บทที่14
เื่ร้ายผ่านพ้นไปแล้วเื่ดีก็เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน
เมื่อเสร็จเื่แล้วทั้งสามคนก็กลับมาที่ร้านเว่ยเถียนเถียนมองดูร้านที่พังเละเทะนั้นพลางถอนหายใจออกมาถึงแม้ว่าวัตถุดิบที่เธอเอาออกมาใช้เหล่านี้จะไม่ได้มีต้นทุนแต่ทว่าก็เป็จำนวนที่ค่อนข้างเยอะพอเห็นมันเสียหายไปแล้วก็อดที่จะเสียดายไม่ได้ ทั้งน้ำเต้าหู้ที่ทำเสร็จแล้วแล้วก็มีพวกแป้งปาท่องโก๋อีกที่ตอนนี้แห้งแข็งติดโต๊ะไปแล้ว
“ไม่ต้องเสียดายไปหรอกเถียนเถียนว่าแต่คุณมีเงินทุนไปซื้อของอีกไหม” หยางป๋อถาม เพราะเห็นว่าข้าวของเสียหายไปเยอะหากคิดเป็เงินแล้วละก็หายสิบหยวนเลยทีเดียวเขาจึงรู้สึกเป็ห่วงคิดว่าจะเอาเงินของตัวเองบางส่วนออกให้ก่อน
“เื่เงินไม่มีปัญหาค่ะฉันเพียงเสียดายของพวกนี้ที่ต้องทิ้งมันไปโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยแต่ก็ช่างมันเถอะ เก็บไว้ก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี”หญิงสาวกล่าวพลางสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มาทำความสะอาดกันเถอะร้านจะได้พร้อมสำหรับพรุ่งนี้” หยางป๋อกล่าว
“ครับเดี๋ยวผมไปเอาไม้กวาดกับผ้าถูมาให้”จางเสวียอี้พูดจากนั้นจึงวิ่งเข้าไปหลังบ้านแล้วกลับออกมาพร้อมไม้กวาดและถังใส่น้ำพร้อมผ้าถู
หยางป๋อเริ่มต้นด้วยการเก็บเก้าอี้และโต๊ะที่ล้มลงมาเขายกโต๊ะที่หนักขึ้นตั้งอย่างระมัดระวังจากนั้นก็จัดเก้าอี้ให้เรียบร้อยตามเดิมเว่ยเถียนเถียหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดพื้นตรงที่น้ำเต้าหู้หกนองเปลี่ยนผ้าชุบแล้วก็เช็ดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพื้นกลับมาสะอาดอีกครั้ง
จางเสวียอี้ถึงแม้จะเป็แค่เด็กตัวเล็กๆ แต่ก็ลุกขึ้นช่วยเหลือโดยไม่ลังเลเขาเริ่มต้นด้วยการเก็บเศษแก้วและจานที่แตกออกจากพื้นอย่างระมัดระวังวางเศษเ่าั้ในถังขยะโดยระวังไม่ให้บาดมือ
เว่ยเถียนเถียนหันมามองลูกชายด้วยความปลื้มใจ“เก็บระวัง ๆ นะเสวียอี้”
“ครับแม่”จางเสวียอี้รับคำ
ในที่สุดร้านน้ำเต้าหู้ของสองแม่ลูกก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งทุกอย่างกลับมาปกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นสภาพจิตใจของสองแม่ลูกก็เช่นกันเมื่อไม่มีจางกวนหย่งแล้วก็สบายใจได้
“ขอบคุณคุณหยางมากนะคะที่ช่วยดูแลและเป็ธุระให้วันนี้หากว่าไม่ได้คุณช่วยฉันคงแย่” เว่ยเถียนเถียนกล่าวกับเขาอย่างจริงใจ
“ไม่เป็ไรหรอกผมเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่สามารถเห็นคุณถูกรังแกได้ที่ผ่านมาก็ลำบากมากพอแล้ว จากนี้ไปคุณกับเสวียอี้จะได้อยู่กันอย่างสบายใจเสียที”เขากล่าวอย่างถ่อมตัว แท้จริงแล้วเขาไม่ได้คิดเพียงแค่นั้นเขาเป็ห่วงเธอมากต่างหาก
หยางป๋อจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเว่ยเถียนเถียน“จางกวนหย่งถูกลงโทษให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนหนึ่งปีนับจากนี้ไปคุณกับเสวียอี้ไม่ต้องเป็กังวลอีกแล้ว”
