ตอนที่ 669 เลือกทักษะที่ตำหนักหอตำรา (2)
หลังจากที่เจิ้งฟู่ตัดสินใจได้แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะใช้คะแนนถึงแปดพันคะแนนเพื่อแลกกับเนื้อหาของทักษะทั้งสี่เล่มนี้มาซึ่งในตอนที่เขาทำการแลกเปลี่ยนเสร็จแล้ว เนื้อหาภายในตำราทักษะทั้งสี่เล่มก็ถูกถ่ายโอนเข้ามาในป้ายประจำตัวของเขาในทันทีและในเวลาเดียวกันศิษย์ชายหนุ่มสองคนที่มองเขาอย่างดูถูกพร้อมกับแสดงความสงสารต่อเขาก่อนหน้าได้พลันหน้าเปลี่ยนสีไป......
“จะ....จะ......เ้าศิษย์ฝ่ายนอกคนนั้นมันทำการแลกเปลี่ยนทักษะระดับตำนานถึงสี่ทักษะพร้อมกันเลยอย่างนั้นเหรอเนี่ย?เป็ไปได้ยังไง? มันมีคะแนนผลงานเยอะขนาดนั้นได้อย่างไร?”ศิษย์ชายหนุ่มคนแรกถึงกับส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ......
“หรือว่าเ้าศิษย์ใหม่นั้นจะเป็คนจากตระกูลใหญ่หรือไม่ก็กองกำลังใหญ่ที่ค่อยสนับสนุนอยู่?”ชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆกันพลันพูดเสรอมขึ้นซึ่งนอกจากเหตุผลนี้มันก็คิดไม่ออกแล้วว่าทำไมศิษย์สายนอกคนนี้ถึงมีคะแนนเยอะขนาดนี้ได้......
“มันจะเป็แบบนั้นไปได้อย่างไรกันเ้าไม่เห็นหรือไงว่าไอ้หนูนั้นไม่ได้มีตราตระกูลหรือตราของกองกำลังใดติดอยู่เลยหากมันเป็คนจากขั้วอำนาจใหญ่จริงๆมันต้องเอาตรามาติดไว้เพื่อแสดงให้ทุกคนรู้ว่าตัวมันนั้นมีคนหนุนหลังอยู่ แต่ที่นี่มันไม่ได้ติดตราใดๆนั่นแสดงให้เห็นว่าเ้าศิษย์ฝ่ายนอกคนนี้จะต้องเป็คนที่ทำให้นิกายบัญชา์ของเราสั่นะเืวุ่นวายเมื่อสองวันก่อนแน่!”
ศิษย์พี่หญิงหลิงฉาน!
ในขณะที่ศิษย์ชายหนุ่มสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นจู่ๆก็มีหญิงสาวนางหนึ่งเดินเข้ามา ซึ่งหญิงสาวคนนี้มีหน้าตาที่ดูเซ็กซี่และมีหุ่นที่น่าหลงใหลเป็อย่างมากโดยเฉพาะอกโตคู่หน้าของนางที่เด้งขึ้นเด้งลงตามจังหวะการเดิน หากชายใดได้มองล้วนแล้วแต่ต้องลงอยู่ในมนต์สะกดของหญิงสาวนางนี้เป็แน่ซึ่งศิษย์ชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านี้ก็ไม่เว้น......
“ที่ข้าพูดไปนั้นพวกเ้าทั้งสองว่าถูกหรือไม่?”หญิงสาวนามหลิงฉานคนนี้หันไปถามชายหนุ่มทั้งสองคนพร้อมกับขยิบตาให้อย่างยั่วยวน......
“เห็นด้วยขอรับศิษย์พี่หญิง!พวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่ง!!”ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างก็ตอบออกมาพร้อมๆกันอย่างไม่ลังเลใจใดๆราวกับว่าพวกเขาตกอยู่ในมนต์สะกดของเธอแล้วอย่างนั้น.....
