต่างกันหล่อนก็หลั่งน้ำตาให้กับความพ่ายแพ้ ความพลัดพรากและความผูกพันนั้นอย่างสุดที่จะกลั้นมันไว้ได้เช่นกัน
“นายเป็ตัวนำให้เสียน้ำตาจริง ๆเลยว่ะ”
ไกรสิทธิ์ต่อว่านิกรแต่ตัวเขาก็น้ำตาซึม
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่ช่างอ้างว้าง หดหู่ใจ ั้แ่อยู่ร่วมงานกันมาเปมิกาไม่เคยเห็นผู้ชายทั้งสามคนต้องเสียน้ำตาหรือว่าเศร้าโศกแต่วันนี้ภาพที่หล่อนเห็นมันเหมือนละครฉากชีวิตที่ต้องเล่นบทโศก ทำให้คนดูอย่างเปมิการู้สึกะเืใจไปด้วยหากว่าคนใดคนหนึ่งในห้องนี้จะลาออกเพื่อไปทำงานที่อื่นก็คงจะไม่มีภาพแบบนี้ให้เห็น
แต่นี่มันไม่ใช่…ทว่า..มันเป็การจากที่ถูกกำหนดถูกบังคับให้พลัดพรากจากกันไปตามทางของแต่ละคน จึงยากที่จะหักห้ามไม่ให้รู้สึกะเืใจกับเหตุการณ์เช่นนี้
เปมิกา ก้มหน้านิ่ง หล่อนไม่อยากจดจำภาพหดหู่เศร้าหมองเหล่านี้เอาไว้เลย จึงก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวในลิ้นชักใส่ถุงเตรียมไว้เป็สัญญาณของผู้แพ้ที่ต้องจากไป
“ป่าน…ทำไมรีบเก็บจัง..”
ไกรสิทธิ์ทักขึ้นมาทำลายความเงียบ
“พรุ่งนี้ก็ไม่ได้มาอีกแล้ว..ก็ต้องรีบเก็บสิ..นายก็ควรจะรีบไปเก็บเหมือนกัน” เปมิกาว่า
สุรพลผละจากนิกรมาที่โต๊ะทำงานของเขาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ผิดกับสุรพลคนเดิมที่ชอบโวยวายเสียงดังเขาเก็บสิ่งของในลิ้นชักช้า ๆ
“ผมไม่อยากเห็นพวกพี่ ๆเก็บข้าวของแล้วเดินจากไปเลย…มันใจหายยังไงก็ไม่รู้”
นิกรสารภาพเสียงสั่น
“นายก็ต้องเก็บข้าวของไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่เหมือนกันน่ะแหละนิกร..เพราะที่สาขานี้เขาก็จะปิดตายแล้วไม่ใช่หรือ” สุรพลบอกลูกน้องผู้โชคดี
“งั้นพวกเราก็คงต้องลากันตรงนี้เลยสินะ…”
ไกรสิทธิ์พูดขึ้นเสียงสั่น ๆ
“นี่..เลิกเศร้ากันได้แล้ว…พวกเราไม่ได้ตายจากกันเสียหน่อย…เฟรนด์ชิพก็เขียนที่อยู่เบอร์ติดต่อให้กันไว้แล้วเดี๋ยวก็นัดมารวมหัวกันวันหลังก็ได้นี่นา..”
เปมิกา เป็ผู้นำในการออกจากบรรยากาศแห่งความหดหู่ใจ แต่ตายังแดง ๆ อยู่
“เออใช่ ๆ ต่อไปนี้ใครทำหน้าเศร้าจะเบิ้ดกระโหลกให้ก่อนจากซะเลย..”
