ภายใต้ความเงียบสงบของบ้านหลังใหญ่ที่เหลือเพียงชายสองคน‘นนท์’ นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ นั่งล้างเครื่องมือช่างอยู่หลังบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง นนท์เป็รุ่นพี่ในสายรหัสที่สนิทกันมากกับภูผา และเคยรู้จักกับคินผ่านวงสังคมในมหาวิทยาลัยชีวิตส่วนตัวของเขาค่อนข้างโดดเดี่ยวนนท์อาศัยอยู่กับบิดาเพียงสองคนนับั้แ่พ่อแม่หย่าขาดจากกันอย่างเป็ทางการตอนที่เขาเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่3 เหตุผลหลักคือความเ้าชู้ไม่รู้จักพอของบิดานนท์ฝังใจกับน้ำตาของผู้เป็แม่ เขาจึงเลือกที่จะรักและเทิดทูนแม่มากกว่าและแทบจะไม่เปิดใจพูดคุยกับพ่อหากไม่จำเป็
หลังจากหย่าร้างแม่ของนนท์ย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้นนท์ไม่ค่อยได้เจอแม่เท่าที่ควร ได้แต่โทรศัพท์ทางไกลหากันเพื่อคลายความคิดถึง ในทุกๆ สัปดาห์พฤติกรรมช่ำชองโลกีย์ของบิดาหล่อหลอมให้นนท์เกลียดชังและขยาดผู้หญิงประเภทที่ชอบโปรยเสน่ห์ออดอ้อน หรือทำตัวทอดสะพานเพื่อผลประโยชน์เป็ที่สุด
และด้วยความที่นนท์เป็เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ‘ทิวา’ รุ่นพี่ปี 4 ดีกรีนักกีฬาเขาจึงปฏิเสธไม่ได้เมื่อทิวาพากิ๊กสาวคนใหม่อย่าง ‘น้ำหนึ่ง’มานั่งเล่นที่บ้าน
เป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ก่อน” ที่คินและทิวาจะรู้ความจริงเื่น้ำหนึ่งคบซ้อน
ทันทีที่ได้เห็นจริตจะก้านที่เกินงามของรุ่นน้องปี1 คณะบริหาร นนท์ก็เกิดความรู้สึกรังเกียจขึ้นมาในใจทันทีน้ำหนึ่งมักจะส่งสายตาหวาน คอยปัดเป่าเส้นผมและจงใจเบียดเสียดเรือนร่างอวบอิ่มเข้าหาทิวาอย่างเปิดเผย
ในที่สุดสิ่งที่ทำให้นนท์หมดความอดทนคือวันหนึ่งที่ทิวาขอตัวเดินออกไปคุยโทรศัพท์สายสำคัญนอกบ้าน ทิ้งให้น้ำหนึ่งนั่งอยู่กับนนท์ในห้องรับแขกเพียงสองคนหญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนแสร้งทำเป็ขยับเข้ามานั่งโซฟาตัวเดียวกับนนท์ เสื้อเกาะอกตัวสั้นเผยผิวขาวจัดจนแทบจะชนกับท่อนแขนแกร่งของเขา
"พี่นนท์คะ. .. อยู่บ้านกว้างๆ คนเดียวแบบนี้ ไม่เหงาแย่เหรอคะ?" น้ำหนึ่งแกล้งส่งเสียงหวานละมุนดวงตากลมหว่านล้อมพลางเลื่อนมือเรียวมาวางใกล้กับต้นขาของเขา
"น้ำหนึ่งเห็นพี่นนท์ทำหน้าดุตลอดเวลาเลย...แต่ลึกๆ แล้ว น้ำหนึ่งคิดว่าพี่นนท์น่าจะใจดีแล้วก็....” น้ำหนึ่งทิ้งท้ายอ้อยอิ่งยั่วยวน ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเปล่งเสียงกระเส่าโปรยเสน่ห์ด้วยประโยคว่า “เร่าร้อน กว่าพี่ทิวาเยอะเลยใช่ไหมคะ?"
