เธอ(YOU) {ติดเหรียญวันที่19/3/65}

    Finally

    Finally



    4 Days later


    มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาให้คนรักอย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่วาดมือไปคว้าคนที่กำลังร้องไห้เข้ามากอดปลอบ

    เรื่องบางเรื่องเวลาเท่านั้นที่จะทำให้มันดีขึ้นได้

    วันนี้ปัณณวิชญ์พาเจษลินทร์มาทำบุญให้วศินและซีเปียน พอเห็นคนรักร้องไห้ เขาก็อดปวดใจไม่ได้จริงๆ


    ***




    “ขอบคุณนะปืน” เจษลินทร์เอ่ยขอบคุณคนที่พาไปทำบุญ เลี้ยงข้าว และพามาส่งบ้านอย่างปลอดภัย

    ปัณณวิชญ์ไม่ได้ตอบอะไร แต่เอียงแก้มให้อีกฝ่าย พร้อมยกนิ้วชี้เคาะสองสามที

    คนโตกว่าโคลงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มแล้วตั้งใจจะฝังปลายจมูกลงแก้มของคนรัก ทว่าแฟนเด็กกลับหันหน้ามาหาทำให้เจษลินทร์จุ๊บปากเจ้าตัวแทน ครั้นจะผละออก มือหนาของปัณณวิชญ์ก็ล็อกท้ายทอยเขาไว้เสียแล้ว คนเจ้าเล่ห์กดจูบริมฝีปากอิ่มเรียวอย่างเอาแต่ใจอยู่เนิ่นนาน

    “อื้อ”

    เป็นเสียงของปัณณวิชญ์เมื่อโดนฟันของคนรักกัดเข้าที่ริมฝีปากหนา

    “เธออ่า ทำไมใจร้าย”

    “เจ้าเล่ห์นัก”

    “คนเราอะ จะจูบแฟนตัวเองหน่อยไม่ได้เหรอ” ว่าพร้อมทำแก้มพองลม

    เจษลินทร์ส่ายหัวกับอาการของคนตรงหน้า เทียวหอมเทียวจูบเขาแทบตลอดเวลานี่เรียกว่านิดหน่อยเหรอ ถัมจริง?

    กระนั้นเขาก็หันไปหอมแก้มปัณณวิชญ์ฟอดใหญ่เป็นการโอ๋เอ๋คนงอแง แล้วจึงลงจากรถ

    “ขับรถดีๆ นะครับ ถึงแล้วบอกเจษด้วย”

    “ไม่ไปค้างกับปืนจริงเหรอ ปืนเป็นเหงาๆ นะ คล้ายจะนอนคนเดียวไม่ได้” คนเด็กเอ่ยออดอ้อน ความจริงก็อ้อนทุกวันตั้งแต่คนรักออกจากโรงพยาบาลโน่นแหละ แต่ถามว่าได้ผลไหม? ก็ไม่!

    “ถึงแล้วบอกเจษด้วยนะ” คนโตเปลี่ยนเรื่องแล้วตีเนียนเดินเข้าบ้านไป

    ปัณณวิชญ์ได้แต่ส่ายหัว มองแผ่นหลังของคนรัก เขาถึงได้ขับรถออกไป


    ***





    “กินข้าวมารึยังลูก” เจนจิราที่นั่งดูทีวีในโถงนั่งเล่นเอ่ยทักลูกชาย

    “เรียบร้อยครับ คุณเจนล่ะ”

    “แม่ก็เรียบร้อยแล้วจ้ะ”

    “แล้วนี่จันทร์ไปไหนครับ” ว่าพลางเดินมานั่งข้างๆ พร้อมโอบกอดมารดา

    “เห็นคุณตำรวจลมมารับไปตั้งแต่บ่ายๆ จันทร์ว่าจะกลับดึกน่ะ”

    เจษลินทร์พยักหน้าหงึกหงัก แล้วยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสองคนนั้น พวกเขายังคงทะเลาะกันเหมือนเดิม แต่ก็ไปเดทกันบ่อยๆ มันเป็นงงๆ นะ ว่าไหม?