“ค่ะหวังว่าหลังจากที่เขาถูกลงโทษแล้วคงจะสำนึกได้และไม่มารังควานกันอีก” เธอตอบ
นับจากวันนั้นเป็ต้นมาหยางป๋อจากเดิมที่เป็เพียงลูกค้าที่มาซื้อน้ำเต้าหู้ทุกวันตอนนี้เขากลายมาเป็ผู้ช่วยที่สำคัญในร้านเสียแล้วทุกเช้าเขาจะมาถึงร้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างช่วยเว่ยเถียนเถียนปั้นและตัดแป้งปาท่องโก๋ด้วยความชำนาญเขาเป็คนที่มีฝีมือและมีความละเอียดอ่อน ทำให้ขนมปาท่องโก๋กรอบอร่อยเป็พิเศษบางครั้งที่มีลูกค้าเด็ก ๆมาซื้อปาท่องโก๋กับพ่อแม่เขาก็จะปั้นปาท่องโก๋เป็รูปสัตว์ต่าง ๆ ให้กับเด็ก ๆด้วย เด็กทุกคนต่างก็ชอบเขา
บรรดาลูกค้าที่มาซื้อน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ต่างสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้พวกเขามองออกว่าหยางป๋อกำลังทำคะแนนจีบเว่ยเถียนเถียนอยู่ บางคนก็พูดแซวเขาว่า"หัวหน้าหมู่ขยันมาช่วยงานทุกวันแบบนี้ สงสัยจะมีอะไรพิเศษ ๆกับเ้าของร้านแน่ ๆ เลย"
เว่ยเถียนเถียนได้ยินก็เขินอายแต่ก็อดยิ้มไม่ได้เพราะรู้ดีว่าที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะว่ามีใจให้เธอ
เธอรู้สึกเกรงใจเขามากที่มาช่วยงานทุกวันจึงตอบแทนด้วยการให้น้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋กลับไปกินที่บ้านหยางป๋อมักจะรับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ด้วยรอยยิ้มและกล่าวขอบคุณเว่ยเถียนเถียนรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเขา ความรู้สึกดี ๆที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จางเสวียอี้เป็เด็กช่างสังเกตด้วยความที่ค่อนข้างแก่แดดจึงมองเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างแม่กับลุงหยางเขารู้สึกดีใจมากที่ลุงหยางกับแม่สนิทกันมากขึ้น
เช้าวันหนึ่งขณะที่หยางป๋อกำลังตัดแป้งปาท่องโก๋ จางเสวียอี้ก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วพูดขึ้นว่า"ลุงหยาง ลุงชอบแม่ใช่ไหมครับ"
คำถามตรงไปตรงมาของเด็กชายทำให้หยางป๋อถึงกับหยุดมือชั่วขณะและมองหน้าเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ลุงชอบแม่ของเสวียอี้ แม่ของเสวียอี้เป็คนดีมากลุงก็เลยอยากช่วยเหลือและอยู่เคียงข้าง คิดว่ายังไงล่ะ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อน
เด็กน้อยยิ้มกว้างแล้วพูด"งั้นลุงหยางต้องดูแลแม่กับผมให้ดีนะครับผมดีใจมากที่ลุงหยางมาที่ร้านทุกวัน"
หยางป๋อหัวเราะเบา ๆและกล่าว "แน่นอน ลุงจะดูแลแม่กับเสวียอี้อย่างดีที่สุด"
เว่ยเถียนเถียนเองก็รู้สึกดีกับหยางป๋อเช่นกันแต่เธอไม่สามารถปล่อยใจให้ตนเองหลงรักเขาได้อย่างเต็มที่เธอมักจะยั้งความรู้สึกของตนเองไว้เพราะหยางป๋อเป็ทหารที่มีอนาคตไกลแต่ตัวเองเป็เพียงหญิงหม้ายหย่าสามีเท่านั้นไม่คู่ควรกับเขาที่มีชีวิตที่สดใสและอนาคตที่รุ่งเรือง