นนท์ลอบยิ้มเหยียดในใจ ความขยะแขยงพุ่งขึ้น แต่ใบหน้าหล่อเหลาดุดันกลับแสร้งทำเป็นิ่งเฉยเขาหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นยืน
"เหงาสิ... ถ้างั้น น้ำหนึ่งอยากออกไปยืดเส้นยืดสายนั่งรถเล่นกับพี่หน่อยไหมล่ะ? พอดีพี่จะออกไปซื้อของข้างนอกพอดี"
"อุ๊ย... ไปสิคะ พี่ทิวาคุยธุระนานจะตาย น้ำหนึ่งอยู่กับพี่นนท์สนุกกว่าตั้งเยอะ"
น้ำหนึ่งตาวาวรีบคว้ากระเป๋าเดินตามขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของนนท์ทันทีโดยคิดว่าเสน่ห์ของตนสามารถสยบผู้ชายได้ทุกคน
++++++++++
นนท์ขับรถออกมาไกลจากมหาวิทยาลัยและบ้านพอสมควรจนกระทั่งเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
"น้ำหนึ่งพี่ปวดท้องว่ะ ลงไปซื้อน้ำซื้อขนมในมินิมาร์ทรอพี่หน่อยเดี๋ยวพี่มา"
"ได้ค่ะพี่นนท์ รีบมานะคะ" หญิงสาวก้าวลงจากรถเดินบิดสะโพกเข้ามินิมาร์ทอย่างร่าเริง
อย่างไรก็ตามทันทีที่แผ่นหลังของน้ำหนึ่งลับตาไป นนท์ก็เหยียบคันเร่งรถสปอร์ตกระชากตัวออกจากปั๊มน้ำมันมุ่งหน้ากลับทันที ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีโทรศัพท์มือถือของนนท์ก็แผดเสียงร้องโชว์เบอร์ของน้ำหนึ่ง ชายหนุ่มเหลือบมองด้วยสายตาเ็าก่อนจะกดปิดเสียงปล่อยให้มันตัดไปครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาสะใจที่ได้ดัดหลังผู้หญิงที่คิดจะปั่นหัวเขา
++++++++++
แต่แล้วความสะใจกลับคงอยู่ได้ไม่นานเมื่อนนท์กลับมาถึงบ้านในเย็นวันนั้น บิดาของเขานั่งรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าจริงจังระคนตื่นเต้น
"นนท์... ฟังพ่อนะ พ่อกำลังจะแต่งงานใหม่" บิดาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเบิกบาน
"เธอเป็คนดีมากและเธอมีลูกติดเป็เด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนหนึ่ง...พ่อจะพาพวกเธอเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ในฐานะครอบครัวเดียวกัน”
ทันทีที่บิดาบังเกิดเกล้าประกาศกร้าวกลางห้องโถงว่าจะแต่งงานใหม่ และเตรียมจะพาทั้งเมียใหม่กับลูกติดก้าวเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันในบ้าน ความขุ่นข้องหมองใจที่นนท์กักเก็บไว้ก็พุ่งขึ้นมาจุกที่คอหอย ชายหนุ่มปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำเพียงแค่เค้นเสียงตอบรับ ก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไป
ภายในห้องนอนที่ไร้แสงไฟ นนท์ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงกว้าง ความโกรธแค้น ความเสียใจและความโดดเดี่ยวประดังประเดเข้ามาจนหัวใจของชายหนุ่มอกสามศอกสั่นสะท้าน ภาพอดีตในวัยเยาว์ที่ผู้เป็แม่ต้องนอนร้องไห้เพราะความเ้าชู้ของพ่อแวบเข้ามาตอกย้ำซ้ำๆ ชายหนุ่มกำหมัดแน่น หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความอัดอั้น ท้ายที่สุดเขาก็ไม่อาจแบกรับความตึงเครียดนี้ไว้คนเดียวได้ มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือกดต่อสายตรงหาผู้เป็แม่ที่ย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ทันที รอสายอยู่ไม่นานเสียงหวานอันอบอุ่นและคุ้นเคยที่นนท์โหยหาที่สุดก็ดังขึ้น