    “เอ้อ คุณเจนรู้เรื่องลูกของลุงวศินบ้างไหมครับ?”

    เจนจิราพยักหน้า

    “ความจริงแม่เคยเจอครั้งหนึ่งนะ ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กโน่น ตอนนั้นศินเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีลูก”

    “เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีลูกเหรอครับ?”

    เจนจิราพยักหน้าอีกครั้ง

    “กับเอยแฟนสมัยมหาลัยน่ะ พวกเขาเลิกกันช่วงเรียนจบพอดี ฝ่ายหญิงท้องแต่ไม่ได้บอกศิน มารู้อีกทีก็ตอนที่เอยป่วยหนัก ตอนนั้นแม่กับพ่อก็ไปเยี่ยมด้วยเพราะรู้จักกันอยู่แล้ว เอยก็คงเป็นห่วงเรื่องลูกนั่นแหละตั้งใจว่าจะให้ศินรับลูกมาดูแล

    ตอนนั้นศินเองก็เพิ่งแต่งงานกับแม่เจ้านินทร์ใหม่ๆ เลยบอกว่าขอเคลียร์กับภรรยาและรอให้ลูกปิดเทอมแล้วจะมารับไปอยู่ด้วย แต่ว่าพลวัฒน์คงเข้าใจผิดคิดว่าพ่อไม่ต้องการตัวเอง พอหลังจากที่เอยเสีย พลวัฒน์ก็หายไปเลย วศินก็ตามหาตั้งห้าหกปีกว่าจะเจอ

    ตอนนั้นแม่จำได้คร่าวๆ ว่าศินกลุ้มใจมากที่ลูกชายไปอยู่กับพวกแก๊งค้ายา ลุง ของเจษก็พยายามชวนลูกชายมาอยู่ด้วยตลอด แต่รายนั้นก็ไม่ยอมมา ความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่นึกเลยว่าเด็กน้อยในวันนั้นจะมาจบชีวิตลงไปแบบนี้” เจนจิราว่าพร้อมทอดถอนหายใจ

    เจษลินทร์โคลงศีรษะขึ้นลงเป็นเชิงรับรู้ ตอนนี้เขาก็ไม่แปลกใจแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้พลวัฒน์เป็นแบบนี้มันคืออะไร


    เจษลินทร์ตัดสินใจที่จะปล่อยให้เรื่องของพ่อเขาเป็นไปอย่างที่มันเคยเป็น เพราะถ้าพูดความจริงออกไปแม่กับจันทร์คงจะต้องเจ็บปวดมากเป็นแน่ ไหนๆ ตอนนี้ทั้งลุงวศิน พลวัฒน์ พี่ซัน และอลัน หว่อง ก็จากโลกนี้ไปแล้ว

    ส่วนซีฮันก็โดนหลักฐานมัดตัวแน่นหนาทั้งคดีนางสาวเจ คดียาเสพติดและค้าประเวณี

    ธนัทเข้ามอบตัวเป็นพยานในทุกคดีที่มีส่วนร่วม เจษลินทร์จึงเลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ติดตามแค่คดีของชวินทร์เป็นพิเศษเพราะมีหลักฐานใหม่ สามารถรื้อคดีแก้มลทินให้เจ้าตัวได้แล้ว

    พอนึกถึงเรื่องของคนรัก เจษลินทร์ก็หันไปมองหน้ามารดา แล้วทำหน้าตาออดอ้อนใส่

    “คุณเจน ไม่ชอบปืนเหรอครับ” เจษลินทร์เอ่ยถามเพราะสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่โรงพยาบาลแล้วว่าปืนจะแอบมีสีหน้าเจื่อนๆ ทุกทีที่เจอหน้าคุณเจน แถมตอนที่ปืนมาบ้านทุกครั้ง มารดาก็พยายามเลี่ยงๆ เขาจึงไปสอบถามจากแฝด ได้ความว่า วันที่เขาเข้าโรงพยาบาลวันแรก คุณเจนจิราแสดงอาการไม่พอใจใส่ปัณณวิชญ์หนักมาก เพราะคิดว่าต้นเหตุที่เจษลินทร์โดนยิงนั้นมาจากปัณณวิชญ์

    “แม่ดูใจร้ายขนาดนั้นเลย?”