สุรพลกลับมาเป็คนเดิม เขาปรับสีหน้าให้สดชื่นขึ้น พร้อมกับเป็คนเสนอหาสถานที่สำหรับเลี้ยงแสดงความยินดีกับนิกร
เปมิกา เดินลงมาที่ข้างล่างเห็นบรรยากาศแห่งความเงียบเหงาไม่ต่างจากข้างบนหล่อนเห็นสีหน้าของสิตาแล้วก็คาดเดาได้ว่าสิตาก็ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ทำงานต่อเช่นเดียวกับหล่อน
“ใครเป็คนที่โชคดี…” เปมิกากระซิบถามสิตา
“พี่แดง กับยัยหนูนา…”
เปมิกา พยักหน้ารับรู้เพื่อจะได้ไปแสดงความยินดีกับผู้ช่วยสมุห์บัญชีสาวใหญ่กับหนูนาซึ่งเป็พนักงานบัญชี
“น่าจะให้พี่มาลีได้นะเพราะสามีแกก็ตกงาน”
สิตาออกความเห็น
“สามีพี่มาลีคงจะได้รับเลือกแล้วล่ะมั้ง…”
เปมิกาสันนิษฐาน
“พรุ่งนี้ก็ไม่ได้มาทำงานแล้วคงเหงาน่าดูคิดแล้วก็ใจหายนะ เคยอยู่มาตั้งนาน”
สิตา มองไปรอบห้องด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
เปมิกา ก็ใจหายไม่แพ้กันหล่อนมองเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้รับเลือก และกำลังเก็บข้าวของจากลิ้นชักออกมาวางกระจัดกระจายบนโต๊ะด้วยสีหน้าเศร้าหมองน้ำตาคลอเบ้า
“สัญญากับฉันได้ไหมป่านว่าเราจะติดต่อกันตลอดไปไม่ทิ้งกัน…” สิตาจับมือเปมิกาแน่น
“แน่นอน เราจะต้องส่งข่าวหากันตลอด..ชีวิตในเมืองของฉันมีเธอเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้นนะยัยตา..”
เปมิกาพูดจบ สิตาก็เดินมากอดหล่อนไว้เนิ่นนานก่อนจะผละจากกันไปร่ำลาเพื่อนพนักงานคนอื่น ๆซึ่งต่างก็โผเข้ากอดกันน้ำหูน้ำตาไหลกันทุกคน
เสียงร้องไห้ดังระงมลั่นสาขาแม้เปมิกา จะก้าวออกมาพ้นชายคาแห่งนั้นแล้ว ทว่าภาพและเสียงเ่าั้ยังติดตามมาจนถึงที่พัก
คืนแรกของการกลายเป็คนตกงานเต็มตัวเปมิกานอนไม่หลับทั้งคืน ได้แต่นอนคิดฟุ้งซ่านวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงหล่อนนึกหวาดกลัวไปสารพัด กลัวไม่มีเงินผ่อนค่าห้อง กลัวห้องชุดจะถูกธนาคารยึด ห่วงน้องชายจะไม่ได้เรียนต่อ กลัวเงินชดเชยที่ได้รับมาจะหมดก่อนที่จะหางานทำได้พอคิดมากก็เริ่มกลายเป็ความเครียด พอเครียดมากหล่อนก็เหนื่อยไปเองจนผล็อยหลับในตอนใกล้สว่างแต่พอได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกตอนหกโมงเช้า หล่อนก็รีบลุกอาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดฟอร์มพนักงานบีบีซี.ไปรอขึ้นรถเมล์ที่ป้ายทันที
“ลงไหนคะ…”
พนักงานเก็บเงินของรถเมล์ปรับอากาศส่งเสียงถาม
“ลง….” เปมิกาเพิ่งคิดได้ตอนนี้เองว่า
“แบ็งก์เราเจ๊งแล้วนี่หว่าเราไม่ได้ถูกเลือกให้ทำงานต่อแล้ว สาขาที่ทำงานไม่มีแล้ว”
เปมิกายิ้มแหย ๆก่อนจะบอกไปว่าขึ้นรถผิดสาย ขอลงป้ายหน้า
“พี่ป่าน…ออกไปไหนแต่เช้า…”
ปัญญาทักพี่สาวที่หน้าประตูลิฟท์เขากลับมาจากต่างจังหวัดพอดี มีกระเป๋าข้าวของติดตัวมาด้วย
“บอกแล้วอย่าหัวเราะพี่นะ…”
เปมิกาทำหน้าเศร้าแต่ปัญญาเริ่มขำไปก่อนแล้ว
“ใส่ชุดฟอร์มแบบนี้…แสดงว่าคงจะไปทำงานอย่างลืมตัวนึกว่าแบ็งก์ยังไม่เจ๊ง.ใช่ไหมพี่..”
เปมิกา พยักหน้าแทนคำตอบ ปัญญารู้สึกสงสารและเป็ห่วงพี่สาวรวมทั้งคำสิงห์ กับ
อุ่นแก้วบิดามารดาของเขาที่เป็ห่วงเปมิกาเช่นกัน จนต้องบอกให้เขากลับกรุงเทพฯก่อนกำหนดโดยบิดาให้เหตุผลว่า
“กลัวพี่สาวเอ็งมันคิดมาก จนเผลอไปะโระเบียงห้องที่คอนโดตาย…”
เมื่อปัญญากลับมาเห็นสภาพพี่สาวเผลอไปทำงานแล้วก็อดคิดมากตามคำพูดของบิดาไม่ได้ เห็นทีเขาต้องจับตามองพี่สาวไม่ให้คลาดสายตาเสียแล้วใน่นี้