"ว่าไงลูกนนท์ โทรหาแม่ซะมืดค่ำเลย เรียนหนักไหมลูก"
เพียงแค่ได้ยินเสียงของแม่กำแพงความเข้มแข็งของนักศึกษาหนุ่มวิศวะก็พังทลายลงในพริบตา นนท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลบเกลื่อนเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
"คุณแม่ครับ...พ่อกำลังจะแต่งงานใหม่ พ่อจะพาผู้หญิงคนอื่นกับลูกติดเข้ามาอยู่ในบ้านเราแล้วครับแม่"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ นนท์รับรู้ได้ว่าแม่ของเขาคงะเืใจไม่น้อย ทว่าในฐานะคนเป็แม่ เธอกลับเลือกที่จะซ่อนความช้ำของตัวเองเอาไว้ แล้วส่งน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนกลับมาปลอบประโลมลูกชาย
"นนท์ลูก... ฟังแม่นะ" เสียงของแม่แ่เบาแต่ทว่าหนักแน่น
"เื่ของพ่อกับแม่มันเป็อดีตไปแล้ว พ่อเขาอาจจะทำหน้าที่สามีพลาดไปแต่เขาก็ยังรักและทำหน้าที่พ่อให้อยู่นะลูก การที่พ่อเขาจะมีชีวิตใหม่ มันไม่ได้หมายความว่าความรักที่พ่อมีให้ลูกจะลดลงเลยนะ"
"แต่นนท์ทนไม่ได้ครับแม่ นนท์ไม่อยากเห็นหน้าใครในบ้านหลังนี้เลย" นนท์ขบกรามแน่น
"ถ้านนท์เรียนจบปีนี้เมื่อไหร่นนท์จะทิ้งทุกอย่างที่กรุงเทพฯ แล้วย้ายขึ้นไปอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่ถาวรเลยนะครับ"
นนท์ไม่สามารถเห็นผู้เป็แม่ลอบยิ้มบางเบาพร้อมหยาดน้ำตาที่รื้นขอบตาด้วยความเอ็นดูลูกชาย เขาได้ยินเพียงเสียงที่อบอุ่นที่สุดในโลกว่า
"แม่รอนนท์เสมอ แม่รออยู่ตรงนี้อยู่แล้วไม่ต้องกังวลนะลูก เชียงใหม่ยินดีต้อนรับลูกทุกเวลา... แต่ตอนนี้นนท์ต้องเข้มแข็งก่อนนะลูก อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจทำลายอนาคตตัวเอง ตั้งใจเรียนทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดลองเปิดใจดูสักนิด ถ้าผู้หญิงคนใหม่เขาเข้ามาดูแลพ่อและทำให้พ่อของลูกมีความสุข ถ้าเขาเป็คนดี นนท์ก็ควรจะยินดีกับพ่อเขานะลูก ถือว่าทำเพื่อความสบายใจของแม่นะ"
คำปลอบประโลมและคำสอนที่เต็มไปด้วยความเมตตาปราศจากความโกรธแค้นของแม่ ราวกับสายลมหนาวที่พัดพาความเร่าร้อนในใจของนนท์ให้สงบลง ชายหนุ่มซบหน้าลงกับฝ่ามือความอัดอั้นทุเลาลงไปถนัดตาเพราะกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากแดนเหนือ
"ครับแม่... นนท์จะอดทน นนท์รักแม่นะครับ"
"แม่ก็รักนนท์ที่สุดในโลกเลยลูก ดูแลตัวเองดี ๆ นะ"
หลังจากวางสายไป นนท์ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนด้วยหัวใจที่ผ่อนคลายลง แม้กำแพงอคติจะยังคงอยู่แต่คำพูดของแม่ก็ช่วยประคองสติของเขาไว้ได้ดีที่สุด
โดยที่นนท์ไม่มีวันรู้เลยว่าคำสอนของแม่ในค่ำคืนนี้จะกลายเป็สิ่งเตือนใจ ที่ทำให้เขาลดทิฐิลงในเวลาต่อมา ยามที่เขาได้เผชิญหน้ากับความจริงใจของแม่เลี้ยง และเสน่ห์อันเปิดเผยของโซเฟีย’ โดยเ้าหล่อนจะเป็คนเข้ามาพังกำแพงหัวใจที่บิดเบี้ยวของเขาจนพังทลาย
+++++++++