เช้าวันหนึ่งเป็วันที่หยางป๋อจะต้องกลับไปที่ค่ายทหารเขาตื่นั้แ่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็สวมใส่ชุดทหารเต็มยศสายตาจ้องมองตัวเองในกระจกพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายเขารู้ว่าการกลับไปครั้งนี้อาจจะเป็่เวลาที่ยาวนานกว่าจะได้กลับมาอีกครั้งแต่ก็มั่นใจว่าได้ทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือสองแม่ลูกแล้ว
เมื่อเขาเดินเข้ามาในร้านน้ำเต้าหู้สองแม่ลูกต่างก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นเขาในชุดทหารจางเสวียอี้ไม่สามารถซ่อนความดีใจของเขาได้เด็กชายวิ่งตรงมาหาและกอดขาของเขาไว้แน่น
"ลุงหยางเท่ที่สุดเลย!"เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง
หยางป๋อย่อตัวลงไปกอดจางเสวียอี้ตอบอย่างอ่อนโยนหัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นเมื่อนึกถึงความผูกพันที่เขามีต่อเด็กชายคนนี้
เว่ยเถียนเถียนยืนอยู่ใกล้ๆ มองหยางป๋อด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันในหัวใจเธอยิ้มออกมาแม้ในใจจะรู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่ต้องจากกัน
ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นกระดาษที่มีข้อมูลของเขาให้กับเธอและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เถียนเถียน นี่เป็ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ที่กองทัพถ้าคุณ้าความช่วยเหลืออะไรหรือมีปัญหาติดต่อผมได้เสมอ"
"ขอบคุณมากค่ะฉันจะเก็บไว้ดี ๆ"หญิงสาวรับกระดาษนั้นมาแล้วเก็บมันไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อ
เขาพยักหน้าและพูดต่อ"ผมขอที่อยู่ของคุณด้วย จะได้เขียนจดหมายมาหา"
เธอหยิบกระดาษกับปากกาออกมาก่อนจะเขียนที่อยู่ของตัวเองลงไปแล้วส่งให้กับเขา“ฉันจะรอจดหมายจากคุณนะคะ”
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันหยางป๋อก้มลงกอดจางเสวียอี้อีกครั้ง เด็กชายร้องไห้ออกมาเบา ๆ"ลุงหยางต้องกลับมาหาผมอีกนะ"
"ลุงสัญญาเสวียอี้ต้องเป็เด็กดีและช่วยแม่ดูแลร้านนะ" เขากล่าวกับเด็กชายอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะลูบศีรษะเป็การปลอบอีกครั้ง
“ครับ”จางเสวียอี้รับปากอย่างหนักแน่น
หลังจากที่หยางป๋อจากไปแล้วเว่ยเถียนเถียนรู้สึกใจหายแปลก ๆความเงียบงันเข้ามาแทนที่ความอบอุ่นที่เขาทิ้งไว้ในร้านน้ำเต้าหู้เธอมองดูลูกชายที่ยังคงร้องไห้เบา ๆและรู้สึกถึงความผูกพันที่มีต่อเขาอย่างลึกซึ้งเธอรู้สึกว่าสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป แม้ว่าจะไม่สามารถแสดงออกมาได้แต่ในใจนั้นรู้สึกว่าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาความทรงจำและความรู้สึกดีที่หยางป๋อมอบให้กับเธอเอาไว้