    “เจษไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียหน่อย เจษแค่ไม่สบายใจน่ะครับ เลยลองถามดู”

    “แม่ไม่ได้ไม่ชอบ แม่แค่รู้สึกเคืองเฉยๆ”

    “เคืองเหรอครับ? ปืนทำอะไรให้คุณเจนครับ” เจษลินทร์ทำหน้าแปลกใจเสียเต็มประดา จนมารดาอดหมั่นไส้น้อยๆ ไม่ได้

    “ก็คนนี้ไม่ใช่เหรอที่ลูกบอกว่าจีบเขาตอนนั้น แล้วก็ตากฝนร้องไห้กลับมาบ้านจนไข้ขึ้นน่ะ แถมเจษยังไปพัวพันกับทั้งคดีและคนอันตรายจนโดนยิงนี่อีก อย่าบอกว่าไม่เกี่ยวกับเด็กคนนี้นะ”

    พอได้ยินคำมารดาเจษลินทร์ก็อึ้งงันไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าคำตอบของคุณเจนจะออกมารูปแบบนี้

    “ที่เจษเป็นไข้ตอนนั้นมันแค่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ปืนไม่ได้ทำอะไรเจษเลยครับ ส่วนเรื่องคดี โทษปืนไม่ได้หรอกครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไขให้ถูกต้อง คุณเจนเข้าใจใช่มั้ยครับ” เจษลินทร์เอามือมารดามาแนบแก้มตนเองอย่างออดอ้อน เขาอยากจะบอกคุณเจนเหลือเกินว่าปืนน่ะยอมตายแทนเขาเลยนา แต่พูดไม่ได้ไง

    “เจษไม่ได้ขอให้คุณเจนชอบปืนหรอกนะครับ แค่อยากขอให้เปิดใจดูเขาหน่อย แล้วคุณเจนจะได้เห็นว่าเขาเป็นคนยังไง ไม่อยากจะขายหรอกนะว่าปืนน่ะน่ารักมาก”

    คนเป็นแม่ถอนหายใจยืดยาว

    “แม่ก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไรเขาเสียหน่อย แค่ตอนนั้นแม่ตกใจที่เจษโดนยิงเลยจัดการความรู้สึกตัวเองยังไม่ได้นี่นา”

    “งั้นคุณเจนคนสวยก็ช่วยเอ็นดูแฟนเจษหน่อยนะครับ” เจษลินทร์ว่าพร้อมกอดมารดาเต็มรัก

    “คลั่งรักนะเรา” คุณเจนเอ่ยติดตลก ลูกชายในอ้อมแขนถึงกับหลุดขำพรืด

    “เดือนหน้าเราไปญี่ปุ่นกันนะครับ”

    “ว่างกันแล้วเหรอ”

    “ครับ ต่อให้ไม่ว่างก็ต้องว่างแหละครับ ก็คุยเรื่องนี้กันมาหลายรอบแล้ว คุณเจนดูไว้เลยนะอยากไปที่ไหนทำอะไรบ้าง เจษตามใจทุกอย่าง เดี๋ยวเจษจ่ายเอง”

    “โห ป๋าซะด้วย” เจนจิราว่า

    “แน่นอนครับ กับคุณเจนแล้วเจษป๋ามาก”

    “รู้สึกมือมันโล่งๆ ขึ้นมากะทันหันเลยแฮะ เหมือนอยากได้โรเล็กซ์ซักเรือน อ้อนิ้วก็ดูโล่งๆ เนอะ แหวนเพชรซักวงดีไหม” มารดาว่าพร้อมยกมือขึ้นมาพลิกซ้ายขวา