“แล้วเ้าละพ่อหนุ่มน้อยเ้าคิดเห็นเช่นเดียวกันข้าไหม?” ก่อนที่หญิงสาวนางนี้จะหันมามองที่เจิ้งฟู่และทำท่าทางยั่วยวนใส่เขาเช่นเดียวกันชายหนุ่มทั้งสองคน......
ทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่หลงมนต์เสน่ห์ยั่วยวนของนางแม้แต่น้อยเขาเพียงมองและสำรวจทั่วร่างของหญิงสาวอย่างพินิจก่อนจะฉีกยิ้มออกมาที่มุมปากของเขาหลังจากที่เจิ้งฟู่รู้ว่าหญิงสาวนั้นกำลังใช้ทักษะบางอย่างอยู่ซึ่งเป็ทักษะในการยั่วยวนให้ฝ่ายตรงข้ามทำตามคำสั่งของนาง......
“ถูกอย่างที่ศิษย์พี่หญิงคนสวยบอกข้านั้นไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่หรือกองกำลังใหญ่ข้านั้นเป็เพียงศิษย์ที่พึ่งเข้าใหม่เมื่อสองวันก่อนและเป็คนที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงออกมาด้วย ว่าแต่ศิษย์พี่หญิงมีธุระอะไรกับศิษย์น้องคนนี้หรือไม่?”เจิ้งฟู่ตอบกลับหญิงสาวด้วยใบหน้าที่ทะลึ่งทะเล้นเล็กน้อย และใช้สายตาของเขาจ้องมองไปอกคู่สวยของนางอย่างไม่กระพริบตา.....
อ๊ะ!!
เมื่อหญิงสาวที่แสนยั่วยวนคนนี้เห็นท่าทางของเจิ้งฟู่กับคำพูดที่เขาตอบกลับมาเธอก็ถึงกับตัวสะดุ้งใและไม่อยากเชื่อว่าศิษย์ฝ่ายนอกคนนี้ที่ระดับต่ำว่าเธอจะหลุดรอดไปจากทักษะยั่วยวนที่แสนภาคภูมิใจของเธอไปได้แบบนี้แต่ไม่นานเธอก็เรียกสติกลับคืนมาและยกยิ้มที่มุมปากของตนก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเจิ้งฟู่ด้วยท่าทางที่น่าลงลิ้น เอ้ย!หลงใหล......
“เ้าชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอศิษย์น้อง? เ้าดูน่าสนใจมากเลยนะรู้ตัวไหม?ว่าแต่ทักษะใดกันที่เ้าจะเลือกเอาไปฝึก หรือหากเ้าไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้ให้ศิษย์พี่คนนี้ช่วยเลือกให้ก็ได้นะ!”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนหวานและไพรเราะจนทำให้เหล่าชายหนุ่มที่อยู่บริเวณนี้ต่างก็เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงของนางบางคนถึงกับน้ำลายไหลคิดไปไกลเกินความเป็จริงแล้ว......
“ข้าได้ตัดสินใจเลือกแล้วขอบคุณศิษย์พี่หญิงมากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือศิษย์น้องคนนี้ แต่หากจะให้ดีท่านช่วยเอาหน้าอกที่นุ่มนิ่มของท่านออกไปจากแขนของข้าก่อนได้หรือไม่ หากท่านไม่รีบเอาออกไปแล้วข้าเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้วทำหยาบคายกับท่านลงไปมันจะไม่ดี!”เจิ้งฟู่ยังคงไม่หลงต่อคำพูดและท่าทางของหญิงสาวเช่นเดิมไม่ว่านางจะเอาหน้าอกคู่โตของนางมาเบียดแขนเจิ้งฟู่เอาไว้หรือพูดกระซิบที่ข้างหูของเขาก็ตามเขายังคงมีสติและตอบกลับนางได้อย่างปกติ......
อ่า!!
