“วันนี้เราจะออกไปนอกเมืองกันนะคะเตรียมตัวเร็วหน่อยเถอะค่ะ” ฮันนาเร่งเอมิเลีย
“เอ๋ทำไมนอกเมืองล่ะ” เอมิเลียงัวเงียลุกขึ้นมาล้างหน้า “แต่ก็ดีเหมือนกันได้เปลี่ยนบรรยากาศดี” เธอบิดี้เี ก่อนเปลี่ยนชุดตัวเอง
“อาวุธที่เราจะฝึกวันนี้มันเป็อาวุธที่ซ้อมใช้ในเมืองไม่ได้ค่ะ”ฮันนาตอบกลับ ก่อนวางอาหารเช้าของเอมิเลียไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง
เอมิเลียขึ้นซ้อนม้าของฮันนาครั้งนี้เป็ครั้งแรกั้แ่เธอมาที่นี่ได้เดือนหนึ่งที่เธอได้ออกนอกกำแพงกรุงเรมที่เธออยู่นี้ใหญ่โตนัก เธอพยายามเดินสำรวจทุกวันแต่ก็ไม่เคยเห็นกำแพงเมืองอันใหญ่โตอยู่ใกล้กว่าสุดขอบปลายสายตาม้าของทั้งสองควบขนานแม่น้ำทิมเบอร์ไปจนถึงประตูเมืองเอมิเลียชื่นชมสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดที่เธอเคยเห็นมาอย่างไม่ละสายตา
กำแพงเมืองสูงยี่สิบเมตร หนาพอจะวิ่งไปกลับได้ ล้อมรอบตัวเมืองสองฝั่งแม่น้ำทิมเบอร์ทอดยาวรวมกว่าหกสิบถึงเจ็ดสิบกิโลเมตรยิ่งใหญ่กว่าอพาร์ตเมนต์ตึกแถวสมัยใหม่ที่ต่อกันมากที่สุดที่เธอเคยเห็นในโลกที่แล้วเสียอีก
เอมิเลียไปถึงค่ายทหารนอกเมืองเวลาสายๆที่นั่นเธอได้นั่งพักรออยู่ในเต็นท์ ก่อนทหารเอลฟ์นายหนึ่งจะเดินเข้ามาทักทาย
“อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้กล้า”ทหารนายนั้นตบเท้าทำความเคารพ “ผมชื่อคอนราด ทำหน้าที่แนะนำอาวุธให้ท่านในวันนี้นะครับ”ทหารมนุษย์อีกสองคนช่วยกันขนกล่องไม้ยาวๆ เข้ามากล่องหนึ่ง
คอนราดเปิดกล่องนั้นออก “นี่คือปืนคาบชุดเป็ปืนที่ทหารทั่วไปได้ใช้กัน ไม่แน่ใจว่าท่านเคยเห็นมาก่อนหรือไม่”คอนราดอธิบายพลางหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะ “จริงๆท่านน่าจะได้ปืนลูกล้อรุ่นล่าสุดสั่งทำพิเศษติดตัวไปด้วย แต่กว่าจะได้น่าวันหลังไปสักพักทางเราคิดว่าท่านควรใช้ปืนคาบชุดที่มีอยู่ทั่วไปให้เป็ด้วย”
หญิงสาวมองไปทางปืนยาวๆ ด้ามทำจากไม้ปลายกระบอกเป็ท่อเหล็ก หน้าตามันก็คลับคล้ายคลับคลากับปืนล่าสัตว์แต่เธอก็เคยเห็นเพียงรูปในอินเทอร์เน็ตมาก่อนเท่านั้น เธอหยิบปืนนั้นขึ้นมาดูข้างใต้กระบอกมีไม้เหล็กเรียวๆ สอดอยู่ในช่องรูใต้ปากกระบอก เธอพลิกดูด้านท้ายปืนไกปืนเป็เพียงแท่งเหล็กยาวๆที่งอทำองศาอยู่กับก้านหนีบอะไรสักอย่างตรงแกนหมุนที่ตอกเข้าด้านขวาปืนเท่านั้นใกล้ๆ ไกปืนเป็ท้ายสุดของท่อลำกล้องที่ติดอยู่กับด้ามไม้ด้านข้างลำกล้องฝั่งเดียวกับแกนหมุนมีรูขนาดเล็กเพียงลวดหนาๆ เจาะอยู่รอบรูนั้นมีร่องเล็กๆ เว้าเป็ถ้วยเพียงครึ่งช้อนชาล้อมอยู่พร้อมฝาหมุนเปิดปิดขนาดเท่านิ้วโป้ง
“ที่นี่มีปืนด้วยเหรอ”เอมิเลียพูดออกมาด้วยความฉงน “ที่นี่ไม่ได้สู้กันด้วยดาบ ธนู และคทาวิเศษกันซะอีกเหรอ” เอมิเลียทำหน้าผิดหวัง