    “สัญญาณไม่ดีเลยครับคุณเจน เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ ฮัลโหลฮัลโหล” เจษลินทร์ทำท่าเหมือนคุยโทรศัพท์แล้วสัญญาณขาดหาย

    เจษจิราหยิกแก้มลูกชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนมันเขี้ยวก่อนสองแม่ลูกจะหันมาหัวเราะคิกคักใส่กัน


    ***





    - One Week later –


    “เป็นอะไร ทำไมทำหน้าอมทุกข์ขนาดนั้นวะ” หาญเอ่ยถามเพื่อนรัก

    ส่วนคุณหมออี้ยื่นมือไปแตะหน้าผากปัณณวิชญ์ แล้วเอ่ย

    “ตัวก็ไม่ร้อนนี่”

    “หน้ากูมันแสดงออกขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ปัณณวิชญ์ถามเพื่อนทั้งสอง

    “ดูไม่ออกก็เหี้ยแล้ว มึงเอาแต่นั่งถอนหายใจมาเป็นชั่วโมงแล้วไอ้ห่า กาแฟกูยังไม่ขมเท่าหน้ามึงเลย” อี้ว่า

    “เป็นอะไร ไหนพูดมา”

    “กูนอยด์ว่ะ”

    “นอยด์เรื่อง?” หาญและอี้เอ่ยพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ขี้เสือกอยู่นะว่าไป

    “เรื่องซีเปียน” ปัณณวิชญ์ตอบ

    “ยังไงนะ? นอยด์อะไรวะ”

    “ก็กูนอยด์ที่กูไม่ได้ทำห่าอะไรให้เจษเลย! มึงคิดดูนะ ตั้งแต่รู้จักกันมามีแต่เจษทำดีกับกู เขาตื๊อกูสารพัด ไหนจะเรื่องคดีพี่กูอีก ส่วนกูไม่ได้ทำสากกะเบืออะไรเลย หนักสุดคือเจษที่ตัวเล็กๆ อะแม่ง รับกระสุนปืนแทนกู ซีนนี้กูรู้สึกเหี้ยมากนะ! รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกลูสเซอร์โคตรๆ เลยว่ะ ขนาดซีเปียนยังมีซีนพระเอกมากกว่ากูอีก แม่งเอ๊ย หงุดหงิดโว้ย!” ปัณณวิชญ์บ่นเสียยืดยาว

    “รู้ว่าไม่ใช่เวลาแต่กูขอแทรกนิสนึง เจษของมึงไม่ได้ตัวเล็กเลยไอ้ห่า สูงกว่ากูอีก” หาญว่า

    “มึงเตี้ยไง”

    “ไอ้หมาอี้ มึงบูลลี่กู”

    “กูเป็นหมอโว้ยไม่ใช่หมา! แล้วกูก็ไม่ได้บูลลี่ แค่พูดความจริง”

    “พวกมึงไปกัดกันไกลๆ เลยไป!” ปัณณวิชญ์ว่าพร้อมทำหน้าเบื่อใส่เพื่อนทั้งสอง

    “กูไม่อยากให้มึงเครียดไง เออ พอคิดๆ ตามที่มึงพูดก็เป็นเวทอยู่นะ”

    “แล้วพวกมึงคิดดู ตอนที่กูพาเจษไปทำบุญให้ลุงเขากับซีเปียนนะ เห็นเขาร้องไห้แล้วใจกูเจ็บไปหมด ซีเปียนเป็นแฟนเก่าเขากูก็เคืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่ยังมารับกระสุนแทนเจษอีก มึงว่าเจษจะรู้สึกยังไงวะ คนคนนี้จะต้องอยู่ในใจเจษไปตลอดชีวิตแน่ๆ อะ”

    “เอ้าไอ้ห่า อิจฉายันคนที่ตายไปแล้วเฉย งั้นมึงลองตายดูหน่อยมั้ยล่ะ” หาญเอ่ยว่าเพื่อน