‘เป็ไปได้อย่างไรกันที่ทักษะของข้าไม่ได้ผลกันเขาหากไม่ใช่คนที่มีระดับพลังสูงกว่าข้า ก็ต้องเป็คนที่มีจิติญญาที่แข็งแกร่งมากๆนี่สินะคนที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงออกมาได้ หึ! ในคราแรกข้าไม่คิดอะไรกับเ้าแต่ในตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ยังไงข้าต้องได้ตัวเ้า!’ หญิงสาวรู้สึกใและไม่อยากเชื่อเป็อย่างมากที่เจิ้งฟู่ยังไม่หลงติดกับของเธอซึ่งในคราแรกนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรกับเจิ้งฟู่เลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากที่เห็นว่าเขาสามารถต้านทานทักษะยั่วยวนของตนได้ถึงขนาดนี้มันก็ยังทำให้เธออดที่จะสนใจเขาไม่ได้........
“ถ้างั้นศิษย์พี่หญิงคนนี้ไม่รบกวนเ้าแล้วแต่หากศิษย์น้อง้าให้ศิษย์พี่หญิงคนนี้ช่วย.....อะไรเ้าก็บอกข้ามาได้เลยข้า.....ยิน.....ดี.......ช่วย.......เหลือเ้าตลอดเวลาซึ่งเ้าสามารถมาหาข้าได้ที่ตำหนักบุปผาโปรยปรายได้ทุกเมื่อเลย!” หญิงสาวรู้ว่าตนไม่ควรบีบบังคับและทำให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่พอใจนางรู้ว่าเวลาไหนควรรุกเวลาไหนควรถอยและในตอนนี้นางก็ควรที่จะถอยออกมาก่อนและทิ้งท้ายคำพูดยั่วยวนเอาไว้ก่อนจะไป......
“ศิษย์น้องผู้นี้เข้าใจแล้วหากวันไหนข้า้าให้ศิษย์.....พี่.....หญิง....ช่วย.....ข้า!ข้าจะรีบไปหาท่านที่ตำหนักบุปผาโปรยปรายในทันที!!” เจิ้งฟู่รู้ว่าศิษย์พี่หญิงคนนี้กำลังยั่วยวนและชักชวนให้เขาไปหาเธอซึ่งเจิ้งฟู่ไม่ได้ค้านในเื่นั้นเลยเพราะศิษย์พี่หญิงคนนี้ทั้งสวยและมีรูปร่างที่ดี.......
อ่า!!
แต่ก่อนที่หลิงฉานจะจากไปใบหน้าของเธอพลันแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอายเนื่องจากนี้เป็ครั้งแรกที่มีผู้ชายไม่ตกต้องมนต์เสน่ห์ของเธอแถมชายหนุ่มคนนี้ยังพูดเล่นลิ้นแทะโลมเธอกลับมาอีกแล้วจะไม่ให้เธอรู้สึกเขินอายได้อย่างไรกัน.......
“เ้าศิษย์ฝ่ายนอกคนนี้น่าอิจฉาจริงๆเลยถึงกับทำให้ศิษย์พี่หญิงหลิงฉานชักชวนไปที่ตำหนักบุปผาโปรยปรายได้!!”
“น่าอิจฉาบ้าอะไรกัน นี่เ้าไม่รู้หรือยังไงกันว่ามีสาวกชายมากเท่าไหร่ที่ชมชอบศิษย์พี่หญิงหลิงฉานอยู่?หากคนเ่าั้รู้เื่นี้เข้ามันต้องเกิดเื่วุ่นวายขึ้นแน่ๆและเ้าศิษย์ใหม่คนนี้ก็คงจะไม่พ้นที่จะต้องเจอกับปัญหาจากสาวกชายเ่าั้!”