“ไอ้ผมก็ไม่รู้ว่าที่ที่ท่านจากมาเป็ยังไงนะแต่ทางดินแดนเราก็ไม่ได้โบราณพระเ้าเหากันขนาดนั้นนะครับ”เขาบอกด้วยน้ำเสียงแปลกใจกับสาวต่างถิ่นต่อหน้า “เรามีปืนมือใช้มาั้แ่ร้อยกว่าปีที่แล้วตอนจบมหาาศักดิ์สิทธิ์แล้ว”เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “แม้ตอนนั้นมันจะเป็แค่ท่อเหล็กจุดะเิใช้จริงแทบไม่ได้เลยก็เถอะ”
“ส่วนเื่ดาบ”เขายังตอบคำถามลอย ๆของผู้กล้าต่อ “อาวุธระยะประชิดที่ดีที่สุดคือหอกและง้าวมันได้ระยะ ถ้าไม่ใช่คนฝึกดาบมาแล้วทั้งชีวิต อย่าได้หวังจะชนะ” เขาเสริมต่อ“ธนูก็เหมือนกัน” เขาหยุดสักพักก่อนถามคำถามราวเป็ครูหน้าห้อง “ธนู หน้าไม้และปืน ท่านคิดว่าอาวุธระยะไกลแต่ละอย่าง ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร”
เอมิเลียอ้ำอึ้งไปสักพัก “อ่า ปืนยิงแรงกว่า เร็วกว่าหน้าไม้ยิงเบา ธนูมัน อ่า...” เธอตอบไปมั่วๆ
คอนราดถอนหายใจ “ก็นะ ผมไม่น่าถามคนหลุดโลกมาเลย”
“เื่ความแรงคงเถียงกันได้ทั้งวันปืนแรงกว่าในระยะใกล้ แต่ลูกธนูไม่เสียความแรงเมื่อยิงไกลๆซึ่งส่วนใหญ่ก็ขึ้นกับขนาดสเปครุ่นที่ใช้อีก” เขาหยิบธนูสั้น ธนูยาว หน้าไม้เล็กหน้าไม้ใหญ่ขึ้นมาเรียง “ที่ชัดเจนคือ หน้าไม้ กับ ธนูใช้แรงมากในการง้าง”เขาหยิบก้านไขหน้าไม้ใหญ่ขึ้นมาหมุนง้างหน้าไม้อยู่เกือบนาทีก่อนยิงออกไปที่เป้าซ้อมขณะเขาง้างธนูยาวขนาดเท่าตัวเขาขึ้นมาง้างแล้วยิงออกไปในเวลาไม่ถึงห้าวินาที
“ทีนี้ดูวิธียิงปืนนะ”เขาหยิบปืนขึ้นมา เขาหยิบเชือกหนาราวนิ้วก้อยขึ้นมาจากม้วนตัดออกมาราวศอกหนึ่งแล้วจุดไฟตรงปลาย “นี่คือชนวนช้า ใช้รักษาไฟไว้อย่าให้ดับเชียว” ปลายเส้นชนวนนั้นติดไฟเบาๆ แบบไม่เป็เปลว คล้ายปลายธูปหรือถ่านไม้
เขาหยิบกระบอกไม้ขนาดเท่านิ้วโป้งขึ้นมา กัดจุกที่อุดกระบอกนั้นแล้วดึงออก“นี่คือดินปืน” เขาบอกก่อนเทผงสีดำๆ ไปในร่องเล็กๆ ใกล้ๆ ไกปืน “ใส่เข้าร่องนี้เล็กน้อยเพื่อใช้จุดชนวน” เขาชี้ให้ดู ก่อนเลื่อนฝาร่องมาปิด แล้วตั้งปากกระบอกขึ้นเทดินปืนที่เหลือเข้าปากกระบอก เขาหยิบลูกตะกั่วกลมๆขึ้นมาพร้อมเศษกระดาษจากกระเป๋าข้างเอวเขายัดกระดาษแผ่นหนึ่งเข้าปากกระบอกแล้วดึงแท่งไม้ใต้กระบอกปืนขึ้นมาเสียบดันกระดาษลงไป “อันนี้ใส่ให้ดินปืนติดกันมันจะได้ไม่หก” เขาใส่ลูกตะกั่วเข้าปากกระบอก แล้วยัดกระดาษปิดท้ายก่อนใช้ไม้กระทุ้งดันลงไปอีกครั้ง
เขาเสียบเก็บไม้กระทุ้งกลับเข้าที่ใต้กระบอกหยิบเส้นชนวนที่หนีบอยู่ข้างแขนขึ้นมาเป่าให้ไฟร้อนแดงเสียบหนีบเข้าที่หนีบที่ต่อกับไกปืน เขาหยิบไม้ง่ามรูปตัว y ขึ้นมาวางตั้งเล็งปืน เปิดฝาร่องเล็กๆ ออก แล้วยิงออกไป
หลังฝึกซ้อมยิงปืนเสร็จ เอมิเลียก็ทดลองยิงหน้าไม้คอนราดก็ทึ่งกับการที่เอมิเลียไม่ต้องไขหน้าไม้ช้าๆเพราะแรงเธอมากพอที่จะดึงขึงขึ้นสายด้วยสองมือตนเอง
“แรงเธอมาจากไหนเยอะแยะน่ะ” คอนราดถาม
“พอดีมีพรกายวิภาคทรงสมรรถน่ะ ซึ่งฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก”เธอตอบ “เหมือนฉันจะเพิ่มแรงได้ชั่วคราว หรืออะไรสักอย่าง”
หลังจากลองหน้าไม้ เธอก็ต่อด้วยยิงธนู เธอค่อยๆง้างธนูยาว เล็ง แล้วยิงเป้าระยะห้าสิบเมตรเข้าเป้าในนัดแรก
“พอดีมีเข้าชมรมยิงธนูอยู่ในโลกเก่าอยู่ค่ะ”เธอตอบก่อนจะมีใครถาม แล้วยิงเข้าเป้าไปอีกหลายนัดต่อเนื่อง
วันนั้นทั้งวัน เธอฝึกอาวุธระยะไกลต่างๆอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลับไปตอนค่ำๆ
“อีกราวสองสัปดาห์จะมีอาจารย์วิชาอาวุธมาใหม่นะคะ” ฮันนาบอกเอมิเลีย ระหว่างเวลาอาหารเย็น
“ปกติก็เปลี่ยนไม่ซ้ำหน้าอยู่แล้วนิ”เอมิเลียบอกนิ่งๆ “ครั้งนี้มีอะไรพิเศษล่ะฮันนา”
“ก็ท่านแกร่งจนอาจารย์มากฝีมือฝึกท่านลำบากแล้วนิ”ฮันนาตอบ “ฉันเลยติดต่อเอลฟ์คนที่ได้สมญานามว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญอาวุธที่สุดมา”
“โห” เอมิเลียตื่นเต้น
ฮันนาวางช้อนส้อมตนเองลงแล้วเช็ดปาก
“อ้าว อิ่มแล้วเหรอฮันนา” เอมิเลียทำหน้างง“กินไปแค่ครึ่งจานเองนิ”
“ค่ะ” ฮันนาตอบ
“แอบชิมหายาพิษอีกแล้วเหรอ” เอมิเลียมุ่ยปาก
“ขออภัยที่เสียมารยาทค่ะ” ฮันนาหันหน้าหลบ
“หอกไม่ใช่ง้าว แทงสิ อย่าแกว่ง” เสียงชายชาวเอลฟ์ต่อว่าหญิงสาวที่เขากำลังฝึกการใช้อาวุธให้อยู่“ไปติดจากลิเกคณะไหนมา ห๊ะ”เขาพูดจบก็แทงหอกซ้อมจำลองใส่หน้าท้องหญิงสาวคนนั้นทันทีหอกซ้อมนั้นทำจากไม้กระบองมัดตุ้มน้ำหนัก ถึงไม่ทะลุแต่ที่โดนกระแทกไปก็จุกใช้ได้
“ใช้หอกฟัน ถึงโดนก็ได้แค่แผลถลอกแทงเสียให้ทะลุ คิดว่าอีกฝ่ายเป็ไก่หมุนก็ได้”ชายร่างเล็กพยุงให้หญิงสาวลุกขึ้นมา
“ค่ะ คุณฮานส์” เอมิเลียตอบพลางลุกขึ้น
“ครูฝึกฮานส์” เอลฟ์ร่างเล็กหน้าตาหนุ่มแน่นเงยหน้าบอกกลับ “ต้องให้บอกอีกกี่ทีว่าฉันแก่กว่าแกตั้งยี่สิบห้าปี อีกสามปีประสบการณ์ฉันก็พอเข้ากองรักษาฯองค์สังฆราชแล้ว”
“ค่ะ ครูฝึก” เอมิเลียแก้คำพูด
“ไปพักได้แล้ว” ฮานส์บอกเอมิเลีย
หลังเอมิเลียเดินออกไปแล้วเขาก็หันหน้าไปทางฮันนา “เพราะพรกายวิภาคทรงสมรรถที่ตื่นมาเมื่อเดือนที่แล้วใช่ไหม ทางโบสถ์ถึงเรียกฉันมาฝึกแทนอย่างนี้น่ะ”
“ใช่แล้วค่ะ” ฮันนาตอบตามจริง“ครูฝึกที่เป็มนุษย์ทั้งหลายที่มีก่อนหน้านี้ ถึงจะฝีมือถึงแต่แรงและความเร็วของท่านผู้กล้าก็เพิ่มพูนขึ้นมากจากพรนั้นฝึกกันให้แทบไม่ไหวแล้วละค่ะ”
“เอาจริงนะ อีกสักอาทิตย์ผมว่าแรงเพียว ๆของเธอคงจะพอๆ กับผมที่อัดเวทเข้ากล้ามเนื้อจนถึงขีดสุดแล้วแหละ”ฮานส์นั่งครุ่นคิดตามจริง
“แต่ก็ยังมีเหตุผลอีกอย่างสองอย่างแหละค่ะ”ฮันนาพูดต่อกับฮานส์
“เห~”ฮานส์ลูบคางตัวเองแล้วกรุ้มกริ่มสนใจ