    “ไอ้นี่! กูไม่ได้อิจฉา ก็รู้แหละว่าความคิดกูมันออกจะจังไรไปสักหน่อย แต่มันห้ามความรู้สึกเล็กๆ นี้ไม่ได้นี่นา แล้วที่กูพูดนี่ก็ไม่ได้อะไร แค่อยากระบาย ความจริงกูก็รู้สึกขอบคุณซีเปียนมากด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีเขากูก็คงไม่มีเจษอยู่ข้างๆ ดีไม่ดีกูคงฆ่าตัวตายตามเจษไปแล้ว” ปัณณวิชญ์ว่าพร้อมถอนหายใจรอบที่พันแปดร้อยเก้าสิบเก้า

    “คุณเจษเขาก็รักมึงมากไง ความจริงมึงก็มีซีนพระเอกอยู่นี่ ไปบังกระสุนแทนเขาไม่ใช่เหรอตอนแรกอะ”

    “แค่เจษเขาพระเอกกว่ามึงแค่นั้นเอง อย่าคิดมาก” อี้เอ่ยสมทบ

    “เหมือนพวกมึงจะซ้ำเติมมากกว่าปลอบนะ”

    “อะๆ จริงจังก็ได้ ก็อย่างที่กูบอกแหละว่าคุณเจษเขารักมึงมาก แล้วกูก็คิดว่าเขาก็รู้ว่ามึงรักเขามากเช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่านอยด์ไปเลย"

    “เออ หลังจากนี้มึงก็ทำดีกับเขาให้มากๆ แทนสิวะ ยิ่งมึงนอยด์มันก็จะทำให้เขารู้สึกไม่ดีไปด้วยหรือเปล่า”

    พอจบคำเพื่อน เหมือนสะกิดให้ปัณณวิชญ์คิดอะไรได้ นั่นสินะ มันก็อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเจษลินทร์เช่นกัน นี่เขากำลังทำตัวเป็นพวกขี้แพ้อีกแล้วสินะ

    คิดได้ดังนั้นก็เขกหัวตัวเองไปหนึ่งที

    “พวกมึงว่าเซอร์ไพรส์แฟนนี่เขาต้องทำยังไงบ้างวะ?”


    ***





    - Several days later -


    “เป็นอะไรครับ เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว” เจษลินทร์เอ่ยถามเมื่อพวกเขามาถึงคอนโดของปัณณวิชญ์ วันนี้เขาโดนลูกอ้อนของคนรักตกให้มาค้างด้วยกัน

    “ก็ปืนดีใจที่เจษจะมาค้างด้วยนี่” ปัณณวิชญ์เอ่ย เขาไม่รู้ตัวเลยว่ายิ้มจนแก้มขึ้นเป็นก้อนๆแล้ว มือขาวของคนโตกว่ายื่นไปหยุมเจ้าก้อนนั้นด้วยความมันเขี้ยว


    พอเข้ามาในห้องเจษลินทร์ก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าห้องที่มืดสลัวมีแสงเทียนเรียงรายเป็นทางเดิน เขาหันไปมองหน้าคนรักที่ยืนยิ้มอยู่ ปัณณวิชญ์พยักพเยิดหน้าเป็นเชิงว่าให้เขาเดินต่อไปยังดงลูกโป่งหลากสีที่ลอยเรียงรายติดเพดาน โดยด้านล่างของลูกโป่งเป็นเชือกเส้นเล็กผูกติดกับรูปภาพมากมาย เจษลินทร์เลิกคิ้วมองดูภาพเหล่านั้น ล้วนเป็นรูปของเขา แต่เป็นอิริยาบถที่ถูกแอบถ่ายแทบทั้งหมด

    “ไปแอบถ่ายตอนไหนเนี่ย” เขาเอ่ยถามเจ้าของห้อง

    “ปืนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีรูปเจษก็เต็มโทรศัพท์ปืนไปหมดเลย” ปัณณวิชญ์ว่าพร้อมหยิบช่อดอกไม้ขนาดกลางมามอบให้คนรัก

    “อะไรอ่า อยู่ๆ ก็มาหวานใส่ จะขอแต่งงานรึไง เขินนะเนี่ย”