“อ่า! ข้าเองก็เป็หนึ่งในสาวกชายที่ชมชอบศิษย์พี่หญิงหลิงฉานเหมือนกันเช่นนั้นข้าต้องลงมือสั่งสอนเ้าศิษย์ใหม่คนนี้ให้รู้สำนึกเสียแล้ว!”
“เ้าอยากจะลองก็เชิญเลย เ้าคงไม่รู้ว่าต้าฟ๋งที่ได้ชื่อว่าเป็ศิษย์ฝ่ายนอกที่แข็งแกร่งลำดับต้นๆถูกเ้าหนูนั้นซัดสลบเพียงแค่การโจมตีเดียวละมั้ง!อย่างเ้าที่ยังเอาชนะเ้าหนูต้าฟ๋งนั้นได้แล้วเ้าจะเอาอะไรไปสั่งสอนเ้าเด็กนั้นกัน?!”
เสียงกระซิบนินทาดังขึ้นให้ได้ยินอย่างไม่ขาดสายจากสาวกชายเหล่านี้ซึ่งบางคนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ตำหนักศาลาแสนศาสตราเกี่ยวกับการปะทะกันของเจิ้งฟู่กับชายหนุ่มต้าฟ๋งล้วนทราบดีว่าเจิ้งฟู่นั้นไม่ได้อ่อนแอเลยเพราะถึงกับทำให้ผู้ฝึกตนระดับราก์ขั้นที่หกที่ฝึกฝนอยู่ภายในนิกายมาเป็ปีแพ้ได้ในการโจมตีเดียวแบบนี้มีเพียงเหตุผลเดียวคือความแข็งแกร่งของเจิ้งฟู่นั้นต้องมากกว่าผู้ฝึกตนระดับราก์ขั้นที่หกอย่างแน่นอน......
อ่า!!
“งั้นเอาไว้วันหลังก็แล้วกันวันนี้ข้ารู้สึกปวดท้องยังไงไม่รู้!”
หลังจากที่เื่ทุกอย่างจบแล้วเจิ้งฟู่ก็หันไปสนใจเลือกทักษะยุทธในชั้นวางชั้นอื่นต่อ ซึ่งทักษะที่เขาสนใจนั้นก็คือทักษะทางด้านร่างกายหรือที่คนเรียกกันว่าทักษะกายาเสริมพลังต่างๆ........
“ในชั้นนี้มีทักษะประเภทเสริมกำลังให้กับร่างกายอยู่ไม่มากนักถ้างั้นก็แสดงว่าศิษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่ฝึกทักษะกายาที่คล้ายๆกันว่าแต่มีทักษะไหนน่าสนใจบ้างนะ!” เจิ้งฟู่สรุปเกี่ยวกับทักษะกายาที่อยู่ในชั้นวางตรงหน้าของเขาที่มีอยู่เพียงไม่กี่เล่มเท่านั้นซึ่งศิษย์ฝ่ายนอกและศิษย์ฝ่ายในส่วนใหญ่จะได้ฝึกพวกมันเพราะพวกเขาไม่สามารถขั้นไปยังขั้นที่สามได้จนกว่าจะกลายเป็ศิษย์หลักหรือเป็ศิษย์ที่มีพร์ระดับแสงฟ้าเข้มขึ้นไปเท่านั้นถึงจะขึ้นไปยังชั้นที่สามได้.......
เฮ้อ.......
“ไม่มีทักษะกายาไหนที่ดีไปกว่าทักษะปราณเกราะระฆังทองของเราเลยแหะ?!”หลังจากที่เจิ้งฟู่ตรวจสอบดูทักษะกายาที่มีทั้งหมดแล้วเขาก็อดที่จะถอยหายใจยาวออกมาไม่ได้เพราะทักษะกายาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีระดับที่ต่ำกว่าทักษะปราณเกราะระฆังทองของเขาทั้งนั้นเลย.....