    “ใจจริงก็อยากขอแหละแต่มันจะข้ามขั้นตอนไปหน่อย อันนี้ปืนชดเชยให้ตอนที่ขอเจษเป็นแฟน ครั้งนั้นขอปากเปล่าไป ขอโทษนะ”

    “ขอโทษทำไมกัน เจษโอเคกับทุกอย่างที่ปืนทำนั่นแหละ วันนั้นก็ชอบวันนี้ก็ชอบครับ” เจษลินทร์เอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มเต็มใบหน้า ขยับเข้าหาคนรักแล้วจูบแก้มเป็นรางวัลหนึ่งที แต่คนมือไวอย่างปัณณวิชญ์คงไม่ยอมแค่จุ๊บใสๆ หรอก เขารั้งคอคนรักมาบดจูบอย่างรักใคร่อยู่ครู่ใหญ่กว่าจะยอมปล่อยให้เจษลินทร์หายใจ

    “ปืนสั่งอาหารแล้วแต่เขายังไม่มา เจษอยากอาบน้ำก่อนไหมครับ”

    เจษลินทร์พยักหน้าเข้าใจและตอบตกลง

    “ให้ปืนอาบด้วยมั้ย” คนเด็กว่าพร้อมทำหน้ามีเลศนัยดวงตาทอประกายหวานฉ่ำ

    “ไม่ต้องเลย ปืนอาบน้ำแล้วไม่ใช่เหรอ” เจษลินทร์เอ่ยอย่างรู้ทัน แฟนเด็กของเขาน่ะนะ เอะอะก็ชวนเข้าสู่สถานการณ์ล่อแหลมอยู่เรื่อย ถามว่าเคยทำสำเร็จไหม? ก็ไม่

    ปัณณวิชญ์ยู่หน้าที่โดนรู้ไต๋ จึงยอมปล่อยคนรักไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว


    ***






    หลังจากจบมื้อเย็นใต้แสงเทียนแสนโรแมนติก ทั้งคู่ก็มานั่งจิบไวน์เกยกันอยู่ที่โซฟา โดยมีเพลงรักโรมานซ์เปิดคลอไม่ให้ห้องเงียบเกินไป คนโตกว่ายังคงจับจ้องไปยังของที่แฟนเด็กทำเซอร์ไพรส์ สิ่งที่เจษลินทร์ชอบที่สุดคือข้อความที่ติดมากับแต่ละรูปภาพ


    รูปที่เขากำลังทำกับข้าว: คนอะไรเข้ากันได้ดีกับผ้ากันเปื้อนสีพาสเทล? อ๋อ คนน่ารัก


    รูปขนมจากร้านคุณเจนที่เขาเอามาฝาก : ขนมอร่อย หวานน้อยกำลังดี แต่คนถือมาให้ดันหวานมากซะงั้น


    รูปที่เขาเมาขี้ตามาอุ่นกับข้าวให้อีกฝ่าย : มีคนละเมอมาอุ่นกับข้าวให้กินฮะ น่าร้าก


    และอีกหลายๆ รูปหลายๆ ข้อความ เจษลินทร์ยิ้มกว้าง รู้สึกละมุนหวานในอก

    “คลั่งรักเจษล่ะสิ” คนโตเอ่ยแซว นึกว่าอีกฝ่ายจะเขิน แต่ปัณณวิชญ์กลับพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ

    “ครับ คลั่งรักมาก” ว่าพลางดึงคนรักมาหอมแก้มซ้ายขวาแล้วจุ๊บปากไปอีกหนึ่งที

    ชื่นใจ~

    “ปืนเป็นอะไรรึเปล่าครับ” เจษลินทร์เอ่ยถาม

    “หืม ทำไมถามงั้นล่ะ”

    “ก็เห็นปืนทำดีกับเจษมากมาย อะไรก็ยอมตามใจทุกอย่าง ถามว่าดีไหมมันดีมากครับ แต่เจษอยากถามว่าปืนมีอะไรในใจรึเปล่า”