“หรือเราจะขึ้นไปยังชั้นที่สามต่อดี?”ในขณะนั้นเจิ้งฟู่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาสามารถที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สามได้ซึ่งในชั้นที่สามนั้นจะเก็บรวบรวมเฉพาะทักษะระดับเซียนเอาไว้“งั้นลองขึ้นไปดูหน่อยก็แล้วกัน หากมันเกินกำลังของเราที่จะฝึกค่อยกลับลงมา!”แต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สามต่อถึงทักษะเ่าั้เขาจะยังใช้มันไม่ได้ในตอนนี้ แต่ในอนาคตเขาต้องใช้มันได้แน่ดังนั้นขึ้นไปตรวจสอบดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไร......
เมื่อเจิ้งฟู่ตัดสินใจได้แล้วเขาก็ออกจากชั้นวางทักษะกายา เดินตรงไปยังบันไดทางขึ้นชั้นที่สามในทันทีและในตอนที่เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าบันไดนั้น คนกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินลงมาพอดีซึ่งคนที่เดินนำหน้ากลุ่มมานั้นเป็ชายหนุ่มที่อายุราวๆยี่สิบปีได้ ซึ่งกลิ่นอายที่ชายหนุ่มคนนี้ปล่อยออกมานั้นมันเทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับ์ก่อเกิดขั้นสูงเลยทีเดียวส่วนคนที่ตามหลังชายหนุ่มคนนี้มาก็มีพลังระดับพลังที่ไม่แตกต่างกันมากนัก.......
“นั่นมันกลุ่มของศิษย์พี่ เป่ยฉวน จากตระกูลพยัคฆ์เมฆา์นิ?”
“เป็ศิษย์พี่เป่ยฉวนจริงๆด้วย!อ่า! ข้าละอยากเข้าร่วมเป็ผู้ติดตามและเข้ากลุ่มกองกำลังของเขากลุ่มพยัคฆ์เมฆาล่อง์จริงๆเลยหากข้าได้เข้าร่วมกันกองกำลังของศิษย์พี่เป่ยฉวนนะ สาวๆคงจะหันมามองข้าบ้าง!”
“เ้าอย่าได้เพ้อฝันไปเลยจนกว่าเ้าจะบรรลุระดับ์ก่อเกิดเท่านั้นเ้าถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมกับกองกำลังของศิษย์พี่ได้ หรือต่อให้เ้าบรรลุระดับ์ก่อเกิดได้เ้าก็ยังเข้าร่วมไม่ได้ด้วยซ้ำ!!”
“น่าสินะ! ก็มาตรฐานที่ศิษย์พี่ตั้งรับเอาไว้นั้นสูงศิษย์ธรรมดาอย่างพวกเราคงไม่มีหวัง!”
“เ้าอย่าได้เศร้าไปเลยยังมีกองกำลังอีกมากที่ประกาศระดับสมัครสมาชิกอยู่ เ้าสามารถเข้าร่วมกับกองกำลังเ่าั้ได้ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะไม่ได้ดังเท่ากับกลุ่มพยัคฆ์เมฆาล่อง์ของศิษย์พี่เป่ยฉวนก็ตาม!!”
อ่า!!
เสียงพูดคุยดังขึ้นหลังจากที่ศิษย์ทุกคนที่อยู่ในชั้นที่สองนี้เห็นชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นที่สามซึ่งชื่อเสียงของชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้ากลุ่มคนนี้ดังมากในหมู่ศิษย์ฝ่ายในซึ่งเขาหนึ่งในศิษย์ฝ่ายในลำดับต้นๆของรายชื่อศิษย์กว่าสามพันคนจากศิษย์ทั้งหมดเลย........
“เ้ามัวยืนบื้อทำบ้าอะไรเหตุใดถึงไม่หลบทางให้กับศิษย์พี่เป่ยฉวน!!”
หือ?
****************************************
วันนี้อาจจะมีแค่ตอนเดียวนะครับ พอดีีมีธุระที่ต้องทำต่อ