    ปัณณวิชญ์โคลงศีรษะ เจษลินทร์ช่างเป็นคนที่รู้ทันและรู้ใจเขาจริงๆ

    “ปืนอยากทำดีกับเจษครับ”

    “แต่อันนี้มันดีเกินไป” ว่าพลางบีบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

    ปัณณวิชญ์เม้มปาก คล้ายชั่งใจว่าจะพูดดีไหม

    “มีอะไรก็บอกเจษเถอะครับ เราหันหน้าคุยกันดีกว่าคิดไปเองหรือเก็บไว้ฝ่ายเดียวนะ” คนโตกว่าว่าพร้อมใช้สายตาออดอ้อน มีหรือปัณณวิชญ์จะทนไหว? เขากดจูบหน้าผากมนไปอีกหน

    “ไม่ใช่ไม่อยากบอกครับ แต่ปืนกลัวว่าเจษจะมองว่ามันไร้สาระน่ะ”

    “ถ้าเป็นเรื่องของปืน เจษไม่เคยมองว่ามันไร้สาระเลยนะ”

    “แสนดีที่หนึ่งจริงๆ คนนี้ แค่นี้ปืนก็รักเธอจนหายใจไม่ทันแล้วครับ” ปัณณวิชญ์ว่าพลางรวบอีกคนมากอดไว้หลวมๆ เจษลินทร์กอดตอบแล้วยึดไหล่ของคนรักเป็นที่พิงศีรษะ

    “ไหนเล่ามาสิครับ”

    “สัญญามาก่อน ว่าจะไม่โกรธ”

    “เจษไม่เคยโกรธปืนอยู่แล้วอ่า”

    ยิ่งพูดปัณณวิชญ์ยิ่งรู้สึกผิด เจษลินทร์ช่างดีกับเขาจริงๆ

    ปัณณวิชญ์จึงตัดสินใจเล่าความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจของเขาและเรื่องซีเปียนให้คนรักฟังหมดเปลือก


    .


    .


    “ปืนไม่ได้จะอะไรนะ ก็เจษถาม ปืนเลยบอกตรงๆ ว่าอยากทำดีกับเจษเพราะอยากชดเชยที่ผ่านมา ที่ปืนทำไม่ดีกับเจษอะ”

    ฝ่ายเจษลินทร์ไม่คิดว่าคนรักจะนอยด์กับเรื่องนี้ ในอนาคต เป็นปืนต่างหากล่ะที่ทำอะไรให้เขาตั้งมากมาย เขาจะบอกกับคนตรงหน้ายังไงดีนะ?

    “ปืนก็รู้ว่าเจษไม่เคยว่าปืนไม่ดีเลยนะ”

    “ปืนรู้ครับ ตอนนี้ก็กำลังจัดการความรู้สึกของตัวเองอยู่”

    เจษลินทร์ถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ย

    “เรื่องพี่ซัน เจษก็ไม่รู้ว่าจะบอกปืนยังไงดี พี่ซันเขาดีกับเจษมาตลอดเลย แต่นั่นก็ไม่อาจลบล้างเรื่องพ่อของเจษได้เหมือนกัน ตอนนี้เจษเองก็จัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เลยทำได้แค่ไม่นึกถึง ปล่อยให้เวลามันจัดการไป”

    “ครับ งั้นเรามาจัดการความรู้สึกไปด้วยกันเนอะ”

    เจษลินทร์พยักหน้า

    “เจษเล่าความลับให้ฟังเอามั้ยครับ ปืนจะได้ไม่ต้องรู้สึกน้อยใจอีก”

    ปัณณวิชญ์เลิกคิ้วบ่งบอกถึงความแปลกใจ





    TBC




    ขออนุญาตหั่นครึ่งตอนลงตรงนี้นะคะ กะว่าจะลงให้จบในตอนนี้ แต่ไร้ท์ตรวจคำผิดจนตาลายแล้ว5555


    ติชมกันเข้ามาได้นะคะ

    Enjoy Reading 

    Love

    คล้ายกับเรื่องเธอ(YOU) {ติดเหรียญวันที่19/3/